“เื่ตุกติกคงไม่มีหรอกครับ เพราะไอ้ชัยมันก็รับรองแล้วว่าเด็กของมันไว้ใจได้อีกอย่างนักเลงชั้นปลายแถวอย่างนั้นคงไม่มีปัญญามาคิดอะไรตุกติกกับเสี่ยได้หรอกครับ”
“ก็ขอให้มันจริงอย่างที่แกว่าเถอะ ว่าแต่ไอ้ชัยมันจะลาออกไปทำไมว่ะอั๊วยังไม่เข้าใจ”
“เห็นมันบอกว่าเมียมันจะคลอดลูกนี่ครับ มันเลยอยากไปอยู่ใกล้ๆให้กำลังใจเมียมัน”
“แล้วก็จำเป็ต้องมาออกไปตอนที่จะมีงานใหญ่เสียด้วยสิ”
จบคำกล่าวอย่างหงุดหงิดของเสี่ยประยูร เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น
“ใครน่ะ”
นภดลเป็ผู้ส่งเสียงถามออกไปก่อนและลูกน้องของเสี่ยประยูรที่อยู่ในห้องนั้นทั้งหมดก็รีบขยับตัวเอามือไปจับไว้ที่ด้ามปืนซึ่งพกอยู่ที่เอวของทุกคนอย่างเตรียมพร้อมรับมือหากผู้ที่จะเข้ามานั้นเป็ปฏิปักษ์กับเ้านายของตน
“ฉันเอง มีคนมาขอพบเสี่ย”
เสียงของแม่บ้านวัยกลางคนที่ดังเข้ามาทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องมีท่าทีผ่อนคลายขึ้นและเสี่ยประยูรก็พยักหน้าให้กับลูกน้องคนหนึ่งเป็เชิงบอกให้ไปเปิดประตู และไอ้สมควรคือผู้ที่รับหน้าที่นั้น
“เข้าไปสิ”
เมื่อประตูเปิดออก แม่บ้านก็บอกกับชายหนุ่มที่ตนนำมาผู้ยังมีท่าทางกล้าๆกลัวๆให้เห็นอยู่ ซึ่งเขาได้มาแสดงความจำนงไว้แต่แรกว่า้ามาพบเ้าของบ้านแต่ก่อนที่ชายหนุ่มผู้นั้นจะก้าวเท้าเข้ามาในห้อง นภดลก็รีบลุกขึ้นไปขวางเอาไว้แล้วซักถามอยู่ที่หน้าประตูด้วยตัวเอง
“แกเป็ใคร”
“ผมเป็ลูกน้องของพี่ชัยครับ”
ชายหนุ่มหน้าตามอมแมม ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงไม่เป็รูปเป็ทรงผู้ซึ่งอยู่ในชุดกางเกงยีนส์เก่าๆเสื้อยืดเน่าๆสวมทับด้วยเสื้อกั๊กขาดๆอีกตัวกับมีเป้เหี่ยวๆอีกอันสะพายติดหลังตอบ
“แล้วแกมาที่นี่ทำไม”
“มาขอทำงานกับเสี่ยประยูรครับเห็นพี่ชัยบอกว่าเสี่ยกำลังอยากได้ลูกน้องเพิ่ม และพี่ชัยก็ฝากผมกับเสี่ยไว้แล้ว”
“แกชื่ออะไร”
“บุญแทนครับ หรือจะเรียกสั้นๆว่าแทนเฉยๆก็ได้”
“งั้นก็เข้ามา”
นภดลกล่าวหลังจากสอบถามจนพอแน่ใจว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้น จากนั้นชายหนุ่มที่บอกว่าตัวเองชื่อบุญแทนก็เดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางติดจะประหม่าไม่มั่นใจในตัวเอง
เมื่อทุกคนเข้ามาข้างในแล้วสมควรก็จัดการเปิดประตูจนแน่นสนิท
“นั้นคือเสี่ยประยูรคนที่จะเป็เ้านายของแก”
นภดลแนะนำให้ผู้มาใหม่ได้รู้จักกับเสี่ยใหญ่เ้าของบ้าน และเขาผู้นั้นก็รีบยกมือไหว้อย่างนอบน้อมฝากเนื้อฝากตัว
“ลื้อมัวทำอะไรอยู่ถึงได้มาช้ากว่าเวลานัดเป็ชั่วโมงอย่างนี้”
เสี่ยประยูรถามขึ้นอย่างไม่พอใจ
“ขอโทษครับเสี่ย พอดีผมมีโจทก์เยอะไปหน่อย ไปไหนมาไหนทีก็เลยค่อนข้างลำบาก”
บุญแทนตอบพร้อมพยายามสบตากับเสี่ยใหญ่เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจของตน
“แล้วพ่อแม่ของลื้ออยู่ที่ไหนและลื้อทำงานอะไรก่อนที่คิดจะมาทำงานกับอั๊ว”
เสี่ยประยูรเริ่มซักประวัติคนที่ตนคิดจะรับเข้ามาทำงานเ้าพ่อที่ทำงานเกี่ยวกับธุรกิจมืดอย่างเขาไม่อาจไว้วางใจใครได้ง่ายๆพอๆกับที่้าลูกน้องหรือมือปืนที่ไว้วางใจได้มาคอยคุ้มกันนั้นแหละ
“ผมไม่มีพ่อแม่หรอกครับ พวกเขาเลิกกันั้แ่ผมยังเป็เด็กและผมก็เริ่มระเห่เร่ร่อนั้แ่ตอนนั้นเป็ต้นมา”
บุญแทนหรือแท้จริงแล้วคือร้อยตำรวจเอกแทนเทพเริ่มปั้นน้ำเป็ตัวได้เข้าท่าทีเดียว
“แล้วลื้อมีชีวิตรอดมาได้ยังไง ในเมื่อไม่มีพ่อไม่มีแม่”
“ตอนเด็กๆผมก็อาศัยลักเล็กขโมยน้อยตามบ้านเรือนผู้คนบ้าง ฉกชิงวิ่งราวทรัพย์สินของผู้คนที่เดินไปมาตามถนนบ้าง พอโตขึ้นมาหน่อยก็ไปหากินอยู่ตามบ่อน หลังๆนี่ก็ เอ่อ...รับของมาปล่อยครับ”
ประโยคหลังๆชายหนุ่มลดเสียงของตนให้เบาลงโดยอัตโนมัติ
“อย่างลื้อเนี้ยน่ะ”