‘แม้แต่ดาม็องยังมองออก แสดงว่าเราประเมินเขาต่ำไป’
เมื่อถูกจี้จุดด้วยคำถามที่ถูกประเด็น ต่อให้เราทำผิดจริง แต่ถ้าเราทำเป็นไม่รู้เรื่องและยืนกรานว่าไม่ได้ทำ ก็ไม่มีใครเอาผิดเราได้
เตชินท์ยังคงทำตัวปกติ เขาทำเป็นมองหาสัตว์อสูรระดับวิวัฒนาการไปด้วยขณะตอบกลับไปว่า “นายพูดถึงเรื่องอะไร?”
“อย่ามาแกล้งทำเป็นไม่รู้หน่อยเลย” ดาม็องเบ้ปาก เขาพยายามต้อนเตชินท์ให้จนมุม “เมื่อวานมีคนปาหอกแย่งลาสช็อตหมูป่าของบอสซานเชส”
“แล้วไง ทำไมต้องเป็นฉันด้วย?” เตชินท์ทำเป็นเหล่ตามองดาม็องด้วยสายตาขุ่นเคือง
“ก็ปาหอกไง ฉันเห็นนายเที่ยวปาหอกไปมาอยู่” ดาม็องยังพยายามไล่ต้อนเตชินท์ต่อ
“คนอื่นก็มี ทำไมต้องเป็นฉันด้วย?” เตชินท์ทำสีหน้าไม่เข้าใจ และถามกลับด้วยคำถามเดิม
แม้เตชินท์ไม่ได้อยู่หมู่บ้านนี้มานานอย่างดาม็องและเบิร์ด แต่เขาย่อมคาดเดาได้ว่า หอกวิญญาณอสูรหนอนบุ้งเขาแหลมจะต้องเป็นวิญญาณอสูรหลักของที่นี่ เพราะฉะนั้นจะมาคาดคั้นให้เป็นเขาเพราะเพียงแค่เคยเห็นเขาใช้วิธีปาหอกเพื่อฆ่าสัตว์อสูร มันยังมีช่องโหว่มากเกินไป
“แต่ฉันไม่เคยเห็นใครปาหอกได้แบบนายเลยนะ” ดาม็องพยายามหาเหตุผลมารองรับ “และเมื่อวานนายก็ไม่ได้ร่วมทีมไปด้วย เพราะคนลงมือเป็นคนที่ไม่ได้ร่วมทีมไปด้วย ดังนั้นนายเข้าข่ายที่สุด”
เตชินท์เข้าใจดีว่าเหตุใดดาม็องถึงพยายามไล่เบี้ยจับผิดเขาให้ได้เช่นนี้ เพราะเขาต้องการใช้เรื่องนี้แบล็กเมล์เตชินท์ และใช้เตชินท์เป็นเครื่องล่าสัตว์อสูรให้กับเขา และแน่นอนว่าเตชินท์รู้ทันและไม่คิดตกเป็นเบี้ยรับใช้ของดาม็องด้วย และเขาก็สามารถดิ้นจากข้อกล่าวหาของดาม็องได้อย่างสบาย
แต่เขากังวลเบิร์ดมากกว่า ชายคนนี้มีความคิดที่ลึกล้ำกว่า นับตั้งแต่ดาม็องเริ่ม เขายังไม่เปิดปากออกมาเลย เตชินท์กังวลว่าเขาอาจมีข้อมูลไม้ตายที่จะทำให้เขาจนตรอกจนต้องยอมรับในที่สุด
แต่ในทางกลับกัน เบิร์ดอาจรู้เท่าดาม็องก็เป็นได้ เขาจึงเงียบให้ดาม็องไล่เค้นความจริงเตชินท์อยู่คนเดียว
หากเป็นเช่นนั้นก็เข้าทางเตชินท์ เขาแค่ยืนกระต่ายขาเดียวที่จะไม่ยอมรับก็ไม่มีใครยัดเยียดความผิดให้เขาได้
เตชินท์ทำเป็นกลอกตารู้สึกเอือมกับข้อกล่าวหาของดาม็อง เขาโต้เถียงกลับไปว่า “มีคนตั้งเยอะที่ไม่ได้ไปด้วย แล้วมั่นใจได้ไงว่าคนที่ร่วมทีมอย่างนายจะไม่ใช่คนที่ลงมือก่อเหตุ?”
เจอดอกนี้เข้าไปดาม็องถึงกับชะงัก เขาแค่ดูจากรูปการณ์แต่เขาไม่ได้รู้จริง เขาไม่รู้ว่าเหตุการณ์ที่แท้จริงเป็นอย่างไร ในตอนเกิดเหตุเขาทำเพียงมองไปยังซานเชสที่ทำการสับคอเจ้าหมูป่า เขาไม่ได้เห็นพฤติกรรมของทุกคนที่ร่วมวงกันมุงดู ดังนั้นสิ่งที่เตชินท์โต้กลับมาทำให้เขาไปต่อไม่ถูก
ในวินาทีถัดมา และแล้วคนที่เขากลัวที่สุดก็เปิดปากเพื่อช่วยเพื่อนของเขาแล้ว เบิร์ดกล่าวว่า “เพราะหอกที่ใช้ขโมยการโจมตีครั้งสุดท้ายเป็นหอกขั้นวิวัฒนาการ นั่นทำให้พิสูจน์พวกเราได้ง่าย และบอสซานเชสก็ได้ตรวจสอบพวกเราหมดแล้ว ดังนั้นจึงเหลือแค่คนนอกทีมเท่านั้น”
เตชินท์ฟังอยู่เงียบ ๆ แม้เขาจะสามารถโต้เถียงได้ทันทีว่าเขาไม่ได้มีหอกที่ว่าได้ แต่เขาก็ขอฟังให้จบก่อนแล้วค่อยแก้ต่างให้ตัวเอง
เบิร์ดกล่าวต่อว่า “ตัดคนนอกไปได้เลยว่าบอสซานเชสบอกว่าเป็นหอกหนอนบุ้งเขาแหลมระดับวิวัฒนาการ นั่นเท่ากับควรจะเป็นคนที่อาศัยอยู่หมู่บ้านต้นหอม”
เตชินท์มีปฏิกิริยาตอบกลับเพียงเบ้ปากพร้อมยักไหล่เท่านั้น นั่นทำให้เบิร์ดรู้ว่าเตชินท์ยังไม่ยอมจำนน เขาจึงอธิบายเพิ่มเติมว่า “ตามจริงแล้วมีอยู่อีกสองคน แต่คนคนนั้นออกจากหมู่บ้านไปแล้วนานแล้ว ส่วนอีกคนคือคุณเสี่ยวจวง และไม่ใช่เขาแน่ ๆ เพราะเขาได้รับคำสั่งให้ออกไปจับคนแรก และเขาเป็นคนของบอสซานเชส เขาคงไม่บ้าและโง่พอที่จะแย่งสัตว์อสูรจากบอสของเขา”
เตชินท์รู้ว่าคนคนแรกที่เบิร์ดหมายถึงคือโจเซฟนั่นเอง เพราะเขาเองก็เคยเห็นโจเซฟใช้หอกและเขาก็คาดเดาได้ว่ามันเป็นหอกหนอนบุ้งเขาแหลมระดับวิวัฒนาการเดียวกันกับของเขาที่เพิ่งพังไป และเขาได้รู้อีกอย่างว่าเสี่ยวจวงได้มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านขวานเหล็กแล้ว นั่นยิ่งทำให้เตชินท์มีเหตุผลให้กลับไปยังหมู่บ้านของเขา
“เขาอาจจะแกล้งทำเป็นเชื่อฟังแล้วทรยศก็ได้นี่นา” เตชินท์เองก็มีความเชื่อว่า ต่อให้ใครที่ดูไม่น่าทรยศเรามากที่สุด ก็ทรยศเราได้ทั้งนั้น และเบิร์ดที่อยู่ตรงหน้าเขานั่นเองที่เป็นตัวอย่าง
“ลองคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้ตื้นลึกหนาบางถึงเบื้องหลังของบอสซานเชสดู แล้วคุณจะไม่กล้าคิดที่จะหักหลังแน่ ๆ เพราะคนที่น่ากลัวไม่ใช่บอสซานเชสแต่เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังต่างหาก” เบิร์ดพูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
ยิ่งฟังเตชินท์ยิ่งชักอยากรู้แล้วว่าเบื้องหลังของซานเชสเป็นใคร ทำไมทุกคนถึงต้องกลัวกันขนาดนั้น แต่ที่อยากรู้ยิ่งกว่าคือชายที่อยู่ตรงหน้าเขา ทำไมเขาดูรู้อะไรเยอะเหลือเกิน จะบอกว่าต่างกับเบิร์ดคนเก่าที่เขารู้จักก็ใช่ที เพียงแต่เบิร์ดคนนี้ให้ความรู้สึกอะไรบางอย่างที่เขาอธิบายไม่ได้ เขาไม่ได้น่ากลัวแต่ก็ดูไม่น่าไว้ใจเหมือนคนก่อน เขาเหมือนเป็นมิตรแต่ก็พร้อมแทงด้วยข้อมูลเสมอ
“ก็อย่างที่เห็น ฉันมีแค่หอกขั้นสามัญ” เตชินท์พูดพร้อมยื่นให้อีกฝ่ายตรวจสอบ “ไม่เชื่อก็ดูเอาเอง”
เบิร์ดเมินหอกที่เตชินท์ทำเป็นยื่นให้ดูแล้วกล่าวว่า “คุณกำลังไล่ล่าสัตว์อสูรระดับวิวัฒนาการอยู่ นายอาจบังเอิญได้วิญญาณอสูรหนอนบุ้งขั้นวิวัฒนาการมาเพิ่มอีกอันก็ได้ เพราะถึงอย่างไรต่อให้คุณได้จริง มันก็ไม่ได้มีเสียงหรือประกาศเตือนอะไรออกมา นั่นทำให้คุณซ่อนจากพวกเราได้”
มองได้ทะลุปรุโปร่งสมกับเป็นคนที่เตชินท์หวั่นเกรง แต่ใช่ว่าเขาจะสนใจ ต่อให้ไม่ถูกจับได้เขาก็ไม่คิดจะอยู่ที่นี่ต่ออยู่แล้ว เขาจึงทำเป็นพูดประชดประชันกลับไปว่า “อยากให้เป็นฉันนักก็เอาเลย เชิญไปบอกบอสซานเชสของนายแล้วรับรางวัลไปเลย”
“เออ...คือ...ใจเย็นกันก่อน พวกฉันไม่ได้...” ดาม็องเริ่มรู้สึกผิดที่พยายามจับผิดเตชินท์
“พวกฉันแค่เป็นห่วงคุณเท่านั้น ฉันแค่กลัวว่าคุณจะไม่รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนและยังคงใช้วิธีปาหอกอีกจนคนอื่นเห็นเข้าและนำไปฟ้องบอสซานเชสเอา ส่วนพวกฉันไม่ได้มีเจตนาจะทำอะไรกับคุณ” เบิร์ดกล่าวออกมาพร้อมกับเขามือทาบทำท่าทางขอโทษ “หากทำให้คุณเข้าใจผิดก็ขออภัยจากใจจริง”
เตชินท์ทำเป็นเมินตามสไตล์ เขาทำเป็นมองหาสัตว์อสูรต่อ เขาไม่สนใจอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจัดการเรื่องนี้อย่างไร แต่เพื่อเป็นการขอบคุณทั้งสองที่ยังไม่เอาเรื่องนี้ไปแจ้งกับซานเชส เตชินท์จะยังไม่ทำอะไรทั้งสองคน เพราะเขามั่นใจว่าถ้ามันเลยเถิดไปมากกว่านี้ เขาเองก็น่าจะรับมือและฆ่าเพื่อปิดปากทั้งสองคนนี้ได้ไม่ยากเย็น
อย่างไรก็ตามจากความพยายามจับผิดเตชินท์ นั่นค่อนข้างทำให้เตชินท์หงุดหงิดเช่นกัน ในตอนแรกเขาเคยมีความคิดว่าจะชวนทั้งสองไปอยู่หมู่บ้านขวานเหล็กของเขา แต่ตอนนี้เตชินท์ไม่สบอารมณ์และเขารู้สึกว่าเบิร์ดคนนี้ดูไม่เป็นมิตรเหมือนคนก่อน
เขาไม่รู้มันเป็นเพราะสภาพตอนนั้นที่เขาเจอกับเบิร์ด เขาน่าสงสารและจนตรอกมาก จึงทำให้เบิร์ดเกิดสงสารและช่วยเขาและสอนวิชาดาบให้กับเขา แต่ในตอนนี้เขาดูแกร่งแข็งผิดหูผิดตาต่างจากการเป็นพวกมือใหม่อย่างที่ทุกคนเข้าใจ และนี่อาจเป็นนิสัยธาตุแท้ของเบิร์ดในอีกแง่มุมหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นก็ได้
อย่างไรก็ตาม เห็นแก่ในอดีตที่เคยช่วยเขาจนเขามีทุกวันนี้ ทุกอย่างล้วนมาจากวิชาดาบที่เบิร์ดสอนให้เขาเป็นรากฐานสำคัญ เตชินท์จึงตัดสินให้โอกาสเขาอีกสักครั้ง แต่ไม่ใช่ในฐานะคนสนิท แต่เป็นในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งที่เขาไม่ต้องการลงมือฆ่าด้วยตัวเอง
เตชินท์ตัดสินใจกล่าวเป็นคำเตือนโดยนัยว่า “คราวหลังก็อย่าไปร่วมทีมที่บอสซานเชสตั้งขึ้นอีกล่ะ ไม่เห็นมันจะคุ้มเลยกับชีวิตที่ต้องเอาไปเสี่ยง”
แล้วเตชินท์ก็ไปตามทางโดยไม่สนว่าทั้งสองจะเข้าใจสิ่งที่เขาพูดหรือไม่
ความวัวไม่ทันหายความควายก็เข้าแทรกทันที ตอนนี้เตชินท์เริ่มรู้แล้วว่าการโชคดีมากไปจะสะท้อนเรื่องน่าปวดหัวกลับมามากเท่านั้น
หลังจบประเด็นกับเบิร์ดและดาม็องเสร็จ เขาก็ต้องมาปวดหัวกับภารกิจประจำวันของวันนี้อีกแล้ว
< ภารกิจประจำวัน 7 : บุรุษผู้รักสุขภาพ
เป้าหมาย : บริโภค ผักโขม 0/1 กำ ใบแป๊ะก๊วย 0/1 กำ
บรอกโคลี่ 0/1 หัว กะหล่ำปลี 0/1 หัว
ผักบุ้ง 0/1 มัด ตะไคร้ 0/1 มัด
ระยะเวลาที่คงเหลือ : 8 ชั่วโมง 57 นาที 23 วินาที
รางวัล : ได้รับโอกาสสุ่มวิญญาณอสูรระดับสามัญ – เหนือเผ่าพันธุ์ 1 ดวง
บทลงโทษ : สุ่มลบวิญญาณอสูรที่มี 1 ดวง >
“เชี่ย!! สุ่มลบวิญญาณอสูรที่มี 1 ดวง” เตชินท์อยากจะร้องไห้เพราะวันนี้เขาต้องได้รับบทลงโทษ 100 % เนื่องจากภารกิจวันแรกที่ได้ผักโขมเป็นรางวัลเขาทำไม่สำเร็จ ส่วนผักอื่นเขาแช่ตู้เย็นไว้ที่บ้าน และเขาไม่รู้ว่าพี่สาวของเขากินมันไปหมดแล้วหรือไม่
กดใจหรือคอมเมนต์เป็นกำลังใจกันด้วยนะครับ