กำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 4 บทที่ 104 เป็นหรือตาย

            บทที่ 104 เป็นหรือตาย

            “โฮก!!!”

            ราชันย์ราชสีห์เขี้ยวโลหิตขัดขืนอย่างรุนแรงและคำรามเสียงดังมันถูกมังกรทองรัดแน่น อีกฝ่ายพ่นลมหายใจน้ำค้างแข็งออกมา ไอหมอกเย็นๆแผ่กระจายไปรอบๆ แม้แต่อากาศก็กลายเป็นน้ำแข็งแล้วร่วงหล่นลงสู่พื้น

            ราชันย์ราชสีห์วิ่งพล่านไปทั่วและกระแทกตัวลงกับพื้นอีกหลายครั้งก่อให้เกิดหลุมขนาดใหญ่หลายแห่งในพื้นที่รกร้างแห่งนี้ ทำให้สัตว์ปีศาจตัวอื่นๆกลัวจนล่าถอยไปไกล ด้วยกลัวว่าตนจะโดนลูกหลงไปด้วย

            “แค่กแค่ก... โฮก!! ราชันย์ราชสีห์หรือ? ดูสิว่าเจ้าจะรอดตายจากข้าไหม!”

            ดวงตาของมังกรทองดุร้ายมันเปิดปากแล้วพ่นเลือดสกปรกออกมาสองสามคำ ลำตัวที่ยืดยาวกระชับขึ้นอีกครั้งแม้ว่าเกล็ดจำนวนมากจะร่วงหล่น เนื้อหนังเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดแต่มันก็ไม่ได้ผ่อนแรงที่รัดราชันย์ราชสีห์ลง

            “โฮก! ข้า... ข้าราชันย์ราชสีห์ก็จะคอยดูว่าใครจะตายก่อน!!”

            ด้วยเสียงคำรามอันน่ากลัวราชันย์ราชสีห์เขี้ยวโลหิตก็โกรธมากจนกระโจนขึ้นสู่ท้องฟ้าและพุ่งตัวลงมากระแทกพื้นด้วยพลังอันมหาศาลอีกครั้งเพื่อโจมตีมังกรทอง

            มังกรปีศาจตัวนี้ฉลาดแกมโกงเมื่อรู้ว่าสิ่งที่อันตรายที่สุดของราชันย์ราชสีห์คือเขี้ยวโลหิตคู่นั้นมันจึงเลือกใช้วิธีการอันไร้ยางอายนี้รัดลำตัวของราชันย์ราชสีห์เอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายมีโอกาสได้กัดมัน

            ความจริงแล้วในบรรดาสัตว์อสูรทั้งสองพลังต่อสู้ของมังกรทองนั้นด้อยกว่าของราชันย์ราชสีห์เขี้ยวโลหิตอยู่เล็กน้อยแต่ด้วยกลยุทธ์นี้ ทั้งสองจึงต่อสู้อย่างหนักจนไม่สามารถบอกผู้ชนะได้

            ตอนนี้พวกมันเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำความแข็งแกร่งค่อยๆ ลดลง ทั้งคู่กำลังแข่งกันว่าใครจะอยู่ได้นานกว่ากัน

            ผู้ที่ชนะในท้ายที่สุดจะได้รับวัตถุวิญญาณอันล้ำค่าแห่งใต้หล้า นั่นคือวิญญาณไฟศักดิ์สิทธิ์

            “ฮู...โฮก...”

            ราชันย์ราชสีห์เขี้ยวโลหิตที่ดิ้นมานานก็เริ่มเหนื่อยมันยืนตัวตรงบนพื้น หายใจไม่ออก และตะโกนด้วยความโกรธ “เจ้า... แน่จริงก็ลงมามาดูว่าข้าจะกัดเจ้าให้ตายได้ไหม จับข้าไว้... ก็ไม่มีประโยชน์! โฮก!!”

            “ข้าไม่ลงไป ก็มาดูกันว่าราชสีห์ไร้เขี้ยวโลหิตเช่นเจ้าจะทำอะไรได้บ้าง…”น้ำเสียงของมังกรทองดูน่ากลัว พลังของมันเริ่มเอื่อยช้า ดวงตาข้างหนึ่งบวมตุ่ยบาดเจ็บทั่วทั้งตัว

            เมื่อสักครู่นี้มันถูกกระแทกลงกับพื้นนับไม่ถ้วนแน่นอนว่าร่างกายของมันก็แทบจะทนไม่ไหวจนไอเป็นเลือด

            “โฮก! สารเลว! ข้าจะขย้ำเจ้าให้ตาย!”ราชันย์ราชสีห์เขี้ยวโลหิตคำรามอีกครั้ง กระโจนไปรอบๆกลิ้งไปกลิ้งมาจนฝุ่นทรายฟุ้งตลบ

            มันโกรธมาก ในฐานะราชาแห่งสัตว์ปีศาจตอนนี้มันกลับตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สู้ดี ทนไม่ได้ น่าหงุดหงิดเกินไปแล้ว!

            “ปัง ปัง ปัง——”

            ยามนี้ สัตว์อสูรทั้งสองกระโจนขึ้นฟ้าอีกครั้งด้วยพลังอันท่วมท้นทรายสีเหลืองกระจัดกระจาย แต่เห็นได้ชัดว่าพลังไม่ได้น่ากลัวเหมือนก่อนหน้า

            สัตว์อสูรตัวใหญ่สองตัวต่อสู้กันมานานพวกมันเองก็ใกล้จะหมดแรงแล้ว

            “มังกรทองทำให้ราชันย์ราชสีห์หมดแรงและไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเอาชีวิตเข้าแลกเจ้าเล่ห์จริงๆ!” มู่หรงซินยืนอยู่ในเกราะอากาศมองดูสัตว์อสูรทั้งสองอย่างกระตือรือร้นและพูดด้วยความดูถูก

            “มังกรปีศาจคงรู้ว่าตัวเองไม่อาจเอาชนะราชันย์ราชสีห์แบบตัวต่อตัวได้จึงใช้กลยุทธ์นี้นี่ก็คล้ายกับการต่อสู้ระหว่างมนุษย์นักรบ หากต้องการเอาชนะผู้แข็งแกร่งผู้อ่อนแออย่างพวกเราต้องทุ่มสุดตัว”

            “มิฉะนั้น แม้ว่าพวกมันจะมีความแข็งแกร่งพอๆ กันแต่ก็มีแนวโน้มที่จะพ่ายแพ้ มังกรปีศาจตัวนี้ฉลาดมาก” ฉู่อวิ๋นวิเคราะห์ช้าๆด้วยดวงตาจริงจัง

            เขามองดูสนามรบที่วุ่นวายอยู่ตรงหน้าในใจคิดเพียงต้องการคว้าวิญญาณไฟศักดิ์สิทธิ์ วัตถุวิญญาณนี้มีความสำคัญต่อเขามากมันอาจทำให้ระดับพลังยุทธ์ของเขาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด!

            แต่สัตว์อสูรตัวใหญ่สองตัวนี้กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดแม้ว่าพวกมันจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ยังแข็งแกร่งเกินไปสำหรับฉู่อวิ๋นหากเขาผลีผลามรีบวิ่งไปที่เสาศักดิ์สิทธิ์ ถ้าถูกเห็นเข้าชีวิตน้อยๆนี่ก็ไม่อาจรักษาได้

            ก่อนจะถูกบดขยี้ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ทักษะวิชาใดๆ ก็ล้วนไร้ประโยชน์

            “น่าโมโหนัก! หรือข้าทำได้เพียงยืนดูอยู่เฉยๆ เช่นนี้หรือ?” ฉู่อวิ๋นกัดฟันด้วยความรู้สึกโกรธ

            ตอนนี้ชะตากรรมของเขาเกี่ยวพันกับสัตว์อสูรทั้งสองตัว

            เป็นหรือตายไม่ใช่สิ่งที่เขากำหนด

            “ตูม--!”

            ทันใดนั้นราชันย์ราชสีห์เขี้ยวโลหิตก็คลุ้มคลั่งร่างกายที่ถูกลำตัวยาวเฟื้อยของมังกรทองรัดพันไว้วิ่งมาที่เกราะอากาศพร้อมกับแรงกดดันแสนอันตราย

            “โฮก!”

            ราชันย์ราชสีห์เขี้ยวโลหิตคำรามมันไม่คิดรักชีวิต เหวี่ยงร่างของตนและมังกรทองไปที่เกราะอากาศสีทองพุ่งเข้าโจมตีเขาและกระเด็นออกไปพร้อมกับมังกรทอง

            สัตว์อสูรตัวใหญ่ทั้งสองได้รับบาดเจ็บสาหัสพวกมันกระอักเป็นเลือด ลมหายใจแปรเปลี่ยนเป็นเชื่องช้า

            ในเวลาเดียวกันเสียงของแรงกระแทกนั้นทรงพลังและหนวกหูจนทั้งฉู่อวิ๋นและมู่หรงซินต่างถูกผลักจนเซล้มลงกับพื้น

            “เจ็บ... คุณหนูเช่นข้าเจ็บยิ่งนัก!ไม่คิดว่าต่อให้จะมีเกราะอากาศกั้นอยู่แต่ผลกระทบจากพลังของสัตว์อสูรทั้งสองจะยังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!”มู่หรงซินลุกขึ้นนั่ง นวดบั้นท้ายด้วยน้ำตาไหลอาบ ก้มหน้าลงด้วยความเจ็บปวด

            “พวกมันเป็นสัตว์อสูรระดับสูงเทียบเท่ากับนักรบที่อยู่สูงกว่าระดับเจ็ดของขั้นมหาสมุทร ย่อมทรงพลัง!”ฉู่อวิ๋นลุกขึ้นยืน มองตรงไปข้างหน้าและกำหมัดแน่น

            มู่หรงซินรู้สึกหมดหนทางถอนหายใจและพูดว่า“เกรงว่าต่อให้ท่านพ่อของข้ามาก็คงไม่อาจจัดการกับสัตว์อสูรทั้งสองตัวนี้ได้เฮ้อ... หวังว่าเกราะอากาศนี่จะช่วยได้นะ...”

            “เอ๊ะ! นี่...เกิดอะไรขึ้น!?”

            ในขณะที่ทั้งคู่กำลังพูดคุยกันเกราะอากาศสีทองก็ค่อยๆ จางลง รอยแตกเมื่อครู่ค่อยๆร้าวกระจายไปยังบริเวณที่เกิดการปะทะ ทำให้ทั้งคู่หวาดกลัวขึ้นมา

            ฉู่อวิ๋นรีบดึงเสี่ยวหวงออกมาจากอ้อมแขนแล้วถามอย่างเป็นกังวล“เจ้าหนู ทำไมเกราะอากาศนี่ถึงมีรอยแตกได้? เจ้าซ่อมได้หรือไม่?”

            “จิ๊ด…” เสี่ยวหวงพึมพำดูกระสับกระส่าย

            ทันใดนั้นมันก็เปิดเปลือกตาที่หย่อนยานให้เบิกโพลง ดวงตาของมันหมองคล้ำ ลำตัวกลมๆของมันก็ขยับไปซ้ายขวาเพื่อแสดงการปฏิเสธ

            “แย่แล้ว เสี่ยวหวงหมดพลังไปแล้วเกราะอากาศกำลังจะพังลงแล้ว!” ฉู่อวิ๋นตกใจแต่เขาก็ยังวางเสี่ยวหวงไว้ในอ้อมแขนเบาๆ เจ้าหนูนี่พยายามอย่างเต็มที่แล้วและตอนนี้พวกเขาต้องพึ่งตัวเอง!

            “เราจะทำอย่างไรดี? ข้างหลังยังมีสัตว์ปีศาจอีกเป็นเบือ เราหันหลังกลับไปไม่ได้แล้ว!”มู่หรงซินหันกลับไปมองก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นสัตว์ปีศาจกำลังจะเคลื่อนไหว

            “ตอนนี้สัตว์อสูรสองตัวนั่นกำลังต่อสู้กันรีบไปข้างหน้ากันเถอะ!” ฉู่อวิ๋นสบมองมาด้วยสายตาที่จริงจังและตัดสินใจรีบวิ่งไปยังทิศทางของเสาศักดิ์สิทธิ์สัญชาตญาณบอกเขาว่าตราบใดที่พวกเขาไปถึงที่นั่น พวกเขาทั้งคู่ก็จะปลอดภัย

            “ตกลง!”มู่หรงซินไม่พูดอะไรและพยักหน้าทันที นางเชื่อในสิ่งที่ฉู่อวิ๋นพูดอย่างเต็มใจ

            “แกร๊ก——”

            “ตูม--”

            ด้วยเสียงแตกร้าว เกราะอากาศก็แตกสลายลงในเวลาเดียวกัน ฉู่อวิ๋นก็จับมือของมู่หรงซินทันทีแล้วก้าวไปข้างหน้าด้วยก้าวเงาบินอย่างรวดเร็ว

            ตอนนี้ราชันย์ราชสีห์เขี้ยวโลหิตยังสู้อยู่กับมังกรทองนี่เป็นโอกาสอันดียิ่งในการหลบหนี!

            “ฟุ่บ——”

            เงาภาพสองร่างผ่านตาไปอย่างรวดเร็ว ความเร็วที่เรียกได้ว่าเร็วที่สุดนับตั้งแต่เกิดมาเห็นได้ชัดว่าพวกเขาใช้กำลังทั้งหมดเพื่อการนี้ แม้แต่พลังปราณก็เพิ่มสูงขึ้น

            นี่คือช่วงเวลาเป็นตายหากช้าลงสักก้าวก็อาจจะตายอยู่ที่นี่

            “ฟุ่บ-”

            เสาศักดิ์สิทธิ์อยู่ห่างจากพวกเขาไม่ไกลแล้วเหลือเพียงร้อยหมี่เท่านั้น

            “ฟุ่บ-แต่ก-แต่ก-แต่ก-”

            เสียงฝีเท้ายังคงดำเนินต่อไปสัตว์อสูรเองก็กระโจนขึ้นไปบนท้องฟ้า แท่นบูชาก็เข้าใกล้มากขึ้นภาพของวิญญาณไฟศักดิ์สิทธิ์ขยายใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น และใหญ่ขึ้น...

            ห้าสิบหมี่

            ยี่สิบหมี่

            สิบหมี่...

            เมื่อใกล้จะถึงฉู่อวิ๋นที่วิ่งนำอยู่ก็เผยสีหน้าประหลาดใจ

            “ตึง!”

            ในยามนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน!

            ด้านหน้ามีเงาดำขนาดใหญ่ตกลงมาจากที่สูงฝุ่นควันตลบอบอวล ดูดุร้ายและสง่างาม

            นั่นคือราชันย์ราชสีห์เขี้ยวโลหิตที่มีมังกรทองพันอยู่รอบตัว

            “มนุษย์เอ๋ย!พวกเจ้าคิดว่าใช้กลอุบายเล็กๆ นั่นก็จะซ่อนตัวจากข้าได้หรือ? โฮก! น่าขัน! ข้ารับรู้ว่าพวกเจ้าอยู่ในเกราะประหลาดนั่นมานานแล้ว!” ราชันย์ราชสีห์เขี้ยวโลหิตจ้องมองที่พื้นด้วยดวงตาเบิกกว้างฉู่อวิ๋นและมู่หรงซินที่อยู่บนพื้นตัวเล็กจ้อยและไร้ซึ่งพลังไปในทันที

            “ตึง--”

            ทันทีที่แรงกดดันของสัตว์อสูรระดับสูงถูกปลดปล่อยออกมาทั้งสองคนก็ไม่สามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงอีก พวกเขาถูกกดลงกับพื้น เหงื่อออกมากหัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก

            “แข็งแกร่งมาก!สมกับที่เป็นราชาสัตว์ปีศาจ!” ฉู่อวิ๋นกัดฟัน เหงื่อกาฬไหลอาบพยายามต้านทานแรงกดดันอันทรงพลังนี้

            แต่ในยามนี้พลังทั้งหมดในร่างกายของเขาคล้ายหนืดเหนียว ยากจะต่อกร!

            “แมลงตัวจ้อยในเมื่อพวกเจ้าพาตัวเองมาส่งถึงที่ข้าก็จะไม่เกรงใจ แม้ว่าเนื้อหนังอันล้ำค่าของพวกเจ้าจะไม่โอชานักแต่ก็นับเป็นยาบำรุงกำลัง สามารถเสริมกำลังให้ข้าสังหารเจ้างูเหม็นนี่ได้”

            “โดยเฉพาะเจ้า เด็กน้อยรสชาติของเลือดเจ้านั้นคุ้นเคยยิ่งนัก คล้ายว่าข้าจะเคยลิ้มลองมาก่อน!”

            ราชันย์ราชสีห์เขี้ยวโลหิตอ้าปากกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมคู่หนึ่งมันต้องการกัดฉู่อวิ๋นก่อนดูดซับแก่นพลังปราณและเลือดของเขามาบำรุงร่างกายและฟื้นฟูความแข็งแกร่ง

            “เจ้าสิงโตปากเหม็นเน่า! อยากฆ่าข้า?! มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!”

            เมื่อได้ยินคำพูดของราชันย์ราชสีห์เขี้ยวโลหิตฉู่อวิ๋นก็จำได้ทันทีว่าคนของเขาถูกมันกัดตาย ดวงตาคมกริบจ้องมองมันด้วยความโกรธทันใดนั้น จุดตันเถียนของเขาก็ร้อนขึ้น พลังปราณก็ฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง!

            “ย๊าก--!!”

            ฉู่อวิ๋นตะโกนเสียงดังยกกระบี่ชื่อยวนขึ้นฟันในทันที ก่อให้เกิดรุ้งดาวตกพุ่งออกมา

            นี่คือช่วงเวลาเป็นตายกระบวนท่าดาราร่วงไร้รอยได้ใส่ความหวังทั้งหมดของเขาลงไป ทั้งความเร็วและพลังนับได้เป็นจุดสูงสุดที่เคยใช้มันมา!

            “ควั่บ——”

            สายรุ้งศักดิ์สิทธิ์พุ่งออกมาอย่างฉับพลันราวกับมังกรที่ส่องประกายผ่านท้องฟ้า มันรวดเร็วจนประหลาดใจต้องการฟันให้โดนบาดแผลบนหัวของราชันย์ราชสีห์เขี้ยวโลหิต

            “ทักษะแมลงเม่า!”

            แต่อนที่กระบี่จะถึงตัวราชันย์ราชสีห์เขี้ยวโลหิตก็มองมาที่เขาอย่างเย็นชา

            มันยกอุ้งเท้าขึ้นทุบรุ้งกระบี่อันใหญ่จนสลายเป็นชิ้นๆด้วยการขยับตัวอย่างสบายๆ จากนั้นก่อนที่แรงที่เหลือของการโจมตีจะหมดลงก็มีเสียงคำรามและลมแรงกระโชกพุ่งเข้าใส่ฉู่อวิ๋น

            “ตึง--”

            ด้วยเสียงดังลั่นฉู่อวิ๋นก็ถูกโจมตีเข้าที่ร่างกาย แม้ว่าเขาจะยกกระบี่ชื่อยวนขึ้นมากันได้ทันแต่ก็ยังคงกระอักเลือดออกมา ทั้งอวัยวะภายในตันห้า[1]กลวงหก[2]และกระดูกทั้งหมดในร่างกายของเขาคล้ายถูกทำลาย

            “ตูม--”

            ครู่ต่อมา ก็มีร่างหนึ่งกระเด็นออกไปเป็นฉู่อวิ๋นที่กำลังจะตาย ร่างกายเต็มไปด้วยเลือด เขาล้มลงกับพื้นอย่างแรงฝุ่นฟุ้งตลบ ไม่ทราบเป็นตาย

            “ฉู่อวิ๋น——!!!”

            เมื่อเห็นสิ่งนี้มู่หรงซินก็หน้าซีดและร่ำไห้ออกมาอย่างน่าเวทนา ดวงตาของนางสั่นไหวน้ำตาก็ไหลพรากออกมาทันที หัวใจของนางเจ็บปวดมาก เจ็บปวดเหลือเกิน

            การโจมตีจากสัตว์อสูรระดับสูงนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กแม้ว่าราชันย์ราชสีห์เขี้ยวโลหิตจะบาดเจ็บสาหัส แต่เพียงอุ้งเท้าเดียวก็ส่งฉู่อวิ๋นให้กระเด็นไปไกลกว่าพันหมี่ช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก!

            หากนักรบขอบเขตควบแน่นพลังปราณกระเด็นไปไกลเช่นนั้นร่างกายก็จะบอบช้ำ จนแทบไม่มีโอกาสรอดชีวิต

            ในยามนี้เมื่อมองดูฉู่อวิ๋นที่ไม่ขยับเขยื้อนจากระยะไกล มู่หรงซินก็ทรุดตัวลงนางดูเศร้าโศก น้ำตาไหลอาบใบหน้างดงาม ทรุดนั่งลงบนพื้นราวไร้จิตวิญญาณ

            “เหอะ! แรงเท่ามดแต่พอเทียบกับสาวน้อยคนนี้ เนื้ออันล้ำค่าของเด็กคนนั้นคงจะบำรุงข้ามากกว่ามากกว่ากินเขาก่อนแล้วกัน” ราชันย์ราชสีห์เขี้ยวโลหิตจ้องมองมู่หรงซินด้วยความดูถูก จากนั้นก็หันหลังกลับและเดินตรงไปทางฉู่อวิ๋น

            “ซืด——! เจ้าไม่มีทางทำสำเร็จแน่!”

            มังกรทองเปล่งปรายแสงอันดุร้ายบิดลำตัวพันรอบร่างราชันย์ราชสีห์เขี้ยวโลหิอย่างแน่นหนาหากมันสามารถกลืนกินเนื้อมนุษย์อันล้ำค่าได้สำเร็จสถานการณ์ที่สมดุลนี้ก็จะพังทลาย และมันก็จะตายเช่นกัน!

            แต่ราชันย์ราชสีห์เขี้ยวโลหิตหนังหนานักด้านหนึ่งก็ยังคงรับมือกับการรัดคอของมังกรทอง อีกด้านหนึ่งก็ค่อยๆเดินไปหาฉู่อวิ๋นทีละก้าว

            ทีละก้าว...

            ระยะห่างใกล้ขั้นเรื่อยๆฉู่อวิ๋นกำลังตกอยู่ในอันตราย

            ----------

            [1] อวัยวะภายในตันทั้งห้า ได้แก่ ตับ หัวใจ ม้าม ปอด และไต มีหน้าที่สร้างและเก็บสารอาหารที่จำเป็น แต่ไม่ทำหน้าที่กำจัดสะสมสารจำเป็นของชีวิตและควบคุมการไหลเวียนของพลังลมปราณและเลือด

            [2] อวัยวะภายในกลวงทั้งหก ได้แก่ ถุงน้ำดี ลำไส้เล็ก กระเพาะอาหารลำไส้ใหญ่ กระเพาะปัสสาวะ และซานเจียว ทำหน้าที่เกี่ยวกับการย่อย ดูดซึมและขับถ่าย

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน