ตอนที่ 10: เทพธิดาดอกไม้สายเก็บหลักฐาน กับการรับสมัครผู้ช่วยนิติกร!
รพีเดินลัดเลาะออกจากเขตศูนย์ราชการวังเมฆา มุ่งหน้าไปยัง ‘เรือนกระจกพฤกษา์’ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายขอบของเขตชั้นกลาง
เมื่อมาถึง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำเอานิติกรหนุ่มถึงกับถอนหายใจยาว เรือนกระจกที่ควรจะงดงามตระการตา บัดนี้มีสภาพไม่ต่างจากถูกพายุเฮอริเคนพัดถล่ม โครงสร้างไม้หักโค่น กระจกเวทมนตร์แตกกระจายเกลื่อนพื้น แปลงดอกไม้ปราณหลายสิบแปลงถูกเหยียบย่ำจนเละเทะ ดิน์พลิกกลับขึ้นมา้า
"นี่น่ะเหรอที่บอกว่า ‘พังไปนิดหน่อย’ ของไอ้ฝ่ายบุคคลหน้าเนื้อใจเสือ" รพีส่ายหัว หยิบสมุดพกกับพู่กันขึ้นมาเตรียมจดบันทึกความเสียหาย "ถ้าประเมินด้วยสายตา ค่าซ่อมแซมบวกค่าเสียหายของต้นไม้พวกนี้ น่าจะเหยียบหลักแสนตำลึง์ได้เลย"
ขณะที่เขากำลังเดินสำรวจและระวังไม่ให้เหยียบเศษกระจกอยู่นั้น หูของเขาก็แว่วเสียงดังกุกกักมาจากหลังพุ่มไม้ใหญ่ที่ล้มทับกันอยู่ รพีขยับเข้าไปใกล้ช้าๆ ก่อนจะชะโงกหน้าไปดู
"อ๊ะ! ย... อย่าทำอะไรข้านะ! ข้าไม่มีอะไรให้เตะแล้ว!"
ร่างเล็กๆ ของหญิงสาวในชุดอาภรณ์สีชมพูอ่อนสะดุ้งสุดตัว เธอรีบยกมือขึ้นปิดหน้า ถอยกรูดไปจนชิดกำแพงดิน ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ
รพีกะพริบตาปริบๆ มองหญิงสาวตรงหน้า เธอมีใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ดวงตากลมโตที่กำลังเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาดูตื่นตระหนก บนผมที่มัดมวยไว้มีปิ่นรูปดอกท้อประดับอยู่ แต่ตอนนี้เนื้อตัวและเสื้อผ้าของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินและเศษใบไม้
"เอ่อ... ใจเย็นๆ ครับ ผมไม่ได้มาทำร้ายคุณ ผมเป็เ้าหน้าที่จากกรมคุมกฎ์" รพีรีบเก็บพู่กัน แล้วชูมือทั้งสองข้างขึ้นระดับอกเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ "ผมชื่อเซียวเซียน มารวบรวมข้อมูลคดีม้า์ทำลายทรัพย์สินครับ"
เมื่อได้ยินชื่อ 'เซียวเซียน' หญิงสาวก็ค่อยๆ ลดมือลง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอมองสำรวจรพีั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนจะอุทานออกมาเสียงเบา
"ท่าน... ท่านคือใต้เท้าเซียวเซียน เทพชั้น 9 ที่เพิ่งชนะคดีท่านเทพแห่งฝนเมื่อวานใช่หรือไม่?"
"ข่าวไวดีนี่ครับ เพิ่งตัดสินไปเมื่อวานเอง" รพียิ้มบางๆ "ว่าแต่คุณคือ...?"
"ข... ข้าชื่อ ‘เหม่ยหลิง’ เป็เทพธิดาแห่งดอกไม้ประจำเรือนกระจกนี้เ้าค่ะ" เธอตอบเสียงตะกุกตะกัก พยายามปัดฝุ่นออกจากกระโปรง "ส่วนเทพธิดาฝึกหัดที่ถูกม้า์ของตระกูลหลิวเตะจนกระดูกร้าว เป็รุ่นน้องของข้าเอง ตอนนี้ถูกส่งตัวไปรักษาที่โอสถศาลาแล้วเ้าค่ะ"
รพีพยักหน้ารับ "เข้าใจแล้วครับ งั้นผมคงต้องรบกวนให้คุณเหม่ยหลิงช่วยเล่าเหตุการณ์..."
"ข้าเตรียมไว้ให้แล้วเ้าค่ะ!"
ยังไม่ทันที่รพีจะพูดจบ เหม่ยหลิงก็โพล่งขึ้นมาพร้อมกับล้วงมือเข้าไปในถุงผ้าใบเล็กข้างเอว เธอหยิบแผ่นหยกบันทึกภาพ ม้วนกระดาษ และขวดแก้วใบจิ๋วออกมาวางเรียงกันบนโขดหินอย่างเป็ระเบียบ ท่าทางหวาดกลัวเมื่อครู่หายไปเล็กน้อย แทนที่ด้วยความกระตือรือร้นแปลกๆ
"นี่คือแผ่นหยกบันทึกภาพรอยเท้าม้าที่ข้าแอบถ่ายไว้ก่อนที่ลมจะพัดกลบเ้าค่ะ" เหม่ยหลิงชี้ไปที่ของแต่ละชิ้น "ส่วนม้วนกระดาษนี้ ข้าได้ร่างแบบแปลนเรือนกระจกพร้อมจุดที่ม้าวิ่งชนจนเกิดความเสียหาย คำนวณมูลค่าเบื้องต้นตามราคาตลาดกลางไว้ให้แล้ว และในขวดแก้วนี้... เป็ขนหางม้าสีชาดทนไฟ ซึ่งเป็ลักษณะเฉพาะของม้า์สายพันธุ์ที่ตระกูลหลิวเพาะพันธุ์เท่านั้นเ้าค่ะ ข้าแอบเก็บมาจากรั้วตอนที่มันะโหนีไป"
รพีอ้าปากค้าง มองเทพธิดาตัวเล็กตรงหน้าด้วยสายตาตื่นตะลึง
นี่มัน... นี่มันสกิลการรวบรวมหลักฐานระดับนิติวิทยาศาสตร์เลยนี่หว่า! การวัดรอยเท้า การทำแผนที่เกิดเหตุ แถมยังเก็บตัวอย่าง DNA (เส้นขน) มาให้อีก! ทั้งที่เมื่อกี้ยังทำท่ากลัวตัวสั่นอยู่เลย แต่เื่งานกลับละเอียดรอบคอบจนน่าขนลุก
"คุณเหม่ยหลิง..." รพีจ้องมองเธอ "คุณเรียนการทำสำนวนคดีพวกนี้มาจากไหนครับ?"
เหม่ยหลิงหน้าแดงระเรื่อ ก้มหน้างุด "ข... ข้าชอบแอบอ่านบันทึกคดีเก่าๆ ในหอตำราน่ะเ้าค่ะ ข้าคิดว่าถ้ามีหลักฐานแ่า พวกคนใหญ่คนโตก็คงปฏิเสธไม่ได้... แต่..."
เสียงของเธอแ่ลง แววตาหม่นหมอง "แต่ถึงข้าจะเก็บหลักฐานไว้มากแค่ไหน พอส่งเื่ไปที่กรมคุมกฎทีไร คดีก็ถูกปัดตกตลอด เพราะไม่มีเ้าหน้าที่คนไหนกล้างัดกับตระกูลหลิวเลย... จนกระทั่งข้าได้ยินเื่ของท่าน"
เหม่ยหลิงเงยหน้าขึ้นมองรพี ั์ตาของเธอทอประกายชื่นชมอย่างปิดไม่มิด "เมื่อวานข้าแอบไปดูการพิจารณาคดีที่ลานศาลด้วย ข้าเห็นท่านยืนหยัดต่อสู้กับคนโกหกโดยไม่เกรงกลัวอำนาจมืดใดๆ... ท่าทางของท่านตอนที่เปิดคัมภีร์สัจจะ มัน... มันเท่มากๆ เลยเ้าค่ะ!"
รพีเกาแก้มแก้เขิน โดนสาวน้อยชมต่อหน้าแบบนี้ นิติกรหนุ่มก็แอบไปไม่เป็เหมือนกัน
แต่ในจังหวะนั้นเอง ไอเดียบรรเจิดก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา แผนกรับเื่ร้องเรียนตอนนี้มีเขาทำงานหัวหมุนอยู่คนเดียว แถมเขายัง้าคนที่รู้จักมักจี่กับระบบของ์ และมีความสามารถในการจัดการเอกสารชั้นยอด
และผู้หญิงตรงหน้านี้ คือ 'เพชรแท้' ที่ถูกมองข้าม!
"เหม่ยหลิงครับ" รพีปรับน้ำเสียงให้จริงจัง "แผนกของผมกำลังขาดคน คุณสนใจอยากจะย้ายมาเป็ 'ผู้ช่วยนิติกร'... เอ่อ หมายถึง ผู้ช่วยเ้าพนักงานคุมกฎ์ไหมครับ?"
"ผ... ผู้ช่วยท่านเซียวเซียนหรือเ้าคะ!?" เหม่ยหลิงชี้ตัวเอง เบิกตากว้าง "แต่ข้าเป็แค่เทพธิดาดอกไม้ชั้นล่าง พลังเวทก็มีแค่นิดเดียว แถมข้ายังขี้ขลาด ไม่เก่งเื่ต่อสู้ด้วย..."
"เื่ต่อสู้ไม่ต้องห่วงครับ เราใช้สมองและกฎหมายสู้ ไม่ได้ใช้หมัด" รพียิ้มกว้าง เอื้อมมือไปแตะกองเอกสารหลักฐานบนโขดหิน "ความละเอียดรอบคอบและการช่างสังเกตของคุณนี่แหละ คืออาวุธที่น่ากลัวที่สุดสำหรับพวกคนทำผิด ผมรับรองได้เลยว่า ถ้าเราทำงานด้วยกัน เราจะรื้อระบบเน่าๆ ของ์นี่ให้สะอาดเอี่ยมอ่องไปเลย"
เหม่ยหลิงมองรอยยิ้มที่มั่นใจของรพี หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอต้องทนเห็นคนถูกรังแกโดยทำอะไรไม่ได้ แต่ผู้ชายคนนี้กำลังยื่นมือมาให้เธอ และบอกว่าพวกเขาเปลี่ยนมันได้
"ข... ข้าจะทำเ้าค่ะ!" เหม่ยหลิงกำหมัดแน่น พยักหน้าหงึกๆ "ข้าจะขอทำเื่ย้ายสังกัดไปอยู่กรมคุมกฎ์ั้แ่วันนี้เลยเ้าค่ะ!"
"ยอดเยี่ยมมาก! งั้นงานแรกของคุณในฐานะผู้ช่วย..." รพีหยิบขนม้าในขวดแก้วขึ้นมาแกว่งไปมา แววตาของเขาเปลี่ยนเป็คมกริบ "ช่วยผมร่างหมายศาล ส่งตรงถึงคฤหาสน์ตระกูลหลิวทีสิครับ บอกให้พวกเขารับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด... ไม่งั้นผมจะสั่งอายัดม้าทุกตัวในคอกของพวกเขา!"
เทพธิดาสาวกลืนน้ำลายดังเอื้อก แม้จะแอบหวั่นใจที่ต้องไปแหย่รังแตนของ 12 ตระกูลใหญ่ั้แ่วันแรกที่รับงาน แต่พอเห็นแผ่นหลังของรพีที่เดินนำหน้าไป เธอกลับรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด
‘ท่านเซียวเซียน... ข้าจะตั้งใจทำงานเพื่อท่านเ้าค่ะ!’ เหม่ยหลิงคิดในใจ ก่อนจะรีบหอบหลักฐานวิ่งตามเ้านายคนใหม่ไปอย่างกระตือรือร้น