ในดันเจี้ยนลับการประลอง
“หัวหน้า พอจะแบ่งคู่ต่อสู้ของหัวหน้าในตาที่สองให้พวกเราคนหนึ่งได้ไหม?”
จ้าวลี่เอ่ยถามหวังเฉินพร้อมกับถูมือด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
เมื่อสิ้นเสียงโจวอู่ที่ยืนหน้าบึ้งอยู่ข้างๆ ก็อดไม่ได้ที่จะแอบชำเลืองมองมาเช่นกัน
ในการแข่งขันรอบแรกที่มีคู่ต่อสู้สามตาพวกเขาทั้งสองคนต่างก็อยากจะลงสนามให้มากขึ้นอีกสักครั้ง
เห็นท่าทางที่คาดหวังของทั้งสองคนหวังเฉินก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเล็กน้อย
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน การต่อสู้ตาแรกกับมหาวิทยาลัยเฟิงหั่วฉันจะแบ่งให้พวกนายทั้งสองคน”
หวังเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยปากกล่าว
การลงสนามน้อยลงไปหนึ่งครั้งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการช่วงชิงตำแหน่งนักศึกษาปีหนึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับเขาเลย
เมื่อได้อันดับหนึ่งในรอบคัดเลือกเขาก็มีแต้มสะสมส่วนตัวนำผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ไปไกลแล้ว
“หัวหน้า! ผมรักหัวหน้าที่สุดเลยครับ!”
เมื่อได้รับคำตอบจ้าวลี่ก็ตะโกนออกมาอย่างดีใจ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสุข
แม้แต่โจวอู่ที่ปกติจะหน้าบึ้งตลอดเวลาใบหน้าของเขาก็ยังคลายความเคร่งเครียดลงไปหลายส่วน
“ผมจะลงสนามแล้วนะ!”
“เจ้าโจว รอให้ฉันแข่งจบสองรอบแล้วค่อยเปลี่ยนกับนายเถอะ”
จ้าวลี่ยักคิ้วให้โจวอู่อย่างท้าทายด้วยท่าทีเหนือกว่าพลางก้าวเท้าออกไปในวินาทีถัดมาเขาก็ปรากฏตัวอยู่บนเวทีกลางสนามประลองเรียบร้อยแล้ว
ในเวลาเดียวกัน
คู่ต่อสู้ของเขาก็ปรากฏตัวอยู่ฝั่งตรงข้ามเช่นกัน
การต่อสู้
กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
...
ภายนอก
ภายในสนามกีฬาใหญ่
หน้าจอถ่ายทอดสดห้าสิบจอที่เรียงรายอยู่บนท้องฟ้าต่างก็แสดงภาพของแต่ละทีมในดันเจี้ยนลับการประลอง
ตูมตูม ตูม!
เสียงกลองศึกอันกึกก้องทำให้หัวใจของผู้ชมทุกคนที่อยู่ในสนามต่างก็ฮึกเหิมตามไปด้วย
ทว่า...
สายตาของผู้ชมส่วนใหญ่กลับจับจ้องไปที่หน้าจอที่แสดงภาพการแข่งขันของมหาวิทยาลัยอันดับท้ายๆของปีก่อนๆ
“แน่นอนว่าการดูพวกลูกกระจ๊อกจิกตีกันมันสนุกที่สุดแล้ว!”
“ใช่แล้วๆผู้เข้าแข่งขันของมหาวิทยาลัยชั้นนำเหล่านั้นแข็งแกร่งเกินไปจริงๆไม่ว่าจะสู้กับใครก็ชนะขาดลอย ไม่เห็นจะน่าตื่นเต้นตรงไหน!”
“ใช่เลย ดูมหาวิทยาลัยเฟิงหั่วที่เป็นคู่ต่อสู้ของมหาวิทยาลัยเหยียนหลงสิพวกเขาเป็นมหาวิทยาลัยที่เคยติดอันดับเจ็ดสิบกว่าๆ มาหลายปีแต่กลับไม่สามารถรับมือกับหวังเฉินได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว”
“น่าเสียดายจริงๆฉันยังอยากเห็นว่ามังกรระดับสัตว์อสูรเทพบรรพกาลหน้าตาเป็นอย่างไรแต่คู่ต่อสู้ของหวังเฉินกลับอ่อนแอจนไม่เปิดโอกาสให้สัตว์อสูรของตัวเองออกมาเลยพวกเขากลับถูกกดลงพื้น และถูกบดขยี้อย่างเมามัน”
“มหาวิทยาลัยเหยียนหลงน่าจะเป็นทีมที่จบการแข่งขันเร็วที่สุดฉันเดาว่าพวกเขาคงจะจบทั้งสามตาแล้ว ในขณะที่มหาวิทยาลัยอื่นๆยังแข่งขันไม่จบเลยด้วยซ้ำ”
“ดูท่าการแข่งขันรอบแรกในวันนี้ที่น่าจับตามองที่สุดคงจะเป็นการต่อสู้ของมหาวิทยาลัยหนานเซิ่งกับมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวสินะ”
...
ผู้ชมต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกอึ้งทึ่งพูดไม่ออก
ทุกคนต่างรู้สึกว่าวันนี้พวกเขาซื้อตั๋วมาดูเปล่าๆ
มหาวิทยาลัยที่เคยติดอันดับต้นๆของปีที่แล้ว โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งสี่แห่งต่างก็คว้าชัยชนะในรอบแรกได้อย่างง่ายดาย
บางทีมถึงกับส่งผู้เข้าแข่งขันเพียงคนเดียวออกไปก็สามารถกวาดล้างคู่ต่อสู้ได้ทั้งหมด
เรียกได้ว่าเป็นการประลองที่น่าเบื่อหน่ายสุดขีด
หากไม่ใช่เพราะการแข่งขันรอบแรกในวันนี้ที่มหาวิทยาลัยหนานเซิ่งกับมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวซึ่งเป็นศัตรูกันต้องเผชิญหน้ากันผู้ชมส่วนใหญ่ก็คงจะเลือกขอคืนเงินตั๋วแล้วกลับบ้านไปดูถ่ายทอดสดแทน
ในขณะนี้
ไม่ใช่แค่ผู้ชมเท่านั้นที่รู้สึกเบื่อหน่าย
ในดันเจี้ยนลับการประลอง
ปัง!
ปัง!
ปัง!
เสียงปะทะทึบๆดังอื้ออึง กำปั้นของหวังเฉินกระหน่ำซ้ำเติมคู่ต่อสู้อย่างต่อเนื่อง
ผู้เข้าแข่งขันคนที่สามจากมหาวิทยาลัยหงอวิ๋นในตอนนี้ไม่มีแม้แต่จะโอกาสตอบโต้ ทำได้เพียงถูกโจมตีเหมือนกระสอบทรายเท่านั้น
ปัง!
เมื่อหวังเฉินปล่อยหมัดสุดท้ายออกไปร่างกายของผู้เข้าแข่งขันจากมหาวิทยาลัยหงอวิ๋นก็สลายกลายเป็นจุดแสง
[มหาวิทยาลัยเหยียนหลง ชนะ!]
“อ่อนแอเกินไปแล้ว!”
เมื่อได้ยินเสียงเตือนจากระบบหวังเฉินก็บ่นพึมพำด้วยความเบื่อหน่าย
ตอนนี้เป็นตาสุดท้ายของการแข่งขันรอบแรกของมหาวิทยาลัยเหยียนหลงโดยเป็นการปะทะกับมหาวิทยาลัยหงอวิ๋น
มหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวและมหาวิทยาลัยเฟิงหั่วที่อยู่ก่อนหน้าถูกเขา โจวอู่ และจ้าวลี่กวาดล้างไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ตาที่3กับมหาวิทยาลัยหงอวิ๋นหวังเฉินคาดว่าจะได้รับการเซอร์ไพรส์บ้างเล็กน้อย
เพราะอันดับของมหาวิทยาลัยหงอวิ๋นนั้นสูงกว่ามหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวและมหาวิทยาลัยเฟิงหั่วอยู่บ้าง
แต่...
ประสิทธิภาพของผู้เข้าแข่งขันจากมหาวิทยาลัยหงอวิ๋นก็ยังคงย่ำแย่เหมือนเดิม
การต่อสู้ทั้งสามครั้งจบลงหวังเฉินยังไม่ทันได้เหงื่อออกด้วยซ้ำ มหาวิทยาลัยหงอวิ๋นก็พ่ายแพ้ไปหมดแล้ว
พูดตามตรงถ้าไม่ใช่เพราะต้องสะสมแต้มเพื่อชิงตำแหน่งนักศึกษาปีหนึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดหลังจากการแข่งขันกับมหาวิทยาลัยเฟิงหั่ว เขาก็ไม่อยากลงสนามแล้ว
การเผชิญหน้ากับผู้เข้าแข่งขันเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังเล่นกับเด็กน้อย นี่ทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่ายสุดขีด
“หัวหน้าครับ หัวหน้าจบการต่อสู้เร็วเกินไปแล้วนะ!”
“ใช่แล้วๆ มังกรของหัวหน้ายังไม่ทันได้ออกโรงเลย!”
หวังเฉินเพิ่งเดินลงจากเวทีประลองโจวอู่และจ้าวลี่ก็รีบเข้ามาล้อมเขาไว้
“เหอะ...”
เมื่อได้ยินคำพูดของพวกเขาหวังเฉินก็เบะปาก
เขาก็อยากให้ปิงชิงออกโรงนะแต่คู่ต่อสู้ของเขาไม่ให้โอกาสเลยนี่!
“ไปกันเถอะ การแข่งขันของเราวันนี้จบลงแล้วหวังว่าพรุ่งนี้จะได้เจอคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อบ้าง”
“ลองคำนวณเวลาแล้วมหาวิทยาลัยหนานเซิ่งกับมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวน่าจะกำลังต่อสู้กันอยู่ออกไปดูความสนุกกันดีกว่า”
หวังเฉินส่ายหน้าพลางสื่อสารกับจิตวิญญาณแห่งดันเจี้ยนลับและเลือกที่จะออกจากดันเจี้ยนลับการประลองทันที
...
ภายในสนามกีฬาใหญ่
เมื่อเวลาผ่านไปจอภาพถ่ายทอดสดทั้งสี่สิบเก้าจอที่เรียงรายอยู่บนท้องฟ้าก็หยุดนิ่งเหลือเพียงหน้าจอที่แสดงภาพการถ่ายทอดสดของมหาวิทยาลัยหนานเซิ่งและมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวเท่านั้นที่ยังคงสว่างอยู่
“นายคิดว่าใครจะเป็นผู้ชนะระหว่างมหาวิทยาลัยหนานเซิ่งกับมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัว?”
ในเขตชมการแข่งขันเฉินเสี่ยวหลินมองหวังเฉินที่ดูไม่สนใจ แล้วยิ้มพร้อมถามว่า
“น่าจะเป็นมหาวิทยาลัยหนานเซิ่ง!”
เมื่อได้ยินดังนั้นหวังเฉินก็มีสีหน้ากระตือรือร้นขึ้น แล้วคาดเดาว่า
“จ้าวหมิงคงจากมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวที่สามารถเข้าร่วมรอบคัดเลือกได้น่าจะอยู่ในระดับแนวหน้าของทีมพวกเขา ดูจากเลเวลของเขาแล้ว คนอื่นๆในมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวก็คงไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่ากันเท่าไร”
“แหะๆ!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังเฉินเฉินเสี่ยวหลินก็หัวเราะออกมาทันที พลางกล่าวว่า
“อาจจะไม่จริงเสมอไปนะ เรามาเดิมพันกันไหม?”
“เดิมพันงั้นหรือ?”
หวังเฉินตกใจเล็กน้อยสีหน้าของเขาดูแปลกๆ ไป
“อาจารย์ครับอาจารย์จะบอกว่าอาจารย์มองมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวดีกว่างั้นเหรอครับ?”
เขาถาม
“ถูกต้อง!”
เฉินเสี่ยวหลินพยักหน้าพลางกล่าวว่า
“หนุ่มน้อยเอ๋ย ที่นายรู้สึกว่าจ้าวหมิงคงอ่อนแอก็เป็นเพราะว่านายแข็งแกร่งเกินไป”
“ฝีมือของเจ้าเด็กจ้าวหมิงคงนั้นอยู่ในระดับเดียวกับโจวอู่และจ้าวลี่หากไม่ใช่เพราะในรอบคัดเลือกเขาต้องอยู่ในเขตเดียวกับนายละก็มหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวก็คงไม่หลุดไปอยู่อันดับที่ห้าสิบแปดหรอก”
“เป็นไง? เดิมพันกันไหมเล่า?”
“อย่างนั้นเหรอครับ?” เมื่อได้ยินดังนั้นหวังเฉินก็เลิกคิ้วขึ้น แล้วมองโจวอู่และจ้าวลี่ด้วยสายตาเคลือบแคลง
ข้างๆ
เมื่อรับรู้ถึงสายตาของหวังเฉินโจวอู่และจ้าวลี่ก็เชิดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
ท่าทางแบบนั้นทำให้หวังเฉินรู้สึกแปลกประหลาดยิ่งขึ้นไปอีก
สองคนนี้อยู่ในระดับเดียวกับจ้าวหมิงคงงั้นเหรอ?อ่อนแอเกินไปแล้ว!
มีอะไรให้น่าภูมิใจนักหนา?
เขาคิดในใจเช่นนั้นก่อนจะหันไปส่ายหน้าให้เฉินเสี่ยวหลิน
“ผมเชื่อสายตาของอาจารย์ครับ ไม่ต้องเดิมพันกันหรอก เงินเก็บเล็กๆ น้อยๆของผมคงไม่อาจนำมาใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายได้หรอกครับ”