ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 158 หลอมรวมโลกใบเล็ก

            วิหารทั้งสี่ลอยอยู่ในเจดีย์ฟ้าสวรรค์มันเริ่มรวมตัวกันและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเจดีย์ฟ้าสวรรค์อย่างรวดเร็วเมื่อวิหารทั้งสี่ หลอมรวมเข้ากับเจดีย์ฟ้าสวรรค์ พลังงานต้นกำเนิดและพลังฟ้าดินภายในเจดีย์ฟ้าสวรรค์สูงขึ้นอย่างรวดเร็วแรงกดดันภายในนี้เริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

            ผู้คนที่ฝึกฝนอยู่ในเจดีย์ฟ้าสวรรค์ตอนนี้ต้องทนรับกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทีละนิดทีละนิด ตั้งแต่เฟิ่งหยูหลอมรวมวิหารแต่ละหลังเข้าไปแล้วแรงกดดันจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆจนวันนี้แรงกดดันที่อยู่ภายในเจดีย์ฟ้าสวรรค์แห่งนี้มากกว่าแรงกดดันภายนอกถึงสิบเท่าแต่พวกเขาแทบจะไม่รู้สึกตัวเลย เพราะแรงกดดันนั้นเพิ่มขึ้นทุกวันจนทำให้ร่างกายของพวกเขาชินกับแรงกดดันขนาดนี้ได้แล้ว

            “ท่านผู้อาวุโส ทำยังไงข้าถึงจะเปิดชั้นที่เก้าของเจดีย์ฟ้าสวรรค์ได้”

             “ความจริงเป็นเรื่องที่ยากเป็นอย่างมากที่จะเปิดใช้งานชั้นที่เก้าของเจดีย์ฟ้าสวรรค์ซึ่งมันจะต้องให้เจ้ามีความสามารถถึงระดับพระเจ้าเสียก่อนเพื่อให้เจ้าสามารถสร้างโลกใบเล็กขึ้นมาได้ แต่วาสนาของเจ้านั้นดูจะมีมากเกินไปแม้แต่โลกใบเล็กของคนโบราณ เจ้าก็สามารถนำมันมาครอบครองได้สำเร็จ”

            “การจะเปิดใช้เจดีย์ฟ้าสวรรค์ชั้นที่เก้าได้นั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเจดีย์ฟ้าสวรรค์นี้เป็นรากฐานที่พวกจอมยุทธ์โบราณได้สร้างเอาไว้ให้พวกเจ้าคนรุ่นหลังได้หลบภัยหรือพูดง่าย ๆ ก็คือเป็นรากฐานของโลกอีกใบหนึ่งให้กับพวกเจ้าเพียงแค่เจ้าสามารถหลอมรวมเจดีย์ฟ้าสวรรค์เข้าเป็นส่วนหนึ่งกับโลกใบเล็กเจ้าก็สามารถมีโลกอีกใบหนึ่งอยู่ในตัวของเจ้าแล้ว เจ้าสามารถบังคับหรือสร้างกฎต่างๆขึ้นมาเองได้”

            “แต่เมื่อเจ้าหลอมรวมกับโลกใบเล็กกับเจดีย์ฟ้าสวรรค์เข้าไปแล้ว  การฝึกฝนของเจ้ากว่าจะเลื่อนระดับได้นั้นยากเย็นยิ่งกว่าเดิมอีกหลายสิบเท่าตัวเลยจุดตันเถียนของเจ้าจะกว้างใหญ่ไพศาลมากกว่าเดิมอีกนับร้อยเท่าเจ้าต้องเสียทรัพยากรจำนวนมากในการฝึกฝน แต่มันก็มีข้อดีคือพลังของเจ้าจะสามารถกักเก็บได้มากว่าคนอื่นนับร้อยเท่า เช่นกัน และเจ้าสามารถใช้พลังจากโลกใบเล็กนั้นได้ด้วยแต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ตำราที่บอกเอาไว้ ข้าเองก็ไม่เคยเห็นกับตาของตัวเอง”

            “เจ้าจะหลอมรวมหรือไม่ก็อยู่ที่เจ้าตัดสินใจเองจักรวาลนี้กว้างใหญ่นัก อาจจะมีดาวสักดวงที่อยู่ห่างไกลออกไปมีระดับพลังฝีมือมากกว่าพวกเราก็ได้ ใครจะไปรู้ล่วงหน้าได้กันเล่า”ผู้อาวุโสอู่หวังฉีอธิบายให้เฟิ่งหยูได้รับฟัง

            “เพื่อปกป้องคนในโลกต้นกำเนิด แม้จะลำบากข้าก็จะทำแม้การฝึกฝนของข้าจะช้ายิ่งกว่าเต่าคลาน ข้าก็จะค่อย ๆฝึกฝนไปท่านผู้อาวุโสโปรดชี้แนะให้ข้าน้อยหลอมรวมเจดีย์ฟ้าสวรรค์และโลกใบเล็กด้วย”

            “ในเมื่อเจ้าตัดสินใจเช่นนี้แล้ว ข้าเองก็จะสนับสนุนเจ้าเองเจ้าคงได้อ่านบันทึกโลกใบเล็กมาอย่างละเอียดดีแล้วใช่ไหม”

            “ขอรับ ข้าอ่านมันอย่างละเอียดดีแล้ว”

            “เช่นนั้นก็ดีตอนนี้พวกเราไปที่โลกใบเล็กที่เจ้านำมาเก็บเข้ามาไว้ในเจดีย์ฟ้าสวรรค์แห่งนี้กันก่อนแล้วข้าจะอธิบายวิธีการต่าง ๆ ให้เจ้าเอง ส่วนพวกเจ้าทั้งสี่ ไม่ได้เจอกันนานพวกเจ้าไปพูดคุยกันตรงต้นพฤกษาโลการอข้ากลับมา เราค่อยดื่มฉลองกันสักหน่อย”

            “ขอรับท่านผู้อาวุโส”

            ผู้อาวุโสอู่หวังฉีและเฟิ่งหยูพากันเดินไปยังสถานที่ที่โลกใบเล็กอยู่ตอนนี้พลังทั้งเก้าสายของโลกใบเล็กกำลังดูดซับพลังต้นกำเนิดและพลังฟ้าดินของเจดีย์ฟ้าสวรรค์อยู่

            “เจ้าต้องใช้ความพยายามในการหลอมรวมโลกใบเล็กนี้ทีละเล็กทีละน้อยเจ้าต้องเข้าใจกฎของธรรมชาติทุกอย่างบนโลก เจ้าจึงจะสามารถหลอมรวมโลกใบเล็กเข้าให้เป็นส่วนหนึ่งกับตัวของเจ้าเองได้จำเอาไว้ว่าอย่าได้รีบเร่งหลอมรวมเป็นอันขาด”

            “ขอรับท่านผู้อาวุโส ข้าจะพยายาม”

            “ในการหลอมรวมโลกใบเล็ก ร่างของเจ้าคือโลกใบหนึ่ง โลกใบหนึ่งอยู่ในตัวของเจ้าหากเจ้าหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับโลกใบเล็กแล้วเจ้าจะสามารถนำโลกใบเล็กนี้ออกมายังโลกภายนอกได้อีกครั้งหนึ่งซึ่งมันจะสามารถเป็นฐานกำลังให้เจ้าได้ในอนาคตยิ่งโลกใบเล็กของเจ้าแข็งแกร่งเท่าไหร่ พลังที่เจ้าจะสามารถดึงมาใช้จากโลกใบเล็กนี้ก็จะมากตามไปด้วย”

            “ท่านผู้อาวุโส แล้วเคยมีใครหลอมรวมกับโลกใบเล็กสำเร็จบ้างไหม?”

            “ในอดีตมีอยู่เพียงไม่กี่คนที่สามารถสร้างโลกใบเล็กและหลอมรวมเข้ากับตัวของเขาเองได้ส่วนใหญ่จะตายไปเสียก่อนที่โลกใบเล็กจะสร้างเสร็จ เสียด้วยซ้ำข้าเองก็อยากจะเห็นผลลัพธ์ของเจ้าเช่นเดียวกัน บอกตามตรง ครั้งนี้ข้าเองก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่เพราะมีแต่ตำรา แต่ยังไม่เคยมีใครทำได้สำเร็จ”

            “เอาหละข้าจะอธิบาย ตำราที่ข้าได้ศึกษามาให้เจ้าฟัง แล้วเจ้าค่อย ๆพิจารณาและหลอมรวมโลกใบเล็กนี้ไปพร้อม ๆ กัน ถึงแม้จะไม่สำเร็จแต่ก็ไม่ได้เสียหายอะไรเจ้าพร้อมหรือยัง?”

            “ข้าพร้อมแล้วท่านผู้อาวุโส”

            ผู้อาวุโสอู่หวังฉีอธิบายเคล็ดวิชาต่าง ๆ ที่เขาได้เรียนรู้มาในอดีตให้เฟิ่งหยูได้รับฟังเฟิ่งหยูตั้งใจจดจำฟังคำที่ผู้อาวุโสอู่หวังฉีอธิบายพร้อมๆ กับเปรียบเทียบกับตำราที่เขาได้รับมาผู้อาวุโสอู่หวังฉีใช้เวลากว่าสิบวันในการอธิบายให้เฟิ่งหยูได้รับฟังอย่างละเอียดเพิ่งหยูอนุมานเรื่องราวทั้งหมดหลอมรวมเข้ากับตำราที่เขารับมา จนตกอยู่ในสภาวะหยั่งรู้ในทันที

            ในระหว่างที่เรียนรู้เฟิ่งหยูค่อย ๆ ใช้มือแตะไปยังโลกใบเล็ก เขาเริ่มหลอมรวมเข้ากับโลกใบเล็ก

            ภายในจิตวิญญาณของเฟิ่งหยูในตอนแรกเขามองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น ทุกอย่างมันดูมืดสนิทจวบจนแสงสว่างเริ่มเกิดขึ้นและขยายตัวออกไปเรื่อย ๆ จากเม็ดทรายก้อนเล็ก ๆก้อนหนึ่ง ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นจนกลายเป็นผืนดินที่กว้างใหญ่พลังต้นกำเนิดและพลังฟ้าดินเริ่มเกิดขึ้นทีละเล็กทีละน้อย  จากแผ่นดินที่แห้งฝาก เริ่มมีฝนตกลงมา

            ภาพต่าง ๆ เหล่านี้วนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งเกิดเป็นภูเขาและแม่น้ำขึ้นมา มอส ตะใคร่น้ำเริ่มเกิดขึ้นก่อนจะกลายเป็นต้นหญ้าขนาดเล็ก หมุนวนเวียนซ้ำไปมาไม่รู้ว่านานเท่าไหร่จนเกิดเป็นต้นไม้ใบหญ้า จนเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตขึ้นมา

            เฟิ่งหยูจ้องมองภาพเหล่านั้นเขาปลดปล่อยจิตใจให้เป็นไปตามที่ธรรมชาติกำหนด โลกใบเล็กเริ่มตั้งแต่สร้างมามันใช้เวลานับล้าน สิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ ได้ถือกำเนิดขึ้นเพียงแต่โลกใบนี้ยังไม่มีมนุษย์อยู่อาศัย มันเป็นโลกที่มีความเป็นธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่เฟิ่งหยูเคยพบเจอมา

            โลกใบเล็กเหมือนมีจิตวิญญาณ มันพยายามจะทำลายเฟิ่งหยูในตอนแรกมันหมุนเวียนพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดอย่างรวดเร็ว  จนทำให้ตันเถียนของเฟิ่งหยูแทบทนไม่ได้ แต่กายของเฟิ่งหยูเป็นถึงกายเซียนโบราณและยังฝึกฝนคัมภีร์กายเซียนโบราณจนทำให้กายของเฟิ่งหยูกลายเป็นเซียนทำให้ พลังที่โลกใบเล็กปลดปล่อยออกมาอย่างรวดเร็วและมากมายกลับไม่มีผลอะไรมากมายต่อเฟิ่งหยู

            หลังจากนั้นไม่นานเหมือนกับว่าโลกใบเล็กรับรู้ว่าไม่สามารถทำอะไรกับเฟิ่งหยูได้มันจึงเริ่มไหลเวียนพลังทั้งหมดให้เป็นไปตามธรรมชาติ

            เฟิ่งหยูหลอมรวมกับโลกใบเล็กไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วตอนนี้เขากลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบเล็ก และโลกใบเล็กก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของเฟิ่งหยูไปแล้วแต่ทั้งหมดมันไม่ได้ง่ายดังที่เฟิ่งหยูคิดการจะหลอมรวมโลกใบเล็กใบนี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของเขา เขาต้องทนรับพลังมหาศาลที่สั่งสมมานับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ร่างของเฟิ่งหยูจะต้องทนรับมันให้ได้ หาไม่แล้วทุกอย่างที่ทำมาจะต้องล้มเหลวเขาจะไม่ได้รับอะไรเลยจากโลกใบเล็กใบนี้

            พลังจากโลกใบเล็กเริ่มไหลเวียนจากโลกใบเล็กเข้าสู่ภายในตัวของเฟิ่งหยูมันเริ่มไหลเวียนอย่างช้า ๆ จนเร็วขึ้น เร็วขึ้นโชคดีที่จุดตันเถียนของเฟิ่งหยูมีขนาดกว้างกว่าคนปกติมากมายมหาศาลนัก และเขาสามารถฝึกฝนร่างกายของเขาจนสำเร็จเป็นร่างเซียนเรียบร้อยแล้วเฟิ่งหยูจึงแบกรับพลังอันมหาศาลของโลกใบเล็กที่ไหลเข้ามาภายในตัวของเขาอย่างต่อเนื่องและมีปริมาณมหาศาลได้อย่างง่ายดาย

            เฟิ่งหยูตระหนักถึงการกำเนิดโลกใบเล็กพร้อมกับไหลเวียนพลังของเขาเข้าหาโลกใบเล็กและพลังของโลกใบเล็กเริ่มไหลเวียนภายในตัวของเฟิ่งหยูพลังทั้งสองหมุนวนอย่างไม่มีที่สิ้นสุดมันหมุนวนจากจุดตันเถียนของเฟิ่งหยูเข้าสู่โลกใบเล็กและจากโลกใบเล็กเข้าสู่ตันเถียนของเฟิ่งหยู วันเวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็วระยะเวลาภายในเจดีย์ฟ้าสวรรค์ผ่านไปแล้วเกือบหนึ่งพันปี จนในที่สุด

            ตู้มมมมม......

            โลกใบเล็กหลอมรวมเข้าไปอยู่ในตัวของเฟิ่งหยู จุดตันเถียนของเฟิ่งหยูขยายกว้างใหญ่ไพศาลจนเฟิ่งหยูเองต้องตกใจ

            “แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่ข้าจะยกระดับพลังยุทธ์ของข้าได้กันหละนี่....”เฟิ่งหยูบ่นพึมพำ

            แต่เพียงไม่นาน โลกใบเล็กเริ่มปลดปล่อยพลังออกมาครอบคลุมทั่วจุดจนจุดตันเถียนของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยปราณ เพียงไม่นาน

            ตู้ม.....

            พลังยุทธ์ของเฟิ่งหยูก้าวไปสู่ระดับเซียนขั้นที่สองในทันทีจุดตันเถียนของเฟิ่งหยูขยายออกไปอีก

            ตู้ม.....

            ตู้ม.....

            ตู้ม....

            พลังยุทธ์ของเฟิ่งหยูก้าวไปสู่ระดับเซียนขั้นที่สาม  ขั้นที่สี่ และสิ้นสุดที่ขั้นที่ห้าขอบเขตของตันเถียนของเฟิ่งหยูกว้างใหญ่ไพศาลจนเขาเองไม่กล้าที่จะมอง

            คราวต่อไปหากเขาจะก้าวข้ามขั้นพลังยุทธ์ของเขาคงต้องอาศัยโลกใบเล็กของเขาเพียงอย่างเดียวซึ่งตอนนี้เขายังไม่รู้ว่าโลกใบเล็กนี้จะสามารถพัฒนาไปตามความสามารถของเขาได้มากน้อยเพียงใด

            ในที่สุด โลกใบเล็กและเฟิ่งหยูก็หลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นหนึ่งเดียวได้เป็นผลสำเร็จ

             หลังจากไม่มีโลกใบเล็กคอยดูดซับพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดภายในเจดีย์ฟ้าสวรรค์ของเฟิ่งหยูพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดจึงหนาแน่นมากยิ่งกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัวในทันที

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน