89.ลายไทยบุกป้อมทมิฬ
ณ ป้อมทมิฬ มีคนกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้น ที่ทางเข้าป้อม ทุกคนที่มาล้วนสวมเสื้อ ลายกระหนก“ที่นี้เหรอลูกพี่ ป้อมชั้นต่ำที่ว่า” หนุ่มผมยาวถามออกมา“แน่นอน เรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากเบื้องบนแล้ว ว่ามันเป็นเพียงแค่ป้อมระดับสองเท่านั้น”ชายร่างใหญ่หนวดเคราสีดำยาวรุงรัง หน้าตาเหี้ยมหาญ ตอบคำถามของหนุ่มผมยาว“แต่ผมว่ามันดูแปลกๆนะหัวหน้า มันดูอึมครึม มืดๆยังไงไม่รู้ มันไม่เหมือนป้อมอื่นๆที่เราเคยทำลายมาเลย”หนุ่มน้อยพูด ทั้งคู่เป็นหัวหน้าทีมทะลวงฟันของป้อมลายไทย เพราะฝีมือการต่อสู้ที่เก่งกาจของทั้งคู่ ทำให้ได้รับตำแหน่งหัวหอกคู่ ที่ทำหน้าที่บุกทะลวงทำลายค่าย หรือป้อมของศัตรูมานักต่อนักแล้ว เด็กหนุ่มได้รับฉายาว่า แทน เพชฌฆาตหน้าหวานเขาจับคู่กับ ตาลุงคนหนึ่งที่มีฉายาว่า เพชฌฆาตหนวดดำ ด้วยมันเป็นคนที่มีฝีมือที่สุดและมีความคิดความอ่านที่เฉลียวฉลาด จึงได้รับตำแหน่งผู้นำของกลุ่มไป ในหน่วยของมันมีราวๆ 60 คน แต่ละคนต่างผ่านการรบ เสี่ยงเป็นตายมาแล้วหลายครั้งหลายครา“คิดมากน่า ป้อมมันก็มีหลายแบบ นี้อาจจะเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่เรายังไม่เคยเห็นก็ได้ ว่าแต่ ติดต่อพวกที่แทรกซึมเข้าไปได้บ้างหรือเปล่า” หนวดดำถามออกมา“ไม่เลยหัวหน้า เราติดต่อพวกมันไม่ได้เลยครับ”หนุ่มผมยาวตอบ“บ้าจริง!พวกมันไปตายที่ไหนกันหมด ไม่ได้เรื่อง ให้ทำงานง่ายๆแค่นี้ยังทำไม่ได้พวกไร้ประโยชน์!!”มันสบถลั่นออกมาอย่างหัวเสีย ตอนนี้ พวกนั้นทำงานไม่สำเร็จ ความเสียงของพวกมันก็เพิ่มมากขึ้น ทำให้มันต้องฝืนบุกเข้าไปอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ จะไม่ให้มันหัวเสียได้อย่าไร“หรือพวกมันจะตายกันหมดแล้วครับหัวหน้า”ลูกน้องคนหนึ่งของมันพูดขึ้น“ไร้ประโยชน์ เห่อ! พวกแก และก็ แก เข้าไปดูลาดเลาก่อน” มันหันไปสั่งลูกน้องด้านหลัง 2-3 คนให้นำหน้าเข้าไปก่อน ด้านหน้าของพวกมันเป็นถนนคอนกรีตทอดยาวเข้าไปในม่านหมอกหนาทึบ มองไม่เห็นด้านในแม้เพียงนิด ถึงตอนนี้ จะยังไม่ถึงเวลาพลบค่ำ แต่บรรยากาศเบื้องหน้าสลัวมืดมัวจนมองอะไรไม่ชัดเจนเลย“บรรยากาศแบบนี้ไม่ดีเลยหัวหน้า ข้าไม่เห็นทางเลยว่าพวกเราจะบุกเข้าไปยังไง”“ลองให้พวกมันเข้าไปดูก่อน เราตัดสินใจอะไรตอนนี้ไม่ได้ หมอกนี้อาจจะเป็นเพียงหมอกธรรมดาก็ได้”หนวดดำพูด ไม่ว่าจะมีอะไรอยู่ด้านหน้ามันก็ต้องพิสูจน์ให้แน่ใจก่อนแล้วค่อยตัดสินใจอีกที มันไม่เคยใช้การคาดเดาเอาเพื่อการตัดสินใจเลยซักครั้ง ไม่ว่าครั้งไหน จะเจออะไร มันก็ต้องพิสูจน์ให้รู้ก่อนเสมอ และครั้งนี้ก็เหมือนกัน หากหมอกด้านหน้านี้มันเป็นอุปศักดิ์จริงๆมันก็ต้องถอยก่อน มันจะไม่ทำอะไรที่มันไม่หมั่นใจว่าจะสำเร็จด้านในหมอก “อ่า!!หมอกนี้มันเย็นชะมัด ข้าขนลุกไปหมดแล้ว”หนึ่งใน 3 คนเปรยขึ้น มันทั้งสามถูกสั่งให้เข้ามาดูลาดเลาก่อน “พูดมากนาน รีบๆไป แค่เข้ามาดู ดูๆแล้วก็รีบกลับออกไป รีบทำรีบเสร็จ”เพื่อนของมันพูดขึ้น “เออรู้แล้วข้าก็แค่รู้สึกไม่ดีก็เท่านั้น ไม่น่ามายืนอยู่ด้านหน้าเลย ถูกใช้มาเป็นหนูลองยาจนได้”มันบ่นขึ้นเบาๆ เพื่อทั้งสองของมันก็เดินตามมาด้านหลังไม่หาง เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากเพื่อน “นี้แกว่าไหม หัวหน้าเราคิดมากไปแล้ว หมอกนี้ไม่เห็นจะมีอะไรเลย มันก็แค่หมอกธรรมดาเอง..” มันก็พูดขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ก็เงียบ... ไม่มีเสียอะไรตอบรับหรือคัดค้านออกมาจากเพื่อนของมันเลย ในที่สุดมันก็หยุดเดิน แล้วหันหลังกลับไปด้วยความฉงน“อ่าว!หายหัวกันไปไหนหมด เฮ้ย!พวกเอ็งรีบๆเดินหน่อย” มันร้องเรียกเสียงดังเมื่อไม่เห็นเพื่อนเดินตามมา ... แต่แล้วก็เงียบ ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมา“เฮ้ย! ทำไมเงียบวะ!” วูบ!!แซกๆๆ มีเงาอะไรบางอย่างเดินอยู่ด้านซ้ายไม่ไกลจากมันนัก ทำให้มันใจชื้นขึ้นมาบ้างเพราะนึกว่าเป็นเพื่อนของมัน แต่แล้วเงานั้นก็หายไปอีกครั้ง“ไม่ตลกนะโว้ย!” พวกเวร มันใช่เวลาเล่นไหม”มันร้องสบถ ด่าเพื่อนมันไปชุดใหญ่“เดินกลับก็ได้วะ....”ขนะกำลังจะก้าวเดินมันก็ต้องหยุดชงัก...”เชี้ย!!แล้วทางไหนทางกลับ วะ หมอกเต็มไปหมดแบบนี้..” ตอนนี้มันหลงอยู่ในหมอกเสียแล้ว ไม่รู้ว่าทางออกไปทางไหน“โว้ย!!มีใครได้ยินไหม ตอบกูหน่อยโว้ย!...”มันแหกปากร้องเรียกเพื่อนอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีเสียงอะไรหรือใครร้องตอบมันมา มันได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่กล้าเดินไปไหนทั้งสิ้นเพราะกลัวว่าจะหลงไปไกล ได้แต่ยืนร้องเรียกให้สัญญาณเสียงบอกตำแหน่งของมันให้เพื่อนรู้เท่านั้น“โว้ย!ข้าอยู่ตรงนี้โว้ย!...ไอ้พวกนี้มันแกล้งเราหรือเปล่าวะ จำได้ว่าเดินเข้ามาแค่นิดเดียวเอง ไม่ได้เดินไปลึกมาก ทำไมเหมือนกับว่าไม่มีใครได้ยินเรารองวะ...ไอ้พวกเวรนี้ เล่นอะไรของมันกัน”มันสบถด่าเพื่อนของมันไม่ขาดปาก เพราะในใจคิดว่าถูกแกล้งแน่ๆ แต่มันหารู้ไม่ว่า เพื่อนของมันเองก็ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับมันไม่ผิดเพี้ยน บนกำแพงป้อม อาจารย์ดำกับอาจารย์เขียวสองคู่หูหมอผี ยืนมองดูเหตุการณ์อย่าสบายใจ“เขียว รอบนี้มี 3 โว้ย! กระสือข้าน่าจะอิ่มไปหลายวัน”อาจารย์ดำพูด“เหอะ!เอ็งนี้มัน ถนัดนักวิชาชั่วๆแบบนี้ ระวังมันจะกินหัวเอ็งเข้าซักวัน”อาจารย์เขียวสบถ“อ๋อ..เหรอ..กระหังของเอ็งที่แดกพวกนั้นไปคราวก่อนไม่ใช่วิชาชั่วๆเหรอ มือถือสากปากถือศีลจริงๆนะเอ็ง”อาจารย์ดำ ด่ากลับอย่ารู้ทัน“เหอะ! ของข้าดีกว่าของเอ็งเยอะดูแค่ตัวก็เห็นๆกันอยู่ไม่พิกลพิการเหมือนกระสือเอ็งหรอก มีแต่หัวกับใส้”อาจารย์เขียวเถียง“พูดแบบนี้ ยากมีเรื่องเหรอวะ!ไอ้เขียว”อาจารย์ดำขึ้นเสียง“มีเรื่องกับเอ็ง ฮ้าๆๆ เสียเวลาวะ ครั้งที่แล้ว กระสือเอ็งก็แพ้กระหังข้า ยังหน้าแหกไม่พอเหรอวะ”อาจารย์เขียว หัวเราะออกมาอย่างหยามๆ“โว้ย!ผีแพ้คนไม่แพ้โว้ย มาตัวๆกันเลยไหม”อาจารย์ดำท้า“หึ แพ้ก็คือแพ้ ข้าจะไปตีกับเองให้เสียมือทำไม แน่จริงก็ทำกระสือของเอ็งให้มันสู้กระหังของข้าให้ได้ค่อยมาคุยโว้ย ฮ้าๆๆ” ....... ทั้งคู่ยังเถียงกันอยู่อย่างนั้นไม่ได้สนใจผู้บุกรุกเลยแม้แต่น้อย ด้านนอกหมอก“ลูกพี่ พวกมันหายเข้าไปนานแล้วนะพี่..”หนุ่มผมยาวพูด“โทรไปหาพวกมัน”“โทรแล้วครับ ไม่ติด คล้ายๆกับว่าในนั้นไม่มีสัญญาณโทรศัพท์” หลังจากได้ยินคำตอบ หนวดดำก็ครุ่นคิดทันที“มันต้องมีอะไรแน่ๆ หมอกนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ หากจัดการกับมันไม่ได้ คงยากที่จะบุกเข้าไปได้”มันคิดก่อนจะยกมือถือขึ้นมา โทรหาผู้เป็นนายใหญ่ ชั่วอึดใจต่อมาผู้เป็นนายก็รับสาย“ว่าไงดำ บุกทำลายป้อมเสร็จแล้วหรือ”ปลายสายถามออกมา“ยังครับนาย ป้อมนี้มันไม่ธรรมดาเลย มันมีหมอกเต็มไปหมด คนของเราที่ผมส่งเข้าไปก่อน ติดต่อไม่ได้ และพวกมันก็ไม่กลับออกมา ถ้าจัดการกับหมอกนี้ไม่ได้มันก็เสี่ยงเกินไปที่จะบุกครับ และก็พวกที่เราส่งมาเป็นสายเมื่อ 2 วันที่แล้วก็ติดต่อไม่ได้ซักคนเลยครับ”มันรายงานทันที“งั้นเหรอ หมอกแค่นั้น เอ็งจัดการไม่ได้เหรอ”เสียงปลายสายตอบกลับมาอย่างไม่ใยดี“ไม่ใช่อย่างนั้นครับนาย....”มันยังพูดไม่ทันจบประโยค ปลายสายก็พูดขัดขึ้นมา“ฉันจะให้ เสือ อินไปจัดการ แกก็คอยฟังคำสั่งมันก็แล้วกัน”พูดจบสายก็ถูกตัดไป“นาย..นาย..โว้ย!” ปัก!มันปามือถือลงพื้นอย่างแรง“ไอ้ อิน...เวรเอ้ย!”มันร้องสบถอย่างหัวเสีย“มีอะไรเหรอครับลูกพี่”ลูกน้องคนสนิทถาม“นายให้ ไอ้ อิน มาคุมเรา..เวรเอ้ย!” มันตอบกระฟัดกระเฟียด ออกมา จะไม่ให้มันหัวเสียได้อย่างไร ครั้งก่อนเพราะไอ้อิน ทำให้คนของมันตายไปเกือบ 10 คน แต่มันก็ขัดอะไรไม่ได้ คนที่ทรยศ ป้อมลายไทย ไม่ได้ตายดีซักคน และที่สำคัญ ครอบครัว ลูกเมีย พ่อแม่ ของพวกมันล้วนแต่อาศัยอยู่ในป้อมทั้งนั้น หากพวกมัน ทรยศ หรือกระด้างกระเดื่อง ครอบครัวมันได้ถูกฆ่าทิ้งหมดแน่ๆ มันได้แต่กัดฟันทนถึงจะไม่พอใจแค่ไหนก็ตาม ไม่ว่าคำสั่งจะชั่วช้าเลวซามมากแค่ไหนก็ตาม พวกมันต้องทำเท่านั้น “แล้วเราจะทำยังไงดีลูกพี่... ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องบุกเข้าไป แต่จะให้บุกไปแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับคนตาบอดเลย..” ลูกน้องอีกคนพูด “เอ็งคิดว่าไง แทน มีไอเดียร์ดีๆไหม”หนวดดำหันไปถามคูหูของมันที่กำลังมองทอดสายตาเข้าไปในหมอกอย่างครุ่นคิด “ผมว่า เราอาจจะใช้ไฟ เปิดทางได้ ลองให้คนของเรา จุดไฟขึ้น ตามถนนนี้ไปเรื่อยๆเราจะได้มองเห็นทางดานหน้าได้” เมื่อฟังจบหนวดดำก็จัดแจงสั่งงานคนของมันทันที มันจะรอให้ ไอ้อินมาถึงไม่ได้ “เฮ้ย!พวกเอ็ง ไปเอาน้ำมันกับเชื้อไปมา สุมกองไฟ ไปตามถนนนั้นแหละ”มันสั่งคนของมันให้จุดไฟทันที เพียงไม่นาน กองไฟกองแล้วกองเล่าก็ถูกจุดขึ้น ในที่สุดมันก็เจอคนของมันที่ยืนแหกปากตะโกนอยู่กลางถนนอย่างไม่เหนือรู้ใต้คนหนึ่ง ส่วนอีกสองคน หายไปกับสายหมอกไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย กองไฟถูกจุดขึ้นเรียงต่อกัน ทอดยาวไปตามถนนจนถึงหน้าประตูป้อม“สุมไฟเข้าไปเรื่อยๆอย่าให้ไฟดับ”เสียงร้องตะโกนสั่งงานดังออกมาไม่ขาดสาย เพื่อเลี้ยงไฟไว้ไม่ให้มอดดับไปด้านบนของกำแพงป้อมตอนนี้ อาจารย์ดำ กับอาจารย์เขียวเลิกเถียงกันแล้ว ทั้งคู่จ้องมองดูกลุ่มคนด้านล่างที่กำลังก่อกองไฟทอดยาวมาตามถนนจนเข้ามาถึงหน้าป้อมได้สำเร็จ“พวกมันฉลาด”อาจารย์เขียวพูดเบาๆ“หึๆ ถึงพวกมันจะฉลาด แต่มันจะมืดแล้วโว้ย!ฮ้าๆๆๆ”อาจารย์ดำร้องออกมาพร้อมกับหัวเราะลั่น อาจารย์เขียว เพียงแค่ยิ้มเท่านั้นตอนนี้ เป็นยามโพล้เพล้ ดวงอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า บรรยากาศขมุกขมัวเป็นที่สุด แน่นอนว่ามืดเมื่อไร นั้นคือช่วงเวลาที่ป้อมนี้จะตื่นขึ้น ป้อมทมิฬ หรือป้อมผีสิง ชื่อนี้ไม่เกินจริงนักด้านล่างกำแพงป้อม หน้าประตูใหญ่“แปลกมากลูกพี่ เราบุกจนมาถึงหน้าประตูแล้วยังไม่มีใครออกมาทำอะไรซักนิด มีแค่ ศพ สองศพ ที่นอนตายอยู่ที่นี้ หรือที่นี้จะเป็นป้อมร้าง...”ลูกน้องคนหนึ่งของมันพูดขึ้น“เอาระเบิดมา ระเบิดประตูนี้ให้กระจุย”หนวดดำสั่ง คิ้วของมันยังขมวดแน่น ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่มันรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย ตั้งแต่บุกมาถึงที่นี้ และตอนนี้ดวงตะวันกำลังจะลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ความรู้สึกถึงอันตราย จนมันยากจะหลีกหนีไปจากตรงนี้ทะวีความรุนแรงมากขึ้น อึดใจต่อมา ระเบิดก็ถูกติดตั้งเข้ากับประตูสีดำสนิท เรียบร้อย“ฟังสัญญาณ ระเบิด”มันร้องตะโกนสั่ง ตูม!!!เสียงระเบิดแผดร้องกึกก้องกัมปนาท แรงอัดทำให้หมอก กระจายตัวออกไปกว่า 100 เมตร อึดใจต่อมา พวกมันก็ต้ออ้าปากคาง เพราะประตูสีดำสนิทยังคงอยู่เหมือนเดิม มีเพียงรอยคราบขาวๆของระเบิดติดอยู่ที่ผิวประตูเท่านั้น “บ้าน่า มันเป็นไปได้ยังไง...”หนวดดำพูดออกมาอย่างเหลือเชื่อแครก!!ก๊อกๆ เสียงบางอย่างดังขึ้น ทำให้สายตาทุกคนเบนไปหาต้นเสียทันที ครึกๆ ร่างโครงกระดูกที่กระเด็นออกจากประตูเพราะแรงระเบิด ขยับร่างของมันลุกขึ้นมานั่ง ท่ามกลางสายตาตกใจของทุกคน....