ตำนานที่1 ต่างที่ต่างวาระ
“นั่นเ้ากำลังทำอะไรอยู่น่ะลี่จิน” เสียงดุเอ่ยทักจากเื้ัทำเอาคนถูกทักสะดุ้งโหยงแต่ยังพยายามเก็บอาการไว้ดังเดิม
“ทดสอบยา(พิษ)ชนิดใหม่ครับท่านอาจารย์”ฉีกยิ้มกว้างแม้ในใจจะตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ก็ตาม
“เฮ้อ ข้าจะทำยังกับเ้าดีเนี่ย”คนสูงวัยกว่ายืนกอดอกถอนหายใจยาว รู้สึกเอือมระอากับลูกศิษย์คนนี้เสียจริง
หมอเทวดาหวงเฟยชายวัยกลางคนที่ใบหน้าขัดกับอายุ 30 ตอนปลาย เขามีเรือนผมยาวสีดำขลับใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาราวกับถูกหยุดเวลาไว้ใน่วัยหนุ่ม เขาเป็หมอมากฝีมือที่ไม่มีใครเทียบเคียงและเป็ที่รู้กันดีกว่าไม่เคยคิดรับศิษย์จนกระทั่งการปรากฏตัวของคนตรงหน้าที่ไม่รู้ผีห่าซาตานตนไหนดลใจให้เขารับอีกฝ่ายมาดูแลคนไร้หัวนอนปลายเท้าที่จู่ ๆ ก็โผล่มาพร้อมกับการแต่งกายและคำพูดคำจาแปร่งหูราวกับไม่ใช่คนบนโลกเดียวกัน
หวงเฟยยอมรับว่าศิษย์คนนี้เป็คนฉลาดมีไหวพริบและเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วจนน่าทึ่ง ถึงอย่างนั้นนิสัยและการกระทำแปลก ๆตรรกะความคิดที่เกินพอดีก็ทำให้เขาหนักใจเสมอ
“เ้าไม่ได้กำลังเล่นเป็หมอยาแต่เ้ากำลังจะเป็หมอยาจริง ๆ หลังจากการกระทำที่แหกคอกเกินกว่าจะใช้นิ้วมือและนิ้วเท้าของข้านับรวมกันได้คิดว่าข้าควรจะออกใบรับรองให้เ้าหรือเปล่า ลี่จิน”เขาเน้นย้ำที่ชื่ออันแสนหวานของอีกฝ่าย ให้ตายสิ! ตอนนั้นไม่น่าอุทานชื่อนี้ออกมาเลย
“เรียกข้าว่าหลงจื่อได้มั้ยท่านอาจารย์เรียกชื่อหวาน ๆ นั่นทีไรสะดุ้งทุกที ท่านก็เห็นรูปลักษณ์ข้าตอนนี้หากเรียกด้วยชื่อแบบนั้นคนคงมองข้าแปลก ๆ เป็แน่”
“ข้าไม่ยักรู้ว่าเ้ากลัวคนอื่นมองว่าแปลกประหลาดในเมื่อเ้านั่นแหละที่ชอบทำตัวแปลกแยกถ้าเ้าไม่ชอบก็ช่วยกลับมาเป็รูปลักษณ์เดิมเสีย จะได้ไม่รู้สึกเก้อกระดากใจ”คำพูดเชือดเฉือนพร้อมรอยยิ้มที่แทบบาดคอท่านอาจารย์ของเขาช่างประชดประชันเก่งเสียเหลือเกิน
อาจจะถูกอย่างที่อีกฝ่ายว่า...เขา...ไม่ใช่สิ! นางควรจะกลับสู่รูปลักษณ์จริงของตนในเมื่อยามนี้ ผมสีดำขลับถูกรวบตรึง เสื้อผ้าตัวหลวมโคร่งทรงผู้ชายจีนสมัยเก่าใบหน้าตกกระสีน้ำตาลกระดำกระด่าง ดวงตาเรียวคมสีดำถูกเติมหางน้อย ๆ ให้ดูดุ มองเผินๆ ก็คือชายหนุ่มละอ่อนที่เพิ่งจะเข้าสู่ความเป็ผู้ใหญ่...แน่ล่ะ! ในเมื่อหมอยาผู้ชายจะได้รับความไว้วางใจและดูน่าเชื่อถือกว่าหมอยาผู้หญิงในยุคนี้หากไม่ใช่ลูกผู้ดีมีเงินผู้หญิงก็แทบไม่มีสิทธิ์มีเสียงและไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ ถึงโชคดีเกิดมาเป็ลูกขุนนางก็ใช่ว่าจะได้เล่าเรียนหนังสือเพราะส่วนใหญ่แล้วการบ้านการเรือนทุกอย่างจะตกเป็ของผู้หญิงน้อยนักที่เราจะเห็นขุนนางผู้หญิงหรือทหารหญิง ยิ่งเป็หมอยาด้วยแล้วยิ่งไม่มีทางเป็ไปได้เลย หวงเฟยรู้ถึงความลำบากที่นางกำลังจะเผชิญเป็อย่างดีทว่าอะไรบางอย่างทำให้เขาตัดสินใจที่จะเมินเฉยเื่นี้ไป
“แปดเดือนที่เ้าติดตามข้าเ้ามักทำให้ข้าประหลาดใจกับการเรียนรู้ของเ้าเสมอข้าชื่นชมที่เ้ามักแสวงหาความรู้โดยไม่หยุดพักแม้บางอย่างนั้นข้าไม่คิดว่าจะจำเป็สำหรับตัวเ้าเลยก็ตาม”ประโยคแรกขึ้นต้นอย่างสวยงาม แต่ลงท้ายอย่างเวทนาจนคนฟังยิ้มแห้ง
“ข้าได้ยินมาว่าท่านไม่เคยคิดจะรับศิษย์ทำไมท่านถึงยอมรับข้ากันล่ะ หรือท่านมองเห็นพร์ในตัวของข้าหรือ” หลงจื่อยักคิ้วกวนๆขณะอวยตัวเองเสร็จสรรพ
“นั่นเป็สิ่งที่ข้าเพียรถามตัวเองมาตลอดแปดเดือนเต็มว่าทำไมถึงรับคนอย่างเ้ามาเป็ศิษย์ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองไปพลาดตรงไหน เอาเป็ว่าในเมื่อเลยตามเลยแล้วข้าก็ต้องรับผิดชอบจนถึงที่สุดละนะ”
“หมายถึงท่านจะดูแลข้าจนกระทั่งแก่ชราไปด้วยกันอย่างนั้นหรือ”หลงจื่อพูดติดตลก ทำเอาหวงเฟยแสดงสีหน้าเหยเกยออกมาชัดเจน
“ข้าคงไม่อาจดูแลเ้าไปได้ตลอดสักวันหนึ่งเ้ากับข้าก็ต้องแยกทางกัน แต่ก่อนที่เวลานั้นจะมาถึงข้าจะทำให้มั่นใจว่าเ้าจะสามารถใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียวในโลกกว้างแห่งนี้ได้”น้ำเสียงของหวงเฟยเป็การเป็งานขึ้นจนหลงจื่อรู้สึกแปลกใจแววตาของเขาราวกับมีอะไรบางอย่างที่สำคัญแอบแฝงไว้
หลายครั้งที่หลงจื่อสังเกตว่าเขาอยากจะพูดบางสิ่งออกมาแต่ก็ต้องกลืนมันลงไปในลำคออาจารย์ของนางช่างลึกลับซับซ้อนจนต้องทำเมินไปเสียบ้างในบางครั้ง
“เ้าไปเตรียมตัวได้แล้วเราจะออกไปตรวจอาการคนในหมู่บ้านกัน และก็อย่าเอาของแปลก ๆ ใส่ล่วมยาไปด้วยล่ะเพราะข้าจะทำให้แน่ใจว่าเ้าจะไม่อาจตามข้าออกไปรักษาคนได้สักระยะหนึ่ง”คำขู่ตอนท้ายที่หลงจื่อรู้ดีว่ามันมีความจริงเจือปนอยู่เกินกว่าครึ่ง ให้ตายเหอะ! เป็ศัตรูกับหมอยามันช่างลำบากเสียจริงๆ
เ้าหล่อนหมุนตัวเดินไปยังที่เก็บสัมภาระก่อนจะจัดแจกแบกล่วมยาขึ้นหลังเช่นเคย
แปดเดือนแล้วเหรอเนี่ยที่เรามาที่นี่...มีแค่เราคนเดียวงั้นเหรอ...หวังว่าจะเป็เช่นนั้นนะ
“ท่านเ้าเมืองให้ข้านำเครื่องประดับเหล่านี้มาให้ท่านเลือกหรือหากท่านพึงพอใจทั้งหมดก็สามารถรับมันไปได้เลย”ชายแก่ในชุดขุนนางค้อมตัวอย่างนอบน้อม แววตาที่ช้อนมองอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความเคารพจับใจ
อา...สตรีเบื้องหน้าเขาช่างสง่างามเสียเหลือเกินร่างระหงส์ซึ่งนั่งเชิดหน้าราวกับนางพญา อาภรณ์ที่ถูกถักทอจากแพรไหมชั้นดีประดับประดาด้วยทับทิมหลากสีผิวขาวเนียนเปล่งปลั่ง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางระดับสูงแบบเดียวกับเหล่ามเหสีในวังหลังริมฝีปากอวบอิ่มแต้มสีชาดเด่นชัด ดวงตาคู่สวยสีดำดูนุ่มนวลเยือกเย็นกำลังทอดมองชายชราผู้ซึ่งต่ำศักดิ์กว่า
“อืม” ผู้อยู่เบื้องบนตอบรับในลำคอ
“โอ้ ท่านจะรับมันทั้งหมดเลยหรือช่างตาถึงเสียจริง! เครื่องประดับทุกชิ้นทำโดยช่างฝีมือดีที่สุดของเมืองหลวงเป็งานที่ประณีตและวิจิตรงดงามแบบที่เหล่าเชื้อพระวงศ์สวมใส่ หากได้สตรีผู้งดงามเช่นท่านสวมใส่ละก็ข้าเชื่อว่าจะไม่มีสตรีนางใดในใต้หล้าที่งดงามเทียบเคียงท่านได้อีกเลย ไม่สิ!ท่านคงจะทำให้เหล่าอัญมณีเหล่านี้ต้องหมองลงเพราะท่านนั้นเจิดจ้ายิ่งกว่าพวกมันเสียอีก...”
คำเยินยอยังคงถูกพล่ามอย่างยาวเหยียดถึงอย่างนั้นคนฟังก็ยังคงนั่งนิ่งราวรูปสลักหินอ่อน ในสายตาของชายชราสตรีตรงหน้าราวกับรูปลักษณ์ของทวยเทพที่สวยงาม เขาน้ำตาคลอหน่วยขณะจ้องมองนางอย่างไม่อาจละสายตาได้
“ข้าจะรีบไปบอกท่านเ้าเมืองว่าท่านยินดีเป็อย่างยิ่งที่จะรับเครื่องประดับเหล่านี้ทั้งหมดไว้”เขาหวังว่าหญิงสาวจะแสดงปฏิกิริยาอื่นออกมา แม้จะผิดหวังลึก ๆ ที่นางไม่เอื้อนเอ่ยอะไรอีกแน่ล่ะ!นางคือสตรีสูงศักดิ์นี่นาการจะลดตัวลงมาเสวนากับคนอย่างเขามันคงไม่ใช่เื่ที่สมควร คิดได้ดังนั้นก็ค้อมศีรษะจนแทบจรดพื้นแล้วรีบถอนตัวออกไปจากครรลองสายตาของแทบจะทันที
นะ...หนักหัวอะ...
ดวงตาคู่สวยเกือบจะปริ่มไปด้วยหยาดน้ำใสเพราะชุดที่ใส่นั้นรัดจนแทบจะหายใจไม่ออกใบหน้าก็ตรึงด้วยเครื่องสำอางค์ราวกับฉีดโบท็อกซ์ไหนจะโคตรบิดามารดาปิ่นปักผมบนหัวไม่รู้เหล่าสาวใช้จะประดังอะไรกันมานักหนาต่างหูหากใหญ่อีกสักนิดนางคงนึกว่าเป็มูลี่ประดับประตูบ้านเสียแล้วไอ้เ้ารองเท้าก็รัดจนแสบไปหมด เก้าอี้ก็แข็งเกินแม้จะมีเบาะรองก็ตาม...คนในโลกนี้มันมองยังไงว่าแบบนี้สวยสง่ากันฟะ!
ให้ตายเหอะ! ถ้าเป็ความฝันก็อยากจะตื่นเสียแล้วสิขืนอิพี่ตัวดีมาเห็นแบบนี้ รับรองได้หัวเราะท้องขดท้องแข็งลงไปเกลือกกลิ้งกับพื้นแน่นี่มันเกิดบ้าอะไรกับชีวิตของฉันเนี่ย ยังกับนิยายที่หลงมาเป็ผู้กล้าต่างโลกเสียแต่ไม่มีหน้าต่างสเตตัสหรือสกิลโกงใดๆ เลย นี่มันยุคแบบเดียวกับเซ็นโงคุหรือสามก๊กเลยไม่ใช่รึไงถ้าให้เปรียบก็คล้าย ๆ 3 ก๊กมากกว่า ก็ชื่อแต่ละคนเล่นแนวจีนหราซะขนาดนั้นแล้วถ้าจำไม่ผิด! มันเหมือนกับเกมส์คอนโซลที่กำลังเล่นกับพี่เลยนี่หว่า
เด็กสาวถอนหายใจยาวแทบอยากจะร้องไห้ เมื่อในบางครั้งนางต้องรับแขกคนสำคัญที่แวะเวียนมาชื่นชมความงาม(?)และบูชานางราวกับเป็สิ่งศักดิ์สิทธิ์หายากใช่...พวกเขาเรียกนางด้วยตำแหน่งที่ต้องแคะหูถึง 3 ครั้งกว่าจะทำใจยอมรับมันพวกเขาเรียกว่าธิดาเทพ...สตรีจากฟากฟ้าผู้ที่ซึ่งจะมาหยุดยั้งาและทำให้แผ่นดินรวมเป็หนึ่ง
ช่างดูยิ่งใหญ่ต่างกับขนาดตัวของนางเสียเหลือเกิน!ในเกมส์มันมีบทแบบนี้ด้วยเหรอ! ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่านี่คือเอพริลฟลูเดย์อยากจะให้มีใครสักคนปรากฏตัวออกมาพร้อมบอกว่านี่คือมุกตลกของเกมส์โชว์ที่กำลังดังใน่นี้เธอเป็แค่เด็กสาวม.4 ในโลกของตน แต่กลับเป็หญิงสาวที่ถึงวัยอันควรมีคู่ในโลกแห่งนี้(?)โชคดีที่ท่านเ้าเมืองไม่ได้มองเธอแบบนั้นแต่ก็ไม่ชอบสายตาชื่นชมบูชาที่เขามีเอาเสียเลยเธอเป็เพียงแค่คนธรรมดาเดินดินมาดกินขาด กว่าจะรู้ตัว...เธอก็ถูกเ้าเมืองเรียกว่าธิดาเทพหลินเทียนเสียแล้วชื่อช่างอลังการเสียจริง!
“พี่อัย พี่จะมาที่นี่เหมือนกับอุ้มหรือเปล่านะอุ้มอยากเจอพี่...” ว่าถึงตรงนี้เธอชะงักเล็กน้อยเหมือนกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง “เออไม่อยากเจอแล้วดีกว่า ขืนเห็นสภาพนี้ เฮอะๆ ได้โดนล้อยันลูกบวชแน่ฉัน เอาเหอะ...ถ้าเราเจอแบบเดียวกันฉันก็จะหัวเราะพี่ยันลูกพี่บวชแน่นอน”
สิ้นความคิดอันน่าเวทนาเธอก็พยายามขยับกายซึ่งราวกับจะถูกเถาวัลย์ที่มองไม่เห็นรัดพันไว้หากเป็ไปได้เธอต้องคุยกับเหล่าสาวใช้ให้เพลา ๆ ลงเสียหน่อยซะแล้วสิเพราะยิ่งนับวัน เครื่องประดับบนตัวเธอก็ยิ่งเพิ่มพูนไม่อยากจะคิดเลยว่า...ของบรรณาการเมื่อครู่กำลังจะกลายเป็ส่วนหนึ่งของเธอในเร็ววันแน่นอน