ราชันย์ทวีคูณหมื่นเท่า

    บทที่ 125: ลานประลองอสูร


    บทที่ 125: ลานประลองอสูร

    เมืองเพลิงอสูร... คือดินแดนแห่งความโกลาหลอย่างแท้จริง

    ทันทีที่หลินฟานก้าวผ่านประตูเมืองเข้าไป เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ป่าเถื่อนและไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ ผู้ฝึกตนฝ่ายอธรรม, ทหารรับจ้างผู้กระหายเลือด, และอาชญากรจากทั่วทุกสารทิศเดินสวนกันไปมาอย่างเปิดเผย การต่อสู้และการฆ่าฟันสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อบนถนนที่สร้างจากหินภูเขาไฟสีดำสนิทแห่งนี้

    นี่คือเมืองที่ผู้แข็งแกร่งคือผู้กำหนดทุกสิ่ง... ซึ่งกลับเป็นสภาพแวดล้อมที่หลินฟานคุ้นเคยเป็นอย่างดี

    เขาไม่ได้เริ่มตามหาฐานลับของบัลลังก์เงาในทันที ในเมืองที่ซับซ้อนเช่นนี้ การเคลื่อนไหวอย่างบุ่มบ่ามคือการฆ่าตัวตาย เขาต้องการข้อมูล... และสถานที่ที่ดีที่สุดในการหาข้อมูลในเมืองคนบาปแห่งนี้ก็คือ... สถานที่ที่บาปหนาที่สุด

    เขาเดินตามเสียงโห่ร้องและกลิ่นคาวเลือดที่โชยมา... จนกระทั่งมาถึงใจกลางเมือง... ที่ซึ่งมี "ลานประลองอสูร" ตั้งตระหง่านอยู่

    มันคือสนามประลองใต้ดินขนาดมหึมาที่ไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ ทั้งสิ้น... มีเพียงการต่อสู้จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะตายหรือยอมจำนน! ที่นี่คือที่ที่เหล่าคนบาปมาปลดปล่อยความกระหายเลือดและเดิมพันกันด้วยทรัพย์สมบัติมหาศาล

    หลินฟานในคราบของนักบวชเต๋าพเนจร "เฟิงหลิน" ได้เดินลงไปสมัครเข้าร่วมการประลอง ท่ามกลางสายตาดูแคลนและเย้ยหยันของคนรอบข้างที่เห็นว่าเขาดูอ่อนแอและไม่เจียมตัว

    คู่ต่อสู้คนแรกของเขาคือ "กระทิงคลั่ง" นักสู้ร่างยักษ์ผู้มีชื่อเสียงจากการบดขยี้คู่ต่อสู้จนแหลกเหลวมาแล้วนับสิบคน เขาอยู่ในระดับแก่นแท้ทองคำขั้นปลายและฝึกฝนเคล็ดวิชาสายอสูรที่ดุร้าย

    "ฮ่าๆๆ! ดูสิว่าวันนี้โชคชะตาส่งอาหารอันโอชะอะไรมาให้ข้า! เจ้าหนู! รีบคุกเข่าขอชีวิตซะตอนนี้ บางทีข้าอาจจะไว้ชีวิตเจ้าก็ได้!" กระทิงคลั่งหัวเราะลั่น

    หลินฟานเพียงแค่ยืนนิ่ง... ไม่ได้ชักดาบออกมาด้วยซ้ำ

    "เริ่มได้!"

    สิ้นเสียงกรรมการ กระทิงคลั่งก็คำรามลั่นแล้วพุ่งเข้าใส่หลินฟานราวกับอสูร! เขาใช้เคล็ดวิชาต้องห้าม เปลี่ยนมือของตัวเองให้กลายเป็นกีบกระทิงที่แข็งแกร่งแล้วทุบลงมาหมายจะบดขยี้หลินฟานให้กลายเป็นเศษเนื้อ!

    แต่แล้ว... สิ่งที่ทำให้ทั้งสนามประลองต้องเงียบกริบก็บังเกิดขึ้น...

    หลินฟาน... เพียงแค่ยกมือขวาขึ้นมารับ... อย่างสบายๆ...

    เขาใช้ฝ่ามือเปล่า... รับกีบกระทิงที่ทรงพลังนั้นไว้!

    เคร้ง!

    เสียงที่ดังขึ้นราวกับโลหะกระทบกัน!

    "เป็นไปไม่ได้!" กระทิงคลั่งเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!

    หลินฟานไม่ได้สนใจ... เขาเพียงแค่บีบมือเบาๆ...

    แคร่กกกกกกกกก!

    เสียงกระดูกแตกที่น่าสยดสยองดังขึ้น! มือของกระทิงคลั่งที่กลายเป็นกีบอสูร... ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด!

    "อ๊ากกกกก!"

    หลินฟานไม่ได้ปล่อยให้มันจบแค่นั้น... เขาตวัดฝ่ามือตบไปที่หน้าอกของกระทิงคลั่งเบาๆ หนึ่งครั้ง...

    ตูม!

    ร่างยักษ์ของกระทิงคลั่งลอยกระเด็นออกไปนอกเวทีราวกับว่าวสายป่านขาด! เขากระแทกเข้ากับกำแพงอย่างจัง กระอักเลือดออกมาคำใหญ่แล้วหมดสติไปในทันที!

    ชนะ... ด้วยฝ่ามือเดียว!

    เสียงเย้ยหยันทั้งหมดพลันเงียบหายไป... ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงและความหวาดหวั่น!

    หลินฟานยังคงเดินหน้าต่อไป... คู่ต่อสู้คนที่สอง... คนที่สาม... คนที่สิบ...

    ไม่ว่าจะเป็นใคร... ไม่ว่าจะใช้เคล็ดวิชาที่โหดเหี้ยมเพียงใด... ก็ไม่มีผู้ใดสามารถทนรับการโจมตีของเขาได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว!

    ชื่อของ "นักบวชปีศาจเฟิงหลิน" ได้ดังกระหึ่มไปทั่วลานประลองอสูรในชั่วข้ามคืน!

    และในที่สุด... การกระทำของเขาก็ได้ดึงดูดความสนใจของ "ผู้ควบคุม" ที่แท้จริงของสถานที่แห่งนี้

    ชายชราผู้มีรอยยิ้มราวกับสุนัขจิ้งจอกและมีระดับพลังอยู่ที่ขอบเขตวิญญาณแรกก่อตั้งได้เดินเข้ามาหาเขาเป็นการส่วนตัว เขาคือผู้จัดการของลานประลองอสูร

    "ยอดเยี่ยม... ยอดเยี่ยมจริงๆ" เขากล่าวพลางปรบมือเบาๆ "ข้าไม่เคยเห็นผู้ที่มีฝีมือเช่นสหายเต๋ามาก่อนในชีวิต... ข้ามีข้อเสนอที่น่าสนใจจะมอบให้... ไม่ทราบว่าสหายเต๋าพอจะมีเวลาไปสนทนากันในที่ส่วนตัวหรือไม่?"

    หลินฟานมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายชรา... และด้วยฟังก์ชั่นวิเคราะห์ของระบบ... เขาก็เห็น... กลิ่นอายจางๆ ของ "บัลลังก์เงา" ที่ซ่อนอยู่เบื้องลึก!

    ลานประลองอสูรแห่งนี้... คือหนึ่งในธุรกิจบังหน้าและเป็นสถานที่คัดเลือกสมาชิกใหม่ของพวกมัน!

    หลินฟานยิ้มออกมาบางๆ...

    "แน่นอน... ข้ายินดีเป็นอย่างยิ่ง"
    ปลา... ได้กินเบ็ดแล้ว...

    เขาเดินตามผู้จัดการเฒ่า... เข้าไปในทางเดินลับที่อยู่เบื้องใต้ลานประลอง... มุ่งหน้าตรงไปยังใจกลางรังอสรพิษ... ด้วยความเต็มใจ!