สวี่มั่วรออยู่ประมาณหนึ่งนาทีพบว่าไม่มีหมาตัวไหนถอยหนีเพราะความกลัวเลยไม่รู้ว่าพวกมันกล้าจริงหรือไม่รู้ว่าอะไรคืออันตรายกันแน่
เขาพยักหน้าอย่างพอใจ จากนั้นก็นึกขึ้นในใจก่อนจะดึงอาหารสุนัขเกรดพรีเมียมออกมาจากช่องเก็บไอเทมวางไว้ตรงเท้าแล้วใช้ปากกัดถุงให้ขาดจากนั้นก็กัดที่มุมหนึ่งของถุงแล้วสะบัดออกไปด้านหน้าทำให้เม็ดอาหารสุนัขกระจายออกไปทั่ว
"นี่คือรางวัลเบื้องต้น! มากินได้เลย! ห้ามแย่ง!ห้ามกินเกิน!"
เจ้าทิเบตันมาสทิฟร้องด้วยความดีใจ แล้วพุ่งเข้าไปเป็นตัวแรกกินอาหารไปคำหนึ่งแล้วก็เผยสีหน้าสุขใจออกมา แต่ตอนที่กำลังจะกินคำที่สองมันก็เงยหน้ามาเห็นสายตาของสวี่มั่วเข้า จึงชะงักทันทีแล้วถอยกลับไปยืนรออย่างว่าง่าย ปล่อยให้ตัวอื่นได้กินบ้าง
เหล่าหมาจรตัวอื่นก็ได้กลิ่นหอมเย้ายวนจากอาหารสุนัขที่มาจากระบบทันทีต่างก็กรูกันเข้ามาด้วยความตื่นเต้นราวกับโดนสิ่งเร้าที่ห้ามใจไม่ไหวถ้าไม่ใช่เพราะแรงกดดันจากสวี่มั่วละก็ พวกมันคงแย่งกันแล้ว
ไม่นาน อาหารก็หมดเกลี้ยงหมาจรทุกตัวต่างมีแววตาเปี่ยมล้นด้วยรสชาติและความปรารถนาเงยหน้ามองสวี่มั่วอย่างคาดหวัง
สวี่มั่วพูดว่า "ช่วยฉันทำเรื่องนี้ให้สำเร็จแล้วจะมีรางวัลให้อีกเยอะเลย!"
"โฮ่งๆๆๆ!!"
ฝูงหมาพากันเห่าด้วยความตื่นเต้นดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและฮึกเหิม
ก่อนหน้านี้พวกมันทำตามคำสั่งของสวี่มั่วเพราะแรงกดดันของออร่าจ่าฝูงเท่านั้นแต่ตอนนี้พวกมันมีแรงจูงใจอีกอย่างหนึ่งคือ...ความอยากได้อาหารหมา!ทำให้พลังใจพุ่งขึ้นอีกเท่าตัว
สวี่มั่วตรวจสอบการเคลื่อนไหวของตำรวจผ่านระบบอีกครั้งแล้วหันไปพูดกับฝูงหมาว่า
"ไปกันได้แล้ว! ตามฉันมา!"
พูดจบก็โดดลงจากหลังคารถ แล้ววิ่งตรงไปยังทิศทางหนึ่งทันที
เสียงเจ้าทิเบตันมาสทิฟตะโกนตามมาอย่างคึกคัก
"ได้ยินไหม! ทุกตัวตามไป! ตามไปเร็วเข้า!!"
มันดูเหมือนคิดว่าตัวเองสนิทกับสวี่มั่วที่สุดและควรเป็นหมาที่มีตำแหน่งสูงสุดในฝูง จึงแต่งตั้งตัวเองเป็น 'ลูกน้องหมายเลขหนึ่ง' รีบรับคำสั่งของสวี่มั่วแล้วกระตุ้นให้ตัวอื่นเริ่มเคลื่อนไหว
สวี่มั่วที่กำลังวิ่งอยู่หันกลับไปมองมันแวบหนึ่ง แต่ไม่ได้พูดอะไร
เจ้าทิเบตันมาสทิฟราวกับได้รับการยอมรับจึงยิ่งฮึกเหิมกว่าเดิม มันหันไปตะโกนใส่หมาที่วิ่งตามหลังไม่ทันว่า
"เร็ว เร็วเข้า! ตามมา! อย่าตกขบวนนะ!"
จากนั้นมันก็รีบวิ่งไล่ตามสวี่มั่ว พร้อมพูดอย่างประจบประแจงว่า
"ลูกพี่ เราจะไปไหนกันเหรอ"
"ตามมาก็รู้เองแหละ"
"โอ้...เข้าใจแล้ว..."
ยามค่ำคืน ริมถนนท่ามกลางแสงจันทร์สายหนึ่งมีเงาร่างฝูงใหญ่พุ่งผ่านไปด้วยความเร็ว กลายเป็นภาพแปลกตาและสะดุดตายิ่งนัก
"บ้าจริง?!"
คนขับรถคนหนึ่งที่ผ่านมาพอดีเผลอเห็นภาพนั้นเข้าก็อุทานออกมาด้วยความตกใจจนเกือบขับรถตกข้างทาง เขารีบหยุดรถแล้วลดกระจกลงมองไปทางฝูงหมาหลายสิบตัวที่วิ่งหายลับไป พลางพึมพำว่า "เกิดอะไรขึ้นเนี่ย พวกหมาบนโลกกำลังรวมตัวกันเพื่อบุกมนุษย์รึไง..."
"เชี่ย! ลืมถ่ายคลิป!" พอเขานึกขึ้นได้แล้วรีบคว้ามือถือขึ้นมาจะถ่าย ฝูงหมาก็วิ่งหายไปแล้ว
เขาเหยียบคันเร่งไล่ตามไป แต่สุดท้ายก็หลงทางตรงหัวมุมถนน...
สวี่มั่วอาศัยระบบในการระบุตำแหน่งเป้าหมายพร้อมทั้งฟังสัญญาณการติดต่อของเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดเวลาจึงนำพาฝูงหมาจรวิ่งมุ่งหน้าไปทางชานเมืองทางเหนือด้วยความรวดเร็ว
ในเวลาเดียวกันที่ตีนเขาแห่งหนึ่งในชานเมืองทางเหนือเว่ยเฉียงตงกำลังนำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมเข้าปฏิบัติการ
จากคำให้การของพ่อค้ายาเสพติดรูปร่างผอมสูงที่จับได้ในวันนี้ประกอบกับข้อมูลที่ได้จากการสืบสวนก่อนหน้าพวกเขาก็สามารถยืนยันตำแหน่งกบดานของแก๊งค้ายาที่ตามล่ามานานได้สำเร็จ
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าแก๊งค้ายากลุ่มนี้จะไม่ได้ซ่อนตัวอยู่ในโกดังร้างหรือห้องใต้ดินมืดๆ แต่กลับอยู่ในบ้านพักตากอากาศส่วนตัวบนไหล่เขา!
ภายในรถบัญชาการ เว่ยเฉียงตงกำลังจ้องแผนที่ในมืออย่างตั้งใจขณะนั้นเอง ชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างๆและกำลังควบคุมคอมพิวเตอร์ก็หันกลับมาพูดว่า "หัวหน้าเจาะระบบกล้องวงจรปิดเรียบร้อยแล้วครับ!"
แววตาเว่ยเฉียงตงสว่างวาบ เขาวางแผนที่ลงแล้วหันไปมองจอมอนิเตอร์ตรงหน้าชายหนุ่มทันที
บนหน้าจอแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดหลายตัวรอบบริเวณบ้านพักตากอากาศเป้าหมายซึ่งตอนนี้สามารถเข้าถึงได้ทั้งหมดแล้ว
"ดีมาก!!" เว่ยเฉียงตงตบบ่าหนุ่มคนนั้นเบาๆอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาพูด
"ทุกหน่วยฟัง! เริ่มปฏิบัติการตามแผนได้!"
"เริ่มปฏิบัติการแล้วสินะ?"
ทางด้านสวี่มั่วเขากำลังนำฝูงหมาวิ่งลัดเลาะผ่านพื้นที่รกร้างมุ่งหน้าไปยังจุดหมายเมื่อได้ยินการติดต่อของตำรวจผ่านระบบก็พึมพำออกมาเบาๆ
ตำรวจลงมือก่อนที่เขาจะไปถึง แถมดูเหมือนจะราบรื่นเสียด้วย? ถ้าโชคดี พวกตำรวจอาจจะจับแก๊งค้ายาได้หมดภายในคราวเดียวแบบนั้นเขาก็ไม่ต้องลงมือเอง
แต่น่าเสียดายที่สวี่มั่วรู้ดีว่าไม่น่าจะง่ายขนาดนั้นระบบไม่มีทางมอบภารกิจแบบให้รางวัลฟรีๆ โดยไม่มีบททดสอบแน่นั่นแปลว่าต้องเกิดอะไรขึ้นกับการปฏิบัติการของตำรวจแน่ๆ
หากระบบคำนวณไว้ล่วงหน้าแล้วแบบนี้ก็เท่ากับมองเห็นอนาคตเลยไม่ใช่หรือ
สวี่มั่วครุ่นคิดอย่างสับสน แต่พอนึกอีกทีก็รู้สึกว่าถ้าเทียบกับความสามารถระดับเทพของระบบแล้วต่อให้ทำนายอนาคตได้ก็ดูไม่เกินจริงเท่าไร...
ขณะครุ่นคิด เขาก็หันไปมองด้านหลังเจ้าทิเบตันมาสทิฟยังคงวิ่งตามอยู่ไม่ห่าง สีหน้าท่าทางยังดูสบายๆส่วนหมาจรตัวอื่น แม้จะวิ่งช้ากว่า แต่ก็ยังพอไหว ไม่น่าจะหมดแรงเมื่อไปถึง
นี่แหละคือเหตุผลที่เขาแจกอาหารสุนัขเกรดพรีเมียมให้พวกมันก่อนออกเดินทางเขารู้ตั้งแต่ตอนที่ให้เจ้าทิเบตันมาสทิฟกินครั้งแรกแล้วว่าอาหารหมานี้มีผลชัดเจนมาก นอกจากจะช่วยเพิ่มค่าสถานะพื้นฐานแบบค่อยเป็นค่อยไปแล้วยังช่วยบรรเทาความหิวและฟื้นฟูพลังงานได้ในทันทีอีกด้วย
นอกจากเจ้าทิเบตันมาสทิฟแล้ว หมาตัวอื่นก็เป็นแค่ธรรมดาทั่วไปหวังว่าเดี๋ยวจะช่วยอะไรได้บ้าง...
สวี่มั่วเงยหน้ามองไปข้างหน้า เห็นบ้านพักตากอากาศที่ตั้งอยู่บนไหล่เขาเด่นชัดขึ้นมาแล้วด้วยสายตาคมกริบของเขา ยังมองเห็นเงาคนเคลื่อนไหวอยู่ในป่าเชิงเขา คงเป็นตำรวจแน่
เขากวาดตามองหาทาง ก่อนเลือกพาฝูงหมาอ้อมไปทางด้านข้างแทน
ปัง!!
ทันทีที่สวี่มั่วนำฝูงหมามาถึงเชิงเขาก็มีเสียงปืนดังทำลายความเงียบของค่ำคืน
ปังๆๆ!!
เสียงปืนรัวต่อเนื่องไม่หยุด!
สวี่มั่วหรี่ตา เงยหน้ามอง เห็นแสงปืนแลบออกมาจากหน้าต่างหลายบานของบ้านพักตากอากาศบนไหล่เขารอบป่าก็มีแสงไฟวาบอยู่ไม่ขาด
ในที่สุดก็เปิดฉากยิงกันจริงๆ!
หัวใจเขาหนักอึ้งขึ้นทันที เขาหันไปมองฝูงหมาที่ตามมาก็เห็นพวกมันเริ่มตกใจกลัว แม้แต่เจ้าทิเบตันมาสทิฟก็ยังไม่เว้น
มันก้มหู เดินถอยไปอย่างไม่มั่นใจ ก่อนพูดเสียงสั่นว่า"ลูกพี่... ข้างบนมันอันตรายนะ! เรา... เราหนีกันเถอะ!"
"หนีบ้าอะไร!เรามาก็เพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ!" สวี่มั่วถลึงตามองมันก่อนหันไปพูดกับฝูงหมาเสียงเข้ม
"ทุกตัวตั้งสติให้ดี! ตามฉันมา!!"