ครองโลกด้วยระบบผู้จัดการ

    ตอนที่ 52 ประมูลสินค้าฟาดรายได้มากกว่าสามพันล้าน

    ชามโบราณของวิหารแห่งโคดิน

    ดาบอัศวินอเล็กซ์โลนี่

    ภาพวาดลายเส้นโดยศิลปินโบล่ากอนจา

    โคมไฟน้ำแข็ง

    เหรียญเจ้าชายเบนจามิน


    ทุกอย่างล้วนสร้างความเกรียวกราวแก่ผู้ที่มาประมูลและผู้ชม และที่ทำให้ทุกคนถึงกับต้องอึ้งกันอีกครั้งเมื่อสาวสวยถือถาดออกมาคือ เพชร 199 กะรัต!

    ที่จริงแล้วเพชรเม็ดนี้เจียระไนมาครั้งแรกได้ 418 กะรัตแต่ราล์ฟก็ลองใช้ความสามารถของระบบมาเจียระไนอีกครั้ง ได้เพชรที่น้ำงาม ลูคัสกับมาร์คได้ไปลองติดต่อหลายสถานที่มีคนให้ราคาถึง 700 ล้านเหรียญ!


    "นี่คือ สิ่งที่ทรงค่าเหลือเกินที่บริษัทแอลอาร์ได้ดั่งใจของเราต้องการนำเสนอใน ร้านค่าควรเมืองแห่งนี้ นี่คือ 'หยดหยาดแห่งวูท้อท' เพชรชิ้นนี้ คุณราล์ฟเจ้าของบริษัทของเราได้ให้ช่างเจียระไนที่ดีที่สุดเจียระไนออกมา

    ร้านค่าควรเมืองของเรากล้าท้าให้ท่านที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาชมใกล้ๆ ได้ครับ ว่าหยดหยาดแห่งวูท้อทชิ้นนี้น้ำงามและเลอค่าจริงอย่างที่ผมบอกหรือไม่"


    ลูคัสบรรยาย แถมบอกให้คนออกมาดูได้

    สาวงามวางถาดนั้นลงบนแท่นด้านหน้าเวที เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนด้านหลังสองข้าง ที่จริงทำเป็นพิธีไปอย่างนั้น เพราะนอกจากราล์ฟเองที่เป็นเหนือมนุษย์แล้ว ที่มุมห้องเขายังมีเควินร่างแยกของเขาที่ใส่หน้ากากพรางหน้าไว้ยืนสอดส่ายสายตามองไปทั่วตลอดทั้งงาน


    มีผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอัญมณีและเพชรพลอยหลายคนที่มาร่วมงาน เมื่อได้เดินมาดูใกล้ๆ แล้ว ทุกคนต่างหันมาคุยกันด้วยใบหน้าและแววตาชื่นชม ต่างหันมาผงกหัวให้ลูคัสและราล์ฟ


    "ครับ เราขอเริ่มต้นที่ ราคา 700 ล้านเหรียญ! ยกป้ายครั้งละ 5 ล้านเหรียญครับ! "


    "อู้ว! "

    เสียงอุทานดังมาอึงมี่ ผู้ชมต่างตื่นตกใจกับราคาเปิดที่แสนแพงของมัน


    แต่ชายชราผู้มาร่วมงานคนหนึ่งที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องอัญมณีบ่นพึมพำ

    "ตกใจอะไรกัน เพชรที่น้ำงามขนาดนี้ 199 กะรัต ควรเปิดมากกว่าราคานี้ด้วยซ้ำ! "


    หญิงสาวสวยด้านหน้าคนหนึ่ง ยกป้าย ลูคัสเอ่ย

    "คุณเอริก้า จากเพอริเนอเช่ ให้ 705 ล้านครับ! "


    เอริก้าเหลือบตามองไปที่ราล์ฟยิ้มๆ เด็กหนุ่มเหลือบมองลิซ หญิงสาวเชิดคางหันไปทางอื่นทำไม่สนใจ เขาแอบเอามือลูบขาเธอหัวหน้ากองสาวหยิกมือเขา


    จากนั้น

    "คุณเฮนดริกซ์ 710 ล้าน! "


    "คุณบริแอนนา 715 ล้าน! "


    "750 ล้าน! "

    เสียงตะโกนจากชายชื่อชาร์ลอตที่ดูราวผู้ดีมาจากตระกูลชั้นสูง


    "คุณชาร์ลอตให้ 750 ล้าน! "

    ลูคัส ประกาศย้ำ แล้วหลังจากนั้นก็มีการสู้ราคาประมูลกันขึ้นไปเรื่อยๆ


    "ราล์ฟไปได้เพชรนี้มาจากไหนคะ แล้วให้ใครเจียระไนให้เหรอคะ"

    ลิซถามขึ้นมา เด็กหนุ่มย่อมคิดคำตอบไว้แล้ว


    "ผมได้จากต่างดวงดาวครับ แล้วก็ให้ช่างดาวนั้นเจียระไนให้นั่นแหล่ะ ที่จริงมีของลิซด้วย แหะๆ แต่ผมอุบไว้"

    เขายิ้มให้อย่างเขินๆ หญิงสาวอยากจะจูบแฟนของเธอแต่คนรอบข้างมากมาย จึงได้แต่บีบมือเขาสายตาส่งประกายความรักออกมา


    การประมูลเพชรเม็ดนี้ สู้กันไปจนเลยหนึ่งพันล้านไปแล้ว เหลือแต่ชายชื่อชาร์ลอต และหญิงสาวสวยเอริก้า แล้วก็ไปจบที่ชัยชนะของเอริก้าที่ประมูลไปในราคา 1,320 ล้านเหรียญ!

    ราล์ฟก็ทึ่งในใจเขาคิดว่าตนเองก็คือคนมีเงินมหาศาลคนหนึ่งในประเทศนี้แล้ว แต่ไม่มีทางกล้าประมูลซื้อของระดับพันล้านแบบชายหญิงสองคนนี้แน่ นี่คือ คนชนชั้นมหาเศรษฐีตัวจริง!


    "ในที่สุดเราก็มาถึงรายการสุดท้ายนะครับ ที่หลายท่านทราบแต่เพียงว่า เป็นของพิเศษระดับชิ้นเดียวในโลก เราจะปิดฉากค่ำคืนอันน่าตื่นเต้นนี้ด้วย สิ่งนี้ครับ"

    เสียงลูคัสกล่าว


    จากนั้นไฟก็หรี่ลง สาวสวยคนเดิมถือถาดออกมาแต่กลับมีผ้าคลุมของบนถาดนั้นอยู่ เธอนำมันมาวางบนแท่นที่อยู่ตรงกลางเวที


    "จากที่ทุกท่านทราบว่า บริษัทแอลอาร์ได้ดั่งใจของเรา ไม่เพียงสร้างสินค้าที่อัศจรรย์เหลือเชื่อ นำเสนอสู่ท้องตลาดแก่คนทั่วไป แต่เรายังเป็นผู้ที่สนับสนุนอาวุธที่มีประสิทธิภาพให้องค์กรต่างๆ ที่ดูแลประเทศวาซีเลียของเรานี้

    และนี่คือสิ่งหนึ่งที่เป็นความภาคภูมิใจที่ออกมาจากแล็บ ทดลอง วิจัยของบริษัทเรา มีเพียงชิ้นเดียวในโลก นำมาประมูลในร้านค่าควรเมือง ในโอกาสเปิดตัวครั้งแรกในวันนี้ครับ"


    ลิซเหลือบมองหน้าแฟนของเธอแล้วส่ายหัว นี่ไปมีแล็บทดลองวิจัยที่ไหนอีก สาวสวยบนเวทีเปิดผ้าคลุมสิ่งที่อยู่บนถาด ลูคัสกล่าว


    "ผมขอนำเสนอความภาคภูมิใจของเรา นี่คือ 'ขวานเยือกแข็ง' ที่มีชิ้นเดียวในโลก ครับ"


    ผ้าเปิดออกเห็นเป็นขวานขนาดไม่ใหญ่ ขาวประมาณ 40 เซนติเมตร เมื่อกระทบแสงไฟขวานที่มีด้ามสีขาวนวล ตรงคมและโลหะกลับไม่ได้เป็นเหล็กแต่มีสีใสเป็นประกายราวกับทำจากแก้วดูสะท้อนแสงไปมา เหมือนเอาไว้โชว์มากกว่าเป็นอาวุธพิเศษอะไร


    เมื่อทุกคนเห็นต่างสงสัย และผิดหวัง ทำไมสิ่งสุดท้ายที่ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดของงานกลับเป็นเหมือนของที่ไว้ในตู้โชว์เท่านั้นแบบนี้ แต่ลูคัสยังคงยิ้มแล้วกล่าว


    "ทุกท่านคงสงสัยใช่ไหมครับ ว่า นี่ก็แค่ขวานธรรมดาๆ เอง ไม่เห็นมีอะไรที่วิเศษ"


    ตอนนี้เอง เจ้าหน้าที่ของงาน เข็นตุ๊กตาฟางขนาดเท่าคนจริงออกมา ข้างล่างเวที ชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาที่เป่าเครื่องดนตรีก่อนหน้านี้เดินออกมา บรรยากาศเงียบสงบทุกคนต่างรอดูว่าขวานเยือกแข็งนี้มีความพิเศษอะไร

    ที่จริงแล้วชายหนุ่มคนนี้คือหนึ่งในเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เป็นนักสู้ระดับ 3 มีทักษะการใช้อาวุธอยู่บ้าง เขาหยิบขวานขึ้นมาชูให้ทุกคนเห็น ความแวววาวของขวานสะท้อนแสงไปมาราวกับเป็นอาวุธวิเศษ

    ชายหนุ่มเขวี้ยงขวานเยือกแข็งไปปักที่ หัวหุ่นฟาง ทันใดนั้นเอง


    "ฉึก! "

    ขวานเฉาะปักไปที่หุ่นฟาง จากนั้นหุ่นฟางตัวนี้กลับโดนกระแสความเย็นจากขวานกลายเป็นน้ำแข็ง


    "ครึก ครึก! "

    ความเย็นก็ลามไปทั้งตัวหุ่นฟางทั้งตัวกลายเป็นน้ำแข็ง แล้วหุ่นทั้งตัวก็ค่อยๆ ร่างปริแตกเป็นก้อนน้ำแข็งร่วงหล่นตกลงพื้น


    "อา!"

    ผู้ชมทั้งหมดอ้าปากค้าง


    ผู้การลอว์ฟากับจาค็อบมองหน้ากัน หัวหน้าระดับสูงของกองกำลังต่างๆ ต่างเดินมาดูหุ่นฟางที่ล้มลงแตกเป็นน้ำแข็งในตอนนี้

    ชายที่สาธิตประสิทธิภาพของขวานเยือกแข็ง เดินมาหยิบขวาน ทุกคนต่างผงะถอยออกไป ขวานนี้น่ากลัวเกินไป ชายหนุ่มนักสู้ระดับ 3 หันหน้าเข้าหาเวทีเขวี้ยงขวานปักใส่กลางแท่นที่กลางเวที


    "ฉึก! ครึก ครึก! "

    ผลลัพธ์เหมือนกันกับหุ่นฟางแท่นนี้กลายเป็นน้ำแข็งลามกระจายไปทั้งชิ้นแตกพังลงเป็นก้อนน้ำแข็งที่พื้น คนฮือฮากันอีกครั้ง


    "นี่มัน .. มัน ราวกับเป็น อาวุธสวรรค์! "

    เสียงนักสู้คนหนึ่งที่มาร่วมงาน อุทานอย่างตกใจ ทุกคนก็เห็นพ้องต้องกัน ลิซยืนมองอย่างอึ้งอยู่ข้างเด็กหนุ่ม


    "ครับ ขวานเยือกแข็ง ร้านค่าควรเมืองเรานำออกมาประมูลขายหาผู้ที่เหมาะสมมารับไปเป็นเจ้าของ ขอเริ่มต้นที่ ราคา 100 ล้านเหรียญ! ยกป้ายครั้งละ 1 ล้านเหรียญครับ! "


    อาวุธราคา 100 ล้านเหรียญ นี่ดูเกินจริงไปมาก แต่คนในงานที่เห็นประสิทธิภาพพลังของขวานนี้กลับรู้สึกว่าไม่ได้แพงเกินไปเลย การประมูลสินค้าชิ้นสุดท้าย ขวานเยือกแข็งเป็นไปอย่างดุเดือด กองกำลังนูคารัตที่มีทุนน้อยกว่าเลิกราไปก่อน เหลือกองทัพวาซีเลียที่รองผู้บังคับการที่มานั้นได้รับสายจากผู้บังบัญชาการที่ดูทางออนไลน์


    แต่ที่สุดแล้วกองทัพวาซีเลียก็ต้องพ่ายแพ้การประมูลให้แก่ชายผู้มีทุนหนาคนหนึ่ง เขาคือ มอร์ตัน เป็นถึงอดีตผู้ว่าการรัฐโชสต์ ชอบสะสมอาวุธโบราณมานานแล้ว ตอนนี้เมื่อเจออาวุธที่เขาคาดเดาได้ว่าน่าจะเป็นการสรรค์สร้างโดยนักสู้ที่อาจจะเป็นถึงระดับเหนือมนุษย์ เขาจึงไม่ยอมที่จะพลาดจากการได้มาครอบครอง


    แล้วอาวุธ ขวานเยือกแข็งก็ถูกประมูลไปโดยมอร์ตันที่ราคา 520 ล้านเหรียญ!


    บอดี้การ์ดของมอร์ตัน เดินตามเจ้าหน้าที่ของงานเข้าไปทำการซื้อขายที่โซนที่จัดไว้ในร้านค่าควรเมือง ขวานเยือกแข็งมูลค่ามากกว่าห้าร้อยล้านเหรียญถูกนำไปใส่ปลอกหนังที่สวยงาม บรรจุลงกล่องสีดำที่ดูมีค่าอีกครั้งหนึ่ง


    เวลานั้นคนกลุ่มหนึ่งมาใกล้ กล่าวกับราล์ฟ

    "คุณสร้างมัน โดยใช้พลังของคุณใช่ไหม"


    เป็นเสียงของท่านเอ็ดมันด์ ชายเหนือมนุษย์เดินมายืนอยู่ข้างหลังผู้การลอว์ฟา กับจาค็อบ ท่านเอ็ดมันด์ยังคงทำตัวไม่ให้เป็นที่สนใจ


    "ครับท่าน ผมค่อนข้างใช้เวลากับมันนานเลยครับ"

    ราล์ฟกล่าวอย่างนอบน้อม



    "ยอดเยี่ยมมาก สามารถผนึกพลังน้ำแข็งใส่วัตถุจนเป็นอาวุธพิเศษได้ ประเทศเราโชคดีมากที่มีเหนือมนุษย์ระดับอย่างคุณ ราล์ฟ! "

    ท่านเอ็ดมันด์เอ่ยชมอย่างจริงใจ ผู้การลอว์ฟากับจาค็อบก็มีสายตานิยมยกย่อง ราล์ฟคือความหวังของประเทศ ของมนุษยชาติจริงๆ และกับองค์กรของเขาเด็กหนุ่มก็ให้ความสำคัญเสมอ



    ราล์ฟกล่าว

    "ผมให้ .. ทีมงานพัฒนาอาวุธหลายอย่างครับ เมื่อสำเร็จแล้ว จะนำเสนอเพื่อใช้ในกำแพงครามของเราก่อนเลยครับ"



    ผู้นำจากกำแพงครามทั้งหมดยิ้มอย่างชื่นชม ราล์ฟนั้นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถหาเงินได้มากมายมหาศาลโดยไม่ต้องขายให้กับกองกำลังของพวกเขาก็ได้ พวกเขารู้ว่าเด็กหนุ่มต้องการสนับสนุนองค์กรของตัวเองก่อนอย่างแท้จริง คุยกันอีกไม่กี่ประโยคทั้งหมดก็ยิ้ม ผงกหัวทักทายลิซ แล้วแยกตัวกลับไป



    "ราล์ฟคะผู้ชายคนนี้ ที่มาคุยกับราล์ฟเขาเป็นใครเหรอคะ"

    ลิซสังเกตว่าชายคนนี้ดูจะมีฐานะสูงกว่าผู้บังคับการกำแพงครามเสียอีก และดูแฟนของเธอก็เหมือนแสดงความเคารพนบนอบมากกว่าคนอื่น



    "เขาคือคนที่ผมเคยเล่าให้ฟังตอนจับอีวานไงครับ เหนือมนุษย์ของกองกำลังของเรา ท่านเอ็ดมันด์"

    หัวหน้ากองสาวเกือบอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้รู้



    นี่คือตำนาน เหนือมนุษย์ผู้เข้มแข็งที่สุดของกองกำลังพิเศษกำแพงคราม ตัวตนในระดับพลังที่มีไม่กี่คนในโลกนี้ ท่านอุตส่าห์มาเยี่ยมเยียนถึงที่นี่



    ทุกคนที่มางานนี้ แทบทั้งหมดไม่ใช่คนฐานะธรรมดาทั่วไป หากไม่ใช่คนใหญ่โตในประเทศวาซีเลีย บางคนก็เป็นนักธุรกิจที่ชอบสะสม พวกเขาร่ำรวยเป็นเศรษฐีพันล้าน หมื่นล้าน บางคนราล์ฟก็ดูออกว่าเป็นถึงนักสู้ระดับ 9



    เด็กหนุ่มเจ้าของบริษัท กับลิซแฟนสาวสวยของเขา จึงมายืนส่งทุกคนกลับที่บริเวณทางออก ทั้งคู่ที่หล่อเหลา สวยงามราวกับคู่ที่สวรรค์บรรจงสร้าง คนมากมายมองด้วยความอิจฉา


    เป็นอีกครั้งที่สื่อมวลชนได้เข้ามาถ่ายรูปเขา และได้สัมภาษณ์แขกมีระดับทั้งหลายที่มาในงาน


    ❝❝❝


    หลังจากงานประมูล ร้านค่าควรเมือง ก็ดังกระหึ่มไปทั่วประเทศวาซีเลีย

    ทั้งเรื่องความอัศจรรย์ของสินค้าที่นำมาประมูล มูลค่าของที่ประมูลยอดรวมมากกว่าสามพันล้านเหรียญ

    ชื่อเสียงของราล์ฟ มิททริลคอส แพร่กระจายไปทั่ว


    "แอลอาร์ได้ดั่งใจ เปิดร้าน 'ค่าควรเมือง' ประมูลสินค้าฟาดรายได้มากกว่าสามพันล้านเหรียญ! "


    "เปิดประวัติ ราล์ฟ มิททริลคอส เด็กหนุ่มอัศจรรย์แห่งรัฐโอค่อน บอสใหญ่แอลอาร์! "


    "ขวานเยือกแข็ง! ในงานประมูล ความน่าสะพรึงของอาวุธเหนือมนุษย์"


    "เพชรน้ำงามที่สุดเท่าที่เคยมีมา 199 กะรัต! นาม'หยดหยาดแห่งวูท้อท' "


    "นิตยสารการเงินวาซีเลีย ให้ราล์ฟแห่งโอค่อนคือผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดแห่งปี! "


    ข่าวประโคมโหมเกี่ยวกับงานประมูลของร้านค่าควรเมือง ในสื่อต่างๆ ทางโทรทัศน์และออนไลน์มากมาย เจาะลึกชีวิตของราล์ฟ

    มีไปถึงคอลัมน์ซุบซิบเรื่องความรักของเขากับลิซว่าเป็นมาอย่างไร ตอนนี้เด็กหนุ่มเป็นเซเลบริตี้โด่งดังเป็นที่จับตามองที่สุดของประเทศนี้เลยก็ว่าได้


    คาร์ลตัน วาเนสซ่า แรนดี้และพนักงานอีกหลายคน ต้องพักงานของตัวเองมาช่วยโซเฟียกับลูคัส

    ร้านค่าควรเมืองตอนนี้ มีสินค้าวางโชว์อยู่มากมาย ราล์ฟสะสมมาหลายเดือนนับร้อยชิ้น บางอย่างเขาซื้อมาเพียงห้าร้อยเหรียญแต่ระบบแผ่นป้ายแจ้งราคาบอกมูลค่าถึงสองแสนเหรียญเขาก็ขายตามนั้น

    มีคนมาเข้าแถวยาวเพื่อเข้าชมสินค้า แต่การจะซื้อได้ต้องเข้าไปลงชื่อในเว็บไซต์ของร้านแล้วทุกวันจะมีการสุ่มขายให้คนที่ต้องการวันละหนึ่งชิ้น

    ที่ทำอย่างนี้เหตุเพราะหากขายออกไปครั้งเดียวร้านจะไม่มีสินค้าเหลือพอที่จะโชว์เลย


    ลูคัส วาเนสซ่า และแรนดี้ตอนนี้ต้องคอยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนมากมายเรื่องความอัศจรรย์ เหลือเชื่อต่างๆ เกี่ยวกับสินค้าของร้าน และตอบคำถามเรื่องชีวิตของบอสของพวกเขา


    ❝❝❝


    ราล์ฟตอนนี้ไม่ได้ไปเรียนแล้ว รอการเจรจาของลิซกับทางโรงเรียนแพนซัสว่าจะเป็นอย่างไร หากไม่อนุมัติให้เขาไปสอบเฉยๆ เด็กหนุ่มก็จะไปเรียนหลักสูตรของสถาบันอื่นที่มีการให้ไปเรียนออนไลน์ได้และแค่ไปสอบเท่านั้น


    ในคอนโดของราล์ฟ หัวหน้ากองสาวต้องพักงานชั่วคราวเพราะจากการเปิดตัวของเธอที่ควงกับเด็กหนุ่มในงาน ทำให้มีสายเข้า ข้อความแชทในเครื่องมือสื่อสารไม่หยุด


    ข้อความจากพ่อของลิซ สมาชิกสภาวาซีเลีย

    /คิดดีแล้วหรือลูก ที่ควงกับเด็กหนุ่มขนาดนั้น

    /พ่อคะ ราล์ฟยังไม่ยี่สิบก็จริง แต่เขาคือเจ้าของบริษัทหลายพันล้าน และรองผู้บังคับการพิเศษของกำแพงครามนะคะพ่อก็รู้

    ลิซแย้งพ่อ

    /พ่อเป็นห่วงหนูสิลูก เขายิ่งเป็นระดับนั้นก็ต้องรับผิดชอบเยอะนะลูก ลูกอาจต้องเจอเรื่องหนักๆ

    จากตอนแรกบอกว่าราล์ฟเป็นเด็กหนุ่มคราวนี้บอกว่าเป็นระดับที่ต้องรับผิดชอบเยอะ หญิงสาวมึนงงกับการเจรจากับพ่อของเธอ


    จากนั้นเหมือนแม่ของลิซรับไม้ต่อโทรเข้ามาหา บ่นเรื่องที่ป้ามาฟ้องกับแม่ว่าเจเรมี่ไปเจอเธอกับแฟนเด็กหนุ่มซื้อรถหรูให้กัน ลิซนึกว่าแม่จะต่อว่าเรื่องความเหมาะสมหรือเข้าข้างเจเรมี่ กลับกลายเป็นว่าแม่ของหัวหน้ากองสาวถามราคารถว่าราคาเท่าไหร่ เมื่อรู้ว่าราคาเกือบร้อยล้านเหรียญ แม่ของลิซก็ตกใจแล้วชมว่า ราล์ฟคงจะรักหลงลูกสาวของเธอมากจริงๆ ไม่นานก็วางสายไป


    ตอนนี้เด็กหนุ่มนอนแช่ในอ่างน้ำร้อนกกกอดร่างสวยสมส่วนของลิซแฟนสาวอยู่ในอ่างน้ำใหญ่ เขาหัวเราะกับเรื่องที่พ่อและแม่ของเธอติดต่อมา

    ราล์ฟเล่าให้หญิงสาวฟังว่า เพื่อนของเขาหลายคนเห็นคลิปที่ทั้งสองควงกันออกงานก็ทั้งโทร ทั้งแชทมาประณามว่าเขาคือผู้ชายที่ชั่วร้ายใช้หน้าตา เงินทอง และความเก่งกาจล่อลวงคุณครูที่เป็นนางฟ้าของคนทั้งโรงเรียนแพนซัส ครูที่พวกนั้นหลงใหลเอาไปเป็นของตัวเองคนเดียว ลิซฟังแล้วก็ยิ้มขวยเขิน


    ทั้งคู่อยู่ในอ่างน้ำสักพัก เขาก็จับร่างเธอหันเข้า เชื่อมต่อเดินกระแสพลังดวงดาวในร่างของหญิงสาว จากนั้นจูบทำรักกันได้สองครั้งลิซก็ไม่ไหวอีกต่อไปนอนซบไปกับอ้อมอกเขา


    "ลิซครับผมมาคิดเรื่องการพัฒนาทีมของคุณ จะเป็นอย่างไรถ้าผมจะพาพวกเขาไปฝึกที่ดวงดาวอื่นด้วยกัน"

    ราล์ฟเริ่มประเด็นที่ตัวเองคิดไว้ก่อนหน้า ทั้งเป็นการทำภารกิจ ช่วยแฟนสาวบรรลุความตั้งใจของเธอ และสุดท้ายหากทีมแข็งแกร่งก็จะเป็นเรี่ยวแรงกำลังสำหรับการต่อสู้กับศัตรูที่รุกรานต่างๆ


    หญิงสาวหันมามองเขาอย่างแปลกใจ

    "แล้วราล์ฟ ไม่กลัวความลับเรื่องต่างๆ จะถูกเปิดเผยหรือคะ"


    "ก่อนหน้านี้อาจจะกังวลครับ แต่ตอนนี้ผมมีพลังและเทคนิคอุปกรณ์หลายอย่าง ที่ไม่คิดว่าจะต้องกลัวว่าใครจะสร้างปัญหาให้ได้แล้วครับ"

    ลิซคิดตาม จริงสินะแฟนของเธอนอกจากจะแข็งแกร่งกว่าทุกคนที่เธอรู้จักแล้ว เขายังมีของเล่นมากมายที่น่าอัศจรรย์มาก เรื่องที่จนปัญญาจะแก้ไขนั้นแทบไม่มีเลย


    หัวหน้ากองสาวยินดีมาก ยิ้มหวาน

    "ดีมากเลยค่ะ ที่รักขา ขอบคุณมากเลยนะคะ ราล์ฟมองไว้ว่าต้องกี่คนคะ เดี๋ยวฉันจะเลือกคนมา"


    เขามาคิดดูแล้วการให้มีคนมากขึ้นก็จะช่วยพัฒนาทีมขึ้นไม่แน่ว่า นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนากำลังของมนุษยชาติที่เอาไว้ป้องกันดวงดาวของตัวเองจากดวงดาวที่เข้มแข็งมากมายรอบจักรวาลที่ไม่รู้ว่าวันหนึ่งจะมาตรวจพบโลกเมื่อไหร่ โดยใช้ความสามารถอุปกรณ์สิ่งวิเศษของระบบมนุษย์สามารถพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด


    "ประมาณ 8-10 คนก็ได้นะครับ พลังที่ระดับ 6 และ 5 คนที่มีทัศนคติไม่ค่อยดีเท่าไหร่เราก็ไม่ต้องให้เข้ามาครับ"

    ราล์ฟคิดถึงมาร์ตินที่ไม่ชอบเขาเพราะเรื่องลิซ


    "ได้เลยค่ะ เดี๋ยวฉันจะรวบรวมคนมา ขอบคุณมากนะคะ ราล์ฟขา"

    ลิซดีใจที่เด็กหนุ่มก็จะช่วยพัฒนาความสามารถให้กองรัฐโอค่อนของเธอ


    หากมีเขาคอยหนุนหลังแล้วการไปฝึกต่างดวงดาวก็ไม่ได้อันตรายอีกต่อไปและจะพัฒนาทักษะ ประสบการณ์การต่อสู้ของแต่ละคนไปได้อย่างมหาศาล


    เห็นแฟนสาวดีใจเขาก็อิ่มในหัวใจ พะเน้าพะนอกันหวานชื่นในอ่างอาบน้ำนั้น


    ---------------------