เธอที่ในตอนแรกนั้นสงสัยเื่ที่ฟานเทียนรักษาเธอ แต่เมื่อเธอเห็นว่าเขานั้นทำอะไรได้จากการแค่หยิบดินขึ้นมา เธอก็ปักใจเชื่อแล้วว่าฟานเทียนนั้นต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน
เธอถึงขั้นคิดว่าเขานั้นเป็มนุษย์ต่างดาวที่มาจากนอกโลกและชอบดูหนังจีนหรือเปล่าด้วย
ฟานเทียนหัวเราะให้กับความคิดของเยี่ยหยินก่อนที่จะบอกกับเธอว่า เขานั้นเป็สุดยอดผู้ฝึกฝนศาตร์แห่งเต๋าที่ในตอนนี้ดูเหมือนจะหายไปจากโลกนี้แล้ว เยี่ยหยินและเยี่ยเยี่ยต่างรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก ฟานเทียนนั้นเรียกได้ว่าเป็ผู้ฝึกฝนขนานแท้ ไม่เหมือนกับที่พวกเธอเห็นทางทีวี เขานั้นเป็ผู้ฝึกฝนอย่างแท้จริง
ฟานเทียนในตอนนี้ไม่รู้ว่าจะเอาเครื่องประดับพวกนี้ไปขายที่ไหนได้ เขานั้นเลือกที่จะเดินเข้าไปในร้านที่ขายของพวกนี้เองเลย และสอบถามกับพนักงานขายว่ารับซื้อโดยตรงไหม
โชคดีพนักงานบอกกับเขาว่าที่ร้านของเขานั้นกำลังรับซื้อของอยู่พอดี ฟานเทียนนำเครื่องประดับต่างๆที่เขาสร้างขึ้นมา ให้กับพนักงานตรวจสอบเพื่อประเมินราคา พนักงานในตอนแรกสอบถามถึงที่มาที่ไปของเครื่องประดับนี้ ฟานเทียนแค่บอกกับเขาว่าเขานั้นลืมเอาเอกสารมาด้วย พนักงานนั้นก็เชื่อเขา และทำการตรวจสอบอัญมณีพวกนี้
ฟานเทียนรู้เหตุผลที่ทำไมพนักงานถึงไม่ถามเอกสารต่อ เขานั้นพยายามซื้อเครื่องประดับหล่านี้ในราคาที่ถูกที่สุด ฟานเทียนไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว เขานั้นสามารถสร้างมันขึ้นมาได้เรื่อยๆ มันแทบจะไม่ได้สะกิดพลังปราณที่อยู่ในตันเถียนของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
พนักงานขายกลับมาจากการตรวจสอบได้ไม่นาน สีหน้าของเขานั้นจริงจังเป็อย่างมาก เขามองไปที่ฟานเทียนก่อนที่จะพูดขึ้น
“เครื่องประดับเหล่านี้มีค่ามากเกินไป ทางร้านไม่มีเงินมากพอที่จะรับซื้อมัน”
ฟานเทียนได้แต่ถอนหายใจ เขานั้นลดฝีมืองานศิลป์ของลงไปเยอะแล้ว แต่ดูเหมือนเขาจะยังออมมือได้ไม่พอ เขาทำการหยิบเครื่องประดับอันอื่นออกมาอีก เขาหยิบอันที่เขาคิดว่าเขาทำออกมาได้แย่ที่สุดและมอบให้กับพนักงานขาย
พนักงานขายกัดฟันเล็กน้อย ดูเหมือนมันก็ยังมากไปอยู่ดี ฟานเทียนตอนนี้้าเงินด่วน และบอกกับพนักงานขาย ว่าเขานั้นยอมรับราคาสูงสุดที่พนักงานขายนั้นจ่ายไหว พนักงานขายบอกกับเขาว่าเครื่องประดับของเขานั้น ทางร้านจะขอรับซื้อในราคา 1,500,000หยวน(7,500,000บาท) มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว
ฟานเทียนไม่คิดอะไรมากและตกลงซื้อขายทันที ฟานเทียนไม่มีสมุดบัญชี ไม่มีอะไรทั้งนั้น พนักงานขายได้แต่มองมาที่เขาด้วยความงุนงง พนักงานขายได้แต่บอกให้เขารอก่อน เดียวจะไปเบิกเงินมาให้ ผ่านไปราวๆสามสิบนาที พนักงานก็กลับมาพร้อมกับเงินในซอง ก่อนที่จะมอบให้กับเขา
“คุณชายไม่มีสมุดบัญชีจริงๆหรือ ถ้าคุณชายไม่มีมัน คุณชายจะทำธุรกรรมต่างๆได้ยากนะ”
เยี่ยหยินพูดขึ้น ฟานเทียนในตอนนี้ได้แต่เกาคางตัวเอง เขานั้นจำเป็ที่จะต้องสร้างตัวตนของเขาขึ้นมา โลกนี้ดูเหมือนจะซับซ้อนกว่าเมื่อสามพันปีก่อนมาก การทำอะไรนั้นดูเหมือนว่า้าหลักฐานไปเสียหมด
“หืม เอายังไงดี ข้าจะสร้างตัวตนของข้าได้ยังไง”
ฟานเทียนพยายามคิด เยี่ยเยี่ยดูเหมือนจะนึกอะไรออก และพยายามพูดขึ้นมา
“ทำไมพี่ชายไม่ไปที่สำนักงานทา- อ่า...สำนักงานทา ทา-”
เยี่ยเยี่ยพยายามนึกอย่างจริงจัง เธอนั้นเหมือนจะจำชื่อได้ แต่มันติดแค่ปลายลิ้นเท่านั้น เธอใช้ความพยายามเป็อย่างมากกว่าเธอจะนึกออก
“ใช่แล้ว ที่สำนักงานทะเบียนราษฏร์ ที่นั่นเป็ที่ๆมามากับเยี่ยเยี่ยไปถ่ายรูปด้วยกัน มามามักจะบอกว่าที่นั่นสำคัญมากๆไว้สำหรับยืนยันตัวตนของทุกคนในประเทศ”
เยี่ยเยี่ยทำได้ดีมาก ฟานเทียนคิดว่าที่นั่นเหมาะแก่การสร้างตัวตนของเขามากที่สุด เขายิ้มให้เยี่ยเยี่ยก่อนที่จะพูดขึ้น
“เยี่ยเยี่ยฉลาดที่สุด อย่างนี้ต้องให้รางวัลเสียแล้ว”
ฟานเทียนพาเยี่ยเยี่ยไปยังร้านขนมใกล้ๆกับจุดที่พวกเขาอยู่ เขาบอกให้เธอนั้นสามารถเลือกอะไรก็ตามได้เลยที่เธอ้าเป็รางวัลสำหรับความคิดดีๆ เธอนั้นเลือกที่จะซื้อช็อกโกแลตซึ่งไม่ลืมที่จะขอฟานเทียนว่าซื้อให้มามาของเธอด้วยได้ไหม
เธอนั้นมีความกตัญญูเป็อย่างมาก เขานั้นแทบจะอยากเหมาทั้งร้านนี้ให้กับเธอเลย หากเยี่ยหยินไม่ห้ามไว้เสียก่อน
ทั้งหมดหลังจากนั้นก็เดินทางออกจากจุดที่พวกเขาอยู่ เพื่อที่จะตรงไปยังสำนักงานทะเบียนราษฏร์ ฟานเทียนหาก้าให้เื่ต่างๆมันง่ายขึ้น มีแต่ต้องสร้างตัวตนของเขาขึ้นมาเท่านั้น
สำนักงานทะเบียนราษฏร์ ตั้งอยู่ในเขตที่ห่างออกมาจากเขาเหลียงซาน มันตั้งอยู่ใจกลางเมือง ตัวสำนักงานเองไม้ได้ใหญ่อะไรมากมาย แต่จำนวนคนที่มารอแถวนั้นเรียกได้ว่าแทบจะยาวสุดถนน
ฟานเทียนหันไปมองเยี่ยหยินก่อนที่จะถามขึ้น
“นี่เราต้องรอนานขนาดไหนกัน”
“ราวๆสี่ถึงห้าชั่วโมง”
“สี่ถึงห้าชั่วโมง?”
“ก็ประมาณแปดถึงสิบชั่วยาม”
“นานขนาดนั้นเชียว”
ฟานเทียนถอนหายใจ สิ่งที่เขาไม่ชอบมากที่สุดเลยคือความน่าเบื่อ เขาต้องทำอะไรสักอย่างตอนนี้ ก่อนที่เขาจะกลับไปจำศีลอีกที