ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่129 ซีเผิงบาดเจ็บหนัก

    เวลาไหลผ่านไป6วัน อี้เฉินที่นั่งบำเพ็ญเพียรสะสมประสบการณ์อยู่ เขาเริ่มรู้สึกว่ามันช้าเกินไปหากไม่มีของล้ำค่าช่วยเสริม



    เขาลืมตาตื่นขึ้นมามองพวกซีเผิง ซีเยว่ เวินรั่วเจียง กงหนาน หริ่นหลัน

    ตอนนี้พวกเขาอยู่ในช่วงกระบวนการสำคัญในการชำระล้างการเปลี่ยนไขกระดูก



     ของเหลวสีดำปะปนออกมากับกระดูกจนหมด เหลือเพียงดูดซับสมุนไพร ระดับ จักรพรรดิเข้าไปหล่อเลี้ยงกายาทั้งหมด

    หากล้มเหลวพวกเขาจะต้องเสียเวลาไปเสียเปล่า ร่างของพวกเขาค่อยๆ เปล่งประกายผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ลงไป1-2ปี

    เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป1ชั่วยามก็สำเร็จการชำระล้างการเปลี่ยนไขกระดูก พวกเขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา
    หลายๆ คนเริ่มสำรวจกายาตัวเอง รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย



    สาวๆ ที่ลืมตาขึ้นมา เห็นเสื้อผ้าบางส่วนของนางถูกเผาไหม้ไปบางส่วนพวกนางถึงกับขมวดคิ้วมุ่น

    ก่อนที่คิดจะไปเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่ แต่ทันทีที่เห็นอี้เฉินมองมาที่พวกนางอย่างไม่วางตา



    พวกนางต่างเดือดดาล กงหนานเปล่งเสียงออกมาด้วยความไม่พอใจ "อี้เฉินเจ้าหันไปทางอื่นซะถ้ายังไม่อยากตาย เจ้าก็ด้วยซีเผิง"



    หริ่นหลันกับเวินรั่วเจียงที่เห็นอี้เฉินมองไม่วางตาขนาดกงหนานเตือนแล้วก็ยังไม่ละสายตา พวกนางพุ่งดิ่งไปหาอี้เฉินทันที



    อี้เฉินเตรียมจะเอ่ยพูดบางอย่าง "พวกเจ้าเป็น"



    ทันทีที่ หริ่นหลันกับเวินรั่วเจียงมาอยู่ต่อหน้าอี้เฉินพวกนางตบหัวอี้เฉินไปคนละทีสองที "แปะๆ"



    "พวกเจ้าทำบ้าอะไร ข้าแค่อยากรู้พวกเจ้าปลอดภัยหรือไม่"อี้เฉินพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้ออุตส่าห์ห่วงใยดันมาตบหัวข้าได้



    พวกนางที่เห็นหน้าตาของอี้เฉินตอนนี้ พวกนางเริ่มรู้สึกผิด แม้แต่ซีเผิงยังส่ายหัว



    "ข้าก็นึกว่าเจ้าแอบดูเรือนร่างของพวกเรา"



    อี้เฉินทำหน้าตาใส่ซื่อ "พวกเจ้าคิดว่าข้าเป็นคนแบบนั้นหรือ"



    พวกนางบางคนถึงกับหนังตากระตุกเล็กๆ พวกเขาอ่านทางอี้เฉินไม่ออกแม้แต่น้อย



    ซีเผิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "พวกเจ้ารีบไปเตรียมตัวเร็วเข้า พวกเราจะได้เดินทางไปสำรวจต่อ

    นี่ยังไม่ถึง1ใน3ที่พวกเราจะไปเลยด้วยซ้ำ เราเสียเวลาไปมากแล้ว"



       ไม่นานพวกเขาก็เริ่มออกเดินทางไปต่อ ทางด้านหน้าที่พวกเขาจะไปเต็มไปด้วย กรดกัดกร่อนบางอย่างอยู่เต็มพื้น

    ทำให้พวกเขาต้องใช้ปราณพลังห่อหุ้มกายาเพื่อเดินทางไปต่อในทิศทางข้างหน้า ทางที่พวกเขาผ่านไม่มีของล้ำค่าเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

    พวกเขาใช้เวลาเดินขึ้นด้านบนไปเรื่อยๆ จนรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติเหมือนลมภายในทางที่เดินถูกดึงเข้าดึงออก

    มีกลิ่นเหม็นสาบความตายออกมา ราวกับมีคนหายใจอย่างไรอย่างนั้น
    แม้แต่พวกเขายังใจสั่นสะท้านแต่ก็ไร้ทางเลือกมีเพียงแค่ต้องไปต่อเท่านั้นถอยกลับไม่ได้



      ซีเผิงเอ่ยเตือนก่อนจะยกมือเป็นสัญญาณ"พวกเจ้าระวังตัวกันด้วยปราณพลังของสัตว์อสูรตัวนี้เองก็ไม่ธรรมดา"

    มันหายใจแรงมากแม้แต่พวกเขายังรู้สึกถึงตัวตนมันได้ พวกเขาต่างพยักหน้าให้กัน หมายมั่นลดการปะทะกับศัตรู
    พวกเขา ลดเสียงฝีเท้าลงหมายเข้าไปตรวจดูศัตรูเป็นตัวอะไรกันแน่



      รอบบริเวณเต็มไปด้วยซากโครงกระดูกเหมือนสัตว์อสูรตัวนี้มันจะเจาะต้นไม้รอบๆ ออกไปหาอาหารรอบทิศ

    พลังของมันเยอะมากขนาดพวกเขายังไม่สามารถทำให้ต้นไม้สะเทือนได้ พวกเขาเดินลัดเลาะอยู่นานก่อนจะเห็นเส้นทางที่จะไปต่อรอบๆ

    เต็มไปด้วยซากศพ ไกลๆพวกเขาเห็นสัตว์อสูรนอนขวางทางเดินที่พวกเขาจะไปอยู่1ตัว



    พวกเขาที่เห็นสัตว์อสูรตัวนี้ก็ต้องเบิกตากว้างอ้าปากค้าง กับภาพที่เห็น มันคือสัตว์อสูรช้างบรรพกาล งาทั้ง2ข้างยาวจนน่ากลัว

    ที่น่าตกใจคือช่วงหัวมันเป็นช้างบรรพกาล แต่ลำตัวเป็นมนุษย์ ปราณพลังที่มันปลดปล่อยออกมาไม่ธรรมดา



      พวกเขาที่เห็นต่างหน้ามืดทะมึน ตอนแรกพวกเขาคิดอ้อมผ่านสัตว์อสูรไป แต่ดันมาเจอสัตว์อสูรนอนขวางทางเดินไปเสียได้
    พวกเขาไร้ทางเลือกต้องฆ่ามันไม่อย่างนั้นผ่านไปไม่ได้แน่ ซีเผิงชี้นิ้วสั่งการ ก่อนจะให้พวกเขายืนตำแหน่งที่พร้อมโจมตี

    สัตว์อสูรตัวนี้ปราณพลังไม่อ่อนแอหน้าจะอยู่ขั้นวีรชนระดับปลาย แต่หากประมาทพวกเขาได้บาดเจ็บหนักแน่

    พวกเขายังอยู่ขั้นวีรชนระดับกลางกันอยู่



    ก่อนที่ซีเผิงจะพยักหน้าเป็นสัญญาณ



    พวกเขาทั้ง6 ระเบิดปราณพลังออกมาอย่างบ้าคลั่งหมายจบการต่อสู้ให้ไวที่สุด ปราณพลังรอบบริเวณพุ่งสูงอย่างฉับพลันก่อนจะปล่อยการโจมตีออกไป ปราณพลังหลั่งไหลก่อรูป เปลวเพลิง หอก ดาบ กระบี่ น้ำแข็ง อักขระ พุ่งเข้าใส่ช้างบรรพกาล อย่างบ้าคลั่ง

    เสียง"ตูม"ดังก้อง เศษกระดูกเศษฝุ่นรอยคลุ้งทั่วบริเวณ

    ร่างทั้งร่างที่เป็นไขมันของมันสั่นไหวอย่างรุนแรง เกิดแผลใหญ่ เลือดสาดกระจาย



    พวกเขารออยู่ครูหนึ่งก็ไม่มีเสียงอะไรดังขึ้น ซีเยว่ไต่ถาม "พวกเจ้าว่า มันตายหรือยัง"



    เวินรั่วเจียงส่ายหัว "ข้าไม่มั่นใจแต่ข้าเห็นมันเลือดสาดน่าจะบาดเจ็บหนัก"



      อยู่ๆช้างบรรพกาล ที่อยู่ในฝุ่นรอยคลุ้ง ก็ปลดปล่อยปราณพลังออกมา

    อี้เฉินกับซีเผิงที่สัมผัสปราณพลังมันได้ ถึงกับหน้ามืดทะมึนเขาประเมิน ช้างบรรพกาล ต่ำเกินไปมันหน้าจะอยู่ขั้นพลัง กษัตริย์

    โดนการโจมตีของพวกเขาไปมากขนาดนี้ยังบาดเจ็บไม่มาก กายาของมันแข็งแกร่งจริงๆ



    ช้างบรรพกาลพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วชนิดที่ตั้งตัวไม่ทัน



    ซีเผิงตะโกนออกมาลั่น "กงหนานรีบถอยออกมาจากตรงนั้นเร็วเข้า"



    ในเสี้ยววิ ช้างบรรพกาล พุ่งดั่งสายแสงความเร็วนั้นเหนือกว่าพวกเขาไปอีกระดับ ยกงาช้างขนาดใหญ่หมายพุ่งเข้าทิ่มแทง

    กงหนานให้ตาย 



    กงหนานตกใจเป็นอย่างมาก ตัวนางตั้งตัวไม่ทัน ไม่อาจหนีพ้นเป็นแน่



    อี้เฉิน ซีเยว่ เวินรั่วเจียง หริ่นหลันตะโกนออกมาลั่น "ไม่ๆ รีบหลบเร็วเข้ากงหนาน" อี้เฉินอยู่ห่างเกินไป ตัวเขาพุ่งไปช่วยไม่ทันแน่ต่อให้สำแดงวิชามังกรทะยานนภาก็ยังมีช่วงเวลาหลายเสี้ยววิ มีเพียงซีเผิงเท่านั้นที่อยู่ใกล้นางมากที่สุด



       ซีเผิงคำรามก้องฟ้า เขาไม่เคยเดือดดาลแบบนี้มาก่อน ตัวเขาอยู่ใกล้กับ กงหนาน มากที่สุด

    เขาสำแดง"วิชาก้าวเท้าสวรรค์" พุ่งทะยานดั่งสายแสง ก่อนจะผลักตัว กงหนานออกไปจากการโจมตีของช้างบรรพกาล

    งาช้างบรรพกาล พุ่งเข้ามาอย่างรุนแรง ซีเผิงหลบไม่พ้นโดนงาช้างบรรพกาล เข้าเต็มๆ เสียง"ตูม"ดังก้อง อากาศรอบๆ แตกระเบิดเป็นทางยาว



    ซีเผิงรอยกระเด็นกระดอนออกไปไกล ช่วงท้องของเขาถูกแทงเป็นรูใหญ่ บาดเจ็บสาหัสเป็นอย่างมากต้องรีบรักษาปิดขั้นพลังโดยด่วน



    ช้างบรรพกาล คำรามก้องฟ้า "พวกเจ้ากล้ามากที่มาโจมตีข้าตอนกำลังนอน มาเป็นอาหารของข้าซะดีๆข้ากำลังหิวพอดี"

    มันเลียปากอย่างกับคนหิวโหยน้ำลายหยดเป็นทาง  ก่อนจะเอาน้ำลายแปะแผลที่ท้องของมัน



    อี้เฉินหน้ามืดทะมึน ซีเผิงไม่อาจต่อสู้ได้อีกต่อไป ตัวซีเผิงต้องรีบรักษาอาการบาดเจ็บหากฝืนสู้ได้ตายจริงๆ แน่

    คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน