โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 42 ทับ เจ้าสมิงคลา

    “ มันคือ ภูตแคระ”  หินเจ้าปัญญาตอบออกมา

    “ แล้วมันมาขี่คอ แชมป์ทอม โรแลนด์ทำไม?”

    “ แสดงว่ามันขอพรจาก ภูตแคระตนนี้”

    “ มันให้พรได้ด้วย?”

    “ แค่ภูตต่ำต้อยมันไม่มีมีทางให้พรได้ มีแต่เพิ่มพลังให้ไอ้หมอนี่เท่านั้น”

    “ แสดงว่า ตอนที่มันต่อยกับผม มันก็ใช้พลังภูตแคระด้วยอย่างนั้นหรือเปล่า”

    “ ไม่รู้ ตอนนั้นข้ายังไม่ตื่น”

    “ มันก็ชกเก่งอยู่แล้ว ทำไมยังอาศัย เวทย์มนตร์ช่วยอีก”

    “ นี่แหละมนุษย์ มีความโลภไม่มีที่สิ้นสุด”

    “ แล้วอย่างนี้ รองแชมป์อ่องมิน ก็เสียเปรียบน่ะซิ?”

    “ ก็ไม่แน่ มันก็เหมือนๆ กัน ดูรอยแผลเป็นที่แขนขวาของมัน”

    ขจรมองเห็นแต่รอยแผลเป็นเล็กๆ แต่ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ แต่ทันใดนั้นเอง ก็เห็นเงาวิญญาณเสือ อยู่ด้านหลังของ รองแชมป์อ่องมิน

    “ นั่นมันวิญญาณเสือ มันไม่มีรอยสักเสือ แล้วมันมีเงาวิญญาณเสือได้อย่างไร”

    “ มันฝังตระกรุดเขี้ยวเสือเอาไว้ที่แขน แค่ท่องเวทย์ออกมาตอนต่อสู้ มันก็สามารถเพิ่มพลังให้มันได้แล้ว”

    “ โอ้ ภูตแคระ มันจะสู้กับ วิญญาณเสือได้อย่างไรกัน?”

    “ ดูกันไป”

    แล้วทั้งสองก็เดินเข้าหากัน แชมป์เดินหน้าบุกใส่ รองแชมป์อ่องมิน โดยซัดหมัดเข้าใส่โดยไม่สนใจเลยว่า  รองแชมป์จะสวนกลับ แล้วพอรองแชมป์ต่อยหมัดพลังเสือเข้าใส่ แต่ทว่า ก็ถูกภูตแคระ ที่บัดนี้กลายร่างเป็นเงายักษ์ใหญ่ ยกมือเข้าทุบใส่พลังเสือจน กระเด็น แชมป์โรแลนด์ อัดเข้าลำตัว แล้วต่อยเข้าปลายคาง จนอ่องมินจนลงไปทรุดกับพื้น

    กรรมการเข้ามานับ 8 ในยกแรกทันที

    อ่องมินรีบลุกขึ้น คราวนี้อ่องมินกระทืบเท้าไป 1 ที คล้ายเรียกวิญญาณเสือกลับ แต่ก็ไม่ทันแล้ว แชมป์โรแลนด์บุกเข้ามาปล่อยหมัดเป็นพายุ หมัดแรกก็โดนปลายคางตาค้าง แล้วยังโดนหมัดเหวี่ยงเข้าใบหน้าอีกหมัด ทำให้ร่างของ อ่องมินถึงกับสลบกลางอากาศไปในทันที วิญญาณเสือในตระกรุดก็ช่วยไม่ได้

    “ ภูตแคระตัวนี้ร้ายกาจจริงๆ” ขจรเอ่ยอย่างชื่นชม

    “ แค่ภูตชั้นต่ำ จัดการมันง่ายแค่พลิกฝ่ามือ”

    “ จัดการยังไง?”

    “ ยันต์เกราะเพชรของเจ้า ป้องกันไม่ให้มันเข้าใกล้ได้ แล้วหมัดพญามัจจุราชของเจ้าปล่อยออกไปพร้อมกับพลังปราณ ต่อให้แชมป์ 10 คนก็ไม่อาจต้านทานพลังหมัดของเจ้าได้ในตอนนี้” 

    ขณะที่ทุกคนจะเตรียมตัวกันกลับ โฆษกบนเวที ก็ประกาศว่า

    “ พ่อแม่ พี่น้องชาวไทย วันนี้แชมเปี้ยนโลกทอม โรแลนด์ได้มาประเทศไทยเป็นครั้งแรก ก็อยากลองทดสอบวิชามวยของไทยที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในมวยที่ขึ้นชื่อว่าร้ายกาจที่สุดในโลก  โดยหากใครสามารถขึ้นมาต่อสู้กับ แชมป์แล้วสามารถเอาตัวรอดได้ โดยไม่โดนน็อคในยกแรก จะได้เงินรางวัล 1 ล้านเหรียญดอลล่าร์ หากผู้ใดสนใจก็ให้รีบมาลงชื่อได้เลย เราต้องการเพียง 10 คนเท่านั้นแต่ว่าหากบาดเจ็บเป็นตาย ทางเราจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น” โฆษกประกาศแถมยกกระเป๋าเงินสด 1 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ มาโชว์ให้ผู้คนในสนามได้เห็น

    คนไทยที่เข้ามาชม ถึงกับไม่พอใจ แต่ก็ยังมีคนไม่กลัวตาย กล้าไปลงชื่อต่อยกับมัน แต่ทันใดนั้นเอง พี่เอกพลแชมเปี้ยนมวยไทย กลับนึกอย่างไรไม่รู้ ลุกขึ้นยืนจะไปลงชื่อขอสู้กับแชมป์โรแลนด์กับเขาด้วย

    “ เอกพล เอ็งสู้มันไม่ได้หรอก อย่าขึ้นไปเลย คราวก่อนยังไม่เข็ดอีกหรือวะ”

    ครูยอดรีบออกมาเตือน

    “ มันดูถูกผมคนเดียวไม่ว่า แต่มันคิดดูถูกวิชามวยไทย คราวก่อนผมกลัวมันไปเอง คราวนี้ผมไม่กลัวมันแล้ว”  พี่เอกพล ไปลงชื่อ เป็นตาย ไม่เอาเรื่องเสร็จ ก็เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วรอคิวเตรียมขึ้นไปบนเวทีทันที

    “ เอาไงกันดี” ครูยอดกับ ครูทิม มองหน้ากัน แต่ไม่รู้จะช่วยเอกพลอย่างไร

    พี่ธงเข้ามากระซิบกับ ขจรว่า

    “ มึงเคยสู้กับมันมาก่อน มึงเห็นว่าไงวะ”

    “ พี่เอกพลไม่รอดแน่ เตรียมเรียกรถพยาบาลได้เลย” ขจรเอ่ยออกไป แต่ในใจก็เดือดไม่แพ้กัน ไม่เคยมีใครกล้าลบหลู่ ศักดิ์ศรีมวยไทยต่อหน้าเขา ซึ่งเคยเอาชนะนักมวยพม่ามาแล้วถึงเก้าคนได้ จึงส่งจิตไปถามกับ หินเจ้าปัญญาว่า

    “ มีวิธีเปลี่ยนหน้าไม่ให้มีใครจำหน้าผมได้บ้างไหม?”

    “ มีอยู่แล้ว ในอดีต ราชาวานรฝึกฝนวิชาในตำราสวรรค์ สามารถแปลงกายได้ถึง 72 ร่าง แต่เจ้าเปลี่ยนเฉพาะใบหน้า ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย ”

    “ รีบบอกว่า ต้องทำอย่างไร”

    “ เจ้าไปหาที่เงียบๆ ไม่มีใครเห็น แล้วข้าจะถ่ายทอดวิชาแปลงโฉมให้”

    ขจรขอตัวทุกๆ คนไปเข้าห้องน้ำก่อน พอเข้าไปในห้องน้ำ ก็เริ่มท่องคาถาแปลงโฉมที่ หินเจ้าปัญญาได้บอกออกมา พอขจรท่องจบ ใบหน้าของเขาก็กลายเป็นใบหน้าของชายหนุ่มคนใหม่อายุราวๆ 30 ปี 

    พอขจรเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ออกมา ก็พบว่าใบหน้านี้เป็นใบหน้าของ ทับ ในวัย 30 ปี ซึ่งดูแล้วผ่านโลกมาไม่น้อย

    “ ฉันจะใช้ใบหน้านี้จัดการกับแกเอง แชมเปี้ยนโรแลนด์”  

    ขจรในใบหน้าของทับ เดินออกไปจากห้องน้ำ พอกลับเข้าไปในสนาม ก็พบว่า บัดนี้คู่ชกที่คิดจะยืนหยัดอยู่ให้ได้ 1 ยก เพื่อหวังเงิน 1 ล้านเหรียญ ก็ถูกหามใส่แปลลงมา ห้าคนแล้ว เหลือคนที่ 6 กำลังถูกแชมป์โรแลนด์ไล่ถลุงอยู่ แต่ดูเหมือนว่า แชมป์ยังไม่เอาจริง เพราะมีเวลายังเหลืออยู่ แชมป์โรแลนด์ไล่อัดคู่ชกคนที่ 6 เหมือนกับกระสอบทรายเดินได้ ทุกคนในสนามต่างเจ็บใจ และ สงสารคนที่อยู่บนเวทียิ่งนัก บางคนถึงกับร่ำไห้ ด่าทอ แชมป์โรแลนด์ 

    บางคนถึงกับขว้างปา ขวดน้ำขึ้นมาบนเวที ไม่อยากใหแชมป์โรแลนด์ ทรมานคู่ชกแบบนี้ ครูยอด กับ ครูทิม และพรรคพวกต่างก็ส่ายหน้า ด้วยความเป็นห่วง เพราะคนที่กำลังถูก แชมป์ไล่อัดจน สะบักสบอม ใบหน้าบวมเป็นหมู ดวงตาปิดทั้งสองข้างแล้ว กรรมการยังไม่ยอมยุติการชก คือพี่เอกพลนั่นเอง

    ขจรหลังจากลงชื่อเสร็จแล้ว พอเห็นเหตุการณ์ก็ทนไม่ได้ พอแชมป์เงื้อมหมัดกำลังจะต่อนเสยเข้าปลายคางพี่เอกพลเป็นหมัดสุดท้าย ขจรก็พุ่งตัวลอยขึ้นไปบนเวที ถีบเข้ายอดหน้าแชมป์โรแลนด์ จนเสียหลักหน้าทิ่มไปกับพื้น

    เอกพลก็ค่อยๆ ทรุดตัวลงแล้วก็สลบไป ครูทิมกับพี่ธงรีบ มาเอาตัว พี่เอกพลลงจากเวทีไปในทันที 

    ส่วนแชมป์โรแลนด์ตอนนี้ใบหน้าแดงผสมเขียวปัด มองขจรด้วยสายตาลุกวาว โดยความโกรธ ที่โดนถีบเข้าหน้าแบบนี้ ในใจเขารู้สึกว่า เขาเคยโดนถีบแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ว่าครั้งนี้เหมือนจะรุนแรงกว่า

    โฆษกสนามก็เริ่มประกาศว่า คู่ต่อสู้คนที่ 7  คือ ทับ สมิงคลา นักชกไร้สังกัด อายุ 30 ปี ทุกคนเริ่มตื่นเต้นกันมากขึ้นไปอีก ต่างดีใจ ที่เห็นแชมป์โลกโรแลนด์ถูกถีบหน้าหงายไปแบบนี้

    “ นรกเอ้ย มึงมาจากไหนวะ ถึงได้กล้ามาลอบกัดกู อย่างนี้”

    “ มึงก็กล้าหาญไม่เบา ที่ท้าทายมวยไทยต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้”

    “ ก็แค่พวกมดปลวก จะมีปัญญาอะไร มาสู้มหาอำนาจอย่างกู มึงกล้าทำกับกูอย่างนี้ อย่าหาว่ากูโหดเหี้ยมก็แล้วกัน”

    แชมป์โลกเฮฟวี่เวท จากอเมริกา เดินหน้าเข้าหา ชายที่ร่างเล็กกว่าเขาเกือบ 20 ปอนด์ ทั้งช่วงชก และ ความสูงล้วนมีความต่างกันเหมือนผู้ใหญ่กับเด็ก แต่ว่า

    ขจรในร่างของทับตอนนี้ คล้ายเป็นคนละคน ทับ เจ้าสมิงคลา กับยืนนิ่งไม่หลบ ไม่ได้ตั้งการ์ดมวยอีกด้วย

     พอแชมป์โรแลนด์ เดินเข้ามาระยะหมัด ก็เหวี่ยงหมัดใส่ ทับ อย่างรวดเร็ว และรุนแรง แต่ว่า ทับกับมีรอยยิ้มที่มุมปาก เขาก้าวไปข้างหน้า ก้าวเดียว ระยะหมัดของแชมป์ก็พลาดเป้า ทับเข้ามายืนอยู่วงใน ใช้แขนซ้ายกันแขนของแชมป์ แล้วใช้ศอกขวาสับเข้ากลางหน้าจมูก แชมป์ถึงกับเซถลาถอยกลับไป

    แม้ว่าจะเจ็บปวด แต่ก็ไม่หนักหนาอะไร แต่ก็ทำให้จมูกแชมป์ถึงกับหัก เลือดไหลออกมาทางจมูก กรรมการรีบเข้ามาจะพาไปที่มุมเพื่อช่วยปฐมพยาบาล เอาใจใส่อย่างเต็มที่  แต่ถูกแชมป์ผลักกระเด็นไป อย่างไม่สนใจ แล้วก็รีบเดินเข้ามาหา ทับด้วยความแค้นหนักขึ้นกว่าเดิม

    คราวนี้ทับ ก็ยืนตั้งท่าพยัคฆ์จู่โจม ซึ่งเป็นหนึ่งในท่ามวยจาตุลังคบาท ที่พร้อมจะพิชิตคู่ต่อสู้ด้วยท่าเดียว พอแชมป์เข้ามาไม่ทันได้ออกหมัด ทับก็กระโดดเข้ามาใส่ลำตัวแชมป์โรแลนด์ แม้ว่า แชมป์ที่เห็นว่า ทับโหมมาทั้งตัวแบบนี้ ก็หลบไม่ทัน แต่ก็เอาแขนทั้งสองข้างมากั้นเอาไว้ แต่ด้วยแรงส่งที่รวดเร็วของทับ และบวกกับแชมป์โรแลนด์

    ก็เดินเข้ามาโดยไม่มีเบรค เข่าลอยพอปะทะกับแขนของแชมป์ ก็ทำให้แชมป์โรแลนด์ต้องถอยหลังไปหลายก้าว แม้ว่าป้องกันเข่าลอยเอาไว้ได้ แต่ว่าทับ ไม่ได้หยุดแค่นั้น เขายังมีท่าจู่โจมต่อเนื่องอีก ทับยังกระโดดใช้เข่าลอยกระแทกใส่อีกครั้ง

    แม้จะแชมป์จะรับได้อีก แต่ว่า ด้านบนหัวของเขาก็เปิดโล่ง ศอกของทับ ก็จามใส่กลางกระหม่อมทันที

    ปั๊ก !!

    เลือดหัวของ แชมป์โลกถึงกับไหลพรากลงมาจากใบหน้า  แชมป์ถึงกับหยุดนิ่งไปแต่ว่า การโจมตีของทับกลับไม่หยุด ทับฟันศอกขวาเข้าที่ขมับ แชมป์โรแลนด์ถึงกับหน้าหัน เซถลาไปคล้ายกับนกปีกหัก แต่มันยังไม่จบแค่นั้น ทับยังเหวี่ยงเท้าเข้าบริเวณปากของ แชมป์ไปอีกที คราวนี้แชมป์โลกโรแลนด์ แชมเปี้ยนมวยโลกรุ่นเฮฟวี่เวทคนปัจจุบัน ถึงกับร่วงไปกับพื้นดังโครม !

     ผู้คนในสนามต่างลุกขึ้นยืนปรบมือดีใจ  ส่งเสียงร้องเฮ  กันดังลั่นสนาม ต่างสะใจที่แชมป์โลกโดนแบบนี้

    แต่ทันใดนั้นเอง แชมป์โรแลนด์ ก็ลุกขึ้นมาด้วยใบหน้าโชกเลือด หมอและทีมงานถูกผลักกระเด็นออกไปจนหมด ขจรหันมาดูพบว่า

    บัดนี้ใบหน้าของแชมป์นั้นดำมืด มีร่างของภูตแคระเข้าสิงไปแล้ว ดวงตาของมันเป็นสีดำ มันวิ่งเข้ามาแล้วเงื้อมหมัดที่เปี่ยมด้วยพลัง มาพร้อมกับ เงาหมัดขนาดใหญ่ กำลังจะพุ่งเข้ามาหาเหมือนกับปีศาจกำลังตระครุบเหยื่อ ทับที่เห็นอยู่แล้ว  ก็ท่องคาถาพญามัจจุราชออกมา แล้วก็ไม่ได้ถอย แค่ก้มตัวหลบต่ำ แล้ว ปล่อยหมัดที่เปี่ยมไปด้วยพลังปราณและ หมัดอาคมที่เอาไว้ปราบภูตผีปีศาจโดยเฉพาะ

    “ หมัดพญามัจจุราช” 

    ตูม !

    หมัดของทับอัดเข้าไปที่ท้องของแชมป์โรแลนด์ ทำให้เงาวิญญาณของภูตแคระ ถึงกับร้องออกมาอย่างโหยหวน วิญญาณแตกสลาย ส่วนร่างของแชมป์โรแลนด์ก็ปลิวตกเวทีไป

    ผู้คนในสนามต่างตื่นตะลึงกับภาพเหตุการณ์ที่อยู่ต่อหน้านี้

    ทับเดินลงมาข้างล่างเวที ต่อหน้ากรรมการสามคนที่เป็นสักขีพยาน แล้วบอกว่า

    “ ผมชนะแล้วใช่ไหม”

    กรรมการสามคนที่เป็นสักขีพยาน ก็รีบมอบเงิน 1 ล้านเหรียญ ให้กับทับไปในทันที

    ทับรีบเดินเข้าไปทางห้องน้ำ แล้วก็ออกมาในร่างของขจร ส่วนเงินก็เก็บเอาไว้ในแผ่นหนังมิติเรียบร้อยแล้ว

    “เกิดอะไรขึ้น” ขจรทำท่าท้องเสีย มาเห็นผู้คนต่าง ยังคงพูดถึงการชกที่ผ่านไปสักครู่นี้

    “ มึงไม่ได้ดูหรือวะ เมื่อกี๊ แม่งสุดยอดเลย หมัดเดียวอัดแชมป์ ตกเวทีเลย ถ้ากูไม่เห็นกับตา กูไม่มีทางเชื่อแน่นอน”

    “ ขนาดนั้นเลย”

    “ เออซิวะ จริงไหมครู”

    ครูทิมพยักหน้า 

    “ ทับ เจ้าสมิงคลา เขาเป็นใครกัน ผมไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน ครูทิม รู้จักเขาไหม”

    ครูยอดเอ่ยถามทันที

    “ ไม่เคย ผมเพิ่งเคยเห็นคนที่เคลื่อนไหว รวดเร็วมาหลายคน ขจรก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่นี่มันเร็วกว่าหลายเท่า สายตาของผมยังจับทางเขาไม่ได้เลย แล้วคู่ต่อสู้ที่ไหนมันจะมองทัน ยิ่งหมัดที่ปล่อยออกมาแบบนั้น ตามหลักวิทยาศาสตร์ ไม่มีทางโค่นแชมป์โลกที่มีน้ำหนักตัวมากขนาดนั้นลงได้แน่ๆ แต่นี่อะไร หมัดเดียว แชมป์โลกถึงกับปลิวตกเวทีไปเลย”

    “ ฉันจะลองไปสืบดู ว่าเขาอยู่ที่ไหน ฉันอยากให้เขามาเป็นครูมวย ที่ค่ายสยามยุทธ์” มาดามเกรซลุกขึ้นไปที่ จุดที่ขจร ได้เซ็นสัญญาต่อสู้เป็นตายเอาไว้

    สำหรับการถ่ายทอดสดในครั้งนี้ ได้ถูกทีมงานของแชมป์โลกโรแลนด์ได้สั่งงดแพร่ภาพออกอากาศไปตั้งแต่ตอนที่ชกชิงแชมป์เสร็จแล้ว ดังนั้นการชกนอกรอบนั้นจึงไม่มีการถ่ายทอดแต่อย่างใด แต่ทว่ายังมีคนอีกมากมาย ได้ถ่ายคลิปนี้เก็บเอาไว้ ทำให้สื่อโซเชียล กระจายข่าวกันไปทั่ว

    ในระหว่างเดินทางกลับ ขจรก็ได้รับสายของจอยโทรเข้ามา แต่ว่าไม่ใช่เสียงของจอย

    “ หากอยากได้ตัวน้องสาวมึงกับไปอย่างเป็นๆ  มึงเอาดาบสยบฟ้ามาแลกกลับไปที่ตึกร้าง ตามพิกัดที่กูส่งไป อย่าคิดแจ้งความ มิเช่นนั้น น้องมึงตาย”

    พอมันวางหูไป ขจรก็ได้รับ พิกัดที่อยู่ส่งมา

    ขจรขบกรามแน่น แล้วบอกกับทุกคนว่า ขอตัวไปทำธุระก่อน ไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับใครทั้งสิ้น แล้วก็นั่งรถเท็กซี่ ไปตึกร้าง แห่งนั้นทันที.