รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress

    ท่านจักรพรรดินี!

            คนที่ถามคำถามนั้นออกไปจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก“นักปรุงมือใหม่”

             

            ตัวเขาและพี่ชายหยางหรือ“โอสถคือชีวิต”หลังจากที่ได้รับข่าวว่าท่านจักรพรรดินีโอสถมาถึงที่งานแห่งนี้แล้วล้วนตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งพวกเขารวมถึงเหล่าแฟนคลับของท่านจักรพรรดินีไปรวมตัวกันอยู่ที่บริเวณลานกว้างด้านข้างเฝ้ารอให้ท่านจักรพรรดินีของพวกเขาปรากฏตัว เพื่อที่จะได้ไปเอาเรื่อง“ปรมาจารย์ไป่ฟานเซียน” ที่มาสวมรอยเป็นจักรพรรดินีโอสถพร้อมๆกัน

             

            ไม่คาดคิดว่าในตอนเที่ยงจะมีข่าวเรื่องการทดสอบของปรมาจารย์ไป่ออกมาเสียก่อนพวกเขาจึงเปลี่ยนแผนและตัดสินใจมาสังเกตการณ์ที่นี่เช่นเดียวกับคนอื่น

             

             

            ในหอประชุมแห่งนี้มีเหล่าแฟนคลับของจักรพรรดินีกระจายตัวกันอยู่เป็นหย่อมๆ

             

            การแสดงพลังรวมถึงความสูงส่งของไป่ฟานเซียนที่นางแสดงออกมาทำให้หลายคนมีความคิดที่จะล้มเลิกเพราะหากว่านางกลายเป็นนักปรุงโอสถขั้นสี่ได้จริงๆพวกเขาก็จะมีปัญหาตามมาได้

             

            แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าคำถามแรกที่เปิดประเดิมไปจะเป็นคำถามเช่นนี้!

             

            ผู้อาวุโสฟางขมวดคิ้วนางกำลังจะพูด แต่ก็ถูกไป่ฟานเซียนขัดขึ้นมาเสียก่อน

             

            “...รู้จัก”

             

            คำพูดของนางแม้จะไม่ต้องตะโกนแต่กลับสามารถได้ยินอย่างชัดเจนท่ามกลางความวุ่นวายภายในหอประชุม!

             

            แน่นอนว่าคำตอบของนางทำให้หอประชุมแตกตื่นขึ้นมาอีกครั้ง!

             

            “นางรู้จักท่านจักรพรรดินี?”

             

            “แน่นอนอยู่แล้วท่านจักรพรรดินีย่อมมีชื่อเสียงเลื่องลือแม้แต่ตัวตนระดับปรมาจารย์ก็ยังรู้จักท่านเช่นกัน”

             

            “แต่ทั้งที่รู้จักแต่นางก็ยังเลียนแบบวิธีของท่านจักรพรรดินีอีกเหรอ?”

             

            “นั่นสินะเรื่องนี้นี่ยอมไม่ได้จริงๆ”

             

            ผู้อาวุโสฟางเหนียงเห็นสถานการณ์เริ่มจะวุ่นวาย  เธอจึงเริ่มดำเนินการทดสอบต่อก่อนที่มันจะโกลาหลไปมากกว่านี้

             

            “เชิญคำถามต่อไปค่ะ”

             

            การเลือกแน่นอนว่าเป็นการสุ่มอีกครั้งคราวนี้คนที่ถูกเลือกอยู่ห่างจากจุดแรกที่เลือกไปคนละมุม

             

            “เอ่อ...ท่านปรมาจารย์ไป่คิดยังไงกับจักรพรรดินีโอสถครับ?”

             

            ใครจะไปคิดว่าจะยังหลีกหนีเรื่องนี้ไปไม่พ้น!

             

            ดูเหมือนการกระจายตัวกันออกไปเป็นหลายๆกลุ่มในหอประชุมของเหล่าแฟนคลับของจักรพรรดินีจะกลายเป็นความบังเอิญที่คาดไม่ถึง  พวกเขาถึงกับถูกสุ่มเลือกถึงสองครั้งติดๆกันและในเมื่อมีคนเปิดประเด็นเรื่องนี้ไปแล้ว พวกเขาจึงไม่ลังเลที่จะสานต่อไปให้ถึงที่สุด

             

            ไป่ฟานเซียนเลิกคิ้วกับคำถามแบบนี้มันไม่ต่างกับการโดนถามว่า “รู้สึกอย่างไรกับตัวเองครับ” เลยไม่ใช่หรือไง?

             

            แล้วข้าควรจะตอบกลับไปอย่างไรดี?

             

             

            “ก็ยังไม่เก่งกาจนักหรอก...มีอีกหลายเรื่องที่นางยังต้องเรียนรู้”

             

             

            ไป่ฟานเซียนเลือกที่จะตอบไปแบบถ่อมตัวสักหน่อย ถึงอย่างไรนางก็พึ่งจะรู้จักโลกในยุคนี้ได้ไม่นานมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่นางยังต้องค่อยๆเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์วัฒนธรรม หรือพวกเทคโนโลยีที่นางเองก็ยังไม่สันทัดเท่าไรนัก

             

            ว่าแต่คำถามมันจะแปลกประหลาดไปหน่อยหรือไม่?

             

            ...มันไม่เห็นจะเกี่ยวกับศาสตร์โอสถเลยสักนิดเดียวเลยนี่

             

            แต่คำตอบที่นางตอบไปอีกครั้งนั้นกลับทำให้ผู้ชมในห้องประชุมแตกตื่นโดยเฉพาะกับเหล่าแฟนคลับของจักรพรรดินีที่ถึงขนาดขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจกันทั้งสิ้น

             

            คำตอบแบบนี้มันหมายความว่าอย่างไร  มันไม่ได้หมายความว่าจักรพรรดินีโอสถก็ยังสู้นางไม่ได้หรือไง?

             

            ก่อนที่พวกเขาจะระเบิดความโกรธออกมาไมค์ก็ถูกส่งไปอย่างสุ่มๆอีกครั้ง คราวนี้มันไปอยู่ในมือของหญิงสาวคนหนึ่ง

             

            ผู้อาวุโสเฉินที่จิบชาอยู่ข้างเวทีได้เห็นก็รู้สึกเบาใจลงไปได้หน่อยเพราะเธอคนนั้นเป็นหนึ่งในนักเรียนของเขาที่เป็นพวกคงแก่เรียน เธอทุ่มเทให้กับการเรียนรู้เป็นอย่างยิ่งจนแม้แต่เขาก็ยังชื่นชม  ทั้งยังเป็นเด็กผู้หญิงอีกด้วยคงจะไม่ใช่แฟนคลับของจันพรรดินีแน่นอน

             

            “ท่านหมายความว่าท่านเหนือกว่าจักพรพรรดินีโอสถใช่ไหมคะ?”

             

            พรวด!

             

            ทำไมถึงกลายเป็นคำถามแบบนี้อีกแล้วเล่า!

             

            อย่าบอกนะว่าแม้แต่กับเด็กผู้หญิงแบบนี้ก็ยังเป็นแฟนคลับของจักรพรรดินีด้วย!

             

            ไป่ฟานเซียนทำสีหน้าครุ่นคิดก็ในเมื่อทั้งสองคนมันก็คือนางทั้งคู่ แล้วจะให้นางตอบกลับไปอย่างไรดี?

             

            “ไม่ใช่...ความสามารถของเราพอกันนั่นแหละ”

             

            ก็ในเมื่อจักรพรรดินีโอสถก็คือนางและนางก็คือจักรพรรดินีโอสถการที่นางตอบออกไปแบบนี้ก็คงจะตรงประเด็นและถูกต้องที่สุดแล้ว

             

            คำตอบของนางแน่นอนว่ามันทำให้หลายๆคนรู้สึกไม่พอใจจักรพรรดินีโอสถคือตัวตนที่พวกเขาเทิดทูนและเคารพนับถือความรู้ความสามารถที่นางแสดงออกมาสามารถทำให้พวกเขายอมศิโรราบและกลายเป็นแฟนคลับที่ภักดี

             

            แต่ในความคิดของคนที่วางตัวเป็นกลางและไม่ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดกลับรู้สึกว่าเรื่องนี้มันดูแปลกๆ

             

            จักรพรรดินีโอสถที่ไม่เคยเปิดเผยตัวเองกับไป่ฟานเซียนที่พึ่งจะปรากฏตัวขึ้นมาในวงการ ทั้งสองคนชำนาญในศาสตร์แห่งโอสถในระดับสูงทั้งสิ้นทั้งยังมีนิสัยบางอย่างที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าประหลาด

             

            ไม่ใช่ว่าทั้งสองคนมันน่าจะเป็นคนเดียวกันหรือไง!?

             

            แต่ความคิดของพวกเขากลับถูกเหล่าแฟนคลับของจักรพรรดินีปัดตกไปอย่างไม่ใยดีทั้งแววตาของพวกเขายังทั้งหนักแน่นและมั่นใจเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย

             

            “ไม่มีทางที่ปรมาจารย์ไป่จะเป็นท่านจักรพรรดินีไม่มีทาง!”

             

            “ใช่แล้ว! ไม่มีทางหรอก”

             

            พวกเขาล้วนยืนยันมาอย่างนี้ทั้งที่ระหว่างที่พูดยังมีท่าทางแปลกๆ  ทำให้เหล่าคนวงนอกไม่เข้าใจสักนิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น

             

            สถานการณ์แห่งความวุ่นวายกำลังจะก่อตัวเหล่าแฟนคลับของจักรพรรดินีโอสถค่อยๆขยับไปรวมตัวกันอยู่ที่จุดหนึ่งจนเป็นกลุ่มก้อนเพื่อปรึกษากันต่อว่าจะทำอย่างไรกันดี

             

            “เราควรรอให้ท่านจักรพรรดินีโอสถมาถึงก่อนหรือเปล่า?”

             

            “ใช่แล้วนั่นน่าจะเป็นทางที่ดีที่สุด”

             

            “ท่านบอกว่ามาถึงแล้วนี่”

             

            ขณะที่พวกเขากำลังสุมหัวกันอยู่  เพราะความบังเอิญอย่างคาดไม่ถึงอีกครั้งที่ไมค์มันถูกส่งไปให้หนึ่งในพวกเขาในนั้น

             

            “ท่านปรมาจารย์ไป่ ท่านช่วยรอให้คนๆหนึ่งมาถึงก่อนจะได้ไหมครับ?”  คนที่ได้รับไมค์ไปก็คือ “โอสถคือชีวิต”หรือพี่ชายหยางที่เป็นหนึ่งในแกนนำของกลุ่มแฟนคลับนี้นั่นเอง

             

            “เอ่อ...งานยังต้องดำเนินต่อไปเรื่องงนี้เกรงว่า...” ก่อนที่ผู้อาวุโสฟางจะพูดจบเธอก็ถูกไป่ฟานเซียนขัดไว้อีกครั้ง

             

            “ได้...”

             

            ไป่ฟานเซียนพยักหน้า  เก้าอี้ตัวหนึ่งลอยขึ้นมาบนเวทีมาอยู่เบื้องหลังนางอย่างพอดิบพอดีหญิงสาวเอนกายลงบนเก้าอี้นั้นด้วยท่าทีที่ดูสูงส่งราวกับนั่งอยู่บนบัลลังก์

             

            เหล่าผู้ชมบางส่วนถูกภาพนี้สะกดเอาไว้จนไม่สามารถละสายตาผู้กำกับหวังถึงขนาดสั่งให้กล้องทุกตัวจับภาพในช่วงเวลานี้เอาไว้ให้ดีที่สุด

             

            เพราะไม่คาดคิดว่าหญิงสาวจะตอบรับง่ายๆเหล่าแกนนำของกลุ่มแฟนคลับจึงรีบเข้าไปดูในเว็บบอร์ดพร้อมทั้งพิมพ์ข้อความรีบเร่งขอร้องให้ท่านจักรพรรดินีของพวกตนปรากฏตัวอย่างเร็วที่สุด

             

            หวงจื่อหานที่ยืนอยู่ข้างเวทีได้ยินเสียงแจ้งเตือนเด้งระรัวมาจากคอมพิวเตอร์พกพาของท่านปรมาจารย์ไป่เขาได้แต่ส่ายหัวให้กับความเข้าใจผิดที่เริ่มจะไปไกลขึ้นเรื่อยๆ

             

            หวังว่าเรื่องราวทุกอย่างมันจะจบลงในวันนี้!

             

            และเขาก็คิดว่าท่านปรมาจารย์ไป่ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังอะไรหรอก!  นางก็แค่เป็นอย่างปกติและคงจะไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่าเกิดเรื่องเข้าใจผิดเช่นนี้ขึ้น!

             

            การเฝ้ารอกินเวลาไปกว่าห้านาทีไม่ต้องรอให้ผู้อาวุโสฟางเหนียงพูดอะไรเพราะเป็นไป่ฟานเซียนที่เริ่มขมวดคิ้วบางแล้วถามขึ้นมาเอง

             

            “...ข้ายังต้องรออีกนานหรือไม่?”

             

            คำถามของไป่ฟานเซียนทำให้เหล่าแฟนคลับของจักรพรรดินีสะดุ้งพวกเขาเหลือบสายตาไปดูกระทู้ด้วยหวังว่าจะมีข้อความจากท่านจักรพรรดินีตอบกลับมา 

             

            “เอ่อ...ช่วยรออีกสักนิด?”พี่ชายหยางพยายามต่อรอง เขาเองก็เป็นกังวลว่าทำไมท่านจักรพรรดินีของพวกตนถึงมาช้านักเช่นเดียวกัน

             

            “...ก็ได้”ไป่ฟานเซียนถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายนางไม่คิดว่าการทดสอบต่อหน้าสาธารณชนอะไรนี่จะน่าเบื่อถึงเพียงนี้แต่เพราะนางเห็นว่าทั้งฟางเหนียงหรือแม้แต่เฉินเต๋อหมิงก็ไม่มาขัดแปลว่าสิ่งเหล่านี้มันถูกต้องแล้วสินะ?

            แต่ใครจะรู้ว่าเพราะความหวั่นเกรงและเกรงใจของอาจารย์โอสถทั้งสองท่านนั้นต่อตัวตนระดับปรมาจารย์เช่นกันที่ทำให้ยอมปล่อยจนสถานการณ์กลายเป็นแบบนี้!

             

            ระหว่างที่เฝ้ารอผู้ชมก็เห็นพ่อบ้านชรากระโดดขึ้นไปบนเวทีพร้อมกับคอมพิวเตอร์พกพา แค่เพียงไม่กี่วินาทีเขาก็รังสรรค์กึ่งกลางเวทีให้กลายเป็นโต๊ะน้ำชาพร้อมกับเสิร์ฟน้ำชาคุณภาพดีให้กับนายหญิงของเขาที่เริ่มเปิดเว็บไซต์ฆ่าเวลาเสียแล้ว

             

            ไป่ฟานเซียนที่เข้าไปในชุมนุมของผู้ฝึกตนสังเกตเห็นแจ้งเตือนมหาศาลและยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆไม่หยุดเด้งอยู่ด้านข้างนางกดเข้าไปก็พบกับข้อความที่รีบเร่งให้นางมายังหอประชุมไม่หยุดนับร้อยข้อความ

             

            หญิงสาวประหลาดใจนางพรมมือลงบนคีย์บอร์ดอย่างว่องไว

             

            ความคิดเห็นที่2130 (จักรพรรดินีโอสถ)

    -         ข้าถึงตั้งนานแล้ว

             

             

            คำตอบของจักรพรรดินีโอสถทำให้กระทู้แทบระเบิดพวกเขาโห่ร้องอย่างยินดีขณะที่พยายามถามว่านางอยู่ที่ไหนบ้างก็ขอให้นางแสดงตัวออกมาให้พวกเขาเห็น

             

            ความคิดเห็นที่2138 (จักรพรรดินีโอสถ)

    -         พวกเจ้ายังไม่เห็นข้า?

     

            ไป่ฟานเซียนขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจตอนนี้นางนั่งอยู่กึ่งกลางเวทีที่ทั้งยกขึ้นมาสูงทั้งโดดเด่นจะมีใครในหอประชุมนี้ที่ตาบอดขนาดมองไม่เห็นนางได้อีกกัน?

             

            แต่ก็ไม่นึกว่าพวกนั้นจะไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่เห็นนาง มีบางส่วนขอร้องให้นางช่วยถ่ายภาพสถานที่ซึ่งนางอยู่ในตอนนี้ออกมาให้ดูหน่อย

             

            “หวงจื่อหานข้าจะถ่ายรูปต้องทำแบบนี้ใช่หรือไม่?” ไป่ฟานเซียนหันไปพูดกับพ่อบ้านชราอย่างสงสัยนางศึกษาเรื่องพวกนี้มาจากหนังสือหรือในอินเตอร์เน็ตแต่ก็ยังไม่เคยลองทำด้วยตัวเองสักครั้งเดียว

             

            แน่นอนว่าหวงจื่อหานไม่ทำให้นายหญิงผิดหวังเขาเปิดกล้องของคอมพิวเตอร์พกพาขึ้นมา เครื่องรุ่นนี้มีทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังทั้งยังมีขนาดเล็ก ทำให้สะดวกกับการใช้งานอย่างยิ่ง

             

            เหล่าผู้ชมที่ด้านหน้าเวทีไม่รู้ว่าไป่ฟานเซียนกำลังทำอะไรเพราะอยู่ๆท่านปรมาจารย์ไป่ก็ยกคอมพิวเตอร์พกพาขึ้นมาแล้วเล็งมาทางพวกเขาเสียอย่างนั้น

             

            “แบบนี้กระมัง?”

             

            ไป่ฟานเซียนกดปุ่มถ่ายภาพอย่างเก้ๆกังๆ เพียงครู่เดียวนางก็ได้รับรูปกลุ่มฝูงชนกลุ่มใหญ่ที่อยู่หน้าเวทีมาหนึ่งรูปนางจัดการแปะรูปนั้นลงในช่องแสดงความคิดเห็นโดยไม่รอช้า

     

     

            ความคิดเห็นที่2252 (จักรพรรดินีโอสถ)

    -         ใช้ได้หรือไม่?

             

             

             

            ความคิดเห็นของนางเด้งขึ้นมาพร้อมกับแนบรูปมาด้วยรูปหนึ่งเหล่าแฟนคลับของจักรพรรดินีรีบเข้าไปดูในความคิดเห็นนั้นพร้อมกับจะช่วยกันหาว่านางอยู่ที่มุมใดของหอประชุมกันแน่

             

            แต่เมื่อพวกเขาเห็นภาพเต็มๆกลับขมวดคิ้วเพราะมุมที่ถ่ายมันเป็นมุมตรง ทั้งยังถ่ายเห็นผู้ชมอย่างทั่วถึง

            ไม่มีทางที่คนที่ยืนอยู่ในฝูงชนจะถ่ายภาพแบบนี้ได้

             

            มันน่าจะเป็นมุมสูงขึ้นมาสักหน่อย?

             

            พวกเขาพยายามไล่สายตาทั้งยังเปรียบเทียบสิ่งต่างๆในห้อง  พี่ชายหยางที่เปิดรูปนั้นขึ้นมาก็เช่นกันเขาหันไปรอบๆเพื่อพยายามหามุมที่เหมือนกันที่สุด

             

            ก่อนที่สายตาของเขาจะไปสะดุดกึกเข้าที่กึ่งกลางเวที

             

            ไม่ใช่ว่ามุมแบบนั้นองศาแบบนั้น คนที่ถ่ายได้จะมีเพียงคนที่อยู่บนเวทีหรอกหรือ...?

             

            ความคิดของเขาไหลแล่นอย่างว่องไวความน่าจะเป็นที่ถูกพวกเขาปัดทิ้งย้อนกลับมาในหัวอีกครั้งพร้อมกับเหงื่อที่ไหลออกมาจนชุ่มตัว

             

            มือที่ถือไมค์ของเขาสั่นเล็กๆแม้แต่เสียงที่พูดออกมาก็ยังสะท้านเบาๆ

             

            “ทะ...ท่านปรมาจารย์ไป่ท่านรู้จักชุมนุมของผู้ฝึกตนไหมครับ?”

             

            ไป่ฟานเซียนเงยหน้าขึ้นมาจากคอมพิวเตอร์พกพาและพยักหน้ารับเบาๆ

             

            “รู้จัก...ข้ามักจะไปฆ่าเวลาเล่นในนั้นอยู่บ่อยๆ”นางตอบไปตามตรง

             

            “ละ...แล้วไม่ทราบว่าชื่อบัญชีของท่านคือ?”

             

            พี่ชายหยางรู้สึกว่าคำถามนี้เขาต้องเค้นความกล้าทั้งปีมาใช้แววตาของเขาสั่นเบาๆขณะที่กลั้นใจพูดออกไป

             

            ไป่ฟานเซียนเองก็ไม่ได้คิดจะปิดบังอะไรขนาดนั้นตอนแรกหวงจื่อหานแค่กังวลว่ามันจะมีเรื่องวุ่นวายตามมาถ้าเลือกที่จะเปิดเผยตัวตนในเว็บบอร์ด  แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว ก็คงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย

             

            “...จักรพรรดินีโอสถ”

             

             

            คำพูดนั้นราวกับสะท้อนอยู่ในหัวของเหล่าผู้ชมแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังอะไรมากแต่ถ้ายังอยู่ในวงการนี้ก็ย่อมรู้จักชื่อที่โด่งดั่งในช่วงนี้ผ่านหูมาบ้าง!

             

            จักรพรรดินีโอสถ!

             

            ตัวตนลึกลับที่ออกมาถล่มกระทู้ในชุมนุมของผู้ฝึกตนเป็นว่าเล่นทั้งยังเต็มไปด้วยความดุร้ายและอหังการไม่มีใครสามารถต่อต้าน

            กับไป่ฟานเซียน!

             

            ปรมาจารย์หน้าใหม่ที่พึ่งปรากฏตัวทั้งยังสร้างความตื่นตะลึงมากมายในช่วงนี้แม้แต่ตัวตนอย่างนางพญาแม่ม่ายแดงยังพ่ายแพ้และเดินตามหลังนางต้อยๆเหมือนลูกแมวเชื่องๆ!

             

            สรุปสองคนนี้คือคนๆเดียวกัน!

             

            ไป่ฟานเซียนเมื่อเห็นว่าห้องประชุมกลายเป็นเงียบกริบนางก็ขมวดคิ้วบางด้วยความรำคาญใจเล็กๆขึ้นมา

             

            “...ว่าแต่มีใครเห็นเจ้าพวกงี่เง่าที่ตามหาข้าอยู่ในกระทู้บ้างหรือไม่?  ข้านั่งอยู่กลางเวทีถึงขนาดนี้ไม่รู้เจ้าพวกนั้นตาบอดกันไปหมดแล้วหรือไร?”

             

            ประโยคนี้ราวกับเป็นสายฟ้าที่ฟาดใส่เหล่าแฟนคลับของจักรพรรดินี! พวกเขารู้สึกราวกับร่างกายกำลังถูกไฟช็อตแม้แต่เด็กสาวที่คงแก่เรียนคนนั้นยังอ่อนระทวยลงไปนั่งกับเก้าอี้ขณะที่สองมือกำลังกุมใบหน้าที่แดงก่ำ!

             

             

            “ท่านจักรพรรดินี!!”

    คล้ายกับเรื่องรู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress ที่คุณอ่าน