บทที่ 42
ย้อนกลับไปก่อนหน้าไม่นาน ณ วิมานกามเทพห้องพักของคายะ ในวันนี้เป็นวันหยุดพักผ่อนของเทพสาว และก็เป็นวันหยุดของมิลลี่เพื่อนสาวแสนซนของเธอด้วยเช่นกัน วันนี้ทั้งสองจึงนัดกันมาดูหนังด้วยกันที่ห้องนี้“ว้าย! คายะดูสิๆๆ สองคนนั้นเขาจูบกันแล้วล่ะ โอ้ย ฟินสุดๆเลยหึ้ยๆๆๆ” มิลลี่ที่กำลังอินกับฉากสำคัญของเรื่องที่พระเอก และนางเอกบอกรักกันที่ริมทะเลในเวลาพระอาทิตย์กำลังตกดิน มันเป็นฉากแสนหวานที่ไม่ว่าละครหรือภาพยนตร์เรื่องไหนก็นิยมที่จะทำขึ้นมาแบบนี้“อืม...เฮ้อ!” ฝ่ายเจ้าของห้องเองเหมือนจะไม่ได้อินกับหนังอย่างเพื่อนสาวของเธอ แต่ดูจะเบื่อๆเสียมากกว่า เมื่อมิลลี่เห็นท่าทางของเพื่อนที่ไม่สนุกด้วยก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ เธอจึงหยิบรีโมทขึ้นมากดหยุดภาพไว้ทันที ซึ่งนั่นก็ทำให้คายะชะงักไปด้วยเช่นกัน“มิลลี่! เธอทำอะไรน่ะ กดหยุดทำไม?” กามเทพสาวอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้ เพราะถึงแม้เธอจะมีอาการเบื่อหน่ายบางอย่างแต่เธอก็ดูหนังอยู่เช่นกัน“เธอเป็นอะไรไปยัยคายะ ดูหนังรักฟินๆจิ้นหนุ่มหล่อแบบนี้ยังจะมาทำหน้าเซ็งอยู่ได้ มีอะไรในใจก็พูดออกมาเถอะ” มิลลี่คาดคั้นเพื่อนสาวตรงหน้า แต่สายตาของเธอนั้นบ่งบอกว่ารู้ความในใจของคายะเป็นอย่างดี เพียงแต่รอให้เพื่อนพูดออกมาเท่านั้น“เอ่อ...ก็ไม่มีอะไรนี่ แค่เบื่อๆนิดหน่อย” คายะปฏิเสธพร้อมกับหลบสายตาไปอีกทางหนึ่ง“อย่ามาปิดบัง! ฉันรู้นะว่าเธอคิดถึงนายกรนั่นน่ะ” มิลลี่พุ่งเข้าไปจ้องตากับคายะพร้อมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“มะ...ไม่ ไม่ใช่ซะหน่อย” คายะรีบหลบสายตาเพื่ออีกครั้ง แต่หน้าของเธอที่แดงขึ้นมามันบ่งบอกชัดเจนเลยว่าเธอกำลังอายที่มิลลี่พูดออกมาได้ตรงประเด็น ท่าทางที่ชัดเจนของคายะเป็นสิ่งยืนยันแล้วว่าความคิดของมิลลี่นั้นถูกต้อง ดังนั้นตัวเธอถึงกับต้องถอยออกมานั่งกุมขมับด้วยความปวดหัวกับเพื่อนเสียอย่างนั้น แน่นอนว่าที่ผ่านมาเป็นเธอเองที่บอกให้คายะเริ่มปรับตัวเข้าหาคนอื่นก่อน แต่เธอก็ดันไปตกหลุมรักแอบชอบกามเทพฝึกหัดที่ไม่ได้เรื่องคนนั้นเสียนี่“เฮ้อ! ทำไมถึงต้องเป็นนายเห่ยนั่นกันนะ เทพชั้นสูงหล่อเท่มีความสามารถ โสด และนิสัยดีก็มีอีกตั้งเยอะแยะแท้ๆ เธอไปชอบนายกรลงได้ยังไงฉันไม่เข้าใจจริงๆ” มิลลี่บ่นออกมาอย่างขัดเคืองใจ“นี่มิลลี่ ไม่ใช่สักหน่อยฉันไม่ได้กำลังคิดถึงเขานะ” ไม่ว่าคายะจะปฏิเสธอย่างไรสีหน้าก็ยังบ่งบอกความเขินอายอย่างไม่อาจปกปิด“ฉันเป็นเพื่อนรักเธอนะ ฉันจะไม่รู้ได้ยังไงว่าเธอคิดยังไง เฮ้อ! แต่ฉันก็ไม่ได้คิดจะบังคับเธอหรอกนะ ถ้าชอบหมอนั่นจริงก็ต้องกล้าๆหน่อย เขาน่ะยังใหม่กับแดนเทพมากตอนนี้คงยังเป็นคนซื่อๆไม่ทันโลกอยู่ แต่ถ้าเธอไม่รีบทำอะไรล่ะก็สุดท้ายเขาคงจะไม่ต่างจากพวกเทพหนุ่มขี้เก๊กบ้าพลัง และหยิ่งยโสพวกนั้นแน่ๆ” มิลลี่กล่าวเตือนเพื่อนด้วยความหวังดีจากใจ เพราะรู้ว่าคายะนั้นขี้อายอายแค่ไหนแม้ภายนอกจะไม่แสดงออกมาก็ตาม“เอ๋? แต่เมื่อตะกี้เธอเพิ่งบอกว่าฉันน่าจะไปชอบพวกเทพแบบนั้นมากกว่านี่” คายะที่จู่ๆก็สงสัยคำพูดของเพื่อนก็กล่าวถามกลับไป“นี่หล่อนอย่ามาเนียนเปลี่ยนเรื่องนะ ถึงนิสัยของพวกเทพเก่งๆจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะแต่พวกเขาก็มีทุกอย่างที่ดีกว่านายกรที่มาใหม่อยู่ดี ยกเว้นก็แต่ความซื่อตรงของเขาแหละนะ ยังไงก็ตามถ้าไม่รีบปรับทัศนคติของเขาให้ดี สุดท้ายสังคมเทพคงจะเปลี่ยนให้เขากลายเป็นคนเจ้าชู้ขี้อวดขี้หลี เหมือนพวกระดับต่ำร้อยปีก็ได้” มิลลี่แก้ตัวให้ตัวเองได้อย่างแนบเนียน แถมยังกดดันคายะไปในตัวได้ด้วย โดยยกตัวอย่างของเทพที่ทำแต่เควสระดับต่ำ และไม่เลื่อนระดับเสียที แม้เวลาจะผ่านไปเป็นร้อยปีแล้วก็ตาม“แล้วเธอรู้ได้ยังไงว่าคุณกรจะกลายเป็นคนเจ้าชู้ เขาอาจจะเป็นคนดีไปตลอดเลยก็ได้ไม่ใช่เหรอ ฉันว่าเธอมองเขาในแง่ร้ายเกินไปนะ ให้เขาได้เรียนรู้ข้อดีข้อเสียของแดนเทพด้วยตัวเองจะดีกว่า เหมือนอย่างที่พวกเราได้ผ่านมายังไงล่ะ” คายะยังคงกล่าวด้วยทัศนคติที่มองโลกในแง่ดี ซึ่งนี่ก็เป็นความหวังดีอย่างหนึ่งต่อกรเช่นกันที่จะไม่ให้เขาถูกกดดันจนเกินไป มิลลี่ที่รู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังจะหน้าแตกอีกครั้งด้วยคำพูดตรงๆของคายะ เธอจึงรีบหาหนทางแก้ไขในทันทีก่อนที่ความน่าเชื่อถือในฐานะเพื่อนรักผู้หวังดีจะหมดไป“หยุด! พอเลย ไม่ต้องมีข้ออ้างอะไรทั้งนั้น ถ้าคิดถึงก็โทรหาเขาซะ! ตอนนี้ ไม่แน่นะนายกรอาจจะกำลังจู๋จี๋กับสาวสวยในโลกอยู่ก็ได้ใครจะไปรู้” มิลลี่หยิบบัตรประจำตัวของคายะที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมายื่นให้กับเพื่อนสาว เป็นการกดดันไปในตัว“กะ...ก็ได้” เมื่อถูกกระตุ้นคายะที่ขาดความมั่นใจก็ฮึดสู้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น เพราะลึกๆแล้วเธอก็ไม่อยากให้กรไปคุยกับคนอื่น ยิ่งกับมนุษย์แล้วนั่นจะยิ่งสร้างปัญหาให้เขาเป็นอย่างมาก กลับมาที่กรในเวลาปัจจุบัน กามเทพหนุ่มที่กำลังคุยโทรศัพท์กับกามเทพสาวเพื่อนบ้านนั้นก็ถูกขัดโดยพริตตี้สาวสวยที่ยืนอยู่ข้างๆ นั่นก็เพราะว่าเสียงของคายะจากสมาร์ทโฟนของกรนั้นดังมากจนเมล่อนได้ยินการสนทนาทั้งหมดตั้งแต่ต้น แต่จุดประสงค์ของเธอนั้นก็เพื่อให้หญิงสาวที่ปลายสายได้ยินคำพูดของเธอนั่นเอง“หืม? คุณกรกำลังอยู่กับใครเหรอคะ?” คายะกล่าวถามออกมาตรง เพราะเธอสงสัยว่าสิ่งที่มิลลี่พูดขึ้นมาลอยๆก่อนหน้านี้อาจจะเป็นเรื่องจริงขึ้นมาแล้ว“เอ่อ...เพื่อนน่ะครับ รู้จักกันตอนมาออกบูธในงานแสดงสินค้า” กรที่ไม่คิดจะปิดบังก็บอกออกไปตามตรง แม้ว่าเขาจะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศแปลกๆก็ตาม แต่เขาก็ลืมไปว่าทางด้านเมล่อนก็ถามคำถามกับเขาก่อนเมื่อครู่เช่นกัน“เอ้ะ! ทางนั้นก็ถามถึงฉันเหมือนกันเหรอคะ? แต่คุณกรยังไม่ได้บอกเลยว่าใครโทรมา” เมล่อนเข้ามาจ้องหน้ากรใกล้ๆเพื่อคาดคั้นต้องการคำตอบอีกครั้ง ซึ่งทำให้กามเทพหนุ่มต้องตกใจ และรู้สึกประหม่ามากขึ้น เขาไม่คิดเลยว่าจู่ๆพริตตี้สาวสวยจะมาพูดแทรกระหว่างเขาคุยโทรศัพท์แบบนี้“อ่า...ใช่ครับเมล่อน เขาเป็นเพื่อนบ้านของผมน่ะ” กรตอบกลับหญิงสาวตรงหน้าที่พยายามถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นสุดๆ“คุณกร ผู้หญิงคนนั้นชื่อเมล่อนเหรอคะ เธอสวยรึเปล่า?” ทางด้านของคายะเองก็ไม่น้อยหน้าเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังถามเกี่ยวกับตัวเอง เธอก็อยากรู้บ้างว่าอีกฝ่ายเป็นยังไง“ฉันเป็นพริตตี้ให้กับแบรนด์สินค้าชื่อดังหลายยี่ห้อ คิดว่าสวยรึเปล่าล่ะคะ” คราวนี้เมล่อนตอบกลับไปตรงๆโดยไม่ผ่านกรอีกต่อไป นั่นก็ทำให้กามเทพหนุ่มรู้สึกว่านี่มันไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมหญิงสาวทั้งสองคนจะต้องอยากรู้เรื่องของกัน และกันด้วย แต่ก่อนที่เรื่องราวจะเลยเถิดไปกันใหญ่ เสียงสายเรียกเข้าก็ขึ้นจากสมาร์ทโฟนของกรอีกครั้ง เมื่อเทพหนุ่มพลิกจอขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นเดวิดที่โทรซ้อนเข้ามานั่นเอง ซึ่งก็เป็นจังหวะพอดิบพอดีที่มาขัดหญิงสาวทั้งสองคนได้โดยที่เขาไม่ต้องหาข้อแก้ตัวให้ยุ่งยาก“คือคุณคายะครับเดี๋ยวขอวางสายแค่นี้ก่อนนะครับ คุณเดวิดหัวหน้าของผมเขาโทรเรียกแล้ว เดี๋ยวคงต้องรีบกลับไปทำงานก่อน” กรรีบตัดสายกามเทพสาวแล้วรับโทรศัพท์ของเดวิดทันที“คุณกร ผมว่าคุณพักนานเกินไปแล้วนะครับ คนอื่นเขาก็อยากไปทานข้าวแล้ว คงถึงเวลาที่จะกลับมาทำงานได้แล้วล่ะ” แม้ว่าน้ำเสียงของชายวัยกลางคนจะเรียบนิ่ง แต่กรยอมรู้ดีว่าสีหน้าของเดวิดในตอนนี้น่ากลัวเพียงใด“ครับๆ เดี๋ยวผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”