หลี่ มู่ไป๋ ใช้เวลา สามเดือนเต็ม ในการเดินทางสู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทุกย่างก้าวคือการต่อสู้กับตัวเองและสภาพแวดล้อม าแที่ไหล่ จากมีดอาบพิษของนักฆ่าจากหอการค้าิญญาโลหิตไม่ยอมหายขาด
พิษนั้นไม่ได้ฆ่าเขา แต่ได้ ปิดกั้นเส้นลมปราณ ของเขาบางส่วน ทำให้การดูดซับ พลังปราณฟ้าดิน เป็ไปอย่างเชื่องช้าและต้องใช้สมาธิอย่างหนัก การบ่มเพาะวิชา 'สร้างรากฐานแห่งรุ่งอรุณ' ที่แลกมาจึงเป็ไปอย่างทุลักทุเล มันช่วยให้เขาอยู่ในระดับ กึ่งก่อรากฐาน ที่แข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกกาย แต่ยังไม่สามารถบรรลุระดับ ก่อรากฐาน ได้อย่างแท้จริง
มู่ไป๋รู้ดีว่าเขาไม่สามารถเร่งการแลกเปลี่ยนเพื่อเอาชนะพิษได้ เพราะร่างกายของเขาอ่อนแอเกินไป และหากแลก พลังชีวิต อีกครั้ง เขาอาจจะตายก่อนที่จะได้เป็เซียน
ช่องว่างของ 'ความเป็นมนุษย์'่เวลาที่ยาวนานของการเดินทางทำให้เขามีเวลาทบทวนเื่ราวที่ผ่านมา แต่ก็เป็การต่อสู้กับ ความว่างเปล่า ที่น่ากลัวยิ่งกว่า
เขาจำได้ว่า จ้าว ชิงเฟิง เป็เพื่อนสนิท แต่ ความหมาย ของมิตรภาพนั้นหายไปแล้ว
คืนหนึ่ง ขณะพักแรมใกล้ลำธาร มู่ไป๋บังเอิญเห็นภาพสะท้อนของตนเองในน้ำ และสังเกตเห็น รอยยิ้ม ที่บิดเบี้ยวของตัวเองเมื่อคิดถึงการรอดชีวิต
ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าการทิ้งเขาไว้ข้างหลังเป็เื่ที่ถูกต้อง?
เขายังคงมีความคิดที่ว่า การอยู่รอดคือสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งเป็ปรัชญาของ ซู เหวินเทียน ที่ถูกสมุดบันทึกยัดเยียดให้ และนั่นคือ การสูญเสีย 'ความเห็นอกเห็นใจ' ที่กำลังกัดกินเขาอย่างช้า ๆ มู่ไป๋รู้สึกว่า ความมุ่งมั่น ของเขานั้นบริสุทธิ์ แต่ หัวใจ ของเขาเ็าลงเรื่อย ๆ
"ผู้ฝึกตนที่ยึดติดกับความรู้สึก... ย่อมมิอาจทะยานขึ้นฟ้า" ข้อความในบันทึกผุดขึ้นมาในความทรงจำราวกับเสียงกระซิบจากเ้าของเดิม
การตัดสินใจที่ยากลำบากในหุบเขาอัสนีบาตตามคำแนะนำของบันทึก มู่ไป๋เดินทางมาถึง หุบเขาอัสนีบาต ดินแดนที่รายล้อมด้วยปราณอันดุเดือดที่เหมาะแก่การชำระล้างพิษ เขาต้องเร่งเดินทางต่อ แม้ว่าภายในจะรู้สึกอ่อนแอ
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องของความหวาดกลัวก็ดังขึ้น: "ช่วยด้วย! อสูร!"
เสวี่ย ลั่ว หญิงสาวในชุดนักบวชสีน้ำเงินกำลังต่อสู้กับ อสูรเขี้ยววารี ระดับสูงกว่าเธออย่างสิ้นหวัง
'ตรรกะแห่งบันทึก' ะโในใจมู่ไป๋ทันที: อย่าเข้าไป! การช่วยเหลือคือการใช้พลังงานโดยเปล่าประโยชน์! สละเธอเพื่อความปลอดภัยของตนเอง!
แต่ 'จิตสำนึก' ที่ยังคงเหลืออยู่ของมู่ไป๋ก็ต่อต้าน: หากแกทอดทิ้งเธอ... แกจะต่างอะไรกับเย่ อู่ฉาง!
มู่ไป๋ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เขาััได้ถึงความขัดแย้งที่รุนแรงจน ปราณในตันเถียนปั่นป่วน การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้มีทางเลือกที่ดีที่สุด เขาต้อง จ่ายราคา ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ตาม
หากฉันต้องแลกอะไรบางอย่างเพื่อรักษาชีวิตมนุษย์ไว้... ข้าก็จะทำ!
มู่ไป๋ตัดสินใจอย่างบ้าบิ่น เขาดึง กระบี่เหล็ก ที่เคลือบด้วยพลัง กึ่งก่อรากฐาน ที่มีพิษ ออกมาทันที เขาพุ่งเข้าช่วย เสวี่ย ลั่ว แต่การกระทำนี้คือการยอมรับความเสี่ยงที่จะ เสียโอกาส ในการบ่มเพาะที่ดีที่สุดไป
การแลกเปลี่ยนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้มู่ไป๋ใช้ 'ปราณพยัคฆ์คำราม' (วิชาจากการแลกเปลี่ยนครั้งแรก) เข้าปะทะกับอสูรอย่างดุดัน ร่างกายของเขาที่ติดพิษอยู่แล้วเริ่มทนทานต่อการใช้พลังเซียนไม่ได้ เืใหม่ซึมออกมาจากาแเก่าที่ไหล่
เพื่อสังหารอสูรและช่วย เสวี่ย ลั่ว ให้ได้อย่างรวดเร็ว มู่ไป๋ตระหนักว่าเขาต้องใช้พลังที่มากกว่าที่เป็อยู่
ต้องเปิดหน้าบันทึก!
เขาจดจ่อจิตใจไปที่สมุดบันทึกในอกเสื้อ สมุดร้อนผ่าวและปรากฏข้อเสนอที่น่าสะพรึงกลัว:
"เพื่อให้รอดพ้นจากอสูรและรักษาผู้อื่น เ้าต้องแลกด้วย โอกาส ในการเข้าสู่ สำนักเทียนจันทร์ (สำนักเซียนชั้นสูง) ในอนาคต... เ้ากล้าแลกอนาคตเพื่อชีวิตที่ไม่เกี่ยวข้องหรือไม่?"
มู่ไป๋ไม่ลังเล เขาเลือก คุณธรรม เหนือ โอกาส ในอนาคต
"ข้าแลก!"
พลังปราณเซียนบริสุทธิ์ไหลท่วมร่างมู่ไป๋อีกครั้ง เขาสังหารอสูรลงได้ในกระบวนท่าเดียว และช่วย เสวี่ย ลั่ว ไว้ได้ แต่ในขณะที่เขามองไปยังหญิงสาว... รอยด่างดำแห่งบาปกรรม เล็ก ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนจิติญญาของเขา—เป็สัญญาณของการ ละทิ้งโอกาสสำคัญ เพื่อการกระทำทางอารมณ์
หลี่ มู่ไป๋ ได้ช่วยชีวิต เสวี่ย ลั่ว ไว้ได้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาได้ยอมให้ ซู เหวินเทียน ขโมยเศษเสี้ยวของ อนาคต และทิ้งร่องรอยที่จะนำพา เย่ อู่ฉาง มาสู่เขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้