เวลาไหลผ่านไป6วัน อี้เฉินที่นั่งบำเพ็ญเพียรสะสมประสบการณ์อยู่ เขาเริ่มรู้สึกว่ามันช้าเกินไปหากไม่มีของล้ำค่าช่วยเสริม
เขาลืมตาตื่นขึ้นมามองพวกซีเผิง ซีเยว่ เวินรั่วเจียง กงหนาน หริ่นหลัน
ตอนนี้พวกเขาอยู่ในช่วงกระบวนการสำคัญในการชำระล้างการเปลี่ยนไขกระดูก
ของเหลวสีดำปะปนออกมากับกระดูกจนหมด เหลือเพียงดูดซับสมุนไพร ระดับ จักรพรรดิเข้าไปหล่อเลี้ยงกายาทั้งหมด
หากล้มเหลวพวกเขาจะต้องเสียเวลาไปเสียเปล่า ร่างของพวกเขาค่อยๆ เปล่งประกายผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ลงไป1-2ปี
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป1ชั่วยามก็สำเร็จการชำระล้างการเปลี่ยนไขกระดูก พวกเขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา
หลายๆ คนเริ่มสำรวจกายาตัวเอง รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย
สาวๆ ที่ลืมตาขึ้นมา เห็นเสื้อผ้าบางส่วนของนางถูกเผาไหม้ไปบางส่วนพวกนางถึงกับขมวดคิ้วมุ่น
ก่อนที่คิดจะไปเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่ แต่ทันทีที่เห็นอี้เฉินมองมาที่พวกนางอย่างไม่วางตา
พวกนางต่างเดือดดาล กงหนานเปล่งเสียงออกมาด้วยความไม่พอใจ "อี้เฉินเจ้าหันไปทางอื่นซะถ้ายังไม่อยากตาย เจ้าก็ด้วยซีเผิง"
หริ่นหลันกับเวินรั่วเจียงที่เห็นอี้เฉินมองไม่วางตาขนาดกงหนานเตือนแล้วก็ยังไม่ละสายตา พวกนางพุ่งดิ่งไปหาอี้เฉินทันที
อี้เฉินเตรียมจะเอ่ยพูดบางอย่าง "พวกเจ้าเป็น"
ทันทีที่ หริ่นหลันกับเวินรั่วเจียงมาอยู่ต่อหน้าอี้เฉินพวกนางตบหัวอี้เฉินไปคนละทีสองที "แปะๆ"
"พวกเจ้าทำบ้าอะไร ข้าแค่อยากรู้พวกเจ้าปลอดภัยหรือไม่"อี้เฉินพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้ออุตส่าห์ห่วงใยดันมาตบหัวข้าได้
พวกนางที่เห็นหน้าตาของอี้เฉินตอนนี้ พวกนางเริ่มรู้สึกผิด แม้แต่ซีเผิงยังส่ายหัว
"ข้าก็นึกว่าเจ้าแอบดูเรือนร่างของพวกเรา"
อี้เฉินทำหน้าตาใส่ซื่อ "พวกเจ้าคิดว่าข้าเป็นคนแบบนั้นหรือ"
พวกนางบางคนถึงกับหนังตากระตุกเล็กๆ พวกเขาอ่านทางอี้เฉินไม่ออกแม้แต่น้อย
ซีเผิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "พวกเจ้ารีบไปเตรียมตัวเร็วเข้า พวกเราจะได้เดินทางไปสำรวจต่อ
นี่ยังไม่ถึง1ใน3ที่พวกเราจะไปเลยด้วยซ้ำ เราเสียเวลาไปมากแล้ว"
ไม่นานพวกเขาก็เริ่มออกเดินทางไปต่อ ทางด้านหน้าที่พวกเขาจะไปเต็มไปด้วย กรดกัดกร่อนบางอย่างอยู่เต็มพื้น
ทำให้พวกเขาต้องใช้ปราณพลังห่อหุ้มกายาเพื่อเดินทางไปต่อในทิศทางข้างหน้า ทางที่พวกเขาผ่านไม่มีของล้ำค่าเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
พวกเขาใช้เวลาเดินขึ้นด้านบนไปเรื่อยๆ จนรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติเหมือนลมภายในทางที่เดินถูกดึงเข้าดึงออก
มีกลิ่นเหม็นสาบความตายออกมา ราวกับมีคนหายใจอย่างไรอย่างนั้น
แม้แต่พวกเขายังใจสั่นสะท้านแต่ก็ไร้ทางเลือกมีเพียงแค่ต้องไปต่อเท่านั้นถอยกลับไม่ได้
ซีเผิงเอ่ยเตือนก่อนจะยกมือเป็นสัญญาณ"พวกเจ้าระวังตัวกันด้วยปราณพลังของสัตว์อสูรตัวนี้เองก็ไม่ธรรมดา"
มันหายใจแรงมากแม้แต่พวกเขายังรู้สึกถึงตัวตนมันได้ พวกเขาต่างพยักหน้าให้กัน หมายมั่นลดการปะทะกับศัตรู
พวกเขา ลดเสียงฝีเท้าลงหมายเข้าไปตรวจดูศัตรูเป็นตัวอะไรกันแน่
รอบบริเวณเต็มไปด้วยซากโครงกระดูกเหมือนสัตว์อสูรตัวนี้มันจะเจาะต้นไม้รอบๆ ออกไปหาอาหารรอบทิศ
พลังของมันเยอะมากขนาดพวกเขายังไม่สามารถทำให้ต้นไม้สะเทือนได้ พวกเขาเดินลัดเลาะอยู่นานก่อนจะเห็นเส้นทางที่จะไปต่อรอบๆ
เต็มไปด้วยซากศพ ไกลๆพวกเขาเห็นสัตว์อสูรนอนขวางทางเดินที่พวกเขาจะไปอยู่1ตัว
พวกเขาที่เห็นสัตว์อสูรตัวนี้ก็ต้องเบิกตากว้างอ้าปากค้าง กับภาพที่เห็น มันคือสัตว์อสูรช้างบรรพกาล งาทั้ง2ข้างยาวจนน่ากลัว
ที่น่าตกใจคือช่วงหัวมันเป็นช้างบรรพกาล แต่ลำตัวเป็นมนุษย์ ปราณพลังที่มันปลดปล่อยออกมาไม่ธรรมดา
พวกเขาที่เห็นต่างหน้ามืดทะมึน ตอนแรกพวกเขาคิดอ้อมผ่านสัตว์อสูรไป แต่ดันมาเจอสัตว์อสูรนอนขวางทางเดินไปเสียได้
พวกเขาไร้ทางเลือกต้องฆ่ามันไม่อย่างนั้นผ่านไปไม่ได้แน่ ซีเผิงชี้นิ้วสั่งการ ก่อนจะให้พวกเขายืนตำแหน่งที่พร้อมโจมตี
สัตว์อสูรตัวนี้ปราณพลังไม่อ่อนแอหน้าจะอยู่ขั้นวีรชนระดับปลาย แต่หากประมาทพวกเขาได้บาดเจ็บหนักแน่
พวกเขายังอยู่ขั้นวีรชนระดับกลางกันอยู่
ก่อนที่ซีเผิงจะพยักหน้าเป็นสัญญาณ
พวกเขาทั้ง6 ระเบิดปราณพลังออกมาอย่างบ้าคลั่งหมายจบการต่อสู้ให้ไวที่สุด ปราณพลังรอบบริเวณพุ่งสูงอย่างฉับพลันก่อนจะปล่อยการโจมตีออกไป ปราณพลังหลั่งไหลก่อรูป เปลวเพลิง หอก ดาบ กระบี่ น้ำแข็ง อักขระ พุ่งเข้าใส่ช้างบรรพกาล อย่างบ้าคลั่ง
เสียง"ตูม"ดังก้อง เศษกระดูกเศษฝุ่นรอยคลุ้งทั่วบริเวณ
ร่างทั้งร่างที่เป็นไขมันของมันสั่นไหวอย่างรุนแรง เกิดแผลใหญ่ เลือดสาดกระจาย
พวกเขารออยู่ครูหนึ่งก็ไม่มีเสียงอะไรดังขึ้น ซีเยว่ไต่ถาม "พวกเจ้าว่า มันตายหรือยัง"
เวินรั่วเจียงส่ายหัว "ข้าไม่มั่นใจแต่ข้าเห็นมันเลือดสาดน่าจะบาดเจ็บหนัก"
อยู่ๆช้างบรรพกาล ที่อยู่ในฝุ่นรอยคลุ้ง ก็ปลดปล่อยปราณพลังออกมา
อี้เฉินกับซีเผิงที่สัมผัสปราณพลังมันได้ ถึงกับหน้ามืดทะมึนเขาประเมิน ช้างบรรพกาล ต่ำเกินไปมันหน้าจะอยู่ขั้นพลัง กษัตริย์
โดนการโจมตีของพวกเขาไปมากขนาดนี้ยังบาดเจ็บไม่มาก กายาของมันแข็งแกร่งจริงๆ
ช้างบรรพกาลพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วชนิดที่ตั้งตัวไม่ทัน
ซีเผิงตะโกนออกมาลั่น "กงหนานรีบถอยออกมาจากตรงนั้นเร็วเข้า"
ในเสี้ยววิ ช้างบรรพกาล พุ่งดั่งสายแสงความเร็วนั้นเหนือกว่าพวกเขาไปอีกระดับ ยกงาช้างขนาดใหญ่หมายพุ่งเข้าทิ่มแทง
กงหนานให้ตาย
กงหนานตกใจเป็นอย่างมาก ตัวนางตั้งตัวไม่ทัน ไม่อาจหนีพ้นเป็นแน่
อี้เฉิน ซีเยว่ เวินรั่วเจียง หริ่นหลันตะโกนออกมาลั่น "ไม่ๆ รีบหลบเร็วเข้ากงหนาน" อี้เฉินอยู่ห่างเกินไป ตัวเขาพุ่งไปช่วยไม่ทันแน่ต่อให้สำแดงวิชามังกรทะยานนภาก็ยังมีช่วงเวลาหลายเสี้ยววิ มีเพียงซีเผิงเท่านั้นที่อยู่ใกล้นางมากที่สุด
ซีเผิงคำรามก้องฟ้า เขาไม่เคยเดือดดาลแบบนี้มาก่อน ตัวเขาอยู่ใกล้กับ กงหนาน มากที่สุด
เขาสำแดง"วิชาก้าวเท้าสวรรค์" พุ่งทะยานดั่งสายแสง ก่อนจะผลักตัว กงหนานออกไปจากการโจมตีของช้างบรรพกาล
งาช้างบรรพกาล พุ่งเข้ามาอย่างรุนแรง ซีเผิงหลบไม่พ้นโดนงาช้างบรรพกาล เข้าเต็มๆ เสียง"ตูม"ดังก้อง อากาศรอบๆ แตกระเบิดเป็นทางยาว
ซีเผิงรอยกระเด็นกระดอนออกไปไกล ช่วงท้องของเขาถูกแทงเป็นรูใหญ่ บาดเจ็บสาหัสเป็นอย่างมากต้องรีบรักษาปิดขั้นพลังโดยด่วน
ช้างบรรพกาล คำรามก้องฟ้า "พวกเจ้ากล้ามากที่มาโจมตีข้าตอนกำลังนอน มาเป็นอาหารของข้าซะดีๆข้ากำลังหิวพอดี"
มันเลียปากอย่างกับคนหิวโหยน้ำลายหยดเป็นทาง ก่อนจะเอาน้ำลายแปะแผลที่ท้องของมัน
อี้เฉินหน้ามืดทะมึน ซีเผิงไม่อาจต่อสู้ได้อีกต่อไป ตัวซีเผิงต้องรีบรักษาอาการบาดเจ็บหากฝืนสู้ได้ตายจริงๆ แน่