มหาศาสตรากู้แผ่นดิน

    ตอนที่ 66 จัดการกลุ่มอันธพาลของหมู่บ้านป่าโมก

    ตอนที่ 66 จัดการกลุ่มอันธพาลของหมู่บ้านป่าโมก

     

    กล้วย!

     

    “ว่าไงจ๊ะพี่ยม? พี่มีอะไรจักพูดกับข้ากระนั้นหรือ?”

     

    “คือว่า......ข้าอยากจักถามเอ็งเสียสักหน่อยน่ะว่า......ผีที่เอ็งเห็นรูปร่างหน้าตาเป็นเยี่ยงไร?”

     

    เพราะชายหนุ่มเป็นคนที่กลัวผีมากเขาจึงไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับพวกวิญญาณตรงๆแม้ว่าหลักสูตรวิชาทหารที่เขาล่ำเรียนมาจะมีสอนเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ด้วยทว่าจิตใจของเขาก็ยังไม่อาจที่จะเปิดรับเรื่องนี้ได้แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังอยากที่จะรู้ว่าผีหรือพวกวิญญาณเป็นอย่างไร......

     

    “ผีที่ข้าเจอรึ? มันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษนักมันก็เหมือนกับคนตายที่ตายมาหลายวันจนร่างกายเน่าเปื่อยและเละเทะนั่นแหละแต่ไอ้ตัวที่ข้าเจอนั้น มันไม่มีร่างกายเนื้อหรอกนะแต่เป็นร่างวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่าร่างกายเนื้อ”

     

    กล้วยหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อทำท่านึกคิด ก่อนที่จะลืมตาขึ้นและตอบกลับชายหนุ่มยมกลับไปว่าผีหรือวิญญาณร้ายที่เขาเจอนั้นมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร......

     

    ผู้คนอาจจะแยกแยะระหว่างผีกับวิญญาณไม่ออก แต่จริงๆแล้วผีนั้นเป็นเหมือนพวกอสุรกายที่กายหยาบแต่พวกวิญญาณนั้นไม่มีกายเนื้อที่เห็นเด่นชัด พวกมันสามารถปลอมตัวและแปลงกายเป็นอะไรก็ได้ตามที่พวกมันต้องการและยิ่งวิญญาณตนนั้นแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไหร่ความสามารถของมันก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยโดยเฉพาะวิญญาณร้ายที่ก่อนตายเป็นนักรบระดับสูง......

     

    อ่า!

     

    “คือว่า......ข้าขอถามเอ็งตรงๆ เลยนะเอ็งเป็นนักรบระดับนายพันจริงหรือ?”

     

    แต่คำถามที่ชายหนุ่มยมอยากจะถามจริงๆ นั้นคือเรื่องนี้เขาอยากรู้และไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลยว่ากล้วยจะเป็นนักรบระดับนายพันเช่นเดียวกับหัวหน้าของพวกตนเพราะการที่จะเลื่อนระดับเป็นนักรบระดับนายพันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย.......

     

    “แล้วพี่ยมคิดว่าอย่างไรละ? ถ้าพี่คิดว่าข้าเป็นนักรบระดับนายพันข้าก็เป็นแต่ถ้าท่านคิดว่าข้าไม่ใช่ ข้าก็ไม่ใช่นั่นแหละ!” กล้วยไม่ตอบกลับไปตรงๆเขาเพียงแค่ตอบอ้อมๆ ไปเท่านั้น เพราะเขาไม่อยากที่จะทำตัวเด่นเกินไป.....

     

    อ๊ะ!

     

    “เอ็งตอบแบบนี้แล้วข้าจักรู้ได้เยี่ยงไรวะ? เอ็งช่วยตอบตรงๆ ได้ไหม?” ทว่าชายหนุ่มยมกลับไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้เพราะเขาอยากได้คำตอบที่มันตรงกว่านี้ ดังนั้นเขาจึงพยายามที่จะขอให้กล้วยตอบเขาตรงๆ .......

     

    “พอแล้วไอ้ยม! ในเมื่อไอ้หนูกล้วยมันมิอยากพูดเอ็งก็เลิกบังคับและทำให้มันลำบากใจเสีย เอ็งก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้วยังจักทำตัวเหมือนเด็กไปได้!”

     

    พันลำเฝ้ามองดูเหตุการณ์อยู่ตลอดและเมื่อเขาเห็นว่ากล้วยมาเต็มใจที่จะตอบ เขาก็ไม่อยากทำให้กล้วยไม่สบายใจ ดังนั้นเขาจึงรีบพูดห้ามชายหนุ่มยมเอาไว้......

     

    ขอรับท่านพัน!

     

    หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งกลุ่มก็กลับมาถึงหมู่บ้านป่าโมกอีกครั้งแต่ในตอนที่พวกเขามาถึงหน้าทางเข้าหมู่บ้านที่ตรงนั้นก็มีกลุ่มชายหนุ่มหลายสิบคนยืนขวางทางไว้ซึ่งกลุ่มชายหนุ่มที่ว่าเหล่านี้ก็คือกลุ่มพวกอันธพาลประจำหมู่บ้านนั่นเอง......

     

    “ลูกพี่ พวกมันมากันแล้ว!”

     

    เออ!

     

    “ข้าเห็นแล้ว ข้ามิได้ตาบอดจนมองไม่เห็นโว้ย!”

     

    ชายหนุ่มที่ชื่อหมารู้สึกเจ็บแค้นและโกรธเคืองกลัวกับไอ้จ๋อเป็นอย่างมากดังนั้น เมื่อมันกลับมาถึงหมู่บ้านแล้วมันจึงรีบไปรายงานลูกพี่ของมันพร้อมกับใส่สีตีไข่ต่างๆนาๆเพื่อให้กล้วยเลวร้ายในสายตาของลูกพี่ของมันในทันที.......

     

    เห้ย!

     

    “ไอ้เฒ่า! ถ้าพวกเอ็งไม่อยากเจ็บเนื้อเจ็บตัวก็หลีกไปซะส่วนไอ้เด็กเปรตกับไอ้ลิงเวรที่ทำร้ายคนของข้าให้อยู่ก่อน!”

     

    ชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้ากลุ่มรีบประกาศอย่างดังด้วยความก้าวร้าวมันคิดว่าในหมู่บ้านนี้มันเป็นใหญ่ที่สุด แม้แต่หัวหน้าหมู่บ้านก็ยังไม่กล้ายุ่งกับมันดังนั้น มันจึงคิดว่าคำพูดมันใครๆก็ต้องเชื่อฟังและยอมรับปฏิบัติตามแต่โดยดี.......

     

    หือ?!

     

    แต่ว่าวันนี้มันคิดเพราะไม่เพียงแค่ชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าจะไม่จากไปไหนแล้วกลุ่มชายหนุ่มที่อยู่รอบๆ ข้างยังทำหน้าเหมือนจะเอาเรื่องมันด้วยโดยเฉพาะชายหนุ่มยม เขาดูเหมือนจะเก็บกดและอยากระบายกับใครสักคนเป็นอย่างมากแต่ที่เขายังไม่ลงมือก็เพราะว่าเขากำลังรอคำสั่งอนุญาตให้ลงมือจากพันลำอยู่นั่นเอง.......

     

    ทำไม?!

     

    “พวกเอ็งคิดที่จะฮือกับข้ากระนั้นรึ? อยากเจ็บตัวนักใช่ไหม?” ชายหนุ่มผู้เป็นพี่ใหญ่ยังไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังเล่นอยู่กับใครดังนั้น เขาจึงไม่ได้สนใจท่าทางเอาเรื่องของอีกฝ่าย และคิดว่ามันเป็นแค่การพยายามที่จะต่อต้านของพวกชาวบ้านทั่วๆไปก็เท่านั้น.......

     

    “ข้าจักให้โอกาสเอ็งนะไอ้หนุ่ม รีบๆกลับบ้านพวกเอ็งไปซะ แล้วก็เลิกทำตัวมีปัญหาและระรานผู้อื่นเสียเถอะ มิเช่นนั้นพวกเอ็งจะไม่มีที่ยื่นอยู่ในหมู่บ้านนี้อีกต่อไป!”

     

    พันลำไมได้อยากจะทำร้ายชายหนุ่มกลุ่มนี้ เพราะอย่างน้อยพวกมันก็อาจจะใช้ประโยชน์ได้เมื่อเกิดศึกสงครามแต่ถ้าพวกมันยังทำตัวเช่นนี้อยู่ พันลำก็ไม่ขัดที่จะจัดให้พวกมันสักดอก......

     

    ฮึ?

     

    “นั่นเอ็งพูดกระไรวะ? พวกข้าเนี่ยนะจักมิมีที่ยืนอยู่ในหมู่บ้านป่าโมกนี้?แล้วที่พวกข้ายืนอยู่นี่ละ? เขามิเรียกว่ากำลังยืนอยู่กระนั้นรึ?”

     

    ไอ้แก่นี่พูดจาเลอะเลือนฉะมัด!

     

    ไม่มีที่ยงที่ยืนอันใดกัน พวกเราก็ยืนอยู่นี่ไง?!

     

    นั่นดิ!

     

    ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!

     

    เหล่าชายหนุ่มพากันพูดล้อเลียนและส่งเสียงหัวเราะลั่นอย่างไม่เกรงกลัวใดๆเพราะพวกมันเป็นเจ้าถิ่นอยู่ที่นี่ ไม่ว่าใครก็ต้องยอมเชื่อฟังแต่พันลำเป็นเพียงแค่พ่อค้าที่นานเดินทางมา แต่กลับพูดจาใหญ่โตต่อหน้าพวกมันแล้วจะไม่ให้พวกมันแสดงท่าทางเช่นนี้ออกมาได้ยังไง......

     

    ทว่า......ชายหนุ่มผู้ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มกลับไม่คิดเช่นนั้นถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่นักรบ แต่ก็อีกไม่นานแล้วที่มันจะกลายเป็นนักรบผู้มีพลังดังนั้น มันจึงสัมผัสได้ว่ากลุ่มของพันลำนั้นไม่ธรรมดาอย่างที่ตาเห็นเลยแต่ถึงอย่างนั้นมันก็บอกไม่ได้ว่าไม่ธรรมดาอย่างไร.......

     

    “ข้าไม่รู้ดอกนะว่าพวกเอ็งเป็นใครแต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเอ็ง ข้ามีเรื่องกับแค่ไอ้เด็กนั่นกับลิงของมันเท่านั้นแต่ถ้าพวกเอ็งคิดที่จะเข้ามาขัดขวางธุระของข้าพวกข้าก็พร้อมที่จะสั่งสอนให้พวกเอ็งได้รู้ว่าใครที่เป็นขาใหญ่ของหมู่บ้านแห่งนี้!”

     

    ชายหนุ่มพยายามที่จะสลัดความคิดวิตกกังวลออกไปก่อนที่จะประกาศอย่างแข็งกร้าวว่ามันจะไม่ยอมปล่อยคนก็ตามที่เข้ามายุ่งเรื่องของมัน......

     

    “ก็ดี! ในเมื่อพวกเอ็งไม่ฟังคำตอบของข้าเช่นนั้นก็รับผลที่พวกเอ็งควรจักได้เถอะ เห้ยพวกเอ็ง! ช่วยนวดให้พวกมันเสียหน่อยสิแต่ไม่ต้องเอาถึงตายนะโว้ย ข้าขี้เกียจมีปัญหา”

     

    อ้า!

     

    ได้เลยขอรับท่านพัน!

     

    “ข้ารอเวลานี้มานานแล้วในที่สุด......ในที่สุดข้าก็จักได้อัดพวกมันเสียที!”

     

    “เห้ย! ข้าจองไอ้หัวโตนั้นนะ มันชอบกวนบาทาข้าแถมยังชอบเกี้ยวแม่หญิงของด้วย!”

     

    “ส่วนข้าสองไอ้สองพี่น้องตรงนั้นครั้งก่อนมันเคยมาไถ่เงินข้า ครั้งนี้ข้าจะเอาคืนทั้งต้นทั้งดอกเลย!”

     

    เอ่อ......

     

    กลุ่มของชายหนุ่มอันธพาลของหมู่บ้านป่าโมกถึงกับหน้าชาเลยเมื่อเห็นอีกฝ่ายทะเลาะกันเพื่อแย่งตัวพวกตนทำราวกับว่าคำขู่เมื่อสักครู่ของพวกมันไม่มีความหมายใดๆ อย่างนั้นแหละ......

     

    บัดซบเอ้ย!

     

    “พวกเอ็งกล้าดูถูกพวกเราอย่างนั้นรึ? ถ้างั้นข้าจักเป็นคนสั่งสอนพวกเอ็งเอง!”

     

    ย๊าก!!

     

    จนในที่สุด หนึ่งในกลุ่มอันธพาลก็ทนไม่ไหวที่ถูกหยามหน้ามันกำหมัดแน่นและวิ่งเข้าใส่กลุ่มของพันลำในทันที.....

     

    ฮึ!

     

    “อยากสั่งสอนพวกข้างั้นรึ? ดี!เยี่ยงนั้นก็มาดูกันว่าเอ็งมีฝีมือเท่ากับฝีปากขอเอ็งหรือไม่!”

     

    ฟิ้วววววววว!!

     

    พลั่ก!! ตู้มมมมมมมม!!

     

    เพียงแค่หนึ่งในคนของพันลำเคลื่อนตัวและชกสวนกลับออกไปเบาๆชายหนุ่มหัวร้อนที่คิดว่าตนสามารถจัดการกับพวกของพันลำได้ก็ถูกสอยกระเด็นลอยกลับไปที่เดิมอย่างน่าอนาถ......

     

    อ้า!

     

    กะ......เกิดอันใดขึ้น?

     

    แน่นอนว่าการที่ถูกชกแล้วต้องลอยกระเด็นไปไกลเช่นนี้เป็นเรื่องที่กลุ่มอันธพาลของหมู่บ้านป่าโมกไม่เคยพบเจอมาก่อนเพราะอย่างมากสุด พวกมันก็แค่ชกต่อยธรรมดาเท่านั้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้มันเหนือความคาดหมายของพวกมันไปแล้ว......

     

    “พวกเขาเป็นนักรบรึ?”

     

    สำหรับคนอื่นอาจจะงุ่นงงและไม่เข้าใจแต่สำหรับชายหนุ่มหัวหน้ากลุ่มแล้วเขารับรู้ได้ในทันทีเลยว่าอีกฝ่ายเป็นนักรบผู้มีพลังแล้วไม่อย่างนั้นลูกน้องของมันคงไม่ถูกชกลอยกระเด็นเช่นนี้.....

     

    ลูกพี่ว่าเยี่ยงไรนะ?!

     

    นักรบกระนั้นรึ?

     

    แม้ว่าชายหนุ่มหัวหน้ากลุ่มอันธพาลจะไม่ได้พูดเสียงดังแต่ลูกน้องที่อยู่รอบๆ ตัวของมันก็ได้ยินอย่างชัดเจนและเมื่อพวกมันรู้ว่าคู่ต่อสู้ในครั้งนี้เป็นนักรบผู้มีพลังความกล้าหาญที่มีก่อนหน้านี้ก็พลันลอยหายไปกับสายลมจนหมดสิ้น......

     

    ละ....ลูกพี่........?

     

    เหล่าชายหนุ่มที่เป็นลูกน้องในกลุ่มอันธพาลหน้าซีดเป็นไข่ต้มแล้วในเวลานี้และพวกมันก็พยายามที่จะมองไปที่ลูกพี่ของตัวเองเพื่อที่จะขอคำตอบว่าพวกมันควรที่จะทำอย่างไรกันต่อไป......

     

    ขะ...ข้า........

     

    แต่ชายหนุ่มผู้ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มอันธพาลก็คิดไม่ออกเช่นกันว่ามันควรที่จะทำอย่างไรต่อเพราะถึงมันจะแข็งแกร่งกว่าชาวบ้านทั่วๆ ไป หรืออาจจะเทียบได้กับพวกทหารสามัญแต่ถ้าให้เทียบกับพวกนักรบผู้มีพลังแล้ว มันก็ยังห่างชั้นอยู่มาก และจากที่มันคิดกลุ่มคนทั้งกลุ่มที่อยู่ตรงหน้าจะต้องเป็นนักรบทั้งหมดอย่างแน่นอนโดยเฉพาะชายวัยกลางคนที่เป็นพ่อค้าจากต่างที่อย่างพันลำ.....

     

    “ข้าเคยให้โอกาสพวกเอ็งแล้วแต่พวกเอ็งก็เลือกที่จักปฏิเสธไม่รับมัน เช่นนั้นก็อย่าได้โทษข้าเลย!”

     

    จัดการ!

     

    ได้ขอรับท่านหัวหน้า!

     

    มามะ! มาให้ข้านวดให้!

     

    มะ......ไม่!!!

     

    ตุบตับ! ตุบตับ! ตุบตับ!

     

    เพียงพริบตาเดียว กลุ่มอันธพาลที่สร้างชื่อมาตลอดหลายปีและเป็นกลุ่มที่ใครๆในหมู่บ้านป่าโมกแห่งนี้ก็ต้องหวาดกลัวก็ได้ถูกจัดการลงในที่สุด ทุกๆคนที่อยู่ในกลุ่มนี้ล้วนถูกคนของพันลำซ้อมอย่างสนุกมือ จนสภาพในตอนนี้ดูไม่ได้เลยทีเดียว.....

     

    ส่วนชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม คนที่ลงมือจัดการก็คือชายหนุ่มยมเพราะชายหนุ่มไม่ชอบหน้าอีกฝ่ายมาสักพักแล้วบวกกว่าสิ่งที่ชายหนุ่มหัวหน้ากลุ่มอันธพาลเคยทำไว้ ชายหนุ่มยมจึงประเคนทั้งหมัดเข่า ศอกและเท้าอย่างไม่ยั้ง........

     

    พอแล้วพวกเอ็ง!

     

    พันลำเห็นว่า ถ้ายังปล่อยให้คนของตนซ้อมกลุ่มอันธพาลต่อไปพวกมันคงตายหมดแน่ ดังนั้นเขาจึงตะโกนบอกให้ทุกคนหยุดมือก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่า.....

     

    “นี่คือการเตือนถ้าพวกเอ็งยังทำตัวเป็นอันธพาลก่อกวนผู้อื่นอีกครั้งหน้าพวกเอ็งจักมิโชคดีเหมือนวันนี้แน่ ไสหัวไปซะ!”

     

    อ้า!!

     

    พวกเราไม่กล้าแล้ว!

     

    พวกเราจะเป็นคนดีแล้วจ้ะ!

     

    ใช่ ใช่ ใช่!

     

    พวกเราสัญญา!!

     

    แม้ว่ากลุ่มอันธพาลจะเจ็บแค้น แต่พวกมันก็ไม่กล้าที่จะมีปากมีเสียงใดๆเว้นเสียแต่ว่าพวกมันต้องการที่จะฆ่าตัวตายเท่านั้นถึงจะกล้ามีปากมีเสียงโต้กลับไป.......

     

    “แล้วเอ็งละไอ้หนุ่ม? ในฐานะที่เอ็งเป็นหัวหน้าเอ็ง.........”

     

    “ท่านลุง! ได้โปรดรับข้าไว้ดูแลด้วยเถอะข้าสัญญาเลยว่าข้าจะเป็นคนดีและเชื่อฟังท่านทุกอย่างเลย ได้โปรดรับข้าไว้เถอะนะ!”

     

    กลับกันกับคนชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มอันธพาลกลับเลือกที่จะขอติดตามพันลำเพื่อเป็นลูกน้องคอยรับใช้และช่วยงานต่างๆของพันลำ ซึ่งนี่ไม่ใช่เพราะว่าชายหนุ่มถูกอัดมากไปจนเสียสติแต่มันเป็นความตั้งในของชายหนุ่มเองที่อยากจะติดตามพันลำและแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้......

     

    เอ็งอยากติดตามข้า?

     

    “ทำไม? เอ็งคิดว่าถ้าเอ็งติดตามข้าแล้วเอ็งจักแข็งแกร่งขึ้นกระนั้นรึ?”พันลำทำหน้างงเล็กน้อย แต่ไม่นานเขาก็ทำหน้าสงบนิ่งเช่นเดิมก่อนที่จะถามชายหนุ่มกลับไปด้วยท่าทางที่จริงจัง.......

     

    “นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งจ๊ะแต่ที่ข้าอยากติดตามท่านก็เพราะว่าข้าอยากเป็นคนดีข้าเบื่อที่จะทำตัวเหลวแหลกไร้แก่นสารเช่นนี้แล้ว ข้ารู้นะว่าท่านเป็นทหารได้โปรดเถอะท่านลุง รับข้าไว้สักคนนะ!”

     

    ชายหนุ่มรู้ว่าคำพูดของเขานั้นอาจจะเชื่อถือไม่ได้เพราะตนทำตัวเลวทรามมาตลอด แล้วจู่ๆ จะมาบอกว่าอยากเป็นคนดีแล้วใครที่ไหนมันจะไปเชื่อ แต่ถึงจะรู้อย่างนั้น เขาก็ยังเลือกที่จะพูดมันออกมาและหวังว่าพันลำจะรับมันเอาไว้........

     

    หือ?

     

    เอ็งแน่ใจแล้วกระนั้นรึ?

     

    แน่สิจ๊ะ!