ตอนที่ 32
ลำนำเทพธิดา
จ่านจือปฏิบัติตามความ้าของสตรีผู้นั้นโดยมิกล้าขัดขืนตั้งใจฟังคำสนทนาของสี่คนในสุสานร้างต่อว่าทั้งหมดจะกล่าววาจาใดต่อไป
"เื่ราวเหตุการณ์ที่ข้าพเ้าเล่าเมื่อครู่เกี่ยวกับพรรคไผ่หลิวถูกมารน้อยถล่มย่อยยับมิทราบว่าท่านทั้งสองได้ข่าวนี้แล้วหรือไม่?"
ผู้กล่าววาจาคือยายเฒ่าหมื่นพิษเนี๊ยะซิ้วในคำกล่าวมีชื่อพรรคไผ่หลิวซึ่งเ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าเดินทางไปนั่นเองแม้จ่านจือจะรู้สึกใกับข่าวที่ได้ฟังจากคำสนทนาของคนทั้งสี่แต่พยายามสำรวมกิริยาอาการมิแสดงปฏิกิริยาใด ๆออกไปจากนั้นหัตถ์ะหลี่ปู้เหว่ยกล่าวต่อว่า
"ข้าเองได้ข่าวเช่นนี้มาเหมือนกันทราบว่าผู้ที่ลงมือเป็มารขลุ่ยเงินคร่าิญญาเยิ่นหว่อถิง คาดไม่ถึงมารน้อยผู้นี้อายุยังเยาว์กลับลงมือทำร้ายเ้าสำนักฝ่ายธัมมะได้รวดเดียวสามสำนักด้วยกัน" พอกล่าวจบอินทรีกลางฟ้าหว่าเกาเฉิงกล่าวขึ้นบ้างว่า
"ถูกต้องสามเ้าสำนักฝ่ายธัมมะได้แก่ประมุขพรรคไผ่หลิวเฉิงปู้กง เ้าสำนักเมฆฟ้าพิรุณเหิงปี้ไป่ สุดท้ายเ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าเท่าที่ข้าพเ้ากับทุกท่านทราบมามารน้อยผู้นี้พลังฝีมือร้ายกาจสูงส่งแต่ไม่ถึงกับสามารถสยบเ้าสำนักใหญ่ฝ่ายธัมมะคราวเดียวสามสำนักได้ส่วนเ้าสำนักทั้งสามนับว่ามีพลังฝีมือร้ายกาจล้ำลึกมิเป็รองผู้ใดเหตุไฉนจึงถูกทำร้ายโดยมารน้อยรุ่นเยาว์เพียงผู้เดียวได้?"
"เื่นี้ข้าพเ้าตาเฒ่าเข็มวิเศษฝ่านอี้เฉินมิอาจทราบได้แต่ที่ทราบศิษย์ของพรรคไผ่หลิวรวมร้อยสิบชีวิตตายภายใต้บทเพลงอสูรคร่าิญญาอย่างอนาถที่ยังคงหลงเหลือมีเพียงศิษย์เอกสามคนเท่านั้น ยังนับว่าพวกมันยังโชคดีที่ขอทานเฒ่าหวงเกาฉือเร่งรุดไปช่วยเหลือไว้ได้ทันท่วงทีมิเช่นนั้นคนทั้งหมดคงตายสิ้นภายใต้ฝีมือของมารน้อยผู้นี้"
ตาเฒ่าเข็มวิเศษฝ่านอี้เฉินจำแนกเหตุการณ์ที่รับทราบให้กับทุกคนได้ฟังสี่คนในสุสานร้างต่างกล่าวว่าข่าวที่ได้รับล้วนตรงกัน หลังจากนั้นหัตถ์ะหลี่ปู้เหว่ยกล่าวต่อว่า
"แต่ที่แปลกประหลาดผู้ที่ออกคำสั่งต่อมารขลุ่ยเงินคร่าิญญาให้ไปเอาชีวิตเ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าคือหลิวซุ่นกงกงแห่งหมู่ตึกกระเรียนฟ้ามิทราบว่ามารน้อยผู้นี้มีส่วนเกี่ยวข้องใด?กับหมู่ตึกกระเรียนฟ้ากันแน่?ที่ผ่านมาสามสำนักใหญ่กับหมู่ตึกกระเรียนฟ้าล้วนให้ความร่วมมือช่วยเหลือกันมาโดยตลอดไม่ทราบว่าด้วยสาเหตุใด? หลิวกงกงกับเ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าจึงแตกคอกันมารน้อยผู้นี้คล้ายทราบว่าเ้าหุบเขามู่ชิวป้าเดินทางไปยังพรรคไผ่หลิวดังนั้นจึงจัดขบวนด้วยเกี้ยวอันวิจิตรสวยงามเดินทางไปยังพรรคไผ่หลิวพอดีในเวลานั้นเ้าสำนักเมฆฟ้าพิรุณเหิงปี้ไป่อยู่ที่พรรคไผ่หลิวด้วยมารน้อยผู้นี้เลยคิดลงมือคราวเดียวเพื่อสร้างชื่อเสียงให้เลื่องลือหรือว่าครั้งนี้สามสำนักใหญ่แตกคอกับหมู่ตึกกระเรียนฟ้าสาเหตุมาจาก้า่ชิงเป็ผู้นำชาวยุทธ์ที่กำลังจะจัดขึ้นที่เส้าหลินหากเป็เช่นนี้จริงแสดงว่าครั้งนี้ราชสำนัก้ามีส่วนปกครองบู๊ลิ้มด้วยเช่นกัน"
ยายเฒ่าหมื่นพิษเนี๊ยะซิ้วเมื่อได้ฟัง รีบกล่าวต่อทันทีว่า
"หากเป็เช่นนั้นย่อมประเสริฐ หากว่าราชสำนักแตกคอกับสามสำนักใหญ่ฝ่ายธัมมะเท่ากับว่าหมู่ตึกกระเรียนฟ้าเป็พวกเดียวกับฝ่ายเราแล้วเท่ากับเพิ่มยอดฝีมือของราชสำนักมาอีกหลายคนเื่ที่ฝ่ายมารอธรรมจะปกครองบู๊ลิ้มคงมิใช่เื่ยากอีกต่อไป"
จ่านจือเมื่อได้ฟังรู้สึกใไม่น้อย มิทราบว่าป่านนี้พี่สาวทั้งสองของเขาได้ข่าวเื่นี้แล้วหรือไม่? หากนางทั้งสองทราบเื่ที่อาจารย์ของนางถูกทำร้ายอาการสาหัสพี่สาวทั้งสองจะรู้สึกเช่นไร? แต่ยังโชคดีที่ท่านขอทานพเนจรหวงเกาฉือไปช่วยเหลือคนที่เหลือไว้ได้ทันเวลาหากได้ยาถอนพิษแล้วเขาจะรีบเดินทางกลับดอยตะวันโดยเร็วเพื่อแจ้งข่าวเื่นี้ให้พี่สาวทั้งสองของเขาได้รับทราบ
เหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยามจะถึงเวลานัดหมายกับเหยาจิ้งเฟยจ่านจือจึงนึกหาวิธีที่จะจากไปโดยไม่ทำให้คนด้านในและสตรีผู้ซึ่งเป็ปริศนารู้ตัว แต่การที่จะจากไปนั้นในตอนนี้คิดว่าไม่ง่ายดายแต่ทว่าชีวิตของขอทานนับพันชีวิตฝากไว้กับเขาถึงเช่นไรต้องหาวิธีสลัดจากคนเหล่านี้ไปให้จงได้
จ่านจือเมื่อตัดสินใจไม่คิดให้มากความ ลอบโคจรพลังลมปราณโดยไร้เสียงใช้ท่าที่เก้าในวิชาดาวดึงส์นามย้ายเดือนดับตะวันผันจักรวาล เป้าหมายคือก้อนหินก้อนหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ๆกับสี่คนภายในสุสานร้าง เมื่อแผ่พุ่งพลังไปยังก้อนหินแล้วเหนี่ยวนำหินก้อนนั้นทิศทางพุ่งตรงไปยังตำแหน่งที่คนชุดขาวซุ่มกายอยู่ด้วยระดับความเร็วสุดบรรยาย
สี่คนภายในสุสานร้างกำลังสนทนากันคิดว่าด้านนอกมิมีผู้ใดเมื่อได้ยินเสียงและเห็นก้อนหินก้อนหนึ่งพุ่งผ่านรอยแตกของผนังสุสานออกไปด้วยประสบการณ์โชกโชนคนทั้งสี่ทราบได้ทันทีว่าถูกผู้หนึ่งผู้ใดใช้พลังรั้งดึงก้อนหินนั้นออกไปนั่นย่อมแสดงว่าผู้ที่ลงมือต้องเป็ยอดคนวิทยายุทธ์บรรลุขอบขั้นอันน่ากลัวแล้วคนทั้งสี่มิรอช้ารีบพุ่งร่างติดตามหินก้อนนั้นออกมาโดยพร้อมเพรียงยายเฒ่าหมื่นพิษเนี๊ยะซิ้วซึ่งอยู่ตำแหน่งด้านหน้าสุดยกฝ่ามือกดกระแทกเข้าใส่ผนังศิลาตรงหน้าเต็มแรงส่งผลให้ผนังสุสานแตกกระจายพังทลายลงมาทั้งแถบ
ด้านคนชุดขาวซึ่งแอบซุ่มอยู่เห็นก้อนหินพุ่งเข้าใส่อย่างเร่งร้อนอีกทั้งยังเห็นสี่คนด้านในพุ่งตรงเข้ามายังตำแหน่งที่ตนใช้ซ่อนกายรีบสะบัดฝ่ามือคล้ายมิมีเื่ราวใดเกิดขึ้นผลปรากฏว่าหินก้อนนั้นแตกละเอียดไม่เหลือเศษชิ้นชุดขาวผู้นั้นหันขวับมาทางด้านจ่านจือพร้อมกับร่ำร้องในใจว่า
"เด็กน้อยอันร้ายกาจเก็บงำซ่อนประกายได้มิดชิดนักนึกไม่ถึงว่าจะใช้ลูกไม้นี้มาเล่นงานข้าพเ้าฝากเอาไว้ก่อนเถิดแล้วข้าพเ้านางชีเทวราชชิ้วโส่วจะติดตามไปคิดบัญชีครั้งนี้ต่อท่านในภายหลัง"
ทางด้านจ่านจือมิมีเวลาใส่ใจต่อสิ่งใดรีบฉกฉวยโอกาสทะยานร่างทิ้งห่างจากสุสานร้างมาไกลโขจึงหยุดร่างลง จากนั้นใช้วิชาส่งคลื่นเสียงไกลหมื่นลี้ส่งเสียงกลับไปยังคนชุดขาวว่า
"ข้าพเ้าจ่านจือขออภัยต่อท่านาุโที่ต้องใช้วิธีการสกปรกเช่นนี้แม้ข้าพเ้าจะยังมิทราบว่าท่านาุโเป็ผู้ใด? แต่ข้าพเ้าสัญญาว่าวันหน้าจะต้องไปขอขมาต่อหน้าท่านอย่างแน่นอนค่ำคืนนี้ข้าพเ้ามีธุระจำเป็ต้องไปช่วยเหลือคนนับพันชีวิตจึงมิอาจชักช้าเสียเวลาอยู่ขอขมาต่อท่านาุโได้ ดังนั้นข้าพเ้าจ่านจือขออำลา"
กล่าวจบรีบพุ่งร่างจากไปจุดหมายคือศาลาชมจันทร์ทางทิศตะวันตกหลังจากใช้เวลาเดินทางอีกราวครึ่งชั่วยาม จ่านจือบรรลุใกล้ถึงศาลาชมจันทร์อันเป็สถานที่นัดหมายไว้กับเหยาจิ้งเฟยเวลานี้ยังไม่สว่างมองเห็นศาลาชมจันทร์อยู่ห่างเลือนลางออกไปราวห้าสิบวา
เมื่อเห็นว่าระยะทางจวนเข้าใกล้จ่านจือรีบหยุดเท้าลงพอมองออกไปภายในศาลาชมจันทร์จุดโคมไฟสีเหลืองนวลตาส่องแสงเรืองรองสว่างไสวภายในศาลาตั้งโต๊ะเตี้ยหนึ่งตัวบนโต๊ะเตี้ยจัดวางป้านสุราพร้อมถ้วยสำหรับรินสุรากลางโต๊ะเตี้ยจัดวางจานอาหารสี่ห้าอย่างพร้อมกันนั้นสองฟากข้างยังจัดวางเก้าอี้อีกสองตัวด้วยกัน
จ่านจือเร่งฝีเท้าเข้าไปใกล้ ๆห่างจากตัวศาลาราวสิบวาภายในศาลาชมจันทร์นอกจากโต๊ะเก้าอี้อาหารและสุราแล้วบนเก้าอี้ตัวหนึ่งซึ่งหันหลังให้กับเขานั่งอยู่ด้วยดรุณีปล่อยผมยาวสลวยผู้หนึ่งสวมชุดยาวสีขาวบริสุทธิ์ภายใต้แสงโคมไฟสีเหลืองนวลยิ่งขับเน้นชุดขาวให้สว่างเจิดจ้ามองจากด้านหลังคล้ายดั่งเทพธิดาพลัดหลงลงมาจากสรวง์มิปาน
จ่านจือตะลึงงันต่อความงามของดรุณีผู้นั้นอย่างลืมตัวแม้ว่าจะเห็นเพียงด้านหลังก็ตามทีไหล่สองข้างของดรุณีที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ยกเชิดขึ้นเล็กน้อยแขนสองข้างวางแนบชิดติดกับลำตัวสองมือวางอยู่บนตักด้านหน้าซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้จ่านจือเอียงตัวมองตรงไปด้านข้างเห็นลำคอยาวระหงเนียนขาวราวกับหยวกเส้นผมยาวสลวยดำขลับเป็เงางามเส้นผมบางส่วนถูกเกล้ารวบปักแซมด้วยดอกไม้ส่งกลิ่นหอมระรื่นชื่นใจบางส่วนถักเป็เปียน้อย ๆหลายเส้นจัดแต่งด้วยริบบิ้นสีสดใสแม้จะยังมิทันได้เห็นใบหน้าของดรุณีนางนั้น แต่เขาบอกกับตัวเองว่าดรุณีตรงหน้าช่างงดงามเสียเหลือเกิน
จ่านจือเผลอลืมตัวอย่างหลงใหลสูดหายใจเอากลิ่นหอมยวนใจอ่อน ๆเข้าไปโดยที่เขาเองมิเคยได้กลิ่นหอมชนิดนี้จากที่ไหนมาก่อนพอดีดรุณีผู้นั้นส่งเสียงเอื้อนเอ่ยบทกลอนขึ้นมาเบา ๆเขาจึงได้สติกลับคืนมาดรุณีนางนั้นเอื้อนเอ่ยว่า
"พบกันเพียงครั้งยากนักหักห้ามจิตวันคืนเฝ้าคิดติดตามหามิเว้นว่าง มีบางครั้งอ้างว้างโดดเดี่ยวลำพัง ได้เพียงหวังพบหน้าท่าน..."
เสียงเอื้อนเอ่ยบทกลอนหยุดชะงักลงกลางคันเมื่อจ่านจือเดินเข้าใกล้ห่างราวสามสี่ก้าว เขาเมื่อรู้ตัวว่ารบกวนดรุณีนางนั้นเข้าให้แล้วพอได้ยินนางชะงักเสียงลงในใจ้าให้นางเอื้อนเอ่ยบทกลอนต่อจ่านจือมีความรู้สึกว่าน้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยช่างเสนาะไพเราะยิ่งนักยากหาสิ่งใดเปรียบเปรยเมื่อเห็นดรุณีนางนั้นเงียบเสียงลงทราบว่านางคงรู้ตัวแล้วว่ามีคนเข้ามาในศาลาเวลานี้ยังไม่ถึงเวลานัดหมายอีกทั้งยังไม่เห็นเหยาจิ้งเฟยผู้นั้นเขาจึงส่งเสียงด้วยความนอบน้อมกล่าวถามขึ้นว่า
"ขออภัยที่ข้าพเ้าเข้ามาขัดจังหวะการลำนำบทกลอนของแม่นางข้าพเ้ามีนามว่าจ่านจือขอชมจากใจจริง บทกลอนและน้ำเสียงของแม่นางช่างไพเราะนักข้าพเ้าเพียง้าสอบถามสักสองสามประโยค มิทราบว่าจะเป็การรบกวนแม่นางหรือไม่?"
"ท่านคิดจะสอบถามสิ่งใด? จงรีบกล่าวมาข้าพเ้าไม่มีเวลาสนทนากับผู้ใดนัก" ดรุณีนางนั้นตอบกลับมาโดยมิได้หันมามองแต่อย่างใด
"ข้าพเ้านัดหมายกับบุรุษผู้หนึ่งนามเหยาจิ้งเฟยที่ศาลาชมจันทร์แห่งนี้นี่จวนใกล้เวลานัดหมายแล้ว มิทราบว่าแม่นางอยู่ที่นี่พบเห็นบุรุษใดหรือไม่?" จ่านจือกล่าวถามว่าพบเห็นบุรุษใดผ่านมาบริเวณนี้บ้างหรือไม่? ดรุณีนางนั้นส่งเสียงตอบกลับมาว่า
"ข้าพเ้ามิพบเห็นบุรุษที่ท่านกล่าวถึงมาก่อนข้าพเ้าเองนัดหมายกับบุรุษผู้หนึ่งที่ศาลาชมจันทร์แห่งนี้เช่นกันนี่จวนได้เวลาที่ได้นัดหมายเอาไว้แล้วเห็นทีคนที่ท่านนัดหมายคงไม่มาตามที่ตกลงไว้แล้วกระมัง? และที่สำคัญสถานที่แห่งนี้ข้าพเ้าได้จับจองเอาไว้ก่อนแล้วเห็นทีท่านคงมาผิดสถานที่แล้วกระมัง?"
ดรุณีนางนั้นส่งเสียงราบเรียบในน้ำเสียงแฝงความนุ่มนวลอยู่เจ็ดแปดส่วนหาได้มีอารมณ์ฉุนเฉียวดั่งวาจาไม่? จ่านจือพอรับฟังถึงกับอับจนคำพูดแต่ยังมั่นใจว่าอาผิงผู้นั้นคงมิได้หลวงลวงตนดังนั้นส่งเสียงยืนยันต่อดรุณีนางนั้นว่า
"ข้าพเ้ามั่นใจว่าคนผู้นั้นมิได้หลอกลวงข้าพเ้าถึงแม้พฤติกรรมของเขาจะดูชั่วร้ายไม่ถูกต้องอยู่บ้างแต่ข้าพเ้าเชื่อว่าแท้จริงคนผู้นั้นมิได้มีจิตใจอำมหิตเช่นการกระทำศาลาชมจันทร์แห่งนี้คือสถานที่นัดหมายข้าพเ้ามาไม่ผิดอย่างแน่นอน อาจเป็เพราะข้าพเ้าเดินทางมาเร็วไปในเมื่อแม่นางไม่พบเห็นผู้ใดข้าพเ้าไม่รบกวนแล้ว ขอบคุณแม่นางที่สละเวลาตอบคำถามเช่นนั้นข้าพเ้าขอตัวไปเดินเล่นบริเวณนี้หากบุรุษผู้นั้นมาถามหาข้าพเ้ารบกวนแม่นางช่วยบอกกับเขาทีว่าข้าพเ้าจ่านจือมาถึงแล้วและรอคอยอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ เชิญแม่นางใช้สถานที่เถอะข้าพเ้าไม่รบกวนแล้ว"
จ่านจือกล่าวจบหันหลังทำท่าจะก้าวเท้าจากไปดรุณีนางรีบส่งเสียงกล่าวถามเขาขึ้นก่อนว่า
"ท่านบอกว่าคนผู้นั้นมิได้อำมหิตชั่วร้ายท่านทราบได้เช่นไร?บางทีคนผู้นั้นอาจเล่นละครหลอกลวงท่านอาจเป็ได้ ท่านจงรีบบอกกล่าวออกมาให้ข้าพเ้าได้รับทราบว่าไฉนท่านจึงคิดว่าบุรุษผู้นั้นแท้จริงมิได้ชั่วร้ายอำมหิตมิเช่นนั้นข้าพเ้าจะไม่เป็ธุระบอกกล่าววาจากับคนผู้นั้นให้กับท่าน"
จ่านจือพอฟังนางถามจบกล่าวตอบไปตามความรู้สึกจากใจจริงดรุณีนางนั้นรับฟังคำตอบของเขาโดยมิได้หันมามองแม้แต่น้อย
"ข้าพเ้าเองอธิบายไม่ถูกเช่นกันว่าเพราะเหตุใด?แต่ข้าพเ้ามั่นใจว่าคนผู้นั้นมิได้อำมหิตเช่นพฤติกรรมเอาเป็ว่าข้าพเ้ารู้สึกเช่นนั้นั้แ่ครั้งแรกที่ได้พบเจอกับเขาข้าพเ้าเคยได้รับความช่วยเหลือจากคนผู้นั้นหนหนึ่งนับว่าเขาเป็ผู้มีพระคุณต่อข้าพเ้ามิอาจลืมเลือนั้แ่วันนั้นกระทั่งบัดนี้ข้าพเ้ายังจดจำดวงตาคู่นั้นไว้มิเสื่อมคลายข้าพเ้าบอกกล่าวต่อแม่นางได้เพียงเท่านี้"
พอจ่านจือกล่าวจบดรุณีนางนั้นเงียบเสียงไปชั่วขณะคล้ายกับกำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่ในใจกระนั้น? จากนั้นจึงเอื้อนเอ่ยวาจาต่อเขาว่า
"หากเป็เช่นนั้นข้าอนุญาตให้เ้าอยู่ที่นี่ได้แต่มีข้อแม้ว่าต้องนั่งดื่มสุราเป็เพื่อนข้าพเ้า ท่านจะว่าเช่นไร?"
ั้แ่เกิดมาจ่านจือไม่เคยดื่มสุรามาก่อน พอได้ยินข้อแม้ของนางจึงรีบกล่าวตอบไปว่า
"ข้าพเ้าต้องขออภัยต่อแม่นางยิ่งนักข้าพเ้าจ่านจือเรียนบอกตามตรงต่อแม่นางโดยไม่กลัวอับอายขายหน้าั้แ่เกิดมาจนกระทั่งบัดนี้ข้าพเ้ามิเคยแตะต้องััแม้แต่คราเดียวหากจะให้นั่งเป็เพื่อนแม่นางข้าพเ้าย่อมกระทำได้ไม่ยากนักแต่ถ้าจะให้ร่วมดื่มสุราเป็เพื่อนเห็นทีข้าพเ้าคงไม่มีความสามารถ"
เมื่อจ่านจือกล่าววาจาจบลงดรุณีนางนั้นปล่อยเสียงหัวร่อคิกคักออกมาโดยระงับไว้ไม่อยู่พร้อมกับกล่าววาจาปนเสียงหัวร่อต่อเขาว่า
"เชิญท่านนั่งลงก่อนเถิดสนทนากันมาตั้งนานท่านไม่คิดจะให้ข้าพเ้าได้เห็นหน้าท่านบ้างเชียวรึ? และท่านไม่คิดที่จะดูว่าข้าพเ้ามีหน้าตาเช่นไรกระนั้นหรือ? รีบมานั่งลงเร็วเข้าเดี๋ยวข้าพเ้าจะเป็ผู้สอนให้ท่านดื่มสุราเอง ข้าพเ้าเตรียมสุราชั้นดีอายุหลายร้อยปีเอาไว้รสชาตินุ่มลิ้นชุ่มคอยิ่งนักท่านเป็บุรุษคนแรกที่ข้าพเ้ารินสุราให้ดื่มทราบหรือไม่?"
จ่านจือกระทำสิ่งใดมิถูกรู้สึกประหม่าใบหน้าร้อนผ่าวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในเวลานี้ร่างเขาอยู่ห่างจากดรุณีนางนั้นไม่ถึงสองก้าวยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งได้กลิ่นหอมระรื่นชื่นใจโชยมาจากกายของดรุณีนางนั้นยิ่งเพิ่มความประหม่าให้กับเขาเพิ่มขึ้นทวีคูณเมื่อเห็นเช่นนั้นดรุณีตรงหน้าซึ่งหันหลังให้กับเขากระชากเสียงว่า
"เ้าทึ่มข้าพเ้าเรียกให้มานั่งท่านจงรีบมานั่งมัวแต่ยืนทื่อเป็ท่อนไม้ไม่ขยับ หรือว่าท่านมิได้นำก้นติดตัวมาด้วย? หรือต้องให้ข้าพเ้าลงไม้ลงมือเสียก่อนท่านจึงจะยอมมานั่งเร็วเข้าอย่ามัวชักช้ารีบนั่งลงเดี๋ยวนี้"
วาจาที่เรียกออกมาว่าเ้าทึ่มที่ดรุณีนางนั้นตะคอกออกมาเหมือนเสียง์สำหรับจ่านจือ คำนี้มิใช่บุรุษชื่ออาผิงผู้นั้นใช้เรียกหาตนหรอกรึ? หรือว่าค่ำคืนนี้บุรุษผู้นี้คิดจะเล่นลูกไม้กระไรอีก? ในความคิดของจ่านจือขณะนี้กลับคิดว่าอาผิงผู้นี้หรืออีกชื่อหนึ่งคือเหยาจิ้งเฟยคิดจะเล่นลวดลายกระไรอีก?ถึงกับแต่งกายเป็สตรีมาก่อกวนตนให้สับสนวุ่นวายใจเล่น จ่านจือผู้เฉลียวฉลาดปราดเปรื่องบัดนี้คิดสิ่งใดมิออกได้แต่เคลื่อนกายเข้าไปแล้วค่อย ๆนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับดรุณีนางนั้น
เมื่อนั่งลงเรียบร้อยแล้วจ่านจือมิกล้าแม้แต่จะสบตาหรือมองหน้าดรุณีนางนั้นได้แต่นั่งก้มหน้ามิกล้ากล่าววาจาใด? ดรุณีนางนั้นรีบรินสุราจากป้านทองเหลืองลงถ้วยพร้อมกับยื่นส่งมาตรงหน้าของเขาจ่านจือมองดูน้ำสุราใสบริสุทธิ์ภายในถ้วยซึ่งแกะวาดลวดลายสวยงามหาดูได้ยากยิ่งเขาเห็นมือน้อยๆอันขาวเนียนผุดผ่องนิ้วมืออันเรียวสวยผุดผาดบรรจงประคองถ้วยสุรายื่นส่งให้จ่านจืออดที่จะรู้สึกประหม่าขึ้นมาอีกมิได้ปกติเขาเองที่ผ่านมาคลุกคลีกับสตรีซึ่งเป็พี่สาวทั้งสองยังมิเคยรู้สึกขวยเขินประหม่าเช่นนี้มาก่อนกระทั่งดรุณีนางนั้นส่งเสียงเอื้อนเอ่ยขึ้นว่า
"เ้าทึ่มสุราในถ้วยมีอันใดน่ามอง? ั้แ่ท่านนั่งลงยังไม่เห็นมองหน้าหรือสบตาข้าพเ้าสักคราเดียวหรือว่าท่านนอกจากทึ่มโง่เง่าแล้วยังขี้อายเป็อิสตรีอีกด้วย? หากท่านยังไม่มองหน้าข้าพเ้าแล้วท่านจะทราบได้เช่นไร? ว่าแท้จริงแล้วข้าพเ้าคือผู้ใด?"
จ่านจือรวบรวมความกล้าค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของดรุณีตรงหน้านางนั้น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของทำเอาใจสั่นสะท้านปานสายฟ้าฟาดใส่จ่านจือบรรยายความรู้สึกของเขาในขณะนี้ออกมามิได้ใบหน้าของดรุณีนางนั้นที่นั่งอยู่ตรงหน้าจ่านจือน้ำเสียงสั่นระรัวส่งเสียงทักทายว่า
"ทะ...ท่าน...ท่านเหยาจิ้งเฟย...อาผิง...เป็...เป็ท่าน?"
"เป็ข้าพเ้าแล้วเป็เช่นไร? มีสิ่งใดน่าตระหนกใถึงเพียงนั้น? ดูท่านสิมองข้าพเ้าเหมือนพบเห็นภูติผีปีศาจกระนั้น?ข้าพเ้ามีสิ่งใดแปลกประหลาดมิเหมือนคนทั่วไปเช่นนั้นรึ?"
จ่านจือรวบรวมสติแล้วกล่าวตอบไปว่า
"มิมีสิ่งใดแปลกประหลาดแม้แต่น้อยเพียงแต่ข้าพเ้ารู้สึกใเสียมากกว่าที่แท้อาผิงท่านเป็สตรีไฉนที่ผ่านมาท่านจึง?..."
"เ้าทึ่มหรือว่าที่ผ่านมาท่านดูไม่ออกจริงๆว่าแท้จริงข้าพเ้าเป็สตรีหาใช่บุรุษไม่? หากท่านดูไม่ออกเช่นนั้นจริงข้าพเ้าเรียกชื่อท่านว่าเ้าทึ่มนับว่าสมควรแล้ว"
จ่านจือพูดกระไรไม่ออกบอกความรู้สึกตนเองมิได้ดรุณีที่นั่งอยู่ตรงหน้าคืออาผิงหรือเหยาจิ้งเฟยมิผิดตัวแต่ทว่าหาใช่บุรุษที่จ่านจือเคยรู้จักไม่? บัดนี้อาผิงตรงหน้าคือดรุณีสะคราญโฉมงดงามปานเทพธิดาลงมาจากสรวง์แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงเหมือนเดิมมิเปลี่ยนไปแต่กลับทวีความเ้าเล่ห์เพิ่มขึ้นอย่างร้ายกาจนั่นคือดวงตากลมโตแวววาวเ้าเล่ห์คู่นั้นนั่นเอง"
"เ้าทึ่มสุราถ้วยนี้ข้าพเ้ารินให้กับท่านรีบดื่มลงไปเดี๋ยวจะจืดชืดเสียรสชาติหมด ดื่มสุราถ้วยนี้หมดแล้วค่อยสนทนากันต่อท่านจะว่าเช่นไร?"
จ่านจือแม้ใจไม่กล้าเท่าใดนักแต่รีบเอื้อมรับถ้วยสุราจากมือขาวผุดผ่องของนางโดยมิได้ตั้งใจจ่านจือััถูกิัของนางบริเวณนิ้วมือรู้สึกถึงความนุ่มนิ่มเรียบลื่นอยากบอกไม่ถูก กลิ่นของสุราหอมโชยแตะจมูกของจ่านจือนี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้ลิ้มลองรสชาติของสุราจ่านจือยกถ้วยสุราขึ้นจ่อริมฝีปากแล้วค่อย ๆประคองถ้วยส่งน้ำสุราเข้าปากพอน้ำสุราแตะปลายลิ้นรู้สึกคล้ายดั่งก้อนถ่านแดง ๆถูกคีบมาวางไว้บนลิ้นความร้อนรุนแรงแทบเผาไหม้ไปทั้งปากไหลวูบผ่านปลายลิ้นมายังโคนลิ้นอย่างรวดเร็วแล้วไหลผ่านลำคอลงไปอย่างทรมานถึงที่สุดรู้สึกขมอย่างบอกไม่ถูกความร้อนคล้ายดั่งจะเผาไหม้ลำไส้ให้ละลายหายไปมิปาน
ดรุณีนางนั้นยกมือป้องปากหัวร่อคิกเมื่อเห็นใบหน้าของจ่านจือบิดเบี้ยวไปมายามกลืนน้ำสุราลงไปซึ่งอาการทั้งหมดล้วนมิได้เสแสร้งแกล้งทำแต่ประการใดเมื่อเงียบเสียงหัวร่อแล้วนางกล่าวขึ้นว่า
"ถ้วยแรกที่ท่านดื่มกินมันลงไปท่านจะมีความรู้สึกร้อนดุจถูกนาบด้วยถ่านแดง ๆและรสชาติขมดั่งอมบอระเพ็ดไว้ใต้ลิ้นแต่หากท่านได้ดื่มถ้วยต่อไปจะรู้สึกอุ่นลงและรสชาติหวานนุ่มชุ่มลิ้นยิ่งนักส่งถ้วยมาเร็วเข้าข้าพเ้าจะรินสุราให้กับท่าน"
จ่านจือรีบส่งถ้วยสุราให้กับนางดรุณีสะคราญโฉมนางนั้นบรรจงรินสุราซึ่งบรรจุอยู่ในป้านทองเหลืองลงถ้วยพร้อมกับยื่นส่งให้กับเขาจ่านจือรับถ้วยสุรามาพร้อมกับดื่มลงไปเป็ถ้วยที่สองแต่คราวนี้กลับไม่รู้สึกร้อนเหมือนในตอนแรกแถมรสชาติยังหวานนุ่มชุ่มลิ้นอย่างที่อาผิงกล่าวเมื่อครู่เมื่อดื่มสุราหมดถ้วยที่สองแล้วเขาวางถ้วยสุราลง พร้อมกับกล่าวว่า
"ขอบคุณท่านสำหรับสุราที่รินให้ข้าพเ้าจ่านจือมาตามนัดหมายที่ท่านได้กล่าวเอาไว้ที่ดอยตะวัน มิทราบว่า..." ก่อนที่จ่านจือจะกล่าววาจาจบดรุณีนางนั้นชิงกล่าวสอดขึ้นมาก่อนว่า
"ท่าน ท่านอะไรกัน? ข้าพเ้ามิได้าุโจนต้องถูกเรียกหาเช่นนั้นต่อไปท่านจงเรียกข้าพเ้าว่าเยี่ยนผิง แท้จริงแล้วข้าพเ้าแซ่เหยาชื่อเยี่ยนผิงข้าพเ้าเป็บุตรีของนางมารเยือกเย็นเ้าสำนักมาร์ ตอนนี้ท่านนั่งดื่มกินเป็เพื่อนข้าพเ้าส่วนเื่อื่นค่อยว่ากล่าวในภายหลังเหลือเวลาอีกหลายชั่วยามท่านมิต้องกลัวว่าพวกขอทานเ่าั้จะชิงลาโลกไปก่อนถึงเช่นไรพวกเขาคงอดทนรอท่านนำยาถอนพิษกลับไปช่วยเหลืออย่างแน่นอน"
อาผิงผู้นั้นกล่าวแนะนำตัวต่อจ่านจือว่านางมีชื่อว่าเยี่ยนผิงและสั่งว่าต่อไปให้เขาเรียกชื่อนางเช่นนี้จ่านจือเมื่อทราบชื่อแซ่ของดรุณีสะคราญโฉมว่าแท้จริงเป็บุตรีของเ้าสำนักมาร์ซึ่งเขาได้ยินชื่อตอนที่เหยาจิ้งเฟยเอ่ยกล่าวตอนที่อยู่ดอยตะวันจ่านจือเมื่อทราบว่านางเป็คนของพรรคมาร ความรู้สึกของเขาย่อมเสียใจอยู่ไม่น้อยหากภายภาคหน้าเขาและนางจะต้องกลายมาเป็ศัตรูกันดังนั้นจึงส่งเสียงกล่าวตอบกลับไปว่า
"ข้าพเ้าเพียงแต่เป็ห่วงพวกเขาเ่าั้แค่พวกเขาหมดสิ้นเรี่ยวแรงนับว่าทรมานมากแล้วหากว่าข้าพเ้าไม่ได้ยาถอนพิษกลับไปช่วยเหลือทันท่วงที ข้าพเ้ามิกล้ามีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขสืบไปและคิดว่าจะต้องจมปลักอยู่ในความผิดพลาดครั้งนี้ไปตลอดชีวิตหากเป็เช่นนั้นจริงข้าพเ้าขอตายเสียจะประเสริฐกว่า"
เยี่ยนผิงนั่งนิ่งเงียบงันเมื่อได้รับฟังคำพูดของจ่านจือความรู้สึกของนางรับรู้ได้ว่าบุรุษที่นั่งอยู่ตรงหน้าล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำใจโดยแท้ั้แ่ออกท่องเที่ยวยุทธจักรมา ยากนักที่จะได้เจอะเจอบุรุษเยี่ยงเขาถึงแม้ในใจจะยอมรับนับถือแต่ถึงเช่นไรนางยังคงเป็บุตรีของนางมารเยือกเย็นโดยมิอาจปฏิเสธได้ดังนั้นจึงกล่าววาจาขึ้นว่า
"เอาเถอะ ข้าพเ้าเยี่ยนผิงขอรับปากต่อท่านว่าขอทานเ่าั้มิมีผู้ใดต้องเสียชีวิตอย่างแน่นอนแม้กระทั่งผู้เฒ่ารักษากฎทั้งสองข้าพเ้าเองมิได้ตั้งใจทำร้ายหมายเอาชีวิตแต่มีอยู่เื่หนึ่งที่ข้าพเ้าสงสัยใคร่รู้คือ ท่านเดินทางมาด้วยวิธีใด? ถึงได้มาถึงรวดเร็วนักทั้งที่ท่านเองไม่มีวิทยายุทธ์ติดตัวหรือว่าที่ผ่านมาท่านแอบไปร่ำเรียนวิชากำลังภายในมาจากที่ใด?"
เยี่ยนผิงกล่าววาจามาถึงตรงนี้พอดีจ่านจือฟุบหน้าลงกับโต๊ะหมดสติไปเยี่ยนผิงปรากฏรอยยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างเ้าเล่ห์เพ่งมองใบหน้าของเขาที่ฟุบตะแคงอยู่บนโต๊ะ พร้อมกับส่งเสียงร้องเรียกขึ้นว่า
"ท่านทั้งสามออกมาได้แล้ว"
กล่าวจบสองมารฟ้าดินหม่าจิ้งเถากับต้าเอ่อคาและเฉาลู่ฟางต่างเดินออกมาจากมุมหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนักจากศาลาชมจันทร์ ทั้งสามเดินเข้ามาอย่างนอบน้อมพร้อมชำเลืองมองร่างของจ่านจือวูบหนึ่งซึ่งนอนฟุบหมดสติอยู่พร้อมกับเฉาลู่ฟางส่งเสียงกล่าวถามเยี่ยนผิงขึ้นว่า
"นายน้อย ท่านคิดจะกระทำเช่นไรต่อไป?"
"ต้าเอ่อคาหม่าจิ้งเถาท่านทั้งสองเร่งรุดไปยังดอยตะวัน พร้อมกับนำยาถอนพิษไปช่วยถอนพิษให้กับพวกขอทานเ่าั้จำเอาไว้ว่าท่านทั้งสองต้องรักษาอาการให้ทุกคนหายสนิทก่อนแล้วค่อยเดินทางกลับมาแล้วอย่าลืมแจ้งต่อพวกเขาเ่าั้ด้วยว่าข้าพเ้ามีงานที่ต้องให้เ้าทึ่มไปกระทำเพื่อเป็การแลกเปลี่ยนกับยาถอนพิษเมื่อเสร็จสิ้นธุระแล้วจะส่งตัวกลับไปโดยไวแล้วเื่นี้ท่านทั้งสองโปรดปิดปากให้มิดชิดอย่าให้เื่นี้ทราบถึงหูมารดาของข้าพเ้าเป็อันขาดท่านทั้งสองรวมทั้งเ้าด้วยเฉาลู่ฟางเข้าใจหรือไม่?"
ทั้งสามส่งเสียงรับคำโดยพร้อมเพรียงกันว่า
"รับทราบแล้วนายน้อย พวกเราทั้งสามจะปิดปากมิดชิดขอเพียงนายน้อยเอ่ยปากพวกเราทั้งสามจะปฏิบัติตามคำสั่งโดยเคร่งครัด"
แล้วมารนภาหม่าจิ้งเถากับมารธุลีต้าเอ่อคาพากันประสานมือต่อเยี่ยนผิงแล้วกล่าวขึ้นพร้อมกันว่า
"เช่นนั้นข้าพเ้าทั้งสองจะออกเดินทางไปดอยตะวันเดี๋ยวนี้เลยเมื่อเสร็จสิ้นธุระแล้วข้าพเ้าทั้งสองจะรีบเดินทางกลับมาด้านนี้นายน้อยมีเฉาลู่ฟางอยู่ช่วยงานข้าพเ้าทั้งสองย่อมเบาใจนายน้อยโปรดถนอมตัวด้วย"
กล่าวจบสองมารฟ้าดินพุ่งร่างจากไปอย่างรวดเร็ว คงเหลือไว้เพียงเยี่ยนผิงกับเฉาลู่ฟางและร่างที่หมดสติของจ่านจือ เยี่ยนผิงออกคำสั่งต่อเฉาลู่ฟางว่า
"เฉาลู่ฟางเ้านำร่างของคนผู้นี้ไปแล้วค่อยดูแลปรนนิบัติเขาให้ดีหลังจากเขาได้สติฟื้นขึ้นมาให้พาเขาไปอาบน้ำชำระความสะอาดร่างกายแล้วหาชุดใหม่ที่สะอาดมาให้เขาแต่งเนื้อแต่งตัวเสียด้วยหลังจากนั้นนำตัวเขาไปพบข้าในสวนเข้าใจหรือไม่?"
"ข้าพเ้าเฉาลู่ฟางรับทราบแล้วจะรีบไปจัดการตามคำสั่งของนายน้อยทุกประการ"หลังจากนั้นเฉาลู่ฟางแบกร่างของจ่านจือจากไปก่อนที่ฟ้าจะสางพร้อมกับเยี่ยนผิงพลิ้วร่างจากไปในความมืดมิดเฉกเช่นเดียวกัน
หยกเหินลม/ชล ชโลทร