ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    บทที่ 64 ของตอบแทน

            บทที่ 64

            ของตอบแทน

            เนื้อผ้าสีขาวงดงามตระการตารูปลักษณะเด่นของผ้าชุดนี้คือมีออร่าละอองและยิบระยับเปล่งประกายออกมาบ่งบอกถึงความพิเศษกระนั้นบนเนื้อผ้าที่ถูกตัดออกมาเป็นชุดของสตรีอันเลอค่าถูกถักทอด้วยลวดลายอันงดงาม

            ชุดผ้าไหมสีขาวได้สีทองที่ถูกสลักถักทอลงไปมันได้ถูกถักทอขึ้นมากลายเป็นรูปดอกไม้งดงามมากมายหลายสิบดอกที่ไม่ซ้ำชนิด 

            ดอกไม้เหล่านี้เป็นดอกไม้เพียงภายในจินตนาการเท่านั้นลักษณะของพวกมันล้วนแล้วแต่งดงามแตกต่างจากดอกไม้ธรรมดาทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

            ด้วยสายตาของคนภายในโลกใบนี้หากจะจ้องมองดอกไม้เหล่านี้กล่าวว่ามันเป็นดอกไม้เซียนก็ไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย

            การผสมผสานอย่างดีขององค์ประกอบหลายอย่างกำเนิดขึ้นมากลายเป็นชุดของสตรีที่งดงามที่สุดภายในไต้หล้า

            สวีรั่วหยุนในตอนแรกที่มองเห็นลวดลายที่จางหยวนออกแบบขึ้นมามันแทบไม่อยากเชื่อสายตาของตนเองว่าจะมีผู้ใดสามารถวางดอกไม้เหล่านี้ขึ้นมาได้

            และหลังจากที่ได้มองเห็นดอกไม้เหล่านั้นมันเองก็ปักใจจะทำการสลับดอกไม้พวกนี้ลงไปในทันที

            หลังจากที่ถักทอเหล่าดอกไม้คือถูกออกแบบมาเป็นลวดลายบนชุดลงไปบนเนื้อผ้าที่มันใช้เวลาทำร่วมสิบปี

            องค์ประกอบที่มันได้ออกมามันก็กลายเป็นองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบ 

            ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่พึงพอใจเป็นอย่างมากสำหรับสวีรั่วหยุนมันสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่านี่คือผลงานแห่งยุค

            หลังจากที่ผลงานชิ้นนี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาจนเสร็จตัวของมันเองก็เรียกเด็กหนุ่มผู้ที่ออกแบบผลงานนี้มาเพื่อให้รางวัล

            จางหยวนยืนอยู่บริเวณด้านหน้าหีบไม้ที่ตั้งอยู่ภายในห้องดวงตาของเขาจ้องมองอย่างไม่กระพริบตาจ้องมองหีบสมบัติที่อยู่บริเวณด้านหน้า

            มันเป็นหีบที่มีขนาดใหญ่ขนาดของมันตั้งอยู่บนโต๊ะไม่กลมบริเวณใจกลางห้องมันยังมีขนาดเกือบเทียบเท่าโต๊ะ

            ในตอนนี้มันถูกปิดเอาไว้ทำให้ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าด้านไหนมันคืออะไร

            จางหยวนขมวดคิ้วทั้งสองเข้าหากันจากนั้นก็เริ่มทำการเปิดมันออกอย่างรวดเร็ว

            ในตอนนี้เขาอยากดูเจ๊าสิงห์ที่อยู่บริเวณด้านในว่ามันคืออะไรกันแน่

            หลังจากที่เปิดหีบสมบัติออกดวงตาสองข้างของเขาก็เบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง 

            สิ่งบรรจุอยู่บริเวณด้านในมีมากมายจนเขาเลือกไม่ถูกเลยว่าจะมองอย่างไรก่อน 

            จางหยวนเลือกจะยื่นมือของตนเองออกไปคว้าจับเขาเลือกตัวเงินที่ถูกวางเอาไว้เป็นกองสูงบริเวณด้านในหีบไม้

            ยกมันขึ้นมาแล้วก็ใช้ดวงตาของตนเองมองดูตั๋วเงินเหล่านั้น “ นี่มันสองหมื่นตำลึง”

            หลังจากที่ได้ลองนับดูแล้วก็ทำให้ล่วงรู้ว่าเจ้าตัวเงินที่มันอยู่ภายในมือของเขาในตอนนี้มีมูลค่ามากถึงสองหมื่นตำลึง

            ซึ่งมันมีมูลค่ามากควาเงินที่เขาได้รับจากการขายภาพวาดพวกนั้นอีก

            แต่ว่ามันเองก็ไม่หมดเพียงแค่นั้นเพราะสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันยังมีของมีค่าอีกมากมาย “ เจ้าพวกนี้มันเครื่องประดับแก้วแหวนเงินทอง เเล้วก็ป้ายงั้นรึ? ”

            จากที่มองเห็นในตอนนี้สิ่งที่มันอยู่บริเวณด้านในหีบมีเงินทองมีเครื่องประดับและก็มีพวกของมีค่าอื่นๆอีก

            แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่สะดุดตาของเขาเป็นอย่างมากมันคือแผ่นป้ายแผ่นป้ายเหล็กที่ถูกทำขึ้นมาเป็นพิเศษ

            จางหยวนใช้มือของตนเองยื่นออกไปคว้าหยิบแผ่นป้ายเหล็กนั้นขึ้นมาลองใช้ดวงตาจ้องมองอย่างไม่กระพริบ

            หลังจากที่คว้าหยิบมันขึ้นมาและลองใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองก็ทำให้ล่วงรู้ว่าเจ้าสิ่งนี้มันคือแผ่นป้ายของตระกูลสวี

            “ นี่มันแผ่นป้ายของตระกูลสวีนี่ขอรับ? ” จางหยวนหันใบหน้าของตนเองไปถามสวี่รั่วหยุน

            สวีรั่วหยุนพยักหน้าตอบรับกลับมาก่อนที่จะพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว “ ใช่แล้วมันคือแผ่นป้ายของตระกูลสวีตัวของข้าอยากจะมอบให้กับเจ้า ”

            “ โดยแผ่นป้ายนี้มีความพิเศษเป็นอย่างมากตัวของมันถ้าเจ้าเพียงแค่ยกมันขึ้นมาก็ไม่จำเป็นจะต้องเดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองใดๆสามารถเดินทางเข้าไปได้อย่างง่ายดาย”

            “ แม้กระทั่งเมืองหลวงเจ้าเองก็ไม่จำเป็นจะต้องรอทางเข้าด่านตรวจคนเข้าเมืองตาไม่เดินทางเข้าไปด้านในได้อย่างทันที”

            “ ไม่เพียงเท่านั้นมันยังมีอำนาจถ้าเจ้ามีเรื่องที่ได้เพียงแค่ยกมันขึ้นมาคนพวกนั้นก็คงจะไว้หน้าตระกูลสวีอยู่ไม่น้อย” สวีรั่วหยุนกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

            จางหยวนรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นเป็นอย่างดีการที่ได้รับแผ่นป้ายนี้มันเองก็เทียบเท่ากับว่าเป็นการที่ได้รับการรับรองจากตระกูลสวี 

            “ จะดีอย่างนั้นหรือขอรับเพียงแค่เงินสองหมื่นตำลึงข้าเองก็คิดว่ามากพอแล้ว”

            “ แต่ว่ายังของมีค่าพวกนี้รวมไปถึงแผ่นป้ายนี้อีก ”

            “ ลองให้ข้าลองประเมินราคาจากเพียงแค่พวกเงินทองและก็ของมีค่ามันเองก็คงจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าสามหมื่นตำลึงอย่างแน่นอนยังไม่รวมป้ายของตระกูลสวีที่ไม่สามารถประเมินได้ ” จางหยวนกล่าวออกมาอย่างหูตาตื่น

            ของพวกนี้มีมูลค่ามากมายเงินทองเหล่านี้แล้วก็ของมีค่ารวมมูลค่าไม่ต่ำกว่าสามหมื่นตำลึง

            ส่วนเรื่องป้ายของตระกูลสวีนี่ถือว่าเป็นของที่ไม่สามารถประเมินค่าได้มันเป็นสิ่งที่สามารถทำประโยชน์ได้หลายอย่างเลยไม่สามารถประเมินค่าได้

            ขนาดจางหยวนยังคิดว่าของตอบแทนที่ตัวเองได้รับมามันมากเกินไปเลย 

            “ ไม่ไม่ไม่มากเกินไปเลยสักนิด ของเพียงแค่นี้ข้าสามารถมอบให้กับเจ้าได้อยู่แล้ว”

            จางหยวนได้ยินแบบนั้นเขาเองก็ยินยอมรับมันเอาไว้

            จางหยวนก้มศีรษะของตนเองอย่างรวดเร็วเขายกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประสานกันแล้วก็พูดขึ้นมา “ ขอบคุณขอรับขอบคุณนายท่านสวีมาก  ”

            “ เล็กน้อย ”

            “ ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณเจ้ามากกว่าเพราะว่าตัวของเจ้ามันเลยทำให้ข้าได้สามารถสร้างผลงานที่ตนเองตั้งใจเอาไว้ในรอบหลายปีได้สำเร็จ”

            “ ในตอนนี้ผลงานนั้นถูกสร้างจนสำเร็จแล้วแน่นอนว่าตัวของภาพข้าพึงพอใจเป็นอย่างมากเงินพวกนี้ก็ถือว่าเป็นของตอบแทนก็แล้วกัน ”

            “ แล้วข้าเองก็ได้ยินว่าตอนนี้เจ้ากำลังขยับขยายกิจการร้านผักวิญญาณเงินทุนถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ”

            “ ขอบคุณขอรับ!!! ” จางหมิงก้มศีรษะขอบคุณอีกฝ่ายอีกครั้ง

            ถ้าพูดถึงความมั่งมีและความมั่งคั่งตระกูลสวีน่าจะเป็นตระกูลที่มีความมั่งคั่งที่สุดภายในเมือง

            เหตุผลตามความคิดของจางหยวนนั้นจากข้ออ้างอิงที่ว่าโดยทั่วไปแล้วตอนนี้ภายในเมืองอีกสองตระกูลใหญ่ทำการแย่งกันค้าขายพวกข่าวสารและก็เกลือ

            ต่างจากตระกูลสวีที่ไม่จำเป็นจะต้องแย่งผลประโยชน์กับผู้ใดเพราะแบบนั้นความร่ำรวยภายในสามตระกูลใหญ่ตระกูลสวีถือว่าร่ำรวยที่สุด

            …

            จางหยวนได้รับเงินทุนก้อนโตมาไว้กับมือของตนเองในตอนนี้เดินทางกลับมาที่บ้านพร้อมสมบัติที่ถูกขนกลับมาด้วย

            เมื่อได้เดินทางกลับมาถึงสถานที่แห่งนี้เขาก็เข้ามานั่งพักภายในห้องของตนเองอย่างรวดเร็ว

            จางหยวนทำใบหน้าขบคิดอย่างจริงจังอยู่บนเตียงแล้วก็คิดภายในใจ “ ในตอนนี้ได้เงินเพิ่มมาอีกประมาณสองหมื่นตำลึง”

            “ ของมีค่าเหล่านี้เราต้องเก็บเอาไว้เก็บเอาไว้เพื่อเป็นทรัพย์สินสำรองเผื่อในวันนึงที่คาดจะได้นำเอาออกมาหมุนเวียนเป็นเงิน”

            “ แต่ถ้ามองถึงเงินสดที่มีอยู่ในตอนนี้รวมจากเงินที่ตนเองมีอยู่ก่อนหน้านี้ก็มีอยู่สักประมาณสองหมื่นหกพันตำลึง”

            “ เงินเท่านี้สามารถนำไปซื้อที่ดินบริเวณแถบทางทิศใต้ของเมืองที่จะทำการจัดตั้งย่านการค้าได้อย่างแน่นอน” จางหยวนได้เงินทุนเพิ่มแผนการที่เขาคิดเอาไว้มันเองก็ขยับขยายเช่นเดียวกัน

            ตอนนี้กำลังจะขยับขยายพื้นที่และกำลังจะขยับขยายแผนการ 

            เขาไม่จำเป็นต้องรอเงินทุนอีกต่อไปแล้วในตอนนี้เขาสามารถซื้อย่านแถบนั้นที่จะทำเป็นศูนย์การค้าได้ในทันที  

            “ ในตอนนี้ก็เริ่มจัดสร้างฟาร์มขึ้นมา ท่านหย่งคังเป็นผู้ที่ดูแลน่าจะไม่เป็นปัญหา”

            “ ถ้าจะสร้างย่านการค้าขึ้นมาก็จำเป็นจะต้องมีหลายๆอย่าง  ”

            “ เอาล่ะในวันพรุ่งนี้ก็เริ่มจากการที่ซื้อที่ดินบริเวณแถบนั้นก่อนเป็นอันดับแรก”จางหยวนลงมืออย่างรวดเร็ว

            …

            หลังจากที่เขาได้เป็นก้อนนึงมาในตอนนี้วันถัดไปก็เริ่มทำการกว้านซื้อที่ดินแถบนั้นอย่างรวดเร็ว

            ที่ดินแถบนั้นมันเป็นถนนยาวที่เชื่อมโยงอยู่กับบริเวณทางเดินไปยังบริเวณใจกลางเมืองเพราะแบบนั้นกว่าที่จะสามารถซื้อพวกมันได้ทั้งหมดก็สูญเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก

            จางหยวนสูญเสียเงินในการซื้อไปประมาณแปดพันตำลึงถ้าไม่ได้เงินที่ตนเองได้รับมาจากการร่วมมือกับนายท่านสวีคงจะเก็บเงินอีกนานกว่าที่จะสามารถซื้อได้

            แต่นี่เองก็ถือว่าเป็นความสำเร็จย่านการค้าของเขาเริ่มก้าวแรกแล้ว 

            จบบท 

             

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง ที่คุณอ่าน