"เป็นอะไรไปหรือ?" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากฝูงชน ราวเสียงกระดิ่งลมไหวแผ่ว
ชายหนุ่มผู้หนึ่งสวมอาภรณ์ผ้าป่านมองไปยังป้ายบนประตูแล้วขมวดคิ้วมุ่น
ไม่นานนักท้องฟ้าก็พลันปรากฏแสงมงคลหลากสีนับอนันต์
ตำหนักเซียนขนาดมหึมาลอยมาด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์รายล้อมไปด้วยไอสีม่วง เมฆหมอกตระการตา สง่างามหาใดเปรียบ
"แม้แต่คนจากเหยาฉือยังมา"
ผู้ฝึกตนผู้หนึ่งพึมพำเบาๆในใจก็รู้สึกประหลาดเล็กน้อย
หุบเขามารฝังฟ้าตั้งอยู่ ณจุดบรรจบระหว่างแดนใต้และแดนเหนือแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือครอบครองเมืองโบราณนับสิบนอกแดนเหนือย่อมต้องได้รับข่าวสารอย่างรวดเร็ว ทว่าพวกเขาไม่ค่อยข้องแวะกับโลกภายนอกนอกเสียจากเกี่ยวข้องกับเหมืองแร่รอบเหมืองบรรพกาล
คราวนี้กลับผิดวิสัย
หรือเป็นเพราะ… ยุคทองเส้นทางสู่จักรพรรดิจะเปิด
คนจากเหยาฉือก็ทนอยู่เฉยไม่ได้แล้วกระนั้นหรือ?
"สุสานแห่งนี้… ไม่ธรรมดา"
ผู้อาวุโสแห่งเหยาฉือท่านหนึ่งใช้จิตสำรวจเส้นทางเบื้องหน้าใบหน้าก็เผยความเคร่งขรึมออกมาจากนั้นก็ออกคำสั่งเช่นเดียวกับเทพสวรรค์แห่งตระกูลเจียงลอยตัวอยู่บนความว่างเปล่า ไม่ได้ผลีผลาม
ส่วนเหยาซีธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งเหยาฉือก็มาด้วยเช่นกัน ดวงตางามของนางดุจสายน้ำกิริยาท่าทางสง่างามดุจเทพเซียนแต่กำเนิด ร่างกายโอบล้อมด้วยไอหมอกทิพย์จึงมองเห็นไม่ชัดนัก
ต่อมา…
เรือรบนับสิบลำเหาะทะยาน ธงโบกสะบัด!
"แดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเยี่ยน!"
"แดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชู!"
"แดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียว!"
"แดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวง!"
สี่แดนศักดิ์สิทธิ์มาพร้อมกันครอบครองอยู่แต่ละทิศ
เบื้องหลังยังมีสำนักใหญ่แห่งตงฮวงติดตามอีกมากสำนักไท่เสวียน สำนักวังมายา สำนักยมโลก เป็นต้น
กระทั่งราชวงศ์โบราณทั้งสี่แห่งจงโจวก็ยังมาถึงสองตระกูล
จักรพรรดิแห่งราชวงศ์จิ่วหลีนำพาผู้แข็งแกร่งหลายท่านมาพร้อมหน้า
การปรากฏตัวของเขาผู้ฝึกตนจำนวนมากไม่ได้รู้สึกแปลกใจ
ก่อนหน้านี้จักรพรรดิสายตรงแห่งราชวงศ์จิ่วหลีถูกผู้สืบทอดจักพรรดิหานเหรินสังหารกลืนกินต้นกำเนิดและพลังในร่างเทพสวรรค์หลายท่านจึงเคลื่อนไหวบ่อยครั้งในแต่ละแดนของแคว้นตงฮวงเพื่อสืบค้นร่องรอยของผู้สืบทอดจักรพรรดิหานเหริน
อีกราชวงศ์ใหญ่คือราชวงศ์ต้าเซี่ยจักรพรรดิก็เสด็จมาด้วยตนเอง
เบื้องหลังของเขามีเหล่าพระโอรสติดตามมาหลายคนคงจะมายังที่แห่งนี้เพื่อฝึกฝนตนเองในโลกกว้าง
จักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยอยู่ในวัยกลางคนที่เปี่ยมล้นพลังสวมอาภรณ์สีม่วง และรายล้อมไปด้วยปราณราชันย์มังกร!
นี่คือการฝึกฝนคัมภีร์โบราณแห่งจักรพรรดิอันยิ่งใหญ่ไท่หวงจิง จนถึงขั้นสูงส่ง สำแดงพลังรบอันแข็งแกร่งเรียกขานกันว่าไม่ด้อยไปกว่าเคล็ดวิชาลับทั้งเก้าอย่างหนึ่งนั่นคือเพลงยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์!
และในช่วงเวลานี้ปราณหยินที่พวยพุ่งออกมาจากใต้สุสานมิได้หยุดลง ยังคงดำเนินต่อไปเป็นวันที่ห้า!
ทั่วบริเวณป่าช้ากระจัดกระจายแห่งนี้มีทหารและขุนพลยมโลกมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ จิตสังหารเย็นเยียบที่แผ่ออกมาทำให้ผู้ฝึกตนผู้ทรงพลังระดับสามขั้นกลางบางคนต้องสั่นสะท้าน
วาบ!
ขณะนั้น แสงสีทองสายหนึ่งตัดผ่านท้องฟ้าชายหนุ่มร่างกำยำที่มีผมทองและนัยน์ตาสีทองปรากฏกาย ลอยเด่นอยู่บนความว่างเปล่า
"พญาคุนเผิงทอง!"
"ดินแดนอสูรทางใต้ ผู้นำรุ่นเยาว์!"
พญาคุนเผิงทองหนุ่มควบคุมความเร็วสูงสุดในการเหาะเดินทางมาถึงด้วยความเร็วที่มิได้ช้าไปกว่าผู้แข็งแกร่งรุ่นอาวุโส
คาดว่าเหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ผู้เก่งกาจท่านอื่นคงจะมาถึงในเร็ววัน!
ในวินาทีถัดมา
พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา!
ผู้ฝึกตนระดับไฟศักดิ์สิทธิ์รุ่นเยาว์ที่มีอายุน้อยที่สุดแห่งตงฮวงจอมราชันย์น้อยแห่งทะเลไร้สิ้นสุด มู่ฮ่าวมาถึงแล้ว!
การปรากฏตัวของมู่ฮ่าวดึงดูดสายตาของผู้ฝึกตนจำนวนมากในทันที
เรื่องราวที่เขาเอาชนะบุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงณ เมืองเทียนตู ถือเป็นชนวนเหตุให้จ้าวแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ต้องดับสูญ!
ไปที่ใดก็เป็นที่จับจ้อง
ซึ่งรวมถึงคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงด้วยเช่นกัน
เหล่าศิษย์หนุ่มจากเหยากวงจำนวนมากเมื่อเห็นมู่ฮ่าว สีหน้าก็เผยจิตสังหารออกมากระทั่งเหล่าผู้อาวุโสบางท่านก็มิอาจยกเว้น
แต่กลับไม่มีผู้ใดกล้าลงมือ!
ท้ายที่สุดแบบอย่างของจ้าวแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงก็มีให้เห็นอยู่ตรงหน้า
ผู้ที่นำขบวนมาในครั้งนี้มีพลังเพียงแค่ระดับเทพสวรรค์ขั้นที่สองเท่านั้นด้อยกว่าเจ้าสำนักไปถึงสี่ขั้นเล็ก!
หากลงมือกับมู่ฮ่าวจริงเมื่อหัวหน้าตระกูลมู่มาถึง เกรงว่าคนเหล่านี้ทั้งหมดจะต้องดับสูญมีเท่าไรก็ไม่พอให้สังหาร!
และในขณะนั้นมู่ฮ่าวก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารจากฝ่ายเหยากวงแล้ว
ดวงตาของเขาดุจน้ำนิ่งในบ่อจิตสัมผัสกว้างใหญ่กวาดแผ่ออกไป เมื่อไม่เห็นบุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงอยู่ก็เผยสีหน้าผิดหวังออกมาเล็กน้อย จากนั้นก็ไม่สนใจอีก
ส่วนเหล่าศิษย์สืบทอดในระดับไฟศักดิ์สิทธิ์ขั้นหนึ่งหรือสองขั้นเหล่านี้เขาเหยียดหยามเสียยิ่งกว่าอะไร
...
เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็วอีกห้าวันต่อมา!
ทั่วบริเวณหุบเขามารฝังฟ้าในรัศมีหลายพันลี้ก็คลาคล่ำไปด้วยผู้ฝึกตนนับล้านฝูงชนเบียดเสียดยัดเยียด สายตาของพวกเขาทวีความร้อนแรงขึ้น
สุสานหยินขนาดใหญ่พวยพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาสิบวันแล้ว!
อย่างน้อยต้องสะสมปราณหยินแห่งฟ้าดินมานับหมื่นปี
นี่จะต้องเป็นการปรากฏของสุสานแห่งมหาจักรพรรดิโบราณสักคนแน่ถึงมีปล่อยกลิ่นอายพลังรุนแรงขนาดนี้!
ในช่วงเวลานี้ อัจฉริยะรุ่นเยาว์ก็มาไม่น้อย
กายาเทพแห่งตระกูลเจียง ผู้สืบทอดตระกูลจีเหล่าบุตรธิดาศักดิ์สิทธิ์จากสำนักต่างๆ
ยังมีอัจฉริยะผู้มีชื่อเสียงบางท่านซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มผู้ฝึกตนไม่ได้เปิดเผยตัวตน เพื่อรอคอยเวลาที่เหมาะสม!
ตูม!
ทันใดนั้นความว่างเปล่าเหนือหุบเขามารฝังฟ้าก็ปั่นป่วนเป็นระลอกคลื่นไร้รูปร่าง
มีสิ่งมีชีวิตบรรพกาลร่างมนุษย์สิบกว่าตนเดินออกมาจากภายใน
ร่างกายของพวกเขามีรูปลักษณ์ต่างกันและล้วนมาจากต่างเผ่าพันธุ์ เมื่อพิจารณาจากความผันผวนของลมปราณที่แผ่ออกมาดูเหมือนว่าอายุน้อยมาก!
เป็นเหล่าราชันย์หนุ่มที่เดินออกมาจากเทือกเขาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล!
ในนั้นยังมีราชันย์เนตรเงินตนหนึ่งด้วยดวงตาทั้งสองข้างกระจ่างใสดุจสายน้ำ ส่องแสงสีเงินดุจโลหะพลังสายเลือดบริสุทธิ์ยิ่ง!
แถมพลังฝีมือยังสูงยิ่งมีพลังถึงไฟศักดิ์สิทธิ์ขั้นเก้า!
แข็งแกร่งยิ่งกว่าบุตรศักดิ์สิทธิ์และเจ้าสำนักบางท่าน!
เป็นไปได้มากว่าเป็นลูกหลานสายตรงของมหาเทพโบราณท่านใดท่านหนึ่งที่มีต้นกำเนิดอันน่ากลัว!
การมาถึงของเหล่าอัจฉริยะเทพบรรพกาลสิบกว่าตน
ทำให้เหล่าบุคคลสำคัญของสุดยอดกองกำลังต้องเผยสีหน้าเคร่งขรึมออกมา
ตระกูลพวกเขาได้รับการสืบทอดมายาวนานไม่ได้ข้องแวะกับเทพบรรพกาลเลย! แต่ก็แยกแยะลักษณะเด่นของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ได้เหล่าสิ่งมีชีวิตบรรพกาลหนุ่มสิบกว่าตนนี้ล้วนมีฐานะที่ไม่ธรรมดา
และในขณะนั้นเองราชันย์เนตรเงินหนุ่มตนนั้นพลันก้าวออกมา กวาดมองไปทั่วทั้งสนามด้วยสายตาทรงอำนาจพร้อมตะโกนเสียงเย็น
"กายาศักดิ์สิทธิ์สังหารลุงของข้า!"
"อีกหลายปีให้หลังเมื่อมหาเทพแห่งเผ่าข้าถือกำเนิด จะต้องชำระล้างทะเลไร้สิ้นสุดด้วยเลือด!"
"หากที่แห่งนี้มีผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์ของตระกูลมู่ก็จงออกมาสู้รบเสียดีๆ!!"
"มีเท่าไรก็ออกมาให้หมด!!"
"พวกเจ้าก็เป็นเพียงไก่บ้านสุนัขดินเผา[1] ข้าจักส่งพวกเจ้าไปสู่ปรโลกเดี๋ยวนี้!"
เมื่อกล่าวคำนี้เหล่าผู้ฝึกตนมนุษย์จำนวนนับไม่ถ้วนก็สั่นสะท้าน
แน่นอนว่าหัวหน้าตระกูลมู่มีความแข็งแกร่งเกินมนุษย์หากถูกมหาเทพแห่งราชันย์เนตรเงินหมายหัวไว้ ไม่ช้าก็เร็วเขาจะต้องถูกชำระบัญชี!
แต่…ดูเหมือนว่าตระกูลมู่จะมีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น
เมื่อคิดถึงตรงนี้ผู้คนจำนวนมากก็หันสายตาไปยังมู่ฮ่าว ใบหน้าเผยรอยยิ้มที่รอคอยโชคชะตาอันน่าเวทนา
"รนหาที่ตาย!"
ดวงตามู่ฮ่าวพลันเย็นเยียบอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่เปล่งแสงเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในมือเขาทันใดพลังศักดิ์สิทธิ์พวยพุ่ง ร่ายออกอย่างแรง!
ฟึ่บ!
แสงกระบี่ที่ห่อหุ้มไปด้วยจิตสังหารอันคมกริบสายหนึ่งก็พุ่งเข้าสังหารราชันย์เนตรเงิน!
ในเวลาเดียวกันการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวอีกสี่สายก็ปะทุออกมาจากแต่ละที่โดยมิได้นัดหมาย!
ที่แห่งหนึ่ง ดวงจันทร์กระจ่างลอยขึ้นสูง!
ที่แห่งหนึ่ง บัวเพลิงสามสีเปล่งประกาย!
ที่แห่งหนึ่ง รอยมือพระพุทธสีทองปรากฏ!
ที่แห่งหนึ่งกระบี่เล็กสีแดงที่เปี่ยมด้วยจิตสังหารนับสิบพุ่งทะยาน!
เมื่อรวมกับแสงกระบี่ที่มู่ฮ่าวร่ายออกไปการโจมตีทั้งห้าสายก็ลงมาพร้อมกัน พุ่งกระหน่ำลงบนราชันย์เนตรเงิน!
-------------------------------------------------
[1] ไก่บ้านสุนัขดินเผา (土鸡瓦狗)เปรียบเปรยถึงคนอ่อนแอไร้พิษสง