ฮวงจุ้ย เกมส์ กล คนแปรชี่

    ตอนที่.30

    ขณะที่พวกเขากำลังสนทนากันอยู่นั่นเอง ภาวิณีที่กำลังประเมินสถานการณ์และตรวจสอบรอบๆ บริเวณจากสัญชาตญาณของหน่วยรบพิเศษก็ร้องขึ้น

    “ท่าจะไม่ดีละ!” เธออุทาน ก่อนจะยกเก้าอี้ขึ้นหวดกำแพงผนังเสียงดังโครมใหญ่ “ไม่ใช่กำแพงธรรมดา!”

    ซินแสหวังก็เดินไปทรุดร่างลงเกาะกับกรงเหล็กหน้าประตูด้วยอาการตื่นกลัว

    “นายท่าน” ซินแสหวังสร้างความประหลาดใจให้กับคนในห้องทั้งหมดด้วยการเอื้อนเอ่ยภาษาไทยออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ “เรื่องนี้ผมไม่เกี่ยวนะ ผมก็ทำตามที่นายท่านบอกแล้วไง”

    “เสียใจด้วยนะลุงหวัง ที่ลุงต้องมาเจอกับสถานการณ์แบบนี้” สถาปนิกไพศาลส่ายศีรษะไปมา “ช่วยไม่ได้ที่ลุงดวงซวย เพราะว่ามันดันผิดแผนไปนิดหน่อย…ทำใจนะลุง ถือซะว่าเป็นการชดใช้กรรมที่หลอกลวงคนอื่นเขาไว้ตลอดหลายปีมาแล้วกันนะ”

    “ซินแสปลอมเหรอ” ปอยขมวดคิ้ว ขณะมองดูบุรุษในชุดนักพรตจีนเบื้องหน้า “แต่ว่าวิชาที่ใช้มันก็ถูกนี่นา”

    “วิชาอะไรพวกนั้นผมไม่มีหรอกครับคุณหนู” ซินแสหวังเงยหน้าที่อาบน้ำตาขึ้นมอง “ผมก็แค่จำคำที่อาจารย์ไพศาลบอกให้ผมเอาไว้พูดก็เท่านั้นเองครับ วิชาฮวงจงฮวงจุ้ยอะไรนั่นผมไม่รู้หรอกครับ ผมก็แค่พูดมั่วๆ ด้วยภาษาจีนที่ผมได้มาจากครอบครัว เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือก็เท่านั้นเองครับ”

    “ใช่ครับ” ลูกศิษย์ซินแสหวังสำทับตามมาอีกคน “พวกเราก็แค่คนทำมาหากินด้วยการลอกพวกคนรวยโง่ๆ เท่านั้นเอง ไม่ได้ทำอะไรผิดบาปหรือผิดกฎหมายร้ายแรงเลยนะครับ”

    “นี่แกหาว่าพวกข้าโง่งั้นเหรอ” บิดาของภาคินณ์เดินเงื้อไม้เงื้อมือตรงไปยังอาจารย์และลูกศิษย์กำมะลอที่นั่งแหมะอยู่กับพื้น “ไอ้พวกสิบแปดมงกุฎสารเลว”

    “ใจเย็นกันก่อนเถอะครับ” คุนเห็นท่าไม่ดี ขณะที่คว้าจับแขนของบุรุษชราที่กำลังเดินผ่านหน้าตัวเองเพื่อจะไปทำร้ายสองอาจารย์ลูกศิษย์ “ผมว่านี่ไม่ใช่เวลาที่พวกเราจะมาทะเลาะกันเองนะครับคุนธานิน ตอนนี้เราต้องหาวิธีออกไปจากที่นี่ก่อนดีไหมครับ”

    “ไม่มีทางหรอก ฮาๆๆๆ” ทันใดนั้นสถาปนิกไพศาลก็หัวเราะขึ้น “กรงและโครงสร้างของห้องนี้ถูกสร้างด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ชนิดพิเศษ ที่ไม่ว่าอะไรก็ทำลายไม่ได้นอกจากไฟ…แต่ว่าไฟมันอาจจะต้องร้อนสักหน่อยนะครับ ประมาณห้าร้อยถึงหกร้อยองศานะครับมันถึงจะละลายได้นะ เพราะถ้าหากว่าร้อนขนาดนั้นแล้วละก็ พวกคุนก็คงไม่รอดหรอกครับ ทำใจยอมรับกับผลกรรมซะเถอะครับ”

    “ผลกรรมอะไรของคุน” แพรวาตะโกนถาม “พวกเราไปทำอะไรให้คุน”

    “คุนลองถามพ่อคุนดูซิ” สถาปนิกไพศาลตอบกลกลับด้วยสีหน้าเจ็บปวด “ว่าเมื่อยี่สิบปีก่อนพ่อพวกคุนทำเคยเหี้ยอะไรไว้กับครอบครัวผมบ้าง”

    “ฉันไม่รู้…ฉันไม่ได้ตั้งใจ “บิดาของแพรวาเหม่อลอย ร่างกายค่อยๆ ทรุดนั่งลงกับเก้าอี้โดยที่มีบุตรสาวคอยประคองอยู่อย่างเป็นห่วง “ถ้าฉันรู้ ฉันคงไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นหรอกไพศาล…ไม่ซิ อภิสิทธิ์ใช้ไหม ชื่อจริงๆ ของเธอนะ ฉันคิดว่าเธอเองก็ตายไปแล้วซะอีก”

    “ตายเหรอ…ถ้าตายไปได้ก็ดีนะซิ ฮาๆๆๆ” สถาปนิกไพศาลหัวเราะเหยียบเย็น “รู้ไหมตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมาผมต้องบอกกับตัวเองเสมอว่าห้ามตายเด็ดขาด ถึงแม้จะอยากตายแค่ไหนก็ตาม เพราะอะไรรู้ไหม…เพราะว่าผมรอวันนี้ยังไงละ รอวันที่ผมจะได้แก้แค้นให้กับคนที่ทำให้ครอบครัวผมทั้งหมดต้องตาย ให้พวกมันได้ตายแบบเดียวกัน ทรมานเหมือนกันกับที่ครอบครัวผมเคยเป็น การได้เห็นพ่อแม่หรือลูกหลายตายอย่างทรมานช้าๆ ต่อหน้าต่อตา โดยที่ทำอะไรไม่ได้แบบเดียวกันยังไงละ”

    “แล้วพวกเราไปเกี่ยวอะไรกับคุณ” ดาวอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นบ้าง “คุณจะแก้แค้น หรือ ลงโทษใครก็เรื่องของคุณซิ พวกฉันเกี่ยวอะไรด้วย”

    “อ่อ…พวกคุณคงไม่รู้ใช่ไหม ว่าครอบครัวพวกคุณเองก็เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน “ไพศาลเหลือบแลมายังดาว วิษณุปอย และ คุน ที่ยืนอยู่ตรงหน้า “ถึงจะไม่เกี่ยวตรงๆ แต่ก็ถือว่าเกี่ยวอยู่ดี” ดวงตาเขาดูเหม่อลอยแต่แฝงไว้ด้วยความเจ็บปวด “ตระกูลพรหมประสาท ได้ชื่อว่าเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในภาคเหนือ เป็นเจ้าของธุรกิจมากมายทั้งการนำเข้าและส่งออก และยังเป็นเจ้าของที่ดินผืนใหญ่ในแทบจะทุกจังหวัดของภาคเหนือ แต่แล้ววันหนึ่งคนที่พ่อเรียกว่าเพื่อนสนิทสองคนจากกรุงเทพก็มาชวนพ่อผมลงทุนทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ทั้งสามคนทำด้วยกันก็ดำเนินไปอย่างราบรื่นและเจริญรุ่งเรือง แต่แล้ววันหนึ่ง ครอบครัวทั้งหมดของผมก็ตายด้วยเหตุการณ์ไฟไหม้บ้าน ทุกคนตายหมดยกเว้นผมที่ถูกส่งไปเรียนที่เมืองนอกตั้งแต่เด็ก ตอนแรกผมก็คิดว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แต่ตอนที่ผมกลับมากลับถูกลอบฆ่า แต่รอดมาได้เพราะมีคนช่วยเอาไว้ หลังจากที่ผมโคม่าไปหลายเดือน พอตื่นขึ้นมาและจะกลับไปอีกครั้ง ก็ได้รู้ว่าธุรกิจและทรัพย์สินทั้งหมดของบ้านผมถูกกลับโอนเข้าไปอยู่ในบริษัท ก่อนจะถูกแบ่งเป็นสองส่วนให้กับเพื่อนสนิทสองคนของพ่อ พวกคุณพอจะเดาได้ไหมล่ะ ว่าเพื่อนสนิทสองคนของพ่อผมคือใคร และ พวกคุณพอจะเดาได้ไหมว่าพวกช่างที่รับทำโครงการของสองคนนั้นคือใคร!”

    “จะเป็นใครก็เรื่องของคุณ!” เป็นครั้งแรกที่น้าเดือนพูดขึ้น ขณะที่ร่างสะอึกสะอื้นร่ำไห้แม้จะยังถูกไพศาลจับแขนไว้ “ทำไมต้องมาทำกับฉัน…ทำไมถึงทำกับครอบครัวที่ช่วยนายไว้ได้ลงคอ ไอ้คนสาระเลวเอ๊ย!”