บทที่ 65
“เสียมารยาทจริงๆเลยนะคะ จู่ๆก็จะมาจับตัวของผู้หญิงอย่างนี้ได้ยังไงกัน... อุ๊บ!” ผู้จัดการกิ๊กหันไปกล่าวโวยวายกับอาทิตย์ แต่เธอก็ต้องตกใจเช่นกัน จริงๆแล้วเธอเล็งไปที่ท้องของอีกฝ่าย แต่ทำไมมันดันไปโดนสิ่งที่อยู่ต่ำกว่าไปได้ล่ะ โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้น ประกอบกับที่เธอนำมือมาอุดไว้ที่ปาก และทำท่าทางเลิ่กลั่กอย่างใสซื่อนั้น ก็ทำให้โอ๊ตพูดอะไรไม่ออก ทั้งหมดที่เขาต่อสู้กับพวกนักเลงมามันยังดูไม่โหดร้ายเท่ากับที่เธอทำเลย“เปล่านะ ฉะ..ฉันเล็งที่ท้องของเขานะคะ ไม่ได้เล็งที่ตรงนั้นซะหน่อย” เธอกล่าวออกมาก่อนจะหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดบริเวณข้อศอกของตัวเอง และทำสีหน้ารังเกียจอย่างเห็นได้ชัด มันก็ยิ่งทำให้โอ๊ตถึงกับมองบนกับการกระทำนี้ในทันที“เฮ้ยย แกมัวแต่ไปสนใจอะไรกันวะ..” หัวหน้านักเลงที่เหลืออยู่คนเดียวกล่าวออกมา ในขณะที่มันง้างไม้เบสบอล และกำลังจะหวดเข้าที่หัวของโอ๊ต แต่ทว่าโอ๊ตก็ไม่สนใจก่อนจะงัดไม้เสยปลายคางของมัน และสิ้นสุดการต่อสู้ไปอย่างชิลๆในทันที“กระผมมาแล้วขอรับ... เอ๊ะ! เกิดอะไรขึ้นที่นี่..” มันจังหวะเดียวกันที่เจ้าหมูตอนภาคภูมิที่แบกก้อนไขมันของมันมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ก่อนมันจะตกใจ เพราะว่าสถานที่แห่งนี้มันเละเทะเอามากๆ เศษกระจกที่แตกตกอยู่เต็มพื้น มันขมวดคิ้วออกมาอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์ และกล่าวถามขึ้นอย่างสงสัยทันที ‘แกนี่มันอย่างกับพวกตำรวจจริงๆเลย.. ชอบมาตอนที่เรื่องมันจบไปแล้ว เฮ้ออ’ โอ๊ตที่เห็นว่าภาคภูมิมาถึงแล้ว เขาก็ถอนหายใจในทันที และคิดในใจของตัวเอง อดัมที่จากเดิมเริ่มหวาดกลัวโอ๊ต เพราะเขาไม่คิดว่าชายหนุ่มคนนี้จะแข็งแกร่งขนาดนี้ เขาหวาดกลัวว่าโอ๊ตจะมาทุบตี แต่แล้วความหวังใหม่ก็ปรากฏตัวขึ้น “คุณลุงภาคภูมิครับบบ.. ช่วยผมด้วย ไอ้เด็กเวรนั่นกำลังจะทุบตีผม คุณลุงต้องช่วยผมนะ” อดัมวิ่งมาพร้อมกับกล่าวขอความช่วยเหลือกับคุณปู่น้อยของเพื่อนน้องชายทันที เขารู้ว่าคุณปู่น้อยท่านนี้มีอำนาจมากแค่ไหน และนักเลงที่นอนกับพื้นพวกนั้นก็เป็นหนึ่งในลูกน้องของภาคภูมิด้วยเช่นกัน“หืออ.. แกมัน.. ลูกของเจ้าปีเตอร์นี่นา มันเกิดอะไรขึ้น แล้วใครเป็นไอ้เด็กเวรที่แกว่ากัน” ภาคภูมิที่ยังสับสนไม่หาย เขาถูกเรียกตัวมาที่นี่ก็จริง แต่เขาก็ไม่รู้อยู่ดีว่าเขาถูกเรียกตัวมาทำไม อีกอย่างด้วยสถานการณ์ที่จับต้นชนปลายไม่ถูกอย่างนี้ เขาก็จำเป็นต้องกล่าวถามกับใครสักคนอยู่ดี“ไอ้เด็กเวรที่ถือไม้หน้าสามอยู่ตรงไงครับคุณลุง มันต้องการโกงห้องคอนโดที่ผมกำลังจะซื้อครับ อย่างที่เห็น มันใช้ความรุนแรงที่นี่ เพื่อกดดันให้ผมยอมมัน” และแล้วเนื้อเรื่องมันก็เปลี่ยนไปจากความเป็นจริงในทันที หลังจากอดัมกล่าวเสร็จก็หันมาเล่นหน้าเล่นตากับโอ๊ตต่อ ส่วนโอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับต้องตบหน้าผากของตัวเองเลยทีเดียว เขาต้องยอมรับความหน้าด้านของมันจริงๆ มันก็เก่งนะที่สามารถบิดเบือนความจริงไปได้ ส่วนภาคภูมิที่ได้ยินเช่นเดียวกันนั้น ประกอบกับอดัมชี้นิ้วไปที่ใบหน้าของโอ๊ต สีหน้าของเขาก็เขียวคล้ำดำแดงเต็มไปด้วยความโกรธเลยทีเดียว พลั่กกก! เสียงตบหน้าของภาคภูมิที่ตรงไปกระทบกับใบหน้าของอดัมดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางความมึนงงของเหล่าพนักงานที่กำลังลุ้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเรื่องนี้มันจบยังไง ด้วยแรงตบนั้นมันส่งผลให้ใบหน้าของอดัมถึงกับหันไปอีกทาง และลำตัวเซถอยหลังทันที“ไอ้เวร... แกรู้ไหมว่ากำลังทำอะไรลงไป นอกจากแกจะก่อปัญหากับคุณชายแล้ว แกยังคิดจะลากฉันเข้าไปเกี่ยวข้องอีกเหรอ.. มานี่ มาให้ฉันตบอีกทีสิ!” ภาคภูมิกล่าวกับอดัมด้วยความโมโหในทันที โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็ส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะโยนไม้หน้าสามเอาไว้แถวนั้นก่อนจะปัดเศษกระจกที่ตกอยู่ตามโซฟา และนั่งชมเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก“คุณลุงจะมาตบผมทำไมกันล่ะครับ คนที่ลุงควรจะตบต้องเป็นไอ้เด็กอวดดีนั่นสิครับถึงจะถูก ทำอย่างนี้คุณลุงไม่เกรงใจคุณพ่อของผมเลยเหรอครับ..” อดัมที่โดนตบไปหนึ่งทีก็มึนงงไปในทันที ก่อนที่เขาจะกล่าวถามกับภาคภูมิ และพูดถึงบารมีของพ่อตัวเอง พลั่กก! “มันน่านัก!.. กล้าเรียกคุณชายท่านเช่นนั้น รนหาที่ตายชัดๆ ฉันจะบอกให้เอาบุญ แม้แต่พ่อของแกเองก็ยังต้องคุกเข่าให้กับคุณชายเขาเลย แล้วแกเป็นใครกันถึงกล้าเสียมารยาทกับคุณชายเช่นนี้.. พลั่ก! พลั่ก!...” ภาคภูมิกล่าวอย่างเดือดดาล เขาไม่คิดว่าจะมีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นกับคุณชาย ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห เขาจึงจัดหลังแหวนให้กับอดัมไปอีก 2 ที“..โอ๊ย! คุณลุงจะทำเกินไปแล้วนะ.. ทำไมพ่อของผมจะต้องคุกเข่าให้กับไอ้เด็กเวรนี่ด้วย” อดัมกล่าว แม้ว่าเรื่องราวมันจะชัดเจนขนาดนี้แล้ว เขาก็ยังไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย มันก็ช่างสมกับเป็นคุณชายที่เสเพลไปวันๆจริงๆ อาทิตย์ที่ฉลาดกว่าคุณชายอดัม หลังจากที่อาการบาดเจ็บเริ่มทุเลาลงไปแล้ว จากที่เขาฟังคำพูดของภาคภูมิแล้ว เขาก็รู้สึกว่าเหตุการณ์นี้มันไม่ชอบมาพากล ‘รีบหนีออกไปจากที่นี่ดีกว่า..’ จากนั้นมันก็ค่อยๆคลานออกไปจากจุดที่มันนั้นล้มอยู่อย่างเงียบๆ ในขณะที่ทุกคนกำลังสนใจอดัมที่โดนตบอยู่ ภาคภูมิที่ได้ยินอดัมพูดกล่าวเขายิ่งหมดความอดทนกับมันจริงๆ “แกยังกล้า!.. ถ้าวันนี้แกไม่โดนฉันกระทืบจนพิการก็อย่ามาเรียกฉันว่า ภาคภูมิ..” ภาคภูมิกล่าวพร้อมกับง้างมือเตรียมจะตบสั่งสอนไอ้เด็กเวรนี้ที่มันทำให้เขาเดือดร้อนไปด้วย โอ๊ตที่เบื่อแล้วกับสถานการณ์เช่นนี้ เขาก็กล่าวขึ้นมาเสียงดังเพื่อที่จะหยุดภาคภูมิเอาไว้“พอแค่นั้นแหละ!.. ลากคอมันมาตรงนี้ ฉันมีเรื่องที่จะต้องคุยกับมัน” โอ๊ตกล่าวสั่ง ภาคภูมิที่ได้ยินก็หยุดมือก่อนจะโค้งรับคำสั่งของคุณชายทันที“ขอรับคุณชาย.. เฮ้ย! พวกแกน่ะ ลากคอมันตามมา ถ้ามันพูดมากหรือคิดจะหนีก็ให้สั่งสอนมันพอสมควร อย่าให้มันสลบล่ะ คุณชายยังมีธุระกับมันอยู่..” ภาคภูมิกล่าวตอบกับโอ๊ต ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องของตัวเองทันที แน่นอนว่าพวกมันก็รุมเข้ามาลากตัวของอดัมตามภาคภูมิไปติดๆ“ต้องขออภัยคุณชายด้วยที่มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นขอรับ..” ภาคภูมิกล่าว เพราะการที่อดัมอ้าง และขอให้เขาช่วย มันก็อาจจะเป็นความผิดในสายตาคุณชายได้ ดังนั้นการที่ขอโทษดักเอาไว้ก่อนจะเป็นดีที่สุด“จับมันไปนั่งตรงนั้น ถ้ามันส่งเสียงน่ารำคาญก็ให้ตบสั่งสอนมันไป 1 ครั้งต่อ 1 คำที่มันพูดซะ!.. ส่วนแกเองก็มีความผิดเหมือนกัน ทำไมไม่หันไปมองพวกมันที่นอนอยู่ตรงพื้นล่ะ.. เป็นไงหน้าตาพวกมันคุ้นๆบ้างไหม” โอ๊ตกล่าวสั่งคนของภาคภูมิก่อนจะเอ่ยถาม ภาคภูมิที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็ต้องขมวดคิ้วสงสัย ก่อนจะหันไปมองตามที่คุณชายกล่าว“พวกมันเป็นใครอย่างนั้นเหรอขอรับ.. ผมมั่นใจว่าไม่เคยเห็นหน้าพวกมันมาก่อน” ภาคภูมิกล่าวตอบ ด้วยตัวของภาคภูมิเองมีลูกน้องอยู่มากมาย พวกระดับล่างๆนั้นเขาแทบจะไม่เคยเห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ และคำตอบนั้นมันก็ยิ่งทำให้โอ๊ตนึกแปลกใจ“หืออ แกไม่รู้จักพวกมันจริงเหรอ.. แล้วถ้าเป็นลูกพี่ของพวกมันล่ะ ชื่ออะไรนะ ออ..หวังๆอะไรนี่หรือเปล่า” โอ๊ตกล่าว และนั่นก็ทำให้ภาคภูมิถึงกับเบิกตากว้างออกมาทันที เขารีบเข้าไปหานักเลงที่ยังพอมีสติอยู่ ก่อนจะเขย่าคอของมัน และกล่าวถาม“ไหนแกบอกมาสิ! แกไม่ได้เป็นคนของไอ้สมหวังมันใช่ไหม แกบอกกับฉันมาชัดๆว่าแกไม่ได้เป็นลูกน้องของมัน บอกมาสิเว้ยยย” ภาคภูมิที่ลุ้นกับคำตอบอยู่ ในใจของเขาขออย่าให้มันเป็นลูกน้องของไอ้สมหวังเลย“..พวกเราเป็นเด็กของพี่หวังครับ.. พี่หวังบอกให้พวกเรามาเล่นงานกับคนที่ก่อปัญหาที่นี่ตามคำสั่งของผู้จัดการคอนโดครับท่านภาคภูมิ..” และด้วยคำตอบของนักเลงคนนั้น มันก็ทำให้ภาคภูมิถึงกับเหงื่อตก เพราะมันแปลได้ว่าไอ้เจ้าพวกนี้มันเป็นหนึ่งในลูกน้องของเขา“ไอ้ผู้จัดการบ้านั่นมันเป็นพ่อของพวกแกหรือยังไงวะ.. แล้วไอ้ผู้จัดการบ้านั่นมันอยู่ที่ไหนกันนน” ภาคภูมิกล่าวเสียงดัง โอ๊ตเองก็หันมามองทางผู้จัดการที่ควรจะนอนอยู่ แต่กลับไม่พบตัวของมัน“เหมือนว่าจะมีหนูหนีไปได้ตัวหนึ่งแฮะ..” โอ๊ตกล่าว จากนั้นภาคภูมิก็สั่งลูกน้องที่มาด้วยหลายคนออกตามล่าผู้จัดการคนนั้นในทันที แต่ยังไม่ทันที่เหล่าลูกน้องของภาคภูมิจะได้ออกวิ่ง ผู้จัดการกิ๊กก็ชี้ไปที่ฝูงชนก่อนจะกล่าวออกมาอย่างสงสัย“ผู้จัดการอาทิตย์คนนั้นหรือเปล่าคะท่านชาย...” ทุกสายตาแม้แต่เหล่าแม่บ้านก็ยังต้องหันไปมองตามที่ผู้จัดการกิ๊กชี้นิ้วไป และแน่นอนว่าเจ้าตัวที่อุตส่าห์มาหลบกับฝูงชนก็ถึงกับสะดุ้งตัวโยนในทันที“บ้าเอ้ย!.. ดันมาสายตาดีอะไรในตอนนี้กันเล่า.. จะอยู่ให้โดนกระทืบเล่นทำไมกัน เผ่นสิครับ รออะไร” ผู้จัดการอาทิตย์กล่าวพร้อมกับพยายามวิ่งออกสตาร์ทตัว แต่ทว่าจู่ๆไม้กวาดของแม่บ้านก็เข้ามาขัดขาเอาไว้ทำให้เขาสะดุดล้มกระแทกพื้น“อดทนมานานล่ะ แหม!.. อวดเบ่งมานานแล้วหนิมึง วันๆเอาแต่ใช้งานพวกตรู ขู่จะไล่ออกบ้างล่ะ วันนี้แม่ไม่สนใจแล้วเว้ยยย เป็นไงเป็นกัน.. ขอตบมันสักทีเถอะ!..” เมื่อป้าแม่บ้านเริ่มอดทนไม่ไหว เธอเตรียมใจแล้วว่าจะออก ถึงจะไม่โดนไล่ออกก็จะลาออกอยู่ดี แต่ก่อนไปก็คือกระทืบมันก่อนไปจะเป็นเรื่องที่ดีมาก และเมื่อมีคนเปิด เหล่าพนักงานที่ไม่พอใจก็หันมาให้การสนับสนุน เพราะไม่ชอบไอ้ผู้จัดการเวรตะไลนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว“เวรกรรมมมม ….เวรกรรมจริงๆ...” ไรท์กล่าว เอ้ย โอ๊ตเป็นคนกล่าวนะ..(อิอิ.. เก๊าก็อยากมีส่วนร่วมบ้างง่ะ ไม่ได้เบ๋อ)