【Perfect Life】

    34 – วิชาใหม่

    34 – วิชาใหม่

            ในห้องนอนของเด็กสาวผมสีเงินตอนกลางคืนมีเพียงแสงไฟจากโคมไฟจากหินเวทมนตร์บนโต๊ะส่องสว่าง เจ้าหล่อนกำลังนั่งร่ายเวทย์ใส่อัญมณีประจำตัวของทุกคน

            “เฮ้อออ เสร็จซะที!” บิดขี้เกียจหลังจากร่ายเวทย์ [ติดตาม]ใส่อัญมณีพวกนั้นเพื่อที่จะใช้ตามตัวได้แม้ว่าจะโดนปิดผนึกพลังเวทย์อยู่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

            หยกรูปใบไม้จากต่างหูประจำที่ใส่อยู่ของสเตลล่า

            อควอมารีนจากสร้อยที่ลาพิสทำให้ของไลรอนและเนื่องจากขาดตอนโดนจับจึงนำมาซ่อมให้

            โกเมนของฟีเร และเนื่องจากอีกฝ่ายไม่ค่อยชอบต่างหูจึงทำเป็นแหวนแทน

            กระพรวนอำพันของชิอินะ

            ส่วนของเดฟไกส์เป็นไพลินที่นำมาทำเป็นต่างหู

            จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้การค้นหาเด็กผู้ได้รับคำอวยพรจอมปลอมง่ายขึ้นแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะเจอเด็กอีกคนหนึ่งแม้แต่น้อย

            บางทีอาจจะมีอุปกรณ์ช่วยปกปิดสถานะเหมือนปลอกคอที่ไลรอนใช้ทำการสั่งไนกีให้ทำการค้นหาบริเวณโดยรอบเวลาคนใช้ [มนตราลุ่มหลง] แทนรวมถึงพวกเพื่อนตนเช่นกัน

            “การบ้านเสร็จแล้ว เมนูใหม่ก็เขียนไว้แล้ว”หยิบมันฝรั่งทอดทำเองเข้าปาก ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า... “จะว่าไป พรุ่งนี้มีวิชาใหม่ด้วยนี่นา?”

    •

            เช้าวันใหม่มาถึง คาบก่อนพักกลางวันที่เคยเป็นช่วงว่างตอนนี้มีวิชาใหม่เข้ามาแทนที่ซึ่งเป็นวิชาสำหรับหญิงสาว วิชามัดใจชายด้วยการทำอาหาร หรือก็คือ [คหกรรม] ทำให้ชายหนุ่มลงไปเล่นกีฬารอและการให้คุณหนูลูกผู้ดีมาทำอาหารนั้น...

            “ทำไมพวกเราต้องมาทำอะไรอย่างนี้ด้วยนะ”

            “วิชาแบบนี้มันของพวกสามัญชนชัดๆ”

            ไม่แปลกใจที่จะมีแต่การบ่น...

            คนที่จะมีความสุขคงจะมีแค่พริสทีนกับสเตลล่า

            “ตื่นเต้นจังเลย~”สเตลล่าเดินวนสำรวจรอบโต๊ะที่สั่งทำเพื่อวิชาคหกรรมโดยเฉพาะ

            จากห้องว่างที่ไม่มีอะไรถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นห้องคหกรรมชั่วข้ามคืนเพื่อวิชานี้โดยเฉพาะโต๊ะขนาดใหญ่มีทั้งเตาสำหรับทอด เตาอบ ซิงค์สำหรับทำความสะอาดแน่นอนว่าทั้งหมดเป็นอุปกรณ์เวทย์ และจะใช้ได้ต่อเมื่อใส่หินเวทมนตร์เข้าไป

            เมื่ออาจารย์ก็มาถึงพวกคุณหนูก็ไต่ถามไม่หยุดถึงสาเหตุของวิชาใหม่นี้

            “เนื่องจากเมื่อวันก่อนองค์ราชินีหางานอดิเรกใหม่ทำพระสหายคนสนิทได้เสนอให้ท่านลองทำอาหารมอบให้แก่พระราชา แม้จะเป็นการเข้าครัวครั้งแรกและอาหารไม่อร่อยเท่าพระสหายและพ่อครัวคนอื่นทำแต่พระราชาก็ทรงทานอาหารทั้งหมดที่องค์ราชินีท่านทำพร้อมตรัสว่า ‘เพราะมันเป็นอาหารที่ภรรยาของข้าทำไม่ว่าจะมีรูปลักษณ์เช่นไรก็อร่อยทั้งนั้น’ ซึ่งมันสร้างความดีใจให้แก่ท่านมากเลยเสนอวิชาเพิ่มเติมนี้ขึ้นมาโดยเป้าหมายของวิชานี้คือการทำอาหารเพื่อมอบให้คนที่รัก”

            “กรี๊ด~~~” สาวๆทุกคนต่างเริ่มวี้ดว้ายกันด้วยความตื่นเต้นกับความรักของพระชาแสนอ่อนโยนของอาณาจักรที่มีต่อองค์ราชินี

            จะมีคนแอบเหงื่อตกก็คือเด็กสาวผมสีเงินพระสหายที่อาจารย์พูดถึงและเป็นคนแนะนำให้องค์ราชินีท่านทำอาหารนั่นน่ะ...

            ก็คือเธอนี่แหล่ะ!!

            ...อ๊ะ...จะว่าไปประโยคนั้นเหมือนที่เดฟเคยพูดตอนนั้นเลย...

            “คิก..” พอนึกแล้วอดขำไม่ได้

            “ท่านเบียทริซคะ มาตั้งใจทำอาหารกันเพื่อที่ท่านจะไปมอบให้องค์ชายเจตต์กันดีกว่าค่ะ!!”

            “ใช่ค่ะ! ท่านเจตต์ต้องมีความสุขมากแน่ๆ!”

            “นั่นสินะ...”คิดภาพชายที่ตนรักมีความสุขและกล่าวเอ่ยชมกับอาหารที่ตนพยายามทำก็อดยิ้มออกมาไม่ได้แต่ก็ต้องมาทำหน้าเคร่งเครียดอีกครั้งเมื่อนึกได้ว่าไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวที่จะมอบให้องค์ชายเจตต์“นังเทพธิดาชั้นต่ำนั่นก็คิดจะทำให้ท่านเจตต์แน่...”

            “อย่าไปยอมแพ้นางสิคะท่านเบียทริซ อาหารของท่านต้องถูกปากองค์ชายเจตต์มากกว่าของนังนั่นแน่ค่ะ!”

            “อย่างอาหารของพวกสามัญชนน่ะไม่ถูกปากองค์ชายเจตต์หรอกค่ะท่านเบียทริซเอาชนะยัยนั่นได้แน่นอน ท่านน่ะเก่งอยู่แล้ว...”

            “นั่นสินะ... ข้าต้องทำให้ท่านเจตต์หลงเสน่ห์เพราะอาหารของข้าให้ได้!”

            “ถูกต้องแล้วค่ะท่านเบียทริซ!”

            > ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ท่านพริสทีน... เมื่อครู่ทำการตรวจจับผู้ใช้[มนตราลุ่มหลง] ได้

            ...อะไรนะ? อยู่ตรงไหน?ใคร?... มองซ้ายขวา

            > ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ:จับได้แค่ชั่วระยะหนึ่ง และจู่ๆก็หายไป ขออภัยด้วย

            ....ไม่เป็นไร...อย่างน้อยก็รู้ว่าอยู่ในชั้นเรา... ไหนๆก็เปิดการ [ตรวจสอบ]ผสานกับความเร็วให้เป็นแบบขั้นสูงสุดละกันนะ...

            > ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: รับคำสั่ง...

            “เอาล่ะค่ะเลดี้ทุกคน ทำการจับกลุ่มกลุ่มละ 3คนนะคะเราจะเริ่มทำอาหารกันตั้งแต่เบื้องต้นกัน”

            “3 คนเหรอคะ อีกคนนี่ใครดีล่ะคะ”

            “นั่นสิ เอ...”

            “พริสทีน” เสียงเรียกทำให้เจ้าของชื่อหันไปมององค์หญิงมาริอานั่นเองที่เรียกพวกเธอ “ขอข้าร่วมกลุ่มได้มั้ย...?”

            “ยินดีอย่างยิ่งเลยจ้ะ” ยิ้มบางตอบกลับให้

            เพราะต้องสอนพวกคุณหนูตั้งแต่เริ่มว่าอุปกรณ์ไหนคืออะไรและต้องใช้อย่างไร จึงเป็นช่วงที่คนทำอาหารเองตั้งแต่แรกอย่างพริสทีนกับสเตลล่าแอบหาวไปพอควร

            จนถึงเวลาทำจริง...

            “สูตรอาหารทั้งหมดอยู่บนโต๊ะสามารถลองทำได้ทุกเมนูส่วนวัตถุดิบอยู่ในห้องเย็นเราได้ให้สั่งซื้อมาจากตลาดชั้นนำทั้งสิ้นเลดี้สามารถสั่งให้พ่อบ้านหรือเมดส่วนตัวไปหยิบมาได้นะคะและเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาพวกเราได้เตรียมหน่วยแพทย์ไว้แล้วค่ะเริ่มทำกันได้เลย!”

            สิ้นคำทุกคนหยิบสูตรอาหารขึ้นมาเปิดอ่านกันอย่างเคร่งครัดเพื่อทำอาหารมอบให้แก่คนที่ตนสนใจ เพื่อหวังให้ชมอย่างองค์ราชาและองค์ราชินี

            “แล้วเราทำอะไรกันดีล่ะทั้งคู่?”

            “อือออ... ทำข้าวกล่องไปทานกับทุกคนดีมั้ยจ๊ะ?ข้าวกล่องแบบที่พริสทีนเคยทำตอนที่เราไปปิคนิคกันตอนนั้นก็ได้”

            “ข้าวกล่องเหรอ? จริงด้วย ไหนๆก็มีวัตถุดิบดีๆทั้งทีนี่นา”

            “ข้าวกล่อง....” มาริอาเปิดหนังสือ“ไม่เห็นมีบอกเลย...”

            “ไม่ๆ! ไม่ต้องพึ่งเจ้าหนังสือนั่นหรอก”รีบหยิบหนังสือนั่นไปเก็บ “เดี๋ยวฉันสอนให้เองไม่ต้องพึ่งหนังสือหรอกอีกอย่างเรื่องข้าวกล่องยังไม่ได้เขียนลงในนั้นด้วย”

            “เอ๋... อ๊ะ จะว่าไป พริสทีนเป็นคนเขียนใช่มั้ย..”

            “ค่ะยังไงก็มาคุยกันก่อนดีกว่าว่าจะใส่อะไรลงไปบ้าง เดฟกับฟีเรยังไงก็ไม่พ้นเนื้อเยอะๆส่วนองค์ชายคงทานทั้งผักทั้งเนื้อกระมัง”

            “ไลรอนก็ต้องเป็นปลา...”นึกถึงเมนูสมัยก่อนที่อีกฝ่ายชอทาน

            “ชิอินะชอบผักกับเต้าหู้ ส่วนลูเธียน....พวกดาร์คเอลฟ์นี่ทานอะไรได้บ้างเหรอจ๊ะ?”

            “ไม่ใช่ว่ากินแค่ผักเหมือนเอลฟ์ปกติเหรอ?”

            “ไม่ค่ะ... ดาร์คเอลฟ์กินทั้งเนื้อและผักไม่เหมือนเอลฟ์...”

            “เห... แล้วสเตลล่าแตะเนื้อไ---” “ได้ค่ะ!!”เอลฟ์สาวรีบขัดขึ้นมาเสียก่อน

            “ข้าแตะได้ แต่แค่กินไม่ได้เท่านั้นเองเพราะงั้น... ระหว่างทำ พริสทีนช่วยชิมให้หน่อยได้มั้ยคะข้า...อยากตอบแทนลูเธียนบ้าง”

            “อ่า ก็ได้ งั้นเมนูเราก็จะมีทั้งเนื้อ อาหารทะเลผัก แล้วก็ข้าวเพื่อให้อิ่ม เอาล่ะ มาเริ่มกันเลยดีกว่า!”

            “เย้!”

            > Skill • [การทำอาหาร] อัพเกรดเป็น[ระดับ S]

    •

            “เจ้าคิดว่าพวกนางจะทำอาหารอะไร?”

            ไลรอนเปิดประเด็นการสนทนาหลังจากมานั่งพักที่โรงอาหารหลังเล่นบาสเก็ตบอลกันพวกผู้ชายต่างก็เสนอชื่อผู้หญิงที่ตนสนใจกัน แต่ไม่กล้าพูดดังนักกลัวมีปัญหาตามมาอย่างคู่แข่ง

            “ถ้าเป็นเนื้อก็ดีน่ะสิ ลูกผู้ชายมันต้องกินเนื้อเท่านั้น!”ฟีเรพูดอย่างมั่นใจ

            “มีผักกับเต้าหูเยอะๆก็ดี...อาหารธรรมดาๆน่ะอร่อยสุดแล้ว” ชิอินะคิดถึงอาหารฝีมือย่าตนเอง “พวกเจ้าล่ะ...”

            “จะอะไรก็ได้ทั้งนั้น...”ลูเธียนตอบในสภาพเหงื่อโชกหอบหายใจหนักหลังจากเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในการแข่งบาสเมื่อครู่ “ถ้านางตั้งใจทำให้...จะอะไรก็กินได้...”

            “ตามที่มันพูดนั่นแหล่ะถ้าผู้หญิงที่ชอบทำอาหารมาให้ จะผักจะอะไรก็อร่อยทั้งนั้นแหล่ะ จริงมั้ยล่ะ?”เดฟยิ้มกว้าง

            “ก็จริงล่ะนะ...” เจตต์เองก็ตื่นเต้นเช่นกันไม่เคยทานอาหารฝีมือพริสทีนมาก่อนนอกจากขนมทานเล่น

            “อย่างน้อยข้าก็มั่นใจว่าต้องมีข้าวกล่องเฉพาะของแกแน่นอนไลรอน....จากองค์หญิงมาริอานั่นไง” หมาป่าหนุ่มแซวซะเพื่อนสนิทตัวเองแอบชะงักก่อนเดินมากอดคอ “ว่าไงล่ะเพื่อน~”

            “ข้า... ข้าก็กินได้ทั้งหมดนั่นแหล่ะ...”

            “แต่จริงๆข้าคิดว่ามีอีกอย่างที่พวกเจ้าควรเตรียมตัวไว้นะ...”

            “เตรียมตัว? เตรียมอะไร?”

            ชิอินะหันไปมองไลรอนช้าๆ... “ก็เจ้า... เดฟไกส์และท่านเจตต์หน้าตาหล่อเหลา จัดเป็นชายหนุ่มรูปงามของโรงเรียน...นอกจากนี้ก็ยังเรียนเก่ง...พวกคุณหนูคงได้เอามาให้ชิมเป็นแน่...”

            “....จ...จริงด้วย”

            “ข้าไม่กิน” เดฟไกส์ปปฏิเสธเสียงแข็งสีหน้าดูอารมณ์เสียอย่างเห็นได้ชัด “เรื่องอะไรข้าต้องกินอาหารพวกนางด้วยถึงจะหวังให้ข้าชิมอาหารแล้วหลงเสน่ห์ปลายจวักแต่ยังไงข้าก็ไม่มีวันสนใจพวกนางตอบกลับ ปฏิเสธไปซะให้จบๆจะได้ไม่ต้องมาร้องห่มร้องไห้ภายหลังนั่นแหล่ะดีที่สุด”

            “.......เจ้ามันปีศาจ...”พร้อมใจกันพูดโดยไม่ได้นัดหมาย

            “รึไม่จริงเล่า!!!! กลายเป็นคนใจร้ายซะตอนนี้ยังจะดีกว่าให้ความหวังแล้วปฏิเสธภายหลังมันโหดร้ายกว่าเดิมไม่ใช่รึไง!!”

            ถึงอย่างนั้นมันก็จริงอย่างที่เดฟไกส์พูดหากรับอาหารมาทาน ก็เหมือนกับให้ความหวังว่ามีใจให้แม้จะชิมตามมารยาทก็ตามก็มีโอกาสที่เจ้าหล่อนจะเก็บไปสานต่อหรือจิตนาการเอาเองว่าเขาสนใจ

            “เจ้าพูดน่ะมันง่าย....”

            “แต่พวกข้าน่ะทำไม่ได้...”

            ไลรอนกับเจตต์นั่งเครียดกับวิธีรับมืออย่างไรให้ไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์มากที่สุด!!

            “นั่นไง พูดถึงก็มาเลย...”

            หันไปมองตามชิอินะกันยกใหญ่ เหล่านักเรียนหญิงออกมาจากตึกเรียนพร้อมเหล่าพ่อบ้านแม่บ้านถือถาดที่มีฝาครอบทรงกลมคุณหนูบางคนอายที่จะนำอาหารมาให้ก็ฝากพ่อบ้านหรือสาวใช้มาให้ชายที่ตนสนใจ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นมอบให้3 หนุ่มคนดังของโรงเรียนอย่างที่ชิอินะกล่าวไว้

            เดฟไกส์ก็ปฏิเสธที่จะรับโดยไม่สนใจน้ำตาหรือเสียงสะอึกสะอื้นพวกนั้นและแอบรำคาญเล็กน้อย

            ส่วนไลรอนกับเจตต์ตกลงที่จะใช้การเจรจากันก่อนเลยได้เป็นชิมอย่างละคำแทนและด้วยความที่ไลรอนเป็นสุภาพบุรุษมากพอไม่กล้าทำร้ายจิตใจเลยต้องตอบทุกจานที่ชิมนั้นว่า...

            “อร่อยดีนะครับ...”

            แม้มันจะไม่ได้เรื่องก็ตามที

            ส่วนเจตต์นั้นแค่ชิมแต่ไม่พูดอะไรจนกระทั่งถึงคนสุดท้าย ซึ่งก็คือเบียทริซนั่นเอง

            “ท่านเจตต์คะ” เธอถอนสายบัวเล็กน้อยก่อนเรียกเมดยกจานในมือมาวาง“นี่เป็นอาหารที่หม่อมฉันทำ หวังว่า...จะถูกปากท่านนะคะ”

            ให้เมดส่วนตัวของตนเปิดฝาครอบออกสิ่งที่อยู่ข้างในคือปลาชุบแป้งทอดชิ้นโตเสริมพร้อมมันฝรั่งทอดและทาร์ทาร์ซอส 1ในอาหารหรูจากหนังสือสูตรอาหารเมนูที่เป็นที่ชื่นชอบของราชวงศ์และเหล่าขุนนางแทบทุกตน

            “ฟิชแอนด์ชิปส์งั้นเหรอ....” หั่นเป็นชิ้นพอดีคำจิ้มเข้าปาก เคี้ยว... และเงียบไป...

            “....เป็นไงบ้างคะท่านเจตต์ อ...อร่อยรึเปล่า”

            “......อืม อร่อย”

            “!!! ข... ขอบคุณค่ะ!”

            แม้ใบหน้าของเจตต์จะนิ่งเฉยเหมือนอย่างเคยแต่การที่ได้รับคำชมจากอีกฝ่ายนั้นทำเอาเธอแก้มแดงซ่านคลี่ยิ้มกว้างด้วยความสุขที่หาใดเปรียบไม่ได้ ทั้งยังชิมถึงสองครั้งด้วยกันสร้างความอิจฉาให้คุณหนูคนอื่น

            “ดีใจด้วยนะคะท่านเบียทริซ!”

            “......ยินดีด้วยค่ะ ท่านเจตต์ชมท่าด้วยนะคะ!”

            “จ้ะ ท ทานเยอะๆเลยนะคะท่านเจตต์!”

            เจตต์เงียบไปสักพัก “....ข้าดีใจนะ...”

            “ด ดีใจเหรอคะ” ยิ่งยิ้มกว้างกว่าเดิม

            “....เพราะเจ้าตอนนี้.... เหมือนสมันก่อนไม่ผิด...”

            “เอ๊ะ...?”

            “ขอโทษที่มาช้านะคะทุกคน~!”

            เสียงที่คุ้นหูตะโกนให้หันไปมองทำเอาเบียทริซหุบยิ้มในทันทีเมื่อรับรู้ได้ว่าตอนนี้จุดเด่นและเจตต์กำลังจะถูกขโมยไป

            “กล่องใหญ่แบบนั้นข้าวกล่องเหมือนตอนไปปิคนิกใช่มั้ย!?”

            “เก็บอาการหน่อยสิฟีเร”

            “ไลรอน...”

            “อื๋อ?” ปึก!!!!! “!! อั่ก!!!!!!”

            เงือกหนุ่มไม่ทันจะพูดอะไรก็โดนอดีตคู่หมั้นพุ่งใส่และด้วยความเจ้าหล่อนตัวเล็กเลยพุ่งกระแทกท้องตัวเองอย่างแรงซะจนพวกคุณหนูที่ต่อคิวนำอาหารมาให้ไลรอนชิมหลุดกรี๊ดออกมา

            “ท....ทำอะไรเนี่ย...!”

            “โทษฐานชิมของคนอื่น...” งอนแก้มป่อง...“ไม่ให้ทาน ไม่ให้ชิม... ไลรอนเป็นของข้า” สั่งให้พ่อบ้านมากันตัวสาวๆคนอื่นออก

            “ตายยังวะไลรอน?”

            “ยังไม่ตาย!! ...ต... แต่ก็เกือบๆนั่นแหล่ะ...”

            “ข้าวกล่อง...?”

            “อาหารที่สามารถพกพาไปทานได้โดยไม่ต้องมีจานพกไปทานตอนระหว่างเดินทาง อะไรประมาณนั้นน่ะค่ะองค์ชาย”สเตลล่าช่วยอธิบายให้ระหว่างพริสทีนแกะผ้ามัดข้าวกล่องออก

            เพราะเจตต์เวลาแอบเดินทาง เมื่อหิวกลางทางก็ต้องทนไม่มีการแวะพักระหว่างทางทั้งสิ้น

            หากหยุดรถม้าเมื่อใดมีโอกาสจะถูกลอบสังหารอย่างแน่นอน

            ภายใต้ผ้าเป็นข้าวกล่อง 6 ชั้นขนาดใหญ่

            ชั้นที่ 1 เป็นข้าวปั้นที่มีหลากหลายรูปแบบแบบแรกเป็นข้าวปั้นในเต้าหู้ทอด ใส่ตรงกลางเป็นไข่ต้มและตกแต่งด้วยผัก สาหร่อยกับลูกชิ้นทำมือเหมือนกับเป็นคุณแกะที่ซ่อนอยู่ในเต้าหู้ทอด ดูน่ารักน่ากิน แบบที่2 เป็นข้าวปั้นสีชมพูปั้นเหมือนคุณหมู ต่อมาเป็นข้าวกล้องปั้นเหมือนคุณหมี มีเครื่องเคียงเป็นเนื้อพันหน่อไม้ฝรั่งหรือที่โลกนี้เรียกว่า [อาเกรส] ผูกเป็นโบว์

            “เต้าหู้นี่....”

            “เห็นว่าชิอินะชอบเต้าหู ก็เลยทำแบบนี้น่าจะทานได้ง่ายแล้วอิ่มท้องกว่าน่ะ”

            “ทำให้เต็มที่เลยล่ะจ้ะ!”

            “ขอบคุณนะพริสทีน สเตลล่า...”

            “แล้วก็....” สเตลล่าอึกอักมองหน้าลูเธียนเล็กน้อย“ข้า...ไม่ค่อยถนัดเรื่องเนื้อ แต่ก็พยายามทำให้... ว หวังว่าจะชอบนะ...”

            “ที่สเตลล่าอยากบอกคือเจ้าพวกเนื้อพันหน่—พันอาเกรสนี่ทำเพื่อนาย กินด้วยก็แค่นั้นแหล่ะ” พริสทีนช่วยแปลให้ถึงจะไม่เต็มใจก็ตาม

            “อะ... งั้นเหรอ....” เกาแก้ม แอบเขินพอควร“ขอบคุณนะ...”

            ชั้นที่ 2 และ 3 เป็นเมนูจำพวกเนื้อ ทั้งเนื้อย่างเนื้อชุบแป้งทอด น่องขนาดใหญ่ย่าง มีทบอล ไส้กรอก ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ว่า 2ชั้นนี้ทำเพื่อใคร

            ชั้นที่ 4 เป็นอาหารทะเล ทั้งกุ้งล็อบสเตอร์นึ่งแม้จะไม่มีขนาดใหญ่เท่าอาณาเขตต้องห้าม แต่ขนาดเท่านี้ของมันก็ถือว่าหายากสำหรับคนภายนอกแล้วตามด้วยเนื้อปลาย่าง นึ่ง ทอด

            “ว้าว... สุดยอดไปเลยแฮะ”

            “มาริอาพยายามทำเพื่อนายเลยนะไลรอนกินให้หมดด้วยล่ะ”

            “ห๊ะ?” หันไปมองมาริอาเจ้าหล่อนบิดไปมาเขินๆ ซ่อนมือไว้ข้างหลังทำเอานึกถึงลาพิสตอนแอบไปขอให้พริสทีนสอนทำอาหารเพื่อวันเกิดตนเอง “เอ่อ......ขอบคุณนะ"

            “อื้อ... หวังว่า.. จะชอบนะ”

            ชั้นที่ 5 เป็นพวกผักทั้งหลายแหล่เหมาะสำหรับเอลฟ์ทั้งผักต้ม ผักดอง สีสันสดสวยประดับด้วยแครอทหั่นเป็นดอกไม้

            และชั้นสุดท้าย...

            “ชั้นนี่ฉันใช้เวลาทำทั้งหมดที่มีเลยนะ!” เปิดออกเป็นขนมหวานที่ไม่เคยมีคนเห็นมาก่อนทำเพื่อตอบสนองความอยากของตนเองทั้งสิ้น แยมโรลวนิลา แยมโรลชาเขียวชีสเค้กหน้าแยมสตรอวเบอร์รี่และไดฟุกุนมสดไส้ครีมสตรอวเบอร์รี่

            “ชอบซะจริงนะเจ้าไดฟุกุน่ะ”

            “ฮี่ แน่นอน ผิวแป้งหนึบๆ...ครีมนุ่มๆละมุนลิ้น... กับสตรอวเบอร์รี่สดๆกัดลงไปก็รู้สึกถึงความฉ่ำ...จะไม่ให้ชอบได้ยังไงล่ะ!”

            พูดอธิบายภาพซะจนคนที่ได้ยินแอบกลืนน้ำลายขนมหวานที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน แถมยังบอกว่าอร่อยแบบนี้...

            “คุณพริสทีน!!!!”

            หันไปมองตามเสียงเรียกคุณหนูหลายสิบคนยืนประจันหน้ากับเธอด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดพวกเดฟไกส์เองก็พร้อมจะออกตัวปกป้องแต่พริสทีนยกมือกั้นไว้ก่อน

            “มีธุระอะไรกับฉันคะ...”

            “คุณเป็นคนทำขนมพวกนั้นสินะ...”

            “....ค่ะ”

            สาวๆทุกคนฮือฮามองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะหันมามองพริสทีนเขม็งซะจนเธอแอบชะงักไปเล็กน้อย

            จะโดนตบข้อหาหมั่นไส้? หรือ จะโดนต่อว่าข้อหาทำตัวเด่น?

            นานาคำถามแล่นเข้ามาในหัวเต็มไปหมดหากโดนจริงเธอจะเป็นอย่างไร แต่ 1 ในล้านคำถามนั่นก็มีคำถามที่ดี

            และหวังจะให้เป็นคำถามนั้นเพื่อให้ไม่มีเรื่องใหญ่ไปกว่านี้!

            หมับ!!

            สองมือถูกกุมเสียแน่นจากมือของสาวๆหลายคนเอ่ยประโยคสร้างความตกใจให้แก่คนรอบข้างที่คิดว่าจะมีเรื่องตบตีกันว่า...

            “พวกเราขอซื้อสูตรขนมนั่นเถอะนะ!!!!”

            ถือว่าโชคดีที่เป็นคำถามดีที่คาดหวังเอาไว้ว่าจะได้ยิน!!

            “ดะ ได้สิ ไม่มีปัญหาหรอกค่ะเอาจริงๆก็ตั้งใจจะเขียนหนังสอสูตรขนมหวานพวกนี้เพื่อขายพอดี”

            “จริงเหรอคะ! จะขายตอนไหนล่ะคะดิฉันจะได้เตรียมเงินไว!”

            “เอ... ก็น่าจะหลังเรียนจ---” “นานเกินไปแล้วค่ะ!!!”

            “อิฉันจะออกค่าการตีพิมพ์ให้เองนะคะไม่ต้องห่วง!วันนี้ ไม่สิ พรุ่งนี้ พรุ่งนี้เลยนะคะ!!”

            “ขาดเหลืออะไรพวกดิฉันจะช่วยเหลือเอง!”

            “ใช่แล้วค่ะ!!!!”

            “อ...เอ่อ.....ค่ะ”

            “งั้นพรุ่งนี้นะคะ ดิฉันจะเตรียมอุปกรณ์ไว้ให้!เรื่องเงินก็จะจัดเตรียมให้เป็นอย่างดีเลยค่ะ!” ก่อนจะขอตัวแยกย้ายไปเตรียมพร้อใ

            ภาพความหลังในอดีตย้อนกลับมาช่วงขายอาหารตามปกติแล้วมีกลุ่มนักเรียนหญิงพูดคุยเรื่องร้านขนมหวานเปิดใหม่กันอย่างเมามันส์แล้วมีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งมาบอกว่าไร้สาระ

            ส่งผลให้เขาโดนด่าจนนั่งเงียบไปแอบมีน้ำตาคลอเล็กน้อย...

            “.........พลังของผู้หญิงเพื่อขนมหวานนี่มันน่ากลัวจริงๆ”

            “เห็นด้วยอย่างยิ่ง...”

            “อ เอาเป็นว่ามาทานข้าวกันดีกว่านะ!”เปลี่ยนเรื่องให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้

            เมื่อพูดจบทุกคนก็คว้าสิ่งที่ตนสนใจเข้าปากทันที!

            “อืม... เนื้อพันอาเกรสนี่อร่อยดี เยี่ยมเลยล่ะ”

            “จริงเหรอ? ดีใจจัง...” สเตลล่ายิ้มน้อยๆถึงจะไม่ชอบเนื้อ แต่ก็อยากทำเพื่ออีกฝ่าย

            “อ่ะไลรอน กินเลย... กินๆ”

            “ใจเย็นๆน่า กำลังชิมอยู่นี่ไง...”ลังเลที่จะกินเข้าไป อาหารที่สาวๆคนอื่นทำก่อนหน้าก็ไม่ได้เรื่องถึงมาริอาจะมีพริสทีนช่วยสอนก็ยังแอบลังเลไม่ได้ ...เป็นไงเป็นกัน!...ง่ำ!!

            “เป็นไงบ้าง...อ อร่อยมั้ย”

            “.....”

            “ไลรอน...?” แอบใจเสียเล็กน้อย

            “.....ก็.. ไม่แย่นี่” จิ้มเข้าปากเรื่อยๆที่เงียบคือตกใจกับรสชาติ ไม่คิดว่าจะอร่อยขนาดนี้ หรือเพราะเขาหิวก็ไม่ทราบได้

            “...ไชโย!” พุ่งกอดใส่จนอีกฝ่ายสำลัก “ข ขอโทษนะ!”

            “เป็นไงคะท่านเจตต์ ถูกปากรึเปล่า?”

            “อืม... อร่อยมากเลยล่ะ... ทุกทีข้ามักจะได้ทานอาหารก็ต่อเมื่อพิสูจน์ว่ามันไม่มีพิษตอนนั้นก็เย็นแล้ว... อาหารอุ่นๆแบบนี้น่ะ... อร่อยมากเลยล่ะ...”

            “ดีใจที่ชอบนะคะ”

            “ถึงจะไม่ชินที่ต้องใช้มือกินล่ะนะ... แต่ก็ได้อารมณ์อีกแบบ...”

            “แหะๆ ขอโทษเรื่องนี้ด้วยนะคะ”

            ฮ่าๆๆๆๆ หัวเราะกันอย่างสนุกสนานทุกคนได้รับอาหารจากสาวที่ตนชอบ หรือมอบให้ชายที่ตนแอบชอบทานและได้รับคำชมนั้นเหมือนอย่างที่องค์ราชินีได้ตรัสไว้ทุกประกาย

            ยกเว้นหญิงสาวคนหนึ่งที่มองภาพเหล่านั้นด้วยความอิจฉาริษยา

            ภาพกลุ่มของพริสทีนหัวเราะคึกคักกันอย่างมีความสุข

            ภาพของเจตต์ที่ยิ้มมีความสุขมากกว่าตอนชิมอาหารของตน

            กรอด... ฟันขบกันแน่นมองภาพนั้นด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างหาที่สุดไม่ได้

            สองเท้ารีบก้าวเดินออกมาจากตรงนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้หาสถานที่

            ที่คิดว่าจะไม่มีใครเห็นพฤติกรรมหลังจากนี้...

    •

            เพล้ง!!!!ปาจานในมือทิ้งลงพื้นด้วยความเกรี้ยวโกรธจนแตกเป็นเสี่ยงๆสร้างความตกใจให้แก่สองสาวผู้ติดตามคนสนิท

            เคียดแค้น...

            อิจฉาริษยา...

            และเจ็บปวด...

            หัวใจดวงนี้เจ็บปวดจนทนไม่ไหว น้ำตาไหลอาบหน้าไม่หยุด

            ปรารถนาให้อีกฝ่ายเห็นแค่ตนอยู่ในสายตาเหมือนครั้งวัยเยาว์

            ปรารถนาที่จะเห็นรอยยิ้มของเขาเหมือนอย่างที่มอบให้พริสทีน

            ทั้งที่รักมากขนาดนั้น... ทำไม...

            ทำไมเขาถึงไม่แม้แต่จะชายตามองตน เอาแต่สนใจนาง...!!!

            “ทะ ท่านเบียทริซคะ...”

            “ทำไม!!! ทำไมท่านเจตต์ถึงไม่สนใจข้าล่ะ!!ทำไม!!! ฮือออออออออ!!!” ทรุดลงกับพื้นร้องห่มร้องไห้เสียงดัง

            “มะ ไม่เป็นไรนะคะท่านเบียทริซ!อย่างน้อยท่านเจตต์ก็ทานอาหารที่ท่านทำมามากกว่าผู้หญิงคนอื่นอีกนะคะ!”

            “ถูกแล้วค่ะท่านเบียทริซ” เข้าไปปลอบ “ท่านมาก่อน ท่านย่อมต้องมีสิทธิ์กว่า....ท่านก็รู้ว่ายัยนั่นไม่ใช่เทพธิดาแต่เป็นปีศาจ”

            “ใช่... ยัยนั่นมันปีศาจ! มันคือมารผจญของข้ากับท่านเจตต์!”

            “ใช่แล้วค่ะ ท่านคือผู้ที่ถูกต้องยัยนั่นคือคนผิด...”

            “ใช่... ข้าคือคนถูก... ข้าคือคนถูก.. ยัยนั่นคือคนผิด!”

            “พวกที่มันขวางทางท่าน กำจัดมันทิ้งไปซะ”

            “กำจัดมัน... กำจัด.. กำจัด...”

            “ท...ท่านเบียทริซ...”คนสนิทอีกคนของเบียทริซมองทั้งคู่อย่างหวาดๆ รู้สึกเย็นยะเยือกจนขนลุกไปหมด คนสนิทอีกคนผละออกมาเบียทริซยืนแน่นิ่ง กำหมัดแน่น... ดวงตาไร้แววเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น

            “ยัยเทพธิดาจอมปลอม... ข้า ไม่ปล่อยแกไว้แน่...ท่านเจตต์ เป็นของข้า ของข้าคนเดียว... ของข้าคนเดียวเท่านั้น!!!!!!!”

    คล้ายกับเรื่อง【Perfect Life】 ที่คุณอ่าน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    142K 432
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258