ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 142 ห้าผู้ฝึกยุทธ์รุ่นเยาว์ลงมือพร้อมกัน

            "เป็นอะไรไปหรือ?" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากฝูงชน ราวเสียงกระดิ่งลมไหวแผ่ว

            ชายหนุ่มผู้หนึ่งสวมอาภรณ์ผ้าป่านมองไปยังป้ายบนประตูแล้วขมวดคิ้วมุ่น

            ไม่นานนักท้องฟ้าก็พลันปรากฏแสงมงคลหลากสีนับอนันต์

            ตำหนักเซียนขนาดมหึมาลอยมาด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์รายล้อมไปด้วยไอสีม่วง เมฆหมอกตระการตา สง่างามหาใดเปรียบ

            "แม้แต่คนจากเหยาฉือยังมา"

            ผู้ฝึกตนผู้หนึ่งพึมพำเบาๆในใจก็รู้สึกประหลาดเล็กน้อย

            หุบเขามารฝังฟ้าตั้งอยู่ ณจุดบรรจบระหว่างแดนใต้และแดนเหนือแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือครอบครองเมืองโบราณนับสิบนอกแดนเหนือย่อมต้องได้รับข่าวสารอย่างรวดเร็ว ทว่าพวกเขาไม่ค่อยข้องแวะกับโลกภายนอกนอกเสียจากเกี่ยวข้องกับเหมืองแร่รอบเหมืองบรรพกาล

            คราวนี้กลับผิดวิสัย

            หรือเป็นเพราะ… ยุคทองเส้นทางสู่จักรพรรดิจะเปิด

            คนจากเหยาฉือก็ทนอยู่เฉยไม่ได้แล้วกระนั้นหรือ?

            "สุสานแห่งนี้… ไม่ธรรมดา"

            ผู้อาวุโสแห่งเหยาฉือท่านหนึ่งใช้จิตสำรวจเส้นทางเบื้องหน้าใบหน้าก็เผยความเคร่งขรึมออกมาจากนั้นก็ออกคำสั่งเช่นเดียวกับเทพสวรรค์แห่งตระกูลเจียงลอยตัวอยู่บนความว่างเปล่า ไม่ได้ผลีผลาม

            ส่วนเหยาซีธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งเหยาฉือก็มาด้วยเช่นกัน ดวงตางามของนางดุจสายน้ำกิริยาท่าทางสง่างามดุจเทพเซียนแต่กำเนิด ร่างกายโอบล้อมด้วยไอหมอกทิพย์จึงมองเห็นไม่ชัดนัก

            ต่อมา…

            เรือรบนับสิบลำเหาะทะยาน ธงโบกสะบัด!

            "แดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเยี่ยน!"

            "แดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชู!"

            "แดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียว!"

            "แดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวง!"

            สี่แดนศักดิ์สิทธิ์มาพร้อมกันครอบครองอยู่แต่ละทิศ

            เบื้องหลังยังมีสำนักใหญ่แห่งตงฮวงติดตามอีกมากสำนักไท่เสวียน สำนักวังมายา สำนักยมโลก เป็นต้น

            กระทั่งราชวงศ์โบราณทั้งสี่แห่งจงโจวก็ยังมาถึงสองตระกูล

            จักรพรรดิแห่งราชวงศ์จิ่วหลีนำพาผู้แข็งแกร่งหลายท่านมาพร้อมหน้า

            การปรากฏตัวของเขาผู้ฝึกตนจำนวนมากไม่ได้รู้สึกแปลกใจ

            ก่อนหน้านี้จักรพรรดิสายตรงแห่งราชวงศ์จิ่วหลีถูกผู้สืบทอดจักพรรดิหานเหรินสังหารกลืนกินต้นกำเนิดและพลังในร่างเทพสวรรค์หลายท่านจึงเคลื่อนไหวบ่อยครั้งในแต่ละแดนของแคว้นตงฮวงเพื่อสืบค้นร่องรอยของผู้สืบทอดจักรพรรดิหานเหริน

            อีกราชวงศ์ใหญ่คือราชวงศ์ต้าเซี่ยจักรพรรดิก็เสด็จมาด้วยตนเอง

            เบื้องหลังของเขามีเหล่าพระโอรสติดตามมาหลายคนคงจะมายังที่แห่งนี้เพื่อฝึกฝนตนเองในโลกกว้าง

            จักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยอยู่ในวัยกลางคนที่เปี่ยมล้นพลังสวมอาภรณ์สีม่วง และรายล้อมไปด้วยปราณราชันย์มังกร!

            นี่คือการฝึกฝนคัมภีร์โบราณแห่งจักรพรรดิอันยิ่งใหญ่ไท่หวงจิง จนถึงขั้นสูงส่ง สำแดงพลังรบอันแข็งแกร่งเรียกขานกันว่าไม่ด้อยไปกว่าเคล็ดวิชาลับทั้งเก้าอย่างหนึ่งนั่นคือเพลงยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์!

            และในช่วงเวลานี้ปราณหยินที่พวยพุ่งออกมาจากใต้สุสานมิได้หยุดลง ยังคงดำเนินต่อไปเป็นวันที่ห้า!

            ทั่วบริเวณป่าช้ากระจัดกระจายแห่งนี้มีทหารและขุนพลยมโลกมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ จิตสังหารเย็นเยียบที่แผ่ออกมาทำให้ผู้ฝึกตนผู้ทรงพลังระดับสามขั้นกลางบางคนต้องสั่นสะท้าน

            วาบ!

            ขณะนั้น แสงสีทองสายหนึ่งตัดผ่านท้องฟ้าชายหนุ่มร่างกำยำที่มีผมทองและนัยน์ตาสีทองปรากฏกาย ลอยเด่นอยู่บนความว่างเปล่า

            "พญาคุนเผิงทอง!"

            "ดินแดนอสูรทางใต้ ผู้นำรุ่นเยาว์!"

            พญาคุนเผิงทองหนุ่มควบคุมความเร็วสูงสุดในการเหาะเดินทางมาถึงด้วยความเร็วที่มิได้ช้าไปกว่าผู้แข็งแกร่งรุ่นอาวุโส

            คาดว่าเหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ผู้เก่งกาจท่านอื่นคงจะมาถึงในเร็ววัน!

            ในวินาทีถัดมา

            พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา!

            ผู้ฝึกตนระดับไฟศักดิ์สิทธิ์รุ่นเยาว์ที่มีอายุน้อยที่สุดแห่งตงฮวงจอมราชันย์น้อยแห่งทะเลไร้สิ้นสุด มู่ฮ่าวมาถึงแล้ว!

            การปรากฏตัวของมู่ฮ่าวดึงดูดสายตาของผู้ฝึกตนจำนวนมากในทันที

            เรื่องราวที่เขาเอาชนะบุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงณ เมืองเทียนตู ถือเป็นชนวนเหตุให้จ้าวแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ต้องดับสูญ!

            ไปที่ใดก็เป็นที่จับจ้อง

            ซึ่งรวมถึงคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงด้วยเช่นกัน

            เหล่าศิษย์หนุ่มจากเหยากวงจำนวนมากเมื่อเห็นมู่ฮ่าว สีหน้าก็เผยจิตสังหารออกมากระทั่งเหล่าผู้อาวุโสบางท่านก็มิอาจยกเว้น

            แต่กลับไม่มีผู้ใดกล้าลงมือ!

            ท้ายที่สุดแบบอย่างของจ้าวแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงก็มีให้เห็นอยู่ตรงหน้า

            ผู้ที่นำขบวนมาในครั้งนี้มีพลังเพียงแค่ระดับเทพสวรรค์ขั้นที่สองเท่านั้นด้อยกว่าเจ้าสำนักไปถึงสี่ขั้นเล็ก!

            หากลงมือกับมู่ฮ่าวจริงเมื่อหัวหน้าตระกูลมู่มาถึง เกรงว่าคนเหล่านี้ทั้งหมดจะต้องดับสูญมีเท่าไรก็ไม่พอให้สังหาร!

            และในขณะนั้นมู่ฮ่าวก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารจากฝ่ายเหยากวงแล้ว

            ดวงตาของเขาดุจน้ำนิ่งในบ่อจิตสัมผัสกว้างใหญ่กวาดแผ่ออกไป เมื่อไม่เห็นบุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงอยู่ก็เผยสีหน้าผิดหวังออกมาเล็กน้อย จากนั้นก็ไม่สนใจอีก

            ส่วนเหล่าศิษย์สืบทอดในระดับไฟศักดิ์สิทธิ์ขั้นหนึ่งหรือสองขั้นเหล่านี้เขาเหยียดหยามเสียยิ่งกว่าอะไร

            ...

            เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็วอีกห้าวันต่อมา!

            ทั่วบริเวณหุบเขามารฝังฟ้าในรัศมีหลายพันลี้ก็คลาคล่ำไปด้วยผู้ฝึกตนนับล้านฝูงชนเบียดเสียดยัดเยียด สายตาของพวกเขาทวีความร้อนแรงขึ้น

            สุสานหยินขนาดใหญ่พวยพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาสิบวันแล้ว!

            อย่างน้อยต้องสะสมปราณหยินแห่งฟ้าดินมานับหมื่นปี

            นี่จะต้องเป็นการปรากฏของสุสานแห่งมหาจักรพรรดิโบราณสักคนแน่ถึงมีปล่อยกลิ่นอายพลังรุนแรงขนาดนี้!

            ในช่วงเวลานี้ อัจฉริยะรุ่นเยาว์ก็มาไม่น้อย

            กายาเทพแห่งตระกูลเจียง ผู้สืบทอดตระกูลจีเหล่าบุตรธิดาศักดิ์สิทธิ์จากสำนักต่างๆ

            ยังมีอัจฉริยะผู้มีชื่อเสียงบางท่านซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มผู้ฝึกตนไม่ได้เปิดเผยตัวตน เพื่อรอคอยเวลาที่เหมาะสม!

            ตูม!

            ทันใดนั้นความว่างเปล่าเหนือหุบเขามารฝังฟ้าก็ปั่นป่วนเป็นระลอกคลื่นไร้รูปร่าง

            มีสิ่งมีชีวิตบรรพกาลร่างมนุษย์สิบกว่าตนเดินออกมาจากภายใน

            ร่างกายของพวกเขามีรูปลักษณ์ต่างกันและล้วนมาจากต่างเผ่าพันธุ์ เมื่อพิจารณาจากความผันผวนของลมปราณที่แผ่ออกมาดูเหมือนว่าอายุน้อยมาก!

            เป็นเหล่าราชันย์หนุ่มที่เดินออกมาจากเทือกเขาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล!

            ในนั้นยังมีราชันย์เนตรเงินตนหนึ่งด้วยดวงตาทั้งสองข้างกระจ่างใสดุจสายน้ำ ส่องแสงสีเงินดุจโลหะพลังสายเลือดบริสุทธิ์ยิ่ง!

            แถมพลังฝีมือยังสูงยิ่งมีพลังถึงไฟศักดิ์สิทธิ์ขั้นเก้า!

            แข็งแกร่งยิ่งกว่าบุตรศักดิ์สิทธิ์และเจ้าสำนักบางท่าน!

            เป็นไปได้มากว่าเป็นลูกหลานสายตรงของมหาเทพโบราณท่านใดท่านหนึ่งที่มีต้นกำเนิดอันน่ากลัว!

            การมาถึงของเหล่าอัจฉริยะเทพบรรพกาลสิบกว่าตน

            ทำให้เหล่าบุคคลสำคัญของสุดยอดกองกำลังต้องเผยสีหน้าเคร่งขรึมออกมา

            ตระกูลพวกเขาได้รับการสืบทอดมายาวนานไม่ได้ข้องแวะกับเทพบรรพกาลเลย! แต่ก็แยกแยะลักษณะเด่นของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ได้เหล่าสิ่งมีชีวิตบรรพกาลหนุ่มสิบกว่าตนนี้ล้วนมีฐานะที่ไม่ธรรมดา

            และในขณะนั้นเองราชันย์เนตรเงินหนุ่มตนนั้นพลันก้าวออกมา กวาดมองไปทั่วทั้งสนามด้วยสายตาทรงอำนาจพร้อมตะโกนเสียงเย็น

            "กายาศักดิ์สิทธิ์สังหารลุงของข้า!"

            "อีกหลายปีให้หลังเมื่อมหาเทพแห่งเผ่าข้าถือกำเนิด จะต้องชำระล้างทะเลไร้สิ้นสุดด้วยเลือด!"

            "หากที่แห่งนี้มีผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์ของตระกูลมู่ก็จงออกมาสู้รบเสียดีๆ!!"

            "มีเท่าไรก็ออกมาให้หมด!!"

            "พวกเจ้าก็เป็นเพียงไก่บ้านสุนัขดินเผา[1] ข้าจักส่งพวกเจ้าไปสู่ปรโลกเดี๋ยวนี้!"

            เมื่อกล่าวคำนี้เหล่าผู้ฝึกตนมนุษย์จำนวนนับไม่ถ้วนก็สั่นสะท้าน

            แน่นอนว่าหัวหน้าตระกูลมู่มีความแข็งแกร่งเกินมนุษย์หากถูกมหาเทพแห่งราชันย์เนตรเงินหมายหัวไว้ ไม่ช้าก็เร็วเขาจะต้องถูกชำระบัญชี!

            แต่…ดูเหมือนว่าตระกูลมู่จะมีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น

            เมื่อคิดถึงตรงนี้ผู้คนจำนวนมากก็หันสายตาไปยังมู่ฮ่าว ใบหน้าเผยรอยยิ้มที่รอคอยโชคชะตาอันน่าเวทนา

            "รนหาที่ตาย!"

            ดวงตามู่ฮ่าวพลันเย็นเยียบอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่เปล่งแสงเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในมือเขาทันใดพลังศักดิ์สิทธิ์พวยพุ่ง ร่ายออกอย่างแรง!

            ฟึ่บ!

            แสงกระบี่ที่ห่อหุ้มไปด้วยจิตสังหารอันคมกริบสายหนึ่งก็พุ่งเข้าสังหารราชันย์เนตรเงิน!

            ในเวลาเดียวกันการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวอีกสี่สายก็ปะทุออกมาจากแต่ละที่โดยมิได้นัดหมาย!

            ที่แห่งหนึ่ง ดวงจันทร์กระจ่างลอยขึ้นสูง!

            ที่แห่งหนึ่ง บัวเพลิงสามสีเปล่งประกาย!

            ที่แห่งหนึ่ง รอยมือพระพุทธสีทองปรากฏ!

            ที่แห่งหนึ่งกระบี่เล็กสีแดงที่เปี่ยมด้วยจิตสังหารนับสิบพุ่งทะยาน!

            เมื่อรวมกับแสงกระบี่ที่มู่ฮ่าวร่ายออกไปการโจมตีทั้งห้าสายก็ลงมาพร้อมกัน พุ่งกระหน่ำลงบนราชันย์เนตรเงิน!

            -------------------------------------------------

            [1] ไก่บ้านสุนัขดินเผา (土鸡瓦狗)เปรียบเปรยถึงคนอ่อนแอไร้พิษสง

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน