ชามโบราณของวิหารแห่งโคดิน
ดาบอัศวินอเล็กซ์โลนี่
ภาพวาดลายเส้นโดยศิลปินโบล่ากอนจา
โคมไฟน้ำแข็ง
เหรียญเจ้าชายเบนจามิน
ทุกอย่างล้วนสร้างความเกรียวกราวแก่ผู้ที่มาประมูลและผู้ชม และที่ทำให้ทุกคนถึงกับต้องอึ้งกันอีกครั้งเมื่อสาวสวยถือถาดออกมาคือ เพชร 199 กะรัต!
ที่จริงแล้วเพชรเม็ดนี้เจียระไนมาครั้งแรกได้ 418 กะรัตแต่ราล์ฟก็ลองใช้ความสามารถของระบบมาเจียระไนอีกครั้ง ได้เพชรที่น้ำงาม ลูคัสกับมาร์คได้ไปลองติดต่อหลายสถานที่มีคนให้ราคาถึง 700 ล้านเหรียญ!
"นี่คือ สิ่งที่ทรงค่าเหลือเกินที่บริษัทแอลอาร์ได้ดั่งใจของเราต้องการนำเสนอใน ร้านค่าควรเมืองแห่งนี้ นี่คือ 'หยดหยาดแห่งวูท้อท' เพชรชิ้นนี้ คุณราล์ฟเจ้าของบริษัทของเราได้ให้ช่างเจียระไนที่ดีที่สุดเจียระไนออกมา
ร้านค่าควรเมืองของเรากล้าท้าให้ท่านที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาชมใกล้ๆ ได้ครับ ว่าหยดหยาดแห่งวูท้อทชิ้นนี้น้ำงามและเลอค่าจริงอย่างที่ผมบอกหรือไม่"
ลูคัสบรรยาย แถมบอกให้คนออกมาดูได้
สาวงามวางถาดนั้นลงบนแท่นด้านหน้าเวที เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนด้านหลังสองข้าง ที่จริงทำเป็นพิธีไปอย่างนั้น เพราะนอกจากราล์ฟเองที่เป็นเหนือมนุษย์แล้ว ที่มุมห้องเขายังมีเควินร่างแยกของเขาที่ใส่หน้ากากพรางหน้าไว้ยืนสอดส่ายสายตามองไปทั่วตลอดทั้งงาน
มีผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอัญมณีและเพชรพลอยหลายคนที่มาร่วมงาน เมื่อได้เดินมาดูใกล้ๆ แล้ว ทุกคนต่างหันมาคุยกันด้วยใบหน้าและแววตาชื่นชม ต่างหันมาผงกหัวให้ลูคัสและราล์ฟ
"ครับ เราขอเริ่มต้นที่ ราคา 700 ล้านเหรียญ! ยกป้ายครั้งละ 5 ล้านเหรียญครับ! "
"อู้ว! "
เสียงอุทานดังมาอึงมี่ ผู้ชมต่างตื่นตกใจกับราคาเปิดที่แสนแพงของมัน
แต่ชายชราผู้มาร่วมงานคนหนึ่งที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องอัญมณีบ่นพึมพำ
"ตกใจอะไรกัน เพชรที่น้ำงามขนาดนี้ 199 กะรัต ควรเปิดมากกว่าราคานี้ด้วยซ้ำ! "
หญิงสาวสวยด้านหน้าคนหนึ่ง ยกป้าย ลูคัสเอ่ย
"คุณเอริก้า จากเพอริเนอเช่ ให้ 705 ล้านครับ! "
เอริก้าเหลือบตามองไปที่ราล์ฟยิ้มๆ เด็กหนุ่มเหลือบมองลิซ หญิงสาวเชิดคางหันไปทางอื่นทำไม่สนใจ เขาแอบเอามือลูบขาเธอหัวหน้ากองสาวหยิกมือเขา
จากนั้น
"คุณเฮนดริกซ์ 710 ล้าน! "
"คุณบริแอนนา 715 ล้าน! "
"750 ล้าน! "
เสียงตะโกนจากชายชื่อชาร์ลอตที่ดูราวผู้ดีมาจากตระกูลชั้นสูง
"คุณชาร์ลอตให้ 750 ล้าน! "
ลูคัส ประกาศย้ำ แล้วหลังจากนั้นก็มีการสู้ราคาประมูลกันขึ้นไปเรื่อยๆ
"ราล์ฟไปได้เพชรนี้มาจากไหนคะ แล้วให้ใครเจียระไนให้เหรอคะ"
ลิซถามขึ้นมา เด็กหนุ่มย่อมคิดคำตอบไว้แล้ว
"ผมได้จากต่างดวงดาวครับ แล้วก็ให้ช่างดาวนั้นเจียระไนให้นั่นแหล่ะ ที่จริงมีของลิซด้วย แหะๆ แต่ผมอุบไว้"
เขายิ้มให้อย่างเขินๆ หญิงสาวอยากจะจูบแฟนของเธอแต่คนรอบข้างมากมาย จึงได้แต่บีบมือเขาสายตาส่งประกายความรักออกมา
การประมูลเพชรเม็ดนี้ สู้กันไปจนเลยหนึ่งพันล้านไปแล้ว เหลือแต่ชายชื่อชาร์ลอต และหญิงสาวสวยเอริก้า แล้วก็ไปจบที่ชัยชนะของเอริก้าที่ประมูลไปในราคา 1,320 ล้านเหรียญ!
ราล์ฟก็ทึ่งในใจเขาคิดว่าตนเองก็คือคนมีเงินมหาศาลคนหนึ่งในประเทศนี้แล้ว แต่ไม่มีทางกล้าประมูลซื้อของระดับพันล้านแบบชายหญิงสองคนนี้แน่ นี่คือ คนชนชั้นมหาเศรษฐีตัวจริง!
"ในที่สุดเราก็มาถึงรายการสุดท้ายนะครับ ที่หลายท่านทราบแต่เพียงว่า เป็นของพิเศษระดับชิ้นเดียวในโลก เราจะปิดฉากค่ำคืนอันน่าตื่นเต้นนี้ด้วย สิ่งนี้ครับ"
เสียงลูคัสกล่าว
จากนั้นไฟก็หรี่ลง สาวสวยคนเดิมถือถาดออกมาแต่กลับมีผ้าคลุมของบนถาดนั้นอยู่ เธอนำมันมาวางบนแท่นที่อยู่ตรงกลางเวที
"จากที่ทุกท่านทราบว่า บริษัทแอลอาร์ได้ดั่งใจของเรา ไม่เพียงสร้างสินค้าที่อัศจรรย์เหลือเชื่อ นำเสนอสู่ท้องตลาดแก่คนทั่วไป แต่เรายังเป็นผู้ที่สนับสนุนอาวุธที่มีประสิทธิภาพให้องค์กรต่างๆ ที่ดูแลประเทศวาซีเลียของเรานี้
และนี่คือสิ่งหนึ่งที่เป็นความภาคภูมิใจที่ออกมาจากแล็บ ทดลอง วิจัยของบริษัทเรา มีเพียงชิ้นเดียวในโลก นำมาประมูลในร้านค่าควรเมือง ในโอกาสเปิดตัวครั้งแรกในวันนี้ครับ"
ลิซเหลือบมองหน้าแฟนของเธอแล้วส่ายหัว นี่ไปมีแล็บทดลองวิจัยที่ไหนอีก สาวสวยบนเวทีเปิดผ้าคลุมสิ่งที่อยู่บนถาด ลูคัสกล่าว
"ผมขอนำเสนอความภาคภูมิใจของเรา นี่คือ 'ขวานเยือกแข็ง' ที่มีชิ้นเดียวในโลก ครับ"
ผ้าเปิดออกเห็นเป็นขวานขนาดไม่ใหญ่ ขาวประมาณ 40 เซนติเมตร เมื่อกระทบแสงไฟขวานที่มีด้ามสีขาวนวล ตรงคมและโลหะกลับไม่ได้เป็นเหล็กแต่มีสีใสเป็นประกายราวกับทำจากแก้วดูสะท้อนแสงไปมา เหมือนเอาไว้โชว์มากกว่าเป็นอาวุธพิเศษอะไร
เมื่อทุกคนเห็นต่างสงสัย และผิดหวัง ทำไมสิ่งสุดท้ายที่ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดของงานกลับเป็นเหมือนของที่ไว้ในตู้โชว์เท่านั้นแบบนี้ แต่ลูคัสยังคงยิ้มแล้วกล่าว
"ทุกท่านคงสงสัยใช่ไหมครับ ว่า นี่ก็แค่ขวานธรรมดาๆ เอง ไม่เห็นมีอะไรที่วิเศษ"
ตอนนี้เอง เจ้าหน้าที่ของงาน เข็นตุ๊กตาฟางขนาดเท่าคนจริงออกมา ข้างล่างเวที ชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาที่เป่าเครื่องดนตรีก่อนหน้านี้เดินออกมา บรรยากาศเงียบสงบทุกคนต่างรอดูว่าขวานเยือกแข็งนี้มีความพิเศษอะไร
ที่จริงแล้วชายหนุ่มคนนี้คือหนึ่งในเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เป็นนักสู้ระดับ 3 มีทักษะการใช้อาวุธอยู่บ้าง เขาหยิบขวานขึ้นมาชูให้ทุกคนเห็น ความแวววาวของขวานสะท้อนแสงไปมาราวกับเป็นอาวุธวิเศษ
ชายหนุ่มเขวี้ยงขวานเยือกแข็งไปปักที่ หัวหุ่นฟาง ทันใดนั้นเอง
"ฉึก! "
ขวานเฉาะปักไปที่หุ่นฟาง จากนั้นหุ่นฟางตัวนี้กลับโดนกระแสความเย็นจากขวานกลายเป็นน้ำแข็ง
"ครึก ครึก! "
ความเย็นก็ลามไปทั้งตัวหุ่นฟางทั้งตัวกลายเป็นน้ำแข็ง แล้วหุ่นทั้งตัวก็ค่อยๆ ร่างปริแตกเป็นก้อนน้ำแข็งร่วงหล่นตกลงพื้น
"อา!"
ผู้ชมทั้งหมดอ้าปากค้าง
ผู้การลอว์ฟากับจาค็อบมองหน้ากัน หัวหน้าระดับสูงของกองกำลังต่างๆ ต่างเดินมาดูหุ่นฟางที่ล้มลงแตกเป็นน้ำแข็งในตอนนี้
ชายที่สาธิตประสิทธิภาพของขวานเยือกแข็ง เดินมาหยิบขวาน ทุกคนต่างผงะถอยออกไป ขวานนี้น่ากลัวเกินไป ชายหนุ่มนักสู้ระดับ 3 หันหน้าเข้าหาเวทีเขวี้ยงขวานปักใส่กลางแท่นที่กลางเวที
"ฉึก! ครึก ครึก! "
ผลลัพธ์เหมือนกันกับหุ่นฟางแท่นนี้กลายเป็นน้ำแข็งลามกระจายไปทั้งชิ้นแตกพังลงเป็นก้อนน้ำแข็งที่พื้น คนฮือฮากันอีกครั้ง
"นี่มัน .. มัน ราวกับเป็น อาวุธสวรรค์! "
เสียงนักสู้คนหนึ่งที่มาร่วมงาน อุทานอย่างตกใจ ทุกคนก็เห็นพ้องต้องกัน ลิซยืนมองอย่างอึ้งอยู่ข้างเด็กหนุ่ม
"ครับ ขวานเยือกแข็ง ร้านค่าควรเมืองเรานำออกมาประมูลขายหาผู้ที่เหมาะสมมารับไปเป็นเจ้าของ ขอเริ่มต้นที่ ราคา 100 ล้านเหรียญ! ยกป้ายครั้งละ 1 ล้านเหรียญครับ! "
อาวุธราคา 100 ล้านเหรียญ นี่ดูเกินจริงไปมาก แต่คนในงานที่เห็นประสิทธิภาพพลังของขวานนี้กลับรู้สึกว่าไม่ได้แพงเกินไปเลย การประมูลสินค้าชิ้นสุดท้าย ขวานเยือกแข็งเป็นไปอย่างดุเดือด กองกำลังนูคารัตที่มีทุนน้อยกว่าเลิกราไปก่อน เหลือกองทัพวาซีเลียที่รองผู้บังคับการที่มานั้นได้รับสายจากผู้บังบัญชาการที่ดูทางออนไลน์
แต่ที่สุดแล้วกองทัพวาซีเลียก็ต้องพ่ายแพ้การประมูลให้แก่ชายผู้มีทุนหนาคนหนึ่ง เขาคือ มอร์ตัน เป็นถึงอดีตผู้ว่าการรัฐโชสต์ ชอบสะสมอาวุธโบราณมานานแล้ว ตอนนี้เมื่อเจออาวุธที่เขาคาดเดาได้ว่าน่าจะเป็นการสรรค์สร้างโดยนักสู้ที่อาจจะเป็นถึงระดับเหนือมนุษย์ เขาจึงไม่ยอมที่จะพลาดจากการได้มาครอบครอง
แล้วอาวุธ ขวานเยือกแข็งก็ถูกประมูลไปโดยมอร์ตันที่ราคา 520 ล้านเหรียญ!
บอดี้การ์ดของมอร์ตัน เดินตามเจ้าหน้าที่ของงานเข้าไปทำการซื้อขายที่โซนที่จัดไว้ในร้านค่าควรเมือง ขวานเยือกแข็งมูลค่ามากกว่าห้าร้อยล้านเหรียญถูกนำไปใส่ปลอกหนังที่สวยงาม บรรจุลงกล่องสีดำที่ดูมีค่าอีกครั้งหนึ่ง
เวลานั้นคนกลุ่มหนึ่งมาใกล้ กล่าวกับราล์ฟ
"คุณสร้างมัน โดยใช้พลังของคุณใช่ไหม"
เป็นเสียงของท่านเอ็ดมันด์ ชายเหนือมนุษย์เดินมายืนอยู่ข้างหลังผู้การลอว์ฟา กับจาค็อบ ท่านเอ็ดมันด์ยังคงทำตัวไม่ให้เป็นที่สนใจ
"ครับท่าน ผมค่อนข้างใช้เวลากับมันนานเลยครับ"
ราล์ฟกล่าวอย่างนอบน้อม
"ยอดเยี่ยมมาก สามารถผนึกพลังน้ำแข็งใส่วัตถุจนเป็นอาวุธพิเศษได้ ประเทศเราโชคดีมากที่มีเหนือมนุษย์ระดับอย่างคุณ ราล์ฟ! "
ท่านเอ็ดมันด์เอ่ยชมอย่างจริงใจ ผู้การลอว์ฟากับจาค็อบก็มีสายตานิยมยกย่อง ราล์ฟคือความหวังของประเทศ ของมนุษยชาติจริงๆ และกับองค์กรของเขาเด็กหนุ่มก็ให้ความสำคัญเสมอ
ราล์ฟกล่าว
"ผมให้ .. ทีมงานพัฒนาอาวุธหลายอย่างครับ เมื่อสำเร็จแล้ว จะนำเสนอเพื่อใช้ในกำแพงครามของเราก่อนเลยครับ"
ผู้นำจากกำแพงครามทั้งหมดยิ้มอย่างชื่นชม ราล์ฟนั้นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถหาเงินได้มากมายมหาศาลโดยไม่ต้องขายให้กับกองกำลังของพวกเขาก็ได้ พวกเขารู้ว่าเด็กหนุ่มต้องการสนับสนุนองค์กรของตัวเองก่อนอย่างแท้จริง คุยกันอีกไม่กี่ประโยคทั้งหมดก็ยิ้ม ผงกหัวทักทายลิซ แล้วแยกตัวกลับไป
"ราล์ฟคะผู้ชายคนนี้ ที่มาคุยกับราล์ฟเขาเป็นใครเหรอคะ"
ลิซสังเกตว่าชายคนนี้ดูจะมีฐานะสูงกว่าผู้บังคับการกำแพงครามเสียอีก และดูแฟนของเธอก็เหมือนแสดงความเคารพนบนอบมากกว่าคนอื่น
"เขาคือคนที่ผมเคยเล่าให้ฟังตอนจับอีวานไงครับ เหนือมนุษย์ของกองกำลังของเรา ท่านเอ็ดมันด์"
หัวหน้ากองสาวเกือบอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้รู้
นี่คือตำนาน เหนือมนุษย์ผู้เข้มแข็งที่สุดของกองกำลังพิเศษกำแพงคราม ตัวตนในระดับพลังที่มีไม่กี่คนในโลกนี้ ท่านอุตส่าห์มาเยี่ยมเยียนถึงที่นี่
ทุกคนที่มางานนี้ แทบทั้งหมดไม่ใช่คนฐานะธรรมดาทั่วไป หากไม่ใช่คนใหญ่โตในประเทศวาซีเลีย บางคนก็เป็นนักธุรกิจที่ชอบสะสม พวกเขาร่ำรวยเป็นเศรษฐีพันล้าน หมื่นล้าน บางคนราล์ฟก็ดูออกว่าเป็นถึงนักสู้ระดับ 9
เด็กหนุ่มเจ้าของบริษัท กับลิซแฟนสาวสวยของเขา จึงมายืนส่งทุกคนกลับที่บริเวณทางออก ทั้งคู่ที่หล่อเหลา สวยงามราวกับคู่ที่สวรรค์บรรจงสร้าง คนมากมายมองด้วยความอิจฉา
เป็นอีกครั้งที่สื่อมวลชนได้เข้ามาถ่ายรูปเขา และได้สัมภาษณ์แขกมีระดับทั้งหลายที่มาในงาน
❝❝❝
หลังจากงานประมูล ร้านค่าควรเมือง ก็ดังกระหึ่มไปทั่วประเทศวาซีเลีย
ทั้งเรื่องความอัศจรรย์ของสินค้าที่นำมาประมูล มูลค่าของที่ประมูลยอดรวมมากกว่าสามพันล้านเหรียญ
ชื่อเสียงของราล์ฟ มิททริลคอส แพร่กระจายไปทั่ว
"แอลอาร์ได้ดั่งใจ เปิดร้าน 'ค่าควรเมือง' ประมูลสินค้าฟาดรายได้มากกว่าสามพันล้านเหรียญ! "
"เปิดประวัติ ราล์ฟ มิททริลคอส เด็กหนุ่มอัศจรรย์แห่งรัฐโอค่อน บอสใหญ่แอลอาร์! "
"ขวานเยือกแข็ง! ในงานประมูล ความน่าสะพรึงของอาวุธเหนือมนุษย์"
"เพชรน้ำงามที่สุดเท่าที่เคยมีมา 199 กะรัต! นาม'หยดหยาดแห่งวูท้อท' "
"นิตยสารการเงินวาซีเลีย ให้ราล์ฟแห่งโอค่อนคือผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดแห่งปี! "
ข่าวประโคมโหมเกี่ยวกับงานประมูลของร้านค่าควรเมือง ในสื่อต่างๆ ทางโทรทัศน์และออนไลน์มากมาย เจาะลึกชีวิตของราล์ฟ
มีไปถึงคอลัมน์ซุบซิบเรื่องความรักของเขากับลิซว่าเป็นมาอย่างไร ตอนนี้เด็กหนุ่มเป็นเซเลบริตี้โด่งดังเป็นที่จับตามองที่สุดของประเทศนี้เลยก็ว่าได้
คาร์ลตัน วาเนสซ่า แรนดี้และพนักงานอีกหลายคน ต้องพักงานของตัวเองมาช่วยโซเฟียกับลูคัส
ร้านค่าควรเมืองตอนนี้ มีสินค้าวางโชว์อยู่มากมาย ราล์ฟสะสมมาหลายเดือนนับร้อยชิ้น บางอย่างเขาซื้อมาเพียงห้าร้อยเหรียญแต่ระบบแผ่นป้ายแจ้งราคาบอกมูลค่าถึงสองแสนเหรียญเขาก็ขายตามนั้น
มีคนมาเข้าแถวยาวเพื่อเข้าชมสินค้า แต่การจะซื้อได้ต้องเข้าไปลงชื่อในเว็บไซต์ของร้านแล้วทุกวันจะมีการสุ่มขายให้คนที่ต้องการวันละหนึ่งชิ้น
ที่ทำอย่างนี้เหตุเพราะหากขายออกไปครั้งเดียวร้านจะไม่มีสินค้าเหลือพอที่จะโชว์เลย
ลูคัส วาเนสซ่า และแรนดี้ตอนนี้ต้องคอยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนมากมายเรื่องความอัศจรรย์ เหลือเชื่อต่างๆ เกี่ยวกับสินค้าของร้าน และตอบคำถามเรื่องชีวิตของบอสของพวกเขา
❝❝❝
ราล์ฟตอนนี้ไม่ได้ไปเรียนแล้ว รอการเจรจาของลิซกับทางโรงเรียนแพนซัสว่าจะเป็นอย่างไร หากไม่อนุมัติให้เขาไปสอบเฉยๆ เด็กหนุ่มก็จะไปเรียนหลักสูตรของสถาบันอื่นที่มีการให้ไปเรียนออนไลน์ได้และแค่ไปสอบเท่านั้น
ในคอนโดของราล์ฟ หัวหน้ากองสาวต้องพักงานชั่วคราวเพราะจากการเปิดตัวของเธอที่ควงกับเด็กหนุ่มในงาน ทำให้มีสายเข้า ข้อความแชทในเครื่องมือสื่อสารไม่หยุด
ข้อความจากพ่อของลิซ สมาชิกสภาวาซีเลีย
/คิดดีแล้วหรือลูก ที่ควงกับเด็กหนุ่มขนาดนั้น
/พ่อคะ ราล์ฟยังไม่ยี่สิบก็จริง แต่เขาคือเจ้าของบริษัทหลายพันล้าน และรองผู้บังคับการพิเศษของกำแพงครามนะคะพ่อก็รู้
ลิซแย้งพ่อ
/พ่อเป็นห่วงหนูสิลูก เขายิ่งเป็นระดับนั้นก็ต้องรับผิดชอบเยอะนะลูก ลูกอาจต้องเจอเรื่องหนักๆ
จากตอนแรกบอกว่าราล์ฟเป็นเด็กหนุ่มคราวนี้บอกว่าเป็นระดับที่ต้องรับผิดชอบเยอะ หญิงสาวมึนงงกับการเจรจากับพ่อของเธอ
จากนั้นเหมือนแม่ของลิซรับไม้ต่อโทรเข้ามาหา บ่นเรื่องที่ป้ามาฟ้องกับแม่ว่าเจเรมี่ไปเจอเธอกับแฟนเด็กหนุ่มซื้อรถหรูให้กัน ลิซนึกว่าแม่จะต่อว่าเรื่องความเหมาะสมหรือเข้าข้างเจเรมี่ กลับกลายเป็นว่าแม่ของหัวหน้ากองสาวถามราคารถว่าราคาเท่าไหร่ เมื่อรู้ว่าราคาเกือบร้อยล้านเหรียญ แม่ของลิซก็ตกใจแล้วชมว่า ราล์ฟคงจะรักหลงลูกสาวของเธอมากจริงๆ ไม่นานก็วางสายไป
ตอนนี้เด็กหนุ่มนอนแช่ในอ่างน้ำร้อนกกกอดร่างสวยสมส่วนของลิซแฟนสาวอยู่ในอ่างน้ำใหญ่ เขาหัวเราะกับเรื่องที่พ่อและแม่ของเธอติดต่อมา
ราล์ฟเล่าให้หญิงสาวฟังว่า เพื่อนของเขาหลายคนเห็นคลิปที่ทั้งสองควงกันออกงานก็ทั้งโทร ทั้งแชทมาประณามว่าเขาคือผู้ชายที่ชั่วร้ายใช้หน้าตา เงินทอง และความเก่งกาจล่อลวงคุณครูที่เป็นนางฟ้าของคนทั้งโรงเรียนแพนซัส ครูที่พวกนั้นหลงใหลเอาไปเป็นของตัวเองคนเดียว ลิซฟังแล้วก็ยิ้มขวยเขิน
ทั้งคู่อยู่ในอ่างน้ำสักพัก เขาก็จับร่างเธอหันเข้า เชื่อมต่อเดินกระแสพลังดวงดาวในร่างของหญิงสาว จากนั้นจูบทำรักกันได้สองครั้งลิซก็ไม่ไหวอีกต่อไปนอนซบไปกับอ้อมอกเขา
"ลิซครับผมมาคิดเรื่องการพัฒนาทีมของคุณ จะเป็นอย่างไรถ้าผมจะพาพวกเขาไปฝึกที่ดวงดาวอื่นด้วยกัน"
ราล์ฟเริ่มประเด็นที่ตัวเองคิดไว้ก่อนหน้า ทั้งเป็นการทำภารกิจ ช่วยแฟนสาวบรรลุความตั้งใจของเธอ และสุดท้ายหากทีมแข็งแกร่งก็จะเป็นเรี่ยวแรงกำลังสำหรับการต่อสู้กับศัตรูที่รุกรานต่างๆ
หญิงสาวหันมามองเขาอย่างแปลกใจ
"แล้วราล์ฟ ไม่กลัวความลับเรื่องต่างๆ จะถูกเปิดเผยหรือคะ"
"ก่อนหน้านี้อาจจะกังวลครับ แต่ตอนนี้ผมมีพลังและเทคนิคอุปกรณ์หลายอย่าง ที่ไม่คิดว่าจะต้องกลัวว่าใครจะสร้างปัญหาให้ได้แล้วครับ"
ลิซคิดตาม จริงสินะแฟนของเธอนอกจากจะแข็งแกร่งกว่าทุกคนที่เธอรู้จักแล้ว เขายังมีของเล่นมากมายที่น่าอัศจรรย์มาก เรื่องที่จนปัญญาจะแก้ไขนั้นแทบไม่มีเลย
หัวหน้ากองสาวยินดีมาก ยิ้มหวาน
"ดีมากเลยค่ะ ที่รักขา ขอบคุณมากเลยนะคะ ราล์ฟมองไว้ว่าต้องกี่คนคะ เดี๋ยวฉันจะเลือกคนมา"
เขามาคิดดูแล้วการให้มีคนมากขึ้นก็จะช่วยพัฒนาทีมขึ้นไม่แน่ว่า นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนากำลังของมนุษยชาติที่เอาไว้ป้องกันดวงดาวของตัวเองจากดวงดาวที่เข้มแข็งมากมายรอบจักรวาลที่ไม่รู้ว่าวันหนึ่งจะมาตรวจพบโลกเมื่อไหร่ โดยใช้ความสามารถอุปกรณ์สิ่งวิเศษของระบบมนุษย์สามารถพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด
"ประมาณ 8-10 คนก็ได้นะครับ พลังที่ระดับ 6 และ 5 คนที่มีทัศนคติไม่ค่อยดีเท่าไหร่เราก็ไม่ต้องให้เข้ามาครับ"
ราล์ฟคิดถึงมาร์ตินที่ไม่ชอบเขาเพราะเรื่องลิซ
"ได้เลยค่ะ เดี๋ยวฉันจะรวบรวมคนมา ขอบคุณมากนะคะ ราล์ฟขา"
ลิซดีใจที่เด็กหนุ่มก็จะช่วยพัฒนาความสามารถให้กองรัฐโอค่อนของเธอ
หากมีเขาคอยหนุนหลังแล้วการไปฝึกต่างดวงดาวก็ไม่ได้อันตรายอีกต่อไปและจะพัฒนาทักษะ ประสบการณ์การต่อสู้ของแต่ละคนไปได้อย่างมหาศาล
เห็นแฟนสาวดีใจเขาก็อิ่มในหัวใจ พะเน้าพะนอกันหวานชื่นในอ่างอาบน้ำนั้น
---------------------