หลิวอี้ยังคงอยู่ภายในห้องของเยี่ยนฟาง เย่เอ๋อนางนั่งอยู่ด้วยกันกับเขา
“ท่านสนใจจะเข้าร่วมการประลองที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือไม่”เยี่ยนฟางพูดขึ้นมา
“สิ่งที่ข้าสนใจมีเพียงแค่ของรางวัล หากของรางวัลน่าสนใจ ข้าจะยอมเข้าร่วม”หลิวอี้พูดขึ้น
“ของรางวัลย่อมน่าสนใจอยู่แล้ว แม้แต่เซียนที่อยู่บนเกาะลอยฟ้าพวกเขายังอยากที่จะเข้าร่วมการประลองในครั้งนี้”
เรื่องนี้หลิวอี้ได้ยินมาจากคนที่อยู่ในโรงเตี้ยมก่อนหน้านี้แล้ว
“ของรางวัลที่ท่านว่า มันคืออะไร”
“หากว่าท่านติดสิบอันดับแรก ท่านจะได้เข้าร่วมกับสำนักป่ากระบี่ 1 ในสำนักใหญ่ในทวีปอี (อีที่แปลว่า 1)”
“มีเพียงแค่นี้”
“ยังมีอีกหนึ่งอย่าง นั่นคือการได้หมั่นหมายกับองค์หญิงน้ำแข็ง”
หลิวอี้พอได้ฟังเขาเริ่มไม่เข้าใจ
“นางคือใคร”
“นางคือองค์หญิงขององค์จักรพรรดิของทวีปลิ่ว ตอนนี้นางฝึกฝนอยู่บนเกาะลอยฟ้าในสำนักหมื่นดารา”
“ของรางวัลเพียงเท่านี้ถึงกับทำให้ผู้คนสนใจมากมายขนาดนี้”
“หึๆ ท่านคงจะยังไม่เข้าใจ ท่านรู้หรือไม่ขนาดเซียนที่อยู่บนเกาะลอยฟ้ายังสนใจในตัวของนาง”
“เรื่องนี้ข้าก็พอได้ยินมา แต่ที่ข้าไม่เข้าใจคือทำไมเซียนพวกนั้นถึงได้สนใจในตัวนางมากมายขนาดนี้”หลิวอี้เขาสนใจในเรื่องนี้มากกว่า
“เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้ว่ามันจริงหรือ ข้าเคยได้ยินว่า องค์หญิงน้ำแข็ง นางมีกายเหมันต์ในตำนาน”
หลิวอี้ได้ฟังถึงกับตกตลึง เพราะในชาติก่อนของเขา เขาก็เคยได้ยินในเรื่องนี้มาก่อน แม้แต่ในชาติก่อนของเขา เขายังไม่เคยพบเห็นคนที่มีกายวิเศษในตำนานมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเรื่องนี้อีกรอบตั้งแต่ที่เขาได้มาอยู่ในร่างนี้
“กายเหมันต์คืออะไร”หลิวอี้แกล้งทำเป็นไม่รู้
“ข้าเคยได้ยินเซียนเล่าว่า คนที่มีกายวิเศษจะสามารถใช้พลังของร่างกายได้ ยกตัวอย่างเช่น องค์หญิงน้ำเเข็งนางมีกายเหมันต์พลังของนางที่ใช้จะเป็นน้ำแข็ง”
หลิวอี้ก็พอที่จะรู้เรื่องนี้ ความจริงแล้วเขาก็รู้พอๆกับที่เยี่ยนฟางพูดมา ความรู้ของเขาในเรื่องกายวิเศษช่างน้อยนิดยิ่งนัก
“แล้วในโลกใบนี้มีใครเคยเห็นด้วยตาตัวเองหรือไม่ว่าองค์หญิงน้ำแข็งที่ท่านพูดถึงนางมีความสามารถแบบนั้นจริงๆ”
“เรื่องนี้ยังไม่มีใครเคยพบเห็น แต่ข้าเคยได้ยินมา ที่นางได้เข้าร่วมกับสำนักหมื่นดาราเป็นเพราะว่านางมีกายเหมันต์ แถมสายเลือดของนางยังไม่ปรากฎอีก”
“หากเป็นเช่นนั้นเเสดงว่าคนที่มีกายลือดเหมันต์จะไม่มีความสามารถทางสายเลือดใช่หรือไม่”
“ข้ารู้เพียงเท่านี้”
หลิวอี้ผิดหวังเล็กน้อย
“ที่ท่านพูดเรื่องนี้ให้ข้าฟัง ท่านต้องการอะไร”
“ข้าเพียงแค่พูดให้ท่านฟัง ไม่ได้คิดอะไร”
หลิวอี้ไม่เชื่อในเรื่องนี้เพราะว่านางคนนี้เจ้าเล่ห์ยิ่งนัก
เย่เอ๋อเหมือนกับว่านางได้เปิดโลกกว้างของนาง นางได้ยินและได้ฟังในสิ่งที่นางไม่เคยได้ยินมาก่อน นางไม่คิดว่าในโลกใบนี้จะมีเรื่องราวที่น่าสนใจขนาดนี้อยู่เต็มไปหมด
“หลิวอี้ เจ้าสนใจจะเข้าร่วมกับหอหงอี้ของข้าหรือไม่ ข้าสามารถแนะนำให้เจ้าขึ้นไปบนเกาะลอยฟ้าได้ ข้าคิดว่าความสามารถของเจ้า น่าจะเหมาะกว่าการที่จะอยู่ภายในทวีปเล็กๆแบบนี้”
“ข้าไม่เคยสนใจ ข้ามีเส้นทางของข้าและข้ายังมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าการขึ้นไปบนเกาะลอยฟ้า”หลิวอี้เผลอหลุดพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป เขาหวังว่าเยี่ยนฟางจะไม่สนใจคำพูดของเขา
เยี่ยนฟางถึงกับแตกตื่น หากว่าเป็นผู้ฝึกฝนพลังทั่วไป เป้าหมายของพวกเขาทุกคนน่าจะเป็นการขึ้นไปฝึกฝนบนเกาะลอยฟ้า แต่หลิวอี้กลับบอกว่าเป้าหมายของเขายิ่งใหญ่กว่าการขึ้นไปบนเกาะลอยฟ้า เยี่ยนฟางตอนนี้ยิ่งอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น ความสนใจของนางในตัวหลิวอี้เริ่มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
หลิวอี้ออกมาจากหอหงอี้ เขาขึ้นรถม้ากลับมาที่โรงเตี้ยมพร้อมกับเย่เอ๋อ ระหว่างทางเขานั่งคิดว่าเขาควรที่จะเข้าร่วมการประลองในครั้งนี้หรือไม่ เพราะสิ่งที่เขาสนใจคือกายวิเศษเขาอยากจะรู้เกี่ยวกับมันมากขึ้น
เย่เอ๋อเห็นหลิวอี้ไม่พูดตลอดทาง จนตอนนี้ทั้งสองกลับขึ้นมาบนห้องพักนางยังไม่ได้ยินเขาพูดอะไรสักคำ จึงทำให้นางรู้สึกว่าเขาแปลกไป
“ท่าจะเข้าร่วมการประลองหรือไม่”เย่เอ๋อพูดขึ้นมา
หลิวอี้ได้ยินคำพูดของนางเขาจึงตื่นตัว หลุดออกมาจากความคิดของเขา
“หากข้าเข้าร่วมการประลองข้าจะต้องชนะแน่นอน เช่นนั้นข้าจะมีภรรยาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน เจ้าจะรับได้หรือไม่”
“นั่นมันเรื่องของท่าน ข้าไม่เคยสนใจอยู่แล้ว”
หลิวอี้ได้ยินนางพูดแบบนี้เขาจึงตัดสินใจเข้าร่วมการประลองในครั้งนี้