เมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์!

    เล่มที่ 6 บทที่ 152 ลงสนามปราบพวกลูกกระจ๊อก นี่มันน่าเบื่อสิ้นดี!

            ในดันเจี้ยนลับการประลอง

            “หัวหน้า พอจะแบ่งคู่ต่อสู้ของหัวหน้าในตาที่สองให้พวกเราคนหนึ่งได้ไหม?”

            จ้าวลี่เอ่ยถามหวังเฉินพร้อมกับถูมือด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

            เมื่อสิ้นเสียงโจวอู่ที่ยืนหน้าบึ้งอยู่ข้างๆ ก็อดไม่ได้ที่จะแอบชำเลืองมองมาเช่นกัน

            ในการแข่งขันรอบแรกที่มีคู่ต่อสู้สามตาพวกเขาทั้งสองคนต่างก็อยากจะลงสนามให้มากขึ้นอีกสักครั้ง

            เห็นท่าทางที่คาดหวังของทั้งสองคนหวังเฉินก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเล็กน้อย

            “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน การต่อสู้ตาแรกกับมหาวิทยาลัยเฟิงหั่วฉันจะแบ่งให้พวกนายทั้งสองคน”

            หวังเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยปากกล่าว

            การลงสนามน้อยลงไปหนึ่งครั้งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการช่วงชิงตำแหน่งนักศึกษาปีหนึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับเขาเลย

            เมื่อได้อันดับหนึ่งในรอบคัดเลือกเขาก็มีแต้มสะสมส่วนตัวนำผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ไปไกลแล้ว

            “หัวหน้า! ผมรักหัวหน้าที่สุดเลยครับ!”

            เมื่อได้รับคำตอบจ้าวลี่ก็ตะโกนออกมาอย่างดีใจ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสุข

            แม้แต่โจวอู่ที่ปกติจะหน้าบึ้งตลอดเวลาใบหน้าของเขาก็ยังคลายความเคร่งเครียดลงไปหลายส่วน

            “ผมจะลงสนามแล้วนะ!”

            “เจ้าโจว รอให้ฉันแข่งจบสองรอบแล้วค่อยเปลี่ยนกับนายเถอะ”

            จ้าวลี่ยักคิ้วให้โจวอู่อย่างท้าทายด้วยท่าทีเหนือกว่าพลางก้าวเท้าออกไปในวินาทีถัดมาเขาก็ปรากฏตัวอยู่บนเวทีกลางสนามประลองเรียบร้อยแล้ว

            ในเวลาเดียวกัน

            คู่ต่อสู้ของเขาก็ปรากฏตัวอยู่ฝั่งตรงข้ามเช่นกัน

            การต่อสู้

            กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว

            ...

            ภายนอก

            ภายในสนามกีฬาใหญ่

            หน้าจอถ่ายทอดสดห้าสิบจอที่เรียงรายอยู่บนท้องฟ้าต่างก็แสดงภาพของแต่ละทีมในดันเจี้ยนลับการประลอง

            ตูมตูม ตูม!

            เสียงกลองศึกอันกึกก้องทำให้หัวใจของผู้ชมทุกคนที่อยู่ในสนามต่างก็ฮึกเหิมตามไปด้วย

            ทว่า...

            สายตาของผู้ชมส่วนใหญ่กลับจับจ้องไปที่หน้าจอที่แสดงภาพการแข่งขันของมหาวิทยาลัยอันดับท้ายๆของปีก่อนๆ

            “แน่นอนว่าการดูพวกลูกกระจ๊อกจิกตีกันมันสนุกที่สุดแล้ว!”

            “ใช่แล้วๆผู้เข้าแข่งขันของมหาวิทยาลัยชั้นนำเหล่านั้นแข็งแกร่งเกินไปจริงๆไม่ว่าจะสู้กับใครก็ชนะขาดลอย ไม่เห็นจะน่าตื่นเต้นตรงไหน!”

            “ใช่เลย ดูมหาวิทยาลัยเฟิงหั่วที่เป็นคู่ต่อสู้ของมหาวิทยาลัยเหยียนหลงสิพวกเขาเป็นมหาวิทยาลัยที่เคยติดอันดับเจ็ดสิบกว่าๆ มาหลายปีแต่กลับไม่สามารถรับมือกับหวังเฉินได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว”

            “น่าเสียดายจริงๆฉันยังอยากเห็นว่ามังกรระดับสัตว์อสูรเทพบรรพกาลหน้าตาเป็นอย่างไรแต่คู่ต่อสู้ของหวังเฉินกลับอ่อนแอจนไม่เปิดโอกาสให้สัตว์อสูรของตัวเองออกมาเลยพวกเขากลับถูกกดลงพื้น และถูกบดขยี้อย่างเมามัน”

            “มหาวิทยาลัยเหยียนหลงน่าจะเป็นทีมที่จบการแข่งขันเร็วที่สุดฉันเดาว่าพวกเขาคงจะจบทั้งสามตาแล้ว ในขณะที่มหาวิทยาลัยอื่นๆยังแข่งขันไม่จบเลยด้วยซ้ำ”

            “ดูท่าการแข่งขันรอบแรกในวันนี้ที่น่าจับตามองที่สุดคงจะเป็นการต่อสู้ของมหาวิทยาลัยหนานเซิ่งกับมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวสินะ”

            ...

            ผู้ชมต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกอึ้งทึ่งพูดไม่ออก

            ทุกคนต่างรู้สึกว่าวันนี้พวกเขาซื้อตั๋วมาดูเปล่าๆ

            มหาวิทยาลัยที่เคยติดอันดับต้นๆของปีที่แล้ว โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งสี่แห่งต่างก็คว้าชัยชนะในรอบแรกได้อย่างง่ายดาย

            บางทีมถึงกับส่งผู้เข้าแข่งขันเพียงคนเดียวออกไปก็สามารถกวาดล้างคู่ต่อสู้ได้ทั้งหมด

            เรียกได้ว่าเป็นการประลองที่น่าเบื่อหน่ายสุดขีด

            หากไม่ใช่เพราะการแข่งขันรอบแรกในวันนี้ที่มหาวิทยาลัยหนานเซิ่งกับมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวซึ่งเป็นศัตรูกันต้องเผชิญหน้ากันผู้ชมส่วนใหญ่ก็คงจะเลือกขอคืนเงินตั๋วแล้วกลับบ้านไปดูถ่ายทอดสดแทน

            ในขณะนี้

            ไม่ใช่แค่ผู้ชมเท่านั้นที่รู้สึกเบื่อหน่าย

            ในดันเจี้ยนลับการประลอง

            ปัง!

            ปัง!

            ปัง!

            เสียงปะทะทึบๆดังอื้ออึง กำปั้นของหวังเฉินกระหน่ำซ้ำเติมคู่ต่อสู้อย่างต่อเนื่อง

            ผู้เข้าแข่งขันคนที่สามจากมหาวิทยาลัยหงอวิ๋นในตอนนี้ไม่มีแม้แต่จะโอกาสตอบโต้ ทำได้เพียงถูกโจมตีเหมือนกระสอบทรายเท่านั้น

            ปัง!

            เมื่อหวังเฉินปล่อยหมัดสุดท้ายออกไปร่างกายของผู้เข้าแข่งขันจากมหาวิทยาลัยหงอวิ๋นก็สลายกลายเป็นจุดแสง

             [มหาวิทยาลัยเหยียนหลง ชนะ!] 

            “อ่อนแอเกินไปแล้ว!”

            เมื่อได้ยินเสียงเตือนจากระบบหวังเฉินก็บ่นพึมพำด้วยความเบื่อหน่าย

            ตอนนี้เป็นตาสุดท้ายของการแข่งขันรอบแรกของมหาวิทยาลัยเหยียนหลงโดยเป็นการปะทะกับมหาวิทยาลัยหงอวิ๋น

            มหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวและมหาวิทยาลัยเฟิงหั่วที่อยู่ก่อนหน้าถูกเขา โจวอู่ และจ้าวลี่กวาดล้างไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            ตาที่3กับมหาวิทยาลัยหงอวิ๋นหวังเฉินคาดว่าจะได้รับการเซอร์ไพรส์บ้างเล็กน้อย

            เพราะอันดับของมหาวิทยาลัยหงอวิ๋นนั้นสูงกว่ามหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวและมหาวิทยาลัยเฟิงหั่วอยู่บ้าง

            แต่...

            ประสิทธิภาพของผู้เข้าแข่งขันจากมหาวิทยาลัยหงอวิ๋นก็ยังคงย่ำแย่เหมือนเดิม

            การต่อสู้ทั้งสามครั้งจบลงหวังเฉินยังไม่ทันได้เหงื่อออกด้วยซ้ำ มหาวิทยาลัยหงอวิ๋นก็พ่ายแพ้ไปหมดแล้ว

            พูดตามตรงถ้าไม่ใช่เพราะต้องสะสมแต้มเพื่อชิงตำแหน่งนักศึกษาปีหนึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดหลังจากการแข่งขันกับมหาวิทยาลัยเฟิงหั่ว เขาก็ไม่อยากลงสนามแล้ว

            การเผชิญหน้ากับผู้เข้าแข่งขันเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังเล่นกับเด็กน้อย นี่ทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่ายสุดขีด

            “หัวหน้าครับ หัวหน้าจบการต่อสู้เร็วเกินไปแล้วนะ!”

            “ใช่แล้วๆ มังกรของหัวหน้ายังไม่ทันได้ออกโรงเลย!”

            หวังเฉินเพิ่งเดินลงจากเวทีประลองโจวอู่และจ้าวลี่ก็รีบเข้ามาล้อมเขาไว้

            “เหอะ...”

            เมื่อได้ยินคำพูดของพวกเขาหวังเฉินก็เบะปาก

            เขาก็อยากให้ปิงชิงออกโรงนะแต่คู่ต่อสู้ของเขาไม่ให้โอกาสเลยนี่!

            “ไปกันเถอะ การแข่งขันของเราวันนี้จบลงแล้วหวังว่าพรุ่งนี้จะได้เจอคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อบ้าง”

            “ลองคำนวณเวลาแล้วมหาวิทยาลัยหนานเซิ่งกับมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวน่าจะกำลังต่อสู้กันอยู่ออกไปดูความสนุกกันดีกว่า”

            หวังเฉินส่ายหน้าพลางสื่อสารกับจิตวิญญาณแห่งดันเจี้ยนลับและเลือกที่จะออกจากดันเจี้ยนลับการประลองทันที

            ...

            ภายในสนามกีฬาใหญ่

            เมื่อเวลาผ่านไปจอภาพถ่ายทอดสดทั้งสี่สิบเก้าจอที่เรียงรายอยู่บนท้องฟ้าก็หยุดนิ่งเหลือเพียงหน้าจอที่แสดงภาพการถ่ายทอดสดของมหาวิทยาลัยหนานเซิ่งและมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวเท่านั้นที่ยังคงสว่างอยู่

            “นายคิดว่าใครจะเป็นผู้ชนะระหว่างมหาวิทยาลัยหนานเซิ่งกับมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัว?”

            ในเขตชมการแข่งขันเฉินเสี่ยวหลินมองหวังเฉินที่ดูไม่สนใจ แล้วยิ้มพร้อมถามว่า

            “น่าจะเป็นมหาวิทยาลัยหนานเซิ่ง!”

            เมื่อได้ยินดังนั้นหวังเฉินก็มีสีหน้ากระตือรือร้นขึ้น แล้วคาดเดาว่า

            “จ้าวหมิงคงจากมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวที่สามารถเข้าร่วมรอบคัดเลือกได้น่าจะอยู่ในระดับแนวหน้าของทีมพวกเขา ดูจากเลเวลของเขาแล้ว คนอื่นๆในมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวก็คงไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่ากันเท่าไร”

            “แหะๆ!”

            เมื่อได้ยินคำพูดของหวังเฉินเฉินเสี่ยวหลินก็หัวเราะออกมาทันที พลางกล่าวว่า

            “อาจจะไม่จริงเสมอไปนะ เรามาเดิมพันกันไหม?”

            “เดิมพันงั้นหรือ?”

            หวังเฉินตกใจเล็กน้อยสีหน้าของเขาดูแปลกๆ ไป

            “อาจารย์ครับอาจารย์จะบอกว่าอาจารย์มองมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวดีกว่างั้นเหรอครับ?”

            เขาถาม

            “ถูกต้อง!”

            เฉินเสี่ยวหลินพยักหน้าพลางกล่าวว่า

            “หนุ่มน้อยเอ๋ย ที่นายรู้สึกว่าจ้าวหมิงคงอ่อนแอก็เป็นเพราะว่านายแข็งแกร่งเกินไป”

            “ฝีมือของเจ้าเด็กจ้าวหมิงคงนั้นอยู่ในระดับเดียวกับโจวอู่และจ้าวลี่หากไม่ใช่เพราะในรอบคัดเลือกเขาต้องอยู่ในเขตเดียวกับนายละก็มหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวก็คงไม่หลุดไปอยู่อันดับที่ห้าสิบแปดหรอก”

            “เป็นไง? เดิมพันกันไหมเล่า?”

            “อย่างนั้นเหรอครับ?” เมื่อได้ยินดังนั้นหวังเฉินก็เลิกคิ้วขึ้น แล้วมองโจวอู่และจ้าวลี่ด้วยสายตาเคลือบแคลง

            ข้างๆ

            เมื่อรับรู้ถึงสายตาของหวังเฉินโจวอู่และจ้าวลี่ก็เชิดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

            ท่าทางแบบนั้นทำให้หวังเฉินรู้สึกแปลกประหลาดยิ่งขึ้นไปอีก

            สองคนนี้อยู่ในระดับเดียวกับจ้าวหมิงคงงั้นเหรอ?อ่อนแอเกินไปแล้ว!

            มีอะไรให้น่าภูมิใจนักหนา?

            เขาคิดในใจเช่นนั้นก่อนจะหันไปส่ายหน้าให้เฉินเสี่ยวหลิน

            “ผมเชื่อสายตาของอาจารย์ครับ ไม่ต้องเดิมพันกันหรอก เงินเก็บเล็กๆ น้อยๆของผมคงไม่อาจนำมาใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายได้หรอกครับ”

             

    คล้ายกับเรื่องเมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์! ที่คุณอ่าน