“พี่เมย์เป็ลมค่ะพี่เมย์ไหวหรือเปล่าคะ?” มินตราถามพี่สาวอย่างเป็ห่วงเมขลารีบตอบทันที
“เอ่อ.. ไม่..พี่ไม่ได้เป็อะไรมากหรอก แค่แดดแรงไปหน่อยน่ะ” เมขลามองหน้าทุกคนเพื่อให้มั่นใจว่าเธอไม่เป็อะไรแล้วจริงๆ
“ไปกันเถอะสายแล้ว” เมื่อเมขลาลุกขึ้นยืน ทุกคนก็ลุกตามเช่นกัน
.
.
ณ บริเวณคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลรัชชาภักดิ์เด็กรับใช้หลายคนเดินกันให้วุ่นวายทั้งคฤหาสน์เพราะไม่เพียงแต่เมขลากับมินตราเท่านั้นที่จะมารับฟังการเปิดพินัยกรรมในครั้งนี้หากแต่คุณการุญก็ได้เชิญแขกพิเศษมาร่วมรับฟังการเปิดพินัยกรรมในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
ในขณะที่คฤหาสน์หลังใหญ่กำลังคึกคัก ทว่า.. หากใครได้เดินอ้อมไปด้านหลังคฤหาสน์ลึกเข้าไปอีกสักนิดจะพบว่า ทางด้านหลังมีเรือนไทยแบบโบราณหลังใหญ่สง่างามซ่อนตัวอยู่ภายใต้เงาไม้แม้ตัวเรือนจะสวยงามแค่ไหนแต่บรรยากาศกลับดูแปลกไป รอบบริเวณมีลมพัดฉิวๆต้นไม้เขียวชอุ่ม ดอกไม้บานสะพรั่งประหนึ่งว่ากำลังดีใจกับการมาของใครบางคนกระนั้น
บ่ายแก่ๆใน่ฤดูร้อนเช่นนี้ยิ่งทำให้แดดแรงขึ้นจนร้อนระอุไปทั่วบริเวณ รถเก๋งสีขาวค่อยๆเคลื่อนมาหยุดที่หน้าประตูรั้วสีทองขนาดใหญ่ สักพักประตูนั้นก็ค่อยๆเลื่อนเปิดออกอัตโนมัติโดยไม่ต้องรอให้ใครวิ่งมาเปิดด้วยเพราะสมัยนี้มีระบบรีโมทคอนโทรลควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านแทบจะทุกสิ่งทุกอย่าง
“มันมากันแล้วค่ะคุณแม่” เรืองรินกระซิบบอกคุณรัศมีผู้เป็แม่ที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกข้างๆ กันเมื่อเธอแลเห็นรถของเมขลาเคลื่อนเข้ามา
“มะลิไปเชิญลูกๆ ของฉันเข้ามา”คุณการุญออกคำสั่งทันทีเขาแสดงอาการดีใจจนออกนอกหน้าที่จะได้พบลูกสาวทั้งสองคน
เมขลา มินตราและเพื่อนๆ ก้าวลงจากรถทั้งดาด้าและนุดีต่างตื่นตะลึงในความใหญ่โตของคฤหาสน์ของตระกูลรัชชาภักดิ์
“อย่างกับวังแน่ะยัยเมย์” ดาด้าทำตาเลื่อนลอย ในขณะที่เมขลามองไปทางบริเวณเรือนไทยหลังใหญ่พลันสายตาเธอก็พบกับบุรุษหนุ่มในชุดราชปะแตนลักษณะทรงภูมิเขายิ้มให้เธอราวกับว่ากำลังรอคอยเธออยู่ เมื่อหญิงสาวมองชัดเต็มสองตาเธอจำใบหน้าขาวนวลคมสันแต่แฝงไปด้วยความทุกข์ใจนั้นได้อย่างแม่นยำ
“คุณหลวงภัสดาปรีชานุภาพ” เมขลาอุทานเบาๆ คนที่ถูกเรียกค้อมศีรษะรับอย่างสุภาพ เธอทายถูกหญิงสาวเกิดคำถามมากมายในหัวสมองว่าทำไมจึงเห็นคุณหลวงภัสดาที่นี่แต่ชั่วพริบตาเดียวบุรุษโบราณผู้นั้นก็จางหายไปดุจอากาศธาตุเขาทำให้เธอเห็นได้เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น
“คำอธิษฐานของหล่อนจริงแท้ยิ่งนัก”เสียงบ่นลอยตามลม ขณะเดียวกันเสียงเด็กมะลิก็แทรกขึ้น
“คุณคะเชิญทางนี้ค่ะ” มะลิเดินมาตามทุกคนด้วยท่าทีที่นอบน้อมแล้วเดินนำทุกคนเข้าสู่ตัวคฤหาสน์เบื้องหน้า
เมื่อทุกคนมาถึงห้องโถงรับแขกขนาดใหญ่ ดาด้ากับนุดีถึงกับตะลึงในความสวยงามโอ่อ่าของห้องรับแขกแต่เมขลากลับรู้สึกเฉยๆ เธอไม่ได้สนใจวัตถุเปลือกนอกพวกนี้เท่าไหร่นักเมื่อทุกคนมาอยู่ต่อหน้าคุณการุญ คุณรัศมีและเรืองรินทุกคนต่างก็ยกมือไหว้คุณการุญและคุณรัศมีอย่างรู้มารยาทยกเว้นเมขลาที่ยกมือไหว้แต่พ่อของเธอ เรืองรินเบ้หน้าให้ทันทีเมขลามองไปที่สองแม่ลูกอย่างใคร่ครวญในใจ
“เหนื่อยไหมลูก” คุณการุญเอ่ยถามมินตรา แต่สายตาแลเลยมาทางเมขลาบุตรสาวคนโตเรืองรินรีบแทรกขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ที่ตึกใหญ่ห้องนอนเต็มแล้วไม่ทราบว่าคุณพ่อจะให้คนพวกนี้ไปนอนที่ไหนคะ รินว่าโรงแรมใกล้ๆ บ้านก็น่าจะดี”น้องสาวต่างมารดาของเมขลาพูดขึ้น คุณรัศมีที่ยืนอยู่ข้างๆยิ้มเยาะเห็นด้วยกับลูกสาวของเธอ
“คุณคะ ฉันไม่ได้บอกให้เด็กๆทำความสะอาดห้องรับรองแขกไว้เพราะไม่เห็นความจำเป็อะไรห้องรับรองแขกทุกห้องก็เลยปิด แต่ถ้าอยากจะอยู่ก็คงจะต้องไปทำความสะอาดกันเอง”คุณรัศมีรีบชิงอธิบาย ส่วนคุณการุญมองหน้าเมขลาเป็การหยั่งเชิงเมขลาสีหน้านิ่งเฉย เพราะรู้สึกรำคาญมากกว่าจะกลัวลำบากเื่ไม่มีที่อยู่
“ไม่เป็ไรเดี๋ยวเมย์พาน้องกับเพื่อนๆ ไปพักที่อื่นก็ได้ค่ะ” หญิงสาวพูดขึ้นเพราะไม่้าพักที่บ้านใหญ่เช่นกันดาด้ากับนุดีได้แต่มองคุณรัศมีกับเรืองรินอย่างหมั่นไส้
“จะไม่มีใครไปพักข้างนอกเด็ดขาด”เสียงเฉียบขาดของคุณการุญกร้าวขึ้น ทุกคนชะงักทันที
“ส้มเช้งพาลูกสาวฉันและเพื่อนของเขาไปพักที่เรือนไทยหลังตึก” คุณการุญสั่งเด็กรับใช้จากนั้นก็หันมาพูดกับเมขลาและมินตรา “พ่อให้คนไปจัดห้องนอนไว้ให้ลูกแล้วเลือกห้องได้ตามสบายมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกอย่าง มากันเหนื่อยๆ ไปพักผ่อนเถอะ” คุณรัศมีผู้เป็ภรรยาได้แต่มองอย่างขัดใจในการกระทำของสามี ส่วนเรืองรินจ้องหน้าเมขลาด้วยความขุ่นเคืองเมขลาหันมองตอบแล้วส่งยิ้มละไมแสดงอาการสะใจอย่างเปิดเผยก่อนจะเดินเข้าไปไหว้ที่อกของผู้เป็พ่ออย่างสวยงามที่สุดเท่าที่จะปั้นให้สวยงามได้
“หนูกับน้องต้องขอบพระคุณคุณพ่อมากค่ะที่เมตตาพวกหนูเสมอมา”กิริยาที่แสดงออกประหนึ่งลูกสาวที่รักพ่ออย่างยิ่งดาด้ากับมินตรายิ้มอย่างรู้ทัน เพื่อนสาวกับน้องสาวส่ายศีรษะไปมากับความเหลือเกินของเมขลาด้วยรู้ดีว่าอาการเ่าั้เพียงแค่แสร้งทำออกมาเพื่อให้สองแม่ลูกเจ็บแค้นมากขึ้นกว่าเดิมและดูเหมือนคุณการุญเองก็จะรู้ทันลูกสาวคนโตช่นกัน เขาพูดเบาๆให้เมขลากับมินตราได้ยินกันแค่สองคน
“พ่อรักพวกหนูเสมอไปพักผ่อนกันเถอะพรุ่งนี้เก้าโมงเช้าเจอกันนะ”พูดพร้อมยกมือลูบศีรษะเมขลาเบาๆหญิงสาวได้แต่ยืนนิ่งงันรู้สึกอบอุ่นวาบที่หัวใจแต่ด้วยทิฐิจึงเอ่ยขึ้นเบาๆแบบไม่เต็มเสียงเท่าไหร่นัก
“ขอบคุณค่ะ” ก่อนเดินออกจากห้องไปโดยมีส้มเช้งสาวใช้ที่คุณการุ ญยกให้เป็หัวหน้ากลุ่มเด็กรับใช้ทำความสะอาดเรือนไทยเป็ผู้นำทาง
“ดูก็รู้ว่าประจบประแจง” เมื่อพวกเมขลาออกไปแล้วเรืองรินก็แดกดันขึ้นทันทีคุณรัศมีได้แต่มองคุณการุญผู้เป็สามีนิ่งๆ แต่สายตาครุ่นคิด
“พูดอะไรอย่างนั้นยัยรินนั่นก็พี่น้องเราทั้งนั้นนะลูก” คุณการุญปรามลูกสาวคนเล็ก
“หนูไม่นับญาติกับพวกมันค่ะคุณพ่อ”เรืองรินยังไม่ยอมง่ายๆ
“ริน อย่าใช้คำว่าพวกมัน พ่อไม่ชอบ”คุณการุญตวาดเสียงดัง แล้วหันไปทางคุณรัศมีผู้เป็ภรรยา
“สั่งสอนลูกคุณบ้าง อย่าให้มันมากไปกว่านี้ดูไม่ดีจริงๆ” คุณการุญตำหนิตรงๆ ส่งผลให้คุณรัศมีไม่พอใจ
“แล้วใครดูดี ลูกสาวทั้งสองคนของคุณงั้นเหรอคะ?”คุณรัศมีพูดขึ้นอย่างไม่ยอม
“พอรู้ว่ามีส่วนแบ่งมรดกพวกมันก็ยกโขยงกันมาเต็มบ้านทั้งที่หายหัวกันไปนานทำอย่างนี้คงไม่เรียกว่าดูดีมั้งค่ะ”คุณรัศมีกระแทกเสียงใส่ผู้เป็สามีอย่างอัดอั้น เรืองรินสะใจที่แม่เถียงผู้เป็พ่อเสียบ้างคุณการุญหันมาทันที
“ถ้างั้นผมจะให้พวกเขากลับและมรดกทั้งหมดก็ตกเป็ของสาธารณะกุศล เพราะคุณพ่อก็ระบุชัดเจนว่า ถ้าทายาทมาไม่ครบไม่ต้องเปิดพินัยกรรม”น้ำเสียงคุณการุญเฉียบขาดมองหน้าภรรยาอย่างเอาจริง เขาเคยพลาดมาแล้วครั้งนี้เขาจะไม่ยอมพลาดอะไรอีก
“อย่าให้ผมต้องทำไม่อย่างนั้นสักแดงคุณก็จะไม่ได้” พูดจบก็เดินออกไปโดยไม่เหลียวหลังมาดูภรรยาและบุตรสาวอีกเลยเรืองรินกระทืบเท้าตึงตังไม่พอใจ
“คุณพ่อใจร้าย” เรืองรินพูดอย่างแค้นเคือง คุณรัศมีโกรธจนน้ำตาคลอเธอกำมือแน่น
“หนูเกลียดพวกมันค่ะคุณแม่”เรืองรินหันมาพูดกับแม่ของเธออย่างเด็กเอาแต่ใจ
“แม่ก็เกลียดพวกมัน!!” คุณรัศมีย้ำความเกลียดชังที่มีอยู่ในใจ
กลุ่มของเมขลาเดินอ้อมสวนขนาดใหญ่ที่จัดตกแต่งไว้อย่างสวยงามโดยมีส้มเช้งเป็ผู้นำทาง ระหว่างทางเดินมีศาลาริมน้ำขนาดเล็กตั้งอยู่โดยแม่น้ำนั้นเป็แม่น้ำสายเล็กๆไหลผ่านไปทางเรือนไทยอีกด้วยทำให้เรือนไทยนอกจากสวยงามเป็ทุนเดิมอยู่แล้วยังดูร่มรื่น เย็นสบายเป็เท่าตัว
ดาด้ากับนุดีต่างพากันมองด้านนู้นด้านนี้ด้วยความตื่นเต้นมินตราเห็นทุกคนตื่นเต้นก็ยิ้มอย่างสุขใจเธอมีความสุขที่ได้กลับมาที่นี่อีกครั้งส่วนหนึ่งเพราะจะได้อยู่ใกล้ชิดกับพ่อแต่อีกความรู้สึกกลับรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านอันเป็บ้านเกิดเมืองนอนของเธออย่างแท้จริงด้านเมขลาก็รู้สึกคุ้นเคยมากขึ้นเป็ลำดับเมื่อเดินเข้ามาใกล้เรือนไทยโบราณแห่งนี้
เมื่อทุกคนมาถึงบริเวณด้านหน้าเรือนไทยต่างก็ตกตะลึงในความงดงามของเรือนไม้ที่อยู่เบื้องหน้าเรือนไทยหลังนี้เป็เรือนไทยแท้แบบโบราณที่หาดูได้ยากยิ่งในสมัยปัจจุบันตัวเรือนสวย โดดเด่น และสง่างามถูกสร้างขึ้นด้วยไม้คงทนถาวรใต้ถุนเรือนยกสูงมีบันไดขึ้นลงที่ส่วนหน้าเพียงส่วนเดียวหลังคาขนาดเท่าตัวบันไดมุงครอบจนกระทั่งถึงประตูเรือน ด้านล่างถูกดัดแปลงเป็ห้องครัวและโซนนั่งเล่น
“สวยงามมาก” เสียงนุดีชื่นชมดวงตาเป็ประกาย
“ยังกับย้อนมาสู่อดีตแน่ะ” ดาด้าพูดน้ำเสียงตื่นเต้นพลางเดินขึ้นบันไดสู่ตัวเรือน้า
“ดีจังค่ะที่คุณพ่อให้เรามาพักที่นี่” มินตราพูดขึ้นบ้างเธอรู้สึกอบอุ่นสนิทคุ้นเคยกับเรือนหลังนี้อย่างประหลาด
“ใช่ไหมคะพี่เมย์?” ว่าแล้วก็หันมาถามความเห็นจากเมขลาผู้เป็พี่สาว
“จ้ะ ใช่จ้ะ...” เมขลาเดินตามทุกคน เธอเองก็รู้สึกคุ้นเคยกับเรือนหลังนี้เอามากๆ เช่นกัน ถึงแม้ว่าตอนเด็กๆเธอจะเคยอยู่ที่ตึกใหญ่และไม่เคยเหยียบย่างมาบริเวณนี้เลยแม้แต่มางานศพของคุณปู่เที่ยงธรรมรัชชาภักดิ์ เธอก็ไม่ได้แวะเข้ามาจนกระทั่งวันนี้วันที่เธอกลับมาฟังการเปิดพินัยกรรมของคุณปู่อีกครั้งหญิงสาวก็ไม่เข้าใจว่าทำไมความรู้สึกอันคุ้ยเคยนี้จึงบังเกิดขึ้นกับเธอได้ขณะที่เมขลาจะก้าวขึ้นบันไดตามทุกคนไปฉับพลันหูก็แว่วเสียงทุ้มใหญ่ที่รู้สึกว่าคุ้นเคยอีกแล้ว
“ยินดีต้อนรับกลับเรือนของเรา”แม้จะได้ยินแว่วๆ แต่ในน้ำเสียงนั้นแสดงออกขัดเจนถึงความดีใจจนคนฟังรู้สึกได้เมขลาหันซ้ายทีขวาทีแต่มองไม่เห็นใคร ดาด้าหันมามองทางเพื่อนรักด้วยสายตาสงสัยเมขลากลัวว่าถ้าดาด้ารู้ว่ามีอะไรแปลกๆ ที่เรือนหลังนี้จะกลัวจนโวยวายทำให้คนอื่นๆกลัวตามไปด้วย เธอจึงรีบปรับสีหน้าให้เป็ปกติแล้วรีบขึ้นเรือนตามทุกคนไปแต่ก็ยังไม่วายหันมามองตรงทางขึ้นบันไดที่มาของเสียงลึกลับ ไม่ไว้วางใจ...