บทที่ 24 เสิ่นซานและเหล่ากุ่ย
"เ้า… เ้าเป็ปีศาจอะไรกันแน่!" จินเซิ่งมองหลี่เต้าด้วยความตกตะลึง เพราะร่างกายของอีกฝ่ายดูเหมือนคนธรรมดา แต่พละกำลังกลับเหนือกว่ามนุษย์ปกติ
"ปีศาจหรือ?" หลี่เต้าแย้มยิ้ม "ปีศาจก็ปีศาจ อย่างน้อยก็ยังดีกว่าเป็คนไร้ค่า"
เมื่อเทียบกับตัวเขาในอดีตที่ไร้ค่าราวกับขยะ หากต้องกลายเป็ปีศาจ เขายินดียิ่งนัก
"เ้าลงมือเสร็จแล้วหรือ? ถ้าเช่นนั้นก็ถึงตาข้าแล้ว"
หลี่เต้าคว้าดาบเหล็กทมิฬขึ้นมา เท้าของเขาเหยียบลงหนึ่งครั้ง พลังมหาศาลพุ่งพาร่างของเขาทะยานไปหาจินเซิ่งดั่งะุปืนใหญ่
วิชาดาบวายุ!
เมื่อฟันออกไปหนึ่งครั้ง แม้จะไม่มีพลังิญญาที่สามารถสร้างประกายดาบได้ แต่ด้วยพละกำลังและความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว จึงก่อให้เกิดสายลมแรงในอากาศจนเกิดระลอกคลื่นขึ้นตามธรรมชาติ
จินเซิ่งรีบยกดาบขึ้นป้องกัน ม่านตาหดเล็กลง ร่างของเขาถูกพลังอันน่าสะพรึงกลัวปัดกระเด็นออกไปอีกครั้ง
หลี่เต้าไม่ได้หยุดมือ เขาไล่ตามจินเซิ่งพลางเหวี่ยงดาบไปมาไม่หยุด กระหน่ำดาบวายุใส่จินเซิ่งราวกับสายลมบ้าคลั่ง เขาเข้าใจถึงแก่นแท้ของวิชาดาบวายุยิ่งขึ้น การลงมือโจมตีก็ยิ่งแยบยล
ฝ่ายตรงข้าม จินเซิ่งรู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น เพราะนอกจากต้องเผชิญหน้ากับดาบที่มีพลังน่าสะพรึงกลัวแล้ว ยังต้องรับมือกับแสงดาบที่โจมตีมาจากทุกทิศทางอีกด้วย
ในเวลาเดียวกัน
องค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋นที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หวังจะได้เห็นหัวหน้าองครักษ์ของตนแสดงความเก่งกาจ แต่สิ่งที่ได้เห็นกลับเป็จินเซิ่งที่ถอยร่นไปทีละก้าว ผู้มีหูตาสามารถมองออกได้ในแวบเดียวว่าจินเซิ่งได้ทุ่มเทสุดความสามารถแล้ว
"ไม่ได้ ข้าไม่อาจอยู่ที่นี่ได้ ข้าต้องรีบไปขอความช่วยเหลือ"
สีหน้าขององค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋นเปลี่ยนเป็หวาดกลัว ปากพึมพำไม่หยุด ไม่เหลือความดื้อดึงเหมือนตอนแรกอีกแล้ว
ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจหันไปพูดกับองครักษ์ที่อยู่ข้างกาย "อย่าดูอีกเลย ถือโอกาสตอนที่หัวหน้าองครักษ์กำลังต้านทานพวกมือสังหารอยู่ รีบพาข้าออกไปจากที่นี่"
เหล่าองครักษ์ได้สติกลับมาก็พากันพยักหน้ารัว ๆ "พ่ะย่ะค่ะ องค์ชายสาม"
พวกเขาก็ไม่อยากเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนั้น สู้หนีตามองค์ชายสามไปดีกว่า
ส่วนหัวหน้าองครักษ์จินเซิ่ง พวกเขาได้แต่หวังว่าเขาจะโชคดี ถึงอย่างไรในยามปกติพวกเขาต่างหากที่ต้องเอาชีวิตเป็เดิมพัน ส่วนจินเซิ่งนั้นมักจะเก็บเกี่ยวแต่ความดีความชอบ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รู้สึกผิดอะไร
"หืม? ทำไมถึงหอมเช่นนี้?"
เมื่อพาองครักษ์เดินเข้าไปในกระโจมทหาร กลิ่นหอมอ่อน ๆ โชยเข้าสู่จมูกและปากขององค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋น
ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว ก็เห็นองครักษ์รอบกายล้มลงกับพื้นที
ถูกวางยาพิษ!
ในใจเขาขณะนี้มีเพียงความคิดเดียวเท่านั้น
"เ้าคงจะเป็องค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋นกระมัง"
องค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋นรู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ เมื่อก้มมองก็พบว่ามีกริชเล่มหนึ่งจ่ออยู่ที่ลำคอของตนโดยไม่รู้ตัว
เมื่อหันกลับไปมอง เขาเห็นชายวัยกลางคนร่างท้วมผู้หนึ่ง และมีชายชราอีกคนเดินออกมาจากเงามืดด้านข้าง
พวกเขาคือเสิ่นซานและเหล่ากุ่ย
"เหล่ากุ่ย คราวนี้ยาถูกต้องแล้ว ของที่เ้าให้มาก่อนหน้านี้มันอะไรกันแน่" เสิ่นซานมองดูเหล่าองครักษ์ที่ล้มลงกับพื้น อดไม่ได้ที่จะประชด
"นั่นเป็เพราะทิศทางลมเปลี่ยนไปต่างหาก" เหล่ากุ่ยรีบแย้งกลับ
"พอเถอะ ตอนนี้ข้าไม่อยากเถียงกับเ้า หากรอต่อไป สองคนนั้นคงตายแน่" เสิ่นซานเตะองค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋นจนล้มลงกับพื้น แล้วกล่าวว่า "บอกองครักษ์ของเ้าให้พาสหายของข้ามาที่นี่"
"ข้าไม่..."
"ไม่พาไปก็ตาย!" เสิ่นซานสะบัดกริชในมือ ปักลงตรงระหว่างขาทั้งสองขององค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋น ห่างจากจุดสำคัญเพียงแค่นิดเดียว
"ไปแล้ว ไปแล้ว!"
องค์ชายสามที่ใสะดุ้งไม่กล้าโต้แย้ง รีบพยักหน้าเห็นด้วยทันที
องครักษ์ที่อยู่นอกกระโจมกำลังวุ่นอยู่กับการดูการแสดง ทันใดนั้นประตูกระโจมก็เปิดออก พร้อมสามร่างที่เดินออกมา
"องค์ชายสาม!"
"มีมือสังหาร ทางนี้ยังมีมือสังหารอีก!"
"อะไรนะ? มือสังหารอยู่ที่ใด?"
ทั้งสามคนดึงดูดความสนใจขององครักษ์ที่เหลืออยู่รอบ ๆ อย่างรวดเร็ว
แต่สิ่งที่ไม่มีใครสังเกตคือ แม้ว่าพวกองครักษ์จะะโว่ามีมือสังหาร แต่กลับไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ราวกับกลัวว่าจะเจอมือสังหารที่น่าสะพรึงกลัวอีกคน
ด้วยเหตุที่มือสังหารทั้งสามคนก่อนหน้านี้ล้วนไม่ใช่คนที่ใครจะกล้าไปยุ่งด้วย
"พูดมา!" เสิ่นซานจ่อกระบี่สั้นข้างหูขององค์ชายสามลั่วอวิ๋นพลางเอ่ย
องค์ชายสามลั่วอวิ๋นมองดูองครักษ์ที่อยู่รอบข้างแล้วรีบเอ่ยเสียงดังว่า "รีบไปนำตัวชายฉกรรจ์ทั้งสองที่ล้มอยู่ตรงนั้นมาที่นี่เดี๋ยวนี้"
ชายฉกรรจ์งั้นหรือ? ไม่ใช่มือสังหารหรอกหรือ?
เพียงแค่มองสถานการณ์ขององค์ชายสามลั่วอวิ๋นก็เข้าใจได้ทันทีว่าเหตุใดเขาจึงกล่าวเช่นนั้น
"ยืนนิ่งอยู่ทำไม? รีบไปเร็วเข้า"
ภายใต้การเร่งเร้าขององค์ชายสามลั่วอวิ๋น ในที่สุดองครักษ์ก็ขยับตัว
แต่เมื่อเข้าใกล้สวีหู่และคนบ้าน้อย พวกเขาก็ถูกกดดันด้วยกลิ่นอายที่แผ่ออกมา จนต้องถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว
"ลงมือสิ" องค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋นเห็นเช่นนั้นจึงะโสั่งอีกครั้ง
แต่เมื่อเทียบกับบารมีของเขาแล้ว ความน่าสะพรึงกลัวที่สวีหู่และพรรคพวกแผ่ออกมานั้น ทำให้เหล่าองครักษ์รู้สึกหวาดกลัวยิ่งกว่า
"ช่างเถอะ พวกเราไปกันเองดีกว่า สองคนนั้นคงจำพวกเราไม่ได้"
เสิ่นซานเข้าใจนิสัยของคนทั้งสองดี จึงพยุงองค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋นพร้อมเหล่ากุ่ยไปด้วย
"กรร!"
เมื่อเข้าใกล้ คนบ้าตัวน้อยก็แสดงท่าทีคุกคามพร้อมกับส่งเสียงคำรามออกมา
"ข้าเอง ไม่ใช่ศัตรู" เสิ่นซานรีบเอ่ยขึ้น
หากเขาไม่พูดอะไรคงจะดี พอพูดออกมาเสียงคำรามของคนบ้าตัวน้อยก็ดังขึ้นทันที
เสิ่นซาน "???"
โชคดีที่คนบ้าตัวน้อยแค่้าขู่เสิ่นซานเท่านั้น พอร้องไปสองครั้งก็ไม่สนใจอีก ทิ้งตัวลงบนบ่าของสวีหู่อย่างอ่อนแรง
สภาพของสวีหู่ก็ไม่ดีเช่นกัน เพราะเสียเืมากเกินไป ผิวจึงเปลี่ยนเป็สีเหลืองซีด ใบหน้าก็ซีดขาวลงไปมาก
แม้จะเป็เช่นนั้น เขายังคงรักษาท่าทางพร้อมโจมตีไว้ ดูราวกับเสือที่าเ็แต่ยังคงดุร้ายน่าเกรงขาม
เสิ่นซานมองดูเืที่นองพื้นและาแบนร่างของสวีหู่ แล้วกล่าวว่า "เหล่ากุ่ย ไอ้หนุ่มร่างั์าเ็หนักเช่นนี้ ท่านรักษาได้หรือไม่?"
เหล่ากุ่ยแค่นเสียงหึในลำคอเบา ๆ "วิชาแพทย์ของข้าเป็ที่หนึ่งไร้ผู้เทียมทาน"
เมื่อพูดจบ เขาก็ล้วงขวดยาหลายขวดออกมาจากอกเสื้อ
เมื่อเห็นเช่นนั้นเสิ่นซานจึงเอ่ยด้วยความสงสัย "ข้าว่านะเหล่ากุ่ย เ้าคงไม่ได้คิดจะแยกตัวไปทำเองกระมัง ก่อนหน้านี้ตอนที่เ้าปรุงยาพิษก็ใช้ยาพวกนี้เหมือนกัน"
เหล่ากุ่ยชำเลืองมองเสิ่นซานแวบหนึ่ง ก่อนจะลงมือปรุงยาต่อไปพลางอธิบาย "ยาในมือข้าไม่มีสักขวดที่เป็ยาพิษ"
"นี่คือผลการค้นคว้าวิจัยตลอดหลายปีที่ผ่านมาของข้า"
"แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่ใช่ยาพิษ แต่หากข้าเป็ผู้ปรุง มันสามารถแปรเปลี่ยนเป็ยาพิษที่มีฤทธิ์แตกต่างกันได้นับร้อยชนิด"
"แต่ข้าก็สามารถปรุงสิ่งเหล่านี้ให้เป็ยารักษาโรคธรรมดาได้เช่นกัน"
"สุดท้ายข้าจะบอกเ้าอีกประโยคหนึ่ง วิธีการรักษาคนของข้านั้นเหนือชั้นกว่าวิธีการวางยาพิษคนมากนัก"
"ยาพิษเป็เพียงการป้องกันตัว แต่การรักษาคนต่างหากที่เป็รากฐานของข้า"
ในระหว่างที่พูด มือของเขาก็ไม่ได้หยุดนิ่ง ไม่นานนักก็ปรุงยาออกมาได้หลายขวด
เหล่ากุ่ยถือยาเดินเข้าไปหาสวีหู่และคนบ้าน้อย โดยไม่สนใจท่าทีดุดันของทั้งสอง แล้วลงมือทายาให้ทันที
"ระวังด้วย!"
เสิ่นซานใกับภาพตรงหน้า เกรงว่าสวีหู่หรือคนบ้าน้อยจะลงมือกับผู้เฒ่า แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับทำให้เขาตะลึง
เมื่อเผชิญหน้ากับผู้เฒ่า ทั้งสวีหู่และคนบ้าน้อยกลับไม่แสดงท่าทีก้าวร้าวเหมือนตอนแรก
"เหล่ากุ่ย เ้านี่มัน......" เสิ่นซานมีสีหน้าประหลาดใจ
ต้องรู้ไว้ว่านอกจากหลี่เต้าแล้ว สองคนนี้ไม่เคยยอมอ่อนข้อให้ใครเลย
เหล่ากุ่ยกล่าวด้วยสีหน้าสงบนิ่ง "ข้าฝึกฝนปราณนิรันดร์มาเกือบร้อยปี ปราณนี้เลียนแบบพลังธรรมชาติในโลก สำหรับคนทั่วไปอาจไม่มีผลอะไร แต่สำหรับสองคนนี้กลับมีสรรพคุณพิเศษ"
เขาหยิบขวดใบหนึ่งออกมา เปิดฝาแล้วนำไปวางไว้ใต้จมูกของสวีหู่
"สูดเข้าไป"
สวีหู่พยักหน้าแล้วสูดหายใจเข้าไป ในชั่วขณะถัดมาร่างของเขาก็แดงระเรื่อ ทั้งร่างกายกลับมามีเรี่ยวแรงขึ้นมากทันที
หลังจากนั้นก็ให้คนบ้าน้อยทำเช่นเดียวกัน
เหล่ากุ่ยอธิบายไปพร้อมกันว่า "นี่คือหมอกิญญาเืที่ข้าปรุงขึ้น ใช้สำหรับรักษาชีวิตผู้าเ็ภายนอกโดยเฉพาะ ต่อให้อวัยวะภายในทั้งห้าพังยับเยิน ก็ยังทำให้คนประทังชีวิตได้ครึ่งชั่วยาม"
หลังจากนั้นเขาก็หยิบขวดใบหนึ่งออกมา เทยาขี้ผึ้งเหนียว ๆ ออกมาทาบนาแของสวีหู่
"นี่คือขี้ผึ้งิญญาโลหิต พัฒนามาจากหมอกิญญาโลหิต แม้จะไม่สามารถชุบชีวิตคนตาย แต่สามารถทำให้เนื้อและกระดูกงอกใหม่ได้"
หลังจากทาขี้ผึ้งิญญาโลหิต าแที่เืไหลของสวีหู่ก็หยุดไหลในทันที สะเก็ดแผลปรากฏขึ้นบนาแให้เห็นได้ด้วยตาเปล่า เมื่อยาซึมเข้าไป สะเก็ดแผลก็ยิ่งหนาขึ้น
เช่นเดียวกัน เหล่ากุ่ยก็ทายาให้กับคนบ้าที่อยู่ข้าง ๆ
เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่ทำให้เสิ่นซานตกตะลึง แต่ยังทำให้องค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋นและบรรดาองครักษ์พากันตะลึงงัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสรรพคุณของยาชนิดนี้ ทำให้ทุกคนรู้สึกหวั่นไหวไปตาม ๆ กัน
ไม่ว่าจะท่องยุทธภพหรือออกสนามรบ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือาแที่ยากจะรักษา
"ครั้งนี้เ้าทำให้ข้าต้องเปลืองยาไปไม่น้อยเลย" หลังจากทายาให้สวีหู่เสร็จ เหล่ากุ่ยก็อดเสียดายไม่ได้
คิดจบ เขาหันกลับไปมองยังองครักษ์ขององค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋น สายตาพลันเป็ประกายวาบขึ้นมา
เขาเดินไปหาองค์ชายสามลั่วอวิ๋นแล้วกล่าวว่า "เ้าช่วยข้าอีกสักเื่ได้หรือไม่?"
"เื่อันใดหรือ?"
"ง่ายมาก"
ไม่นานหลังจากนั้น เสิ่นซานมองดูบรรดาองครักษ์ที่เข้าแถวรอเจาะเืต่อหน้าเหล่าเหล่ากุ่ยด้วยความงุนงง จึงถามว่า "เหล่ากุ่ย เ้ากำลังทำอะไรอยู่?"
"เ้าคิดว่ายาพวกนั้นผุดขึ้นมาจากอากาศหรือไร?"
"เืคนก็ใช้เป็ยาได้ด้วยหรือ?"
"ฮึ ๆ สำหรับข้าแล้ว ทุกสิ่งในธรรมชาตินั้นล้วนใช้เป็ยาได้ทั้งสิ้น อีกอย่างข้าก็เป็คนใจดี มิเช่นนั้น..."
เหล่ากุ่ยอดไม่ได้ที่จะแย้มยิ้มอย่างน่าขนลุก