หลังจากคว้ามาได้เพียงอากาศ ไคน์ เฮวี่ฮาร์ท ราวกับทำของสำคัญที่สุดในชีวิตหล่นหายรู้สึกจุกแน่นหน้าอก เขาถลึงตาใส่เด็กน้อยตัวแสบ
“เ้าเด็กนี่ จะซ่อนทำไม คนกันเอง เอาออกมาเลย”
“ไม่ได้ พี่ดูได้อย่างเดียว ห้ามจับใด ๆ เว้นแต่... ฮี่ฮี่”
ลุค เดอมอส ฉีกยิ้มกว้าง ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ เด็กน้อยสะบัดหน้าหนีไปอีกทางถอยหลังสองก้าว แกล้งทำเป็ผิวปาก แต่กลับใช้หางตาเหลียวมองมาอย่างมีนัยยะ กระดิกนิ้วมือข้างซ้ายขึ้นลงเป็จังหวะเป็เชิงส่งสัญญาณลับ
“พี่ไคน์ พี่ก็น่าจะรู้ว่า.. ของฟรีแทบไม่มีในโลก ใช่ไหมครับ?”
เมื่อได้ยิน ใบหน้าของจอมเวทหนุ่มพลันมืดครึ้ม มุมปากกระตุก เข้าใจถึงความหมายทันทีแต่จนปัญญา ได้แต่ทำตามขั้นตอนเหมือนเดิม ถึงเวลาแลกเปลี่ยนซื้อขายกับเ้าเด็กตัวแสบแล้ว
ไคน์ล้วงมือเข้าไปค้นหาในกระเป๋าเสื้อคลุมเวทซึ่งด้านในสามารถบรรจุสิ่งของติดตัวไปได้จำนวนมากมันเคยเป็ของอาจารย์มาก่อน และภายหลังถูกมอบให้แก่เขา
ควานหาไม่นาน เขาจึงหยิบเอาถุงผ้าใบเล็กเก่า ๆ ใบหนึ่งออกมา
“เอ้า! เอาไป ทีนี้ก็เอาของมาได้แล้ว”
“จุ๊ ๆ ๆ ๆ น้อยเกินไป ไม่เอาอ่ะ พี่ตีค่าของชิ้นนี้น้อยเกินไปแล้ว แหกตาดูชัดๆ นะครับ!”
พอพูดจบ ลุคใช้มือขวาพลิกปลิ้นเนื้อผ้าด้านในออกมา จัดการถ่างตำแหน่งเป้ากางเกงชั้นในของคาร่าออกจนกว้าง
“พี่ดูตรงนี้ เห็นหรือยัง ยังมีคราบติดอยู่นิดนึงเลย ของใหม่แน่นอนพี่สาวผมเพิ่งจะถอดออกเมื่อเช้า เธอจะเอาไปซัก แต่ผมหัวไว แอบหยิบจากตะกร้าแล้วเอาไปซ่อนรู้ว่าพี่ชายต้องสนใจการค้าครั้งใหญ่นี้แน่ ๆ”
เด็กน้อยทำไม้ทำมือ นิ้วมือข้างซ้ายชี้ไปตรงบริเวณร่องรอยหลักฐานที่ยังหลงเหลือแถมมั่นใจมากว่ามูลค่าของมันจะต้องเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
คราวนี้ไม่เหมือนการแลกเปลี่ยนครั้งที่แล้ว ตอนนั้นเป็แค่กางเกงในที่ซักล้างคราบเปื้อนจนสะอาดหมดจดชิ้นหนึ่งมูลค่าการซื้อขายเลยลดฮวบฮาบ
จอมเวทย์หนุ่มกัดฟันกรอด จะแย่งมาก็คงไม่ได้ เขาครุ่นคิดอยู่สักครู่ ตัดสินใจหยิบถุงผ้าถุงเล็กออกมาอีกหนึ่งถุง
“โอเค เอาแบบนี้เป็ไง พี่จะเพิ่มให้นายเป็สองถุงเลย”
“น้อยไปครับ ไม่ตกลง อย่างน้อยขั้นต่ำ ผมต้องได้สี่ถุง เงินสดอีกหนึ่งพันเซนนี”
ลุคทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ ปฏิเสธเสียงแข็ง เอาของกลางไปซ่อนด้านหลังเหมือนเดิมเด็กน้อยกำลังอยากได้ค่าขนมเพิ่มอยู่พอดี เลยตัดสินใจขโมยกางเกงในของพี่สาวมาเสนอขายให้แก่พี่ชายข้างบ้าน
ทั้งสองครอบครัวสนิทกัน การค้านี่ย่อมไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็การทำธุรกิจซื้อขายครั้งที่สองแล้ว
ไคน์ชักอยากจับเ้าเด็กเปรตนี่ขึ้นมาพาดหลังแล้วฟาดตีก้นเสียให้เข็ด แต่เพื่อแรร์ไอเทมเขาจึงพยายามต่อรองต่อไป
“สองถุงกับเงินสามร้อย”
“ไม่ ต้องสามถุง เงินหนึ่งพัน”
“เวนเอ๊ย! งั้น... สองถุง เงินอีกแปดร้อย”
“ถูกเกินไป สามถุง เงินเก้าร้อย จะเอาหรือไม่เอา”
ทั้งสองคนหน้าตาคร่ำเคร่ง ผลัดกันเสนอราคา ตัดราคากันอย่างออกรส ไคน์ย่อมเป็ฝ่ายเสียเปรียบเพราะแรงจูงใจมีมากกว่า
สุดท้าย พวกเขาทั้งคู่จึงได้ข้อสรุปร่วมกัน เด็กหนุ่มต้องจ่ายเป็ถุงใบเล็กจำนวนสามถุงพร้อมเงินจำนวนเจ็ดร้อยห้าสิบเซนนี การต่อราคาจึงสิ้นสุดลง
“เอาไป คราวนี้ รีบ ๆ ส่งของมาได้แล้ว”
“ดีล! ฮ่า ๆ ๆ ขอบคุณที่อุดหนุนครับ”
ลุคยื่นแขนไปประคองรับของมาอย่างยินดี และมอบกางเกงในใช้แล้วของพี่สาวให้แก่พี่ชายข้างบ้านเด็กน้อยวิ่งหอบเอาสิ่งมีค่าทุกอย่างไปซุกซ่อนเอาไว้ในห้องนอน พกติดตัวออกมาเพียงถุงผ้าใบเล็กใบเดียว
เ้าตัวเล็กหน้าชื่นตาบาน เปิดแง้มปากถุงออก เริ่มล้วงมือเข้าไป หยิบเอาก้อนวัตถุทรงกลมขนาดเท่าลูกเกาลัดขึ้นมาแล้วจัดการโยนเข้าปากไปหนึ่งชิ้น อมเล่นจนแก้มตุ่ย
ไคน์ เฮวี่ฮาร์ท อาศัยจังหวะที่เด็กน้อยหันหลังวิ่งกลับเข้าไปในห้องนอนรีบหยิบกางเกงในของคาร่าเข้ามาจ่อตรงจมูก เขาสูดดมแรง ๆ หลายครั้ง นอกจากได้ความสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าแล้วยังแฝงไว้ด้วยความขมขื่นใจซึ่งยากจะบรรยาย
‘ชักจะกลายเป็พวกวิตถารเข้าไปเรื่อย ๆ แล้วสิเรา’
ความจริง มันเป็ความบังเอิญล้วน ๆ เลย ไคน์จับพลัดจับพลูสร้างคาถาแบบยูนีค‘Refreshing’ ได้ ภายหลังจึงทราบว่ามีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงเขาติดสถานะดีบัฟอันแปลกประหลาด
ที่หนักหนากว่านั้น มันสายเกินแก้ไปแล้ว ดีบัฟเป็แบบแสดงผลถาวรลบล้างด้วยวิธีธรรมดาไม่ได้ ในปัจจุบัน เขาก็ยังคิดหาทางแก้ไขไม่ได้เลย
ด้วยเวทคาถาอันพิสดาร ท้าทายขอบเขตของทวยเทพแบบนี้ทำให้ ไคน์ เฮวี่ฮาร์ท ราวกับติดบัค เหมือนสูตรโกง หากร่ายถูกจังหวะ มาน่าของเขาแทบไม่เคยเหือดแห้งสถานะผิดปกติไม่ค่อยมีผลใด ๆ ต่อเขา
แต่มีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย ไคน์อยู่ในสภาพติดดีบัฟประเภทความหื่นตลอดเวลาถ้าหากไม่ระวังให้ดี ‘นกเขา’ สามารถแข็งตัวได้เสมอแม้ว่าจะกำลังอยู่ใน่สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเพียงใดก็ตาม
อีกทั้งจะหมกมุ่นเกินไปก็ไม่ดี หักดิบเกินไปก็ไม่ได้ ไคน์ทดลองมาหมดทุกอย่างแล้วถ้าไม่แสดงภาษาร่างกายออกมาบ้าง หรือพยายามสะกดมันเอาไว้ จิตใจของเขาแทบไม่สงบนอนไม่หลับ ทุกวันเกิดความเครียดสะสม นานวันเข้า ร่างกายทุกส่วนเหมือนจะแตกเป็เสี่ยงๆ แถมหนักสุด มีอาการปวดไข่กับขาหนีบแบบโคตร ๆ
วิธีที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้ คือระบายออกด้วยเื่ทางเพศจะอยู่ในรูปแบบไหนก็ได้ ไม่เกี่ยง ั้แ่ถ้ำมองไปจนถึงภาคปฏิบัติ
ด้วยเพราะดีบัฟบัดซบนี้ ทำให้บุคลิกโดยรวมของเด็กหนุ่มเปลี่ยนแปลงจากสมัยก่อนจนสุดขั้วเหมือนกลายเป็คนใหม่
ไม่ว่าแสร้งทำเพื่อลดความเ็ปหรือเต็มใจทำ หรือว่าออกมาจากใจจริงหรือไม่ในสายตาคนอื่น การกระทำของเขากลายเป็พวกโรคจิตไปเรียบร้อยแล้ว
มีครั้งหนึ่ง ไคน์เกือบตายและรู้สึกทรมานแสนสาหัสจากพิษสงของผลข้างเคียงนี้สาเหตุมาจากการมองโลกในแง่ดีเกินไป
‘เท่านี้ ฉันก็รอดตายไปอีกสักระยะ’
ในระหว่างที่กำลังสมเพชแกมเวทนาตนเอง ว่าที่จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตก็พลันเหลือบไปเห็นเด็กน้อยจอมแก่แดดลุคมายืนเงยหน้ามองอยู่ใกล้ ๆ ั้แ่ตอนไหนก็ไม่ทราบ แถมทำสีหน้าสงสัยใคร่รู้
“พี่ไคน์ มันหอมมากขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“พูดมากน่า นี่เื่ของผู้ใหญ่ ไม่ใช่เื่ของเด็ก พอโตมานายก็อาจเป็แบบฉันนี่แหละ”
“อ่อ ไม่ถามเื่นี้ก็ได้ แล้วพวกเราจะไปหาพี่สาวกันได้หรือยัง?”
“อืม ไปกันเถอะ”
เด็กหนุ่มยัดกางเกงในลงในกระเป๋ากางเกง จูงมือพาเด็กน้อยออกมาล็อกกลอนประตู เดินไปตามถนนของหมู่บ้าน มุ่งหน้าไปที่โรงแรมหลังเล็กของคุณเมอร์แกน
บนท้องฟ้าค่อย ๆ ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด
ั้แ่ตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านถูกเปลี่ยนแปลง ความเจริญก็เริ่มเข้ามา ความเป็อยู่ของชาวบ้านทยอยดีขึ้นๆ ทุกวัน
ปัจจุบัน ที่นี่เริ่มมีชื่อเสียง มีทั้งนักผจญภัยทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่มารับงานกวาดล้างมอนสเตอร์อยู่รอบๆ เสมอ มีคาราวานพ่อค้าแม่ค้าแวะเวียนผ่านทางมาเรื่อย ๆ และแวะพักที่โรงแรมแห่งนั้นบ่อยๆ
ตามมุมถนน ต้นเสาทุกต้นติดตั้งไข่มุกราตรีขนาดเล็กซึ่งบรรจุเวทให้แสงสว่างเอาไว้บ้านเรือนทุกหลังมีแจกให้ใช้กันฟรีแบบกว้างขวางแล้ว นี่เป็ผลงานของผู้นำหมู่บ้านโฮปฮิลด์
แอนนา ลัวร์ เป็ผู้นำมาแจกจ่าย แม้ว่าปริมาณเวทเพียงแค่นั้นจะไม่สร้างความสว่างมากมายแต่ทุกคนก็ไม่จำเป็ต้องทนใช้ตะเกียงโบราณคร่ำครึซึ่งเต็มไปด้วยควันและคราบเขม่าอีกต่อไป
ไคน์เดินจูงแขนลุค เดินไปได้ครึ่งทาง เลยเริ่มสรรหาเื่คุยเรื่อยเปื่อย
“ตามที่ตกลงกันไว้นะลุค นายห้ามให้คาร่ารู้เื่พวกนี้เด็ดขาด คนอื่นเองก็ไม่ได้”
“ผมรู้แล้วน่า ไม่ได้โง่ขนาดนั้น ใครมันจะไปอยากตัดเงินค่าขนมของตัวเองกัน”
กล่าวจบ ลุคหยิบของในถุงโยนใส่ปากอีกรอบ แปบเดียวจึงเกิดเสียงะเิแตกโพละดังเปาะแปะๆ อยู่ในกระพุ้งแก้ม เด็กน้อยเหมือนจะเพลิดเพลินไปกับมัน
ที่จริงแล้ว วัตถุทรงกลมคล้ายลูกเกาลัดในถุงผ้าคือลูกกวาดชนิดหนึ่งที่จอมเวทย์หนุ่มคิดค้นขึ้นยามว่างโดยผลิตขึ้นมาจากกรรมวิธีเล่นแร่แปรธาตุ
ทั้งหมดใช้สมุนไพรหลายตัวเป็ส่วนประกอบ ทำออกมาทั้งสิ้นได้สามรสชาติด้วยกันคือ รสนม รสผลไม้ และรสเหล้ารัม
รสชาติสุดท้ายจะพิเศษหน่อย เพราะแยกส่วนผสมของแอลกอฮอล์ออกไปแต่งกลิ่นเพิ่ม กินแล้วไม่มีทางเมาจริง แต่ผลข้างเคียงเหมือนคนเมา
อาการเมาหลอก ๆ เกิดขึ้นจากฤทธิ์ของสมุนไพรสองชนิดเป็หลักหนึ่งคือรากต้นแมนเดรก สองคือแกนจากดอกกะหล่ำปลีเจ็ดสี เมื่อกินเข้าไปแล้วจะออกฤทธิ์ทำให้เคลิบเคลิ้มมีความสุข ราวกับคนติดยา
ทว่า พอสักพัก อาการทั้งหมดนั้นก็จะหายไป ไม่มีอันตรายใด ๆ ต่อร่างกายทั้งสิ้นไม่มีผลข้างเคียงอื่น แม้แต่เด็กยังทานเล่นได้ทุกวัน
ไคน์ตั้งชื่อเชย ๆ ว่า ‘ลูกอมแตกะเิในปากจนเคลิบเคลิ้ม’เพราะนอกจากใส่ลูกเล่นสนุกเข้าไป อาการที่คล้ายคลึงกับกำลังเหาะเหินเดินอากาศเบาโหวงเหมือนปุยเมฆ ลอยละล่องไปบนท้องฟ้า มันช่างน่าอัศจรรย์
จอมเวทย์หนุ่มวางแผนอนาคตว่า ถ้ามีเงินเพียงพอ เขาจะตั้งโรงงานขึ้นมาผลิตสินค้าและส่งไปขายทั่วอาณาเขตของเผ่าพันธุ์มนุษย์ จากนั้นแค่เลิกเป็นักผจญภัยหาเลี้ยงชีพและนอนอยู่บ้านนับเงินก็พอ
เมื่อค่อย ๆ เริ่มมองเห็นโรงแรมของคุณเมอร์แกนไคน์จึงตั้งคำถามเกี่ยวกับคนอื่น
“ลุค ตอนบ่ายนายได้อยู่เล่นกับเคทและพวกเด็กใหม่กลุ่มนั้นต่อหรือเปล่า?”
“อยู่สิ ผมกับเพื่อนสอนพวกเขาปีนต้นไม้ด้วยแหละ”
เด็กหนุ่มพยักหน้า ถามต่อ
“แล้ว.. เคทกับนิโคลัส พวกเขาได้อยู่ด้วยกันไหม?”
“ไม่นะ ผมไม่เห็นเขาทั้งวันเลย ใครสนกันล่ะ”
“แล้วตอนเย็น นายเดินกลับบ้านมาเอง?”
“เปล่า พี่เคทมาส่งแค่ครึ่งทาง มีคนที่โบสถ์มาตามเธอ เป็แม่ชีผมทองอึ๋มมากเลย บอกว่าซิสเตอร์แพทริเซีย้าพบ พวกเราเลยแยกกัน พี่สาวเคทเดินต่อไปที่นั่น”
ลุคพลางชี้มือไปยังทิศทางหนึ่ง ไคน์มองตาม เห็นสิ่งก่อสร้างแห่งหนึ่งโครงสร้างเกือบทั้งหมดเป็สีขาว หลังคาแหลมชะลูด ดูอลังการ ไม่ด้อยกว่าคฤหาสน์หลังใหญ่บนเนินเขา
โบสถ์แห่งเดียวประจำหมู่บ้าน พวกเขาเ่าั้คือคนจากศาสนจักรสาวกของพระผู้เป็เ้า ก่อตั้งขึ้นในยุคแรกโดยบาทหลวงแองเจลโล
ปัจจุบัน มีเซนต์แอนโทนี ดำรงตำแหน่งเป็พระสันตะปาปา รวมไปถึงพระคาร์ดินัลนักบวช แม่ชี บาทหลวงและเหล่าสาวกทั่วไป กระจัดกระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ต่าง ๆและหมู่บ้านบางแห่ง
พวกนักบวชเหล่านี้กล่าวอ้างว่า พวกเขาเป็กระบอกเสียงของพระเ้าเป็ศูนย์รวมทางด้านจิติญญาของมนุษย์ทุกคน
กล่าวว่าจุดมุ่งหมายของพระองค์ท่านนั้น ทรง้าสร้าง ‘พระนิเวศน์’ หรือ ‘สรวง์’ ซึ่งเป็สถานที่พักพิงแห่งสุดท้ายไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีา มีแต่สันติสุข เป็ดินแดนความะและชีวิตอันเป็นิจนิรันดร์ของมนุษย์
การมาถึงของศาสนจักรได้กลายเป็เหมือนเสี้ยนหนามที่ทิ่มแทงเข้าใส่ระบบขุนนางอิทธิพลของกลุ่มนักบวชแทรกลึกไปตามประชาชนคนชั้นกลางและชั้นล่าง จากนั้น พวกเขาใช้สาวกกลุ่มใหม่นี้ขยับขยายขอบเขตต่อไปผลิตสาวกรุ่นใหม่ขึ้นมาได้เรื่อย ๆ ราวกับไฟลามทุ่ง
ก่อนจะเกิดมหาา ทั้งสภาขุนนางกับศาสนจักรมักเกิดความระหองระแหง กระทบกระทั่งกันอยู่บ่อยครั้งเป็ไม้เบื่อไม้เมากันมาอย่างยาวนาน
ฝ่ายแรกสร้างตัวตนของ ‘ผู้กล้า’ ขึ้นมาเป็ตัวแทนเป็สิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ ฝ่ายหลังก็ไม่น้อยหน้า มีตำแหน่ง ‘พาราดิน’อันสูงส่งน่าเกรงขามเช่นกัน
แน่นอน ผู้ที่ต้องลำบากใจมากที่สุด ย่อมหนีไม่พ้นกลุ่มบุคคลที่สามกลุ่มสมาพันธ์อิสระ เช่น สมาคมกิลด์ต่าง ๆ ซึ่งรับงานจากทั้งสองฝ่าย แต่ไม่ขึ้นตรงกับผู้ใด
การมาถึงของมหาา เป็สาเหตุให้สภาขุนนางกับศาสนจักรยอมถอยกันคนละก้าวเลิกทะเลาะเบาะแว้งกันก่อนชั่วคราว ต่างฝ่ายต่างหันมาจับมือร่วมกัน เกิดสันติ เพื่อต่อต้านการรุกรานของเผ่าพันธุ์ปีศาจ
หลังจากสิ้นสุดา สนธิสัญญาสงบศึกยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ สามสิบปีที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายต่างเป็พันธมิตรกันอยู่ แต่แอบแข่งขันกันลับหลัง