ทันใดนั้นก็เกิดเหตุวุ่นวายโกลาหนขึ้น เมื่อผู้เล่นจำนวนมาก ต่างวิ่งหนีตายเหมือนมดแตกรังบ้างพยายามไปประตูทางออก กระจัดกระจายคนละทิศละทาง เพราะจู่ ๆพื้นดินของดันเจียนชั้นหนึ่ง เกิดสั่นะเือย่างรุนแรงราวกับจะถล่มลงมาและท่ามกลางความสับสนอลหม่าน บางคนยังตกตะลึงงุนงงอยู่กับที่
“ปี๊บ ๆ ๆ ผู้เล่นสังหารมอนสเตอร์ครบ ๕๐๐,๐๐๐ตัว ผ่านเงื่อนไขแล้ว” ระบบเกมส่งเสียงดังลั่นเป็สัญญาณอันตรายหน้าต่างสีฟ้าเด้งขึ้นมาด้านหน้าผู้เล่นแต่ละคน
“บอสประจำแผนที่ปรากฏตัว//บอสประจำแผนที่ปรากฏตัว” ข้อความต่อมายิ่งทำให้ผู้เล่นตื่นตระหนกวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น เนื่องจากต่างเป็ผู้เล่นใหม่ และ โดยไม่มีใครคาดคิดว่าบอสจะปรากฏตัวบริเวณพื้นที่ ที่มีผู้เล่นใหม่มากที่สุดของดันเจียนและแม้จะมีผู้เล่นนับแสนราย แต่ไม่เคยมีใครทะลวงผ่านดันเจียนชั้นแรกไปได้ส่วนห้องบอสที่ต้องเอาชนะ เพื่อเปิดพื้นที่ไปยังชั้นถัดไป ก็ยังไม่เคยมีใครค้นพบซึ่งนั่นเป็ข้อมูลสำหรับคนเล่นใน่เบต้า(ทดลอง) ไม่มีใครรู้ว่าห้องบอสอยู่ที่ใดผู้เล่นเบต้าต่างเคยค้นหาจุดต้องสงสัยแต่คว้าน้ำเหลว และไม่มีใครรู้เงื่อนไขการปรากฏตัวของบอส อีกทั้งการฆ่าสัตว์อสูรแต่ละครั้งก็ไม่ได้รับดรอปทอง(Drop - การได้ทอง หรือ สิ่งของภายหลังจากการฆ่า หรือกำจัดมอนสเตอร์-ผู้เขียน) หรือสิ่งของใด ๆ นอกจากค่าประสบการณ์เพื่อพัฒนาอาชีพซึ่งยังไม่มีใครรู้ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับเกมส่วนอาวุธเงินแม้มีดรอปจากมอนสเตอร์เมื่อมันตาย แต่ยังน้อยมาก และดันเจียนที่จุคนได้มากมายขนาดนี้ยังไม่รู้ว่าขอบเขตกว้างขวางเพียงใด
ทันใดนั้นมอนสเตอร์เห็ดขนาดมหึมาก็ปรากฏตัวต่อหน้าผู้เล่นสกิลสำรวจกำลังทำงาน

Boss
· Level:18
· HP:ไม่ทราบชัด
· MP:200
· PDR:25%
· MDR:25%
EXP:...
อธิบาย
แม่ของเห็ดทั้งหมดเมื่อถูกยั่วยุก็จะกระทืบลงกับพื้น
”ก๊าสสสส”เสียงร้องคำรามพร้อมกับการปรากฏตัวของบอสเห็ดทำให้ผู้เล่นต่างใพลางจ้องมองมันเป็ตาเดียว ทว่าหาได้มีใครหวั่นกลัว
“มันดรอปของดีโว้ยย ! ”เสียงใครคนหนึ่งะโขึ้นท่ามกลางผู้เล่นอื่น ๆ ที่กำลังหวาดกลัว ทำให้หลายคนเปลี่ยนใจจากความกลัวตายกลับเป็วิ่งกรูเข้าจู่โจมบอสกันหน้าตั้ง
“วะ วินเอาไงดีคะ”เตยละล่ำละลักเรียกวินหน้าตาตื่นเหลียวมาทางเขา ตอนนี้ทุกคนต่างถอยร่นมาที่บริเวณประตูทางออก
“เราออกไปไม่ได้ดูเหมือนว่าเกมจะบังคับให้ต่อสู้ และประตูทางออกมีบาเรียกันไว้ไม่ให้ผู้เล่นออกไป”ชลพูดอย่างตื่นเต้นขณะเดินสำรวจ (Barrie - ปราการ หรือ คลื่นพลังงานที่สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องวัตถุ หรือ สิ่งใด ๆสามารถป้องกันเวทย์ กับดัก เอฟเฟค นิวเคลียร์ เลเซอร์ ทำให้โจรสลัดระดับ masterต่อยแล้วมือหัก กระดูกแตกได้ -ผู้เขียน)
“ ทุกคนใจเย็น ๆ รอดูไปก่อน”วินพูดขรึม ๆ พลางเม้มริมฝีปากแน่น สีหน้าไม่แสดงอารมณ์ใด รอเพียงจังหวะเวลา...แม้จะเป็แค่เกม แต่ต้องใช้ประสบการณ์ในการต่อสู้ การเข้าโจมตีพร้อมกันอาจดูเท่เหมือนในนิยาย แต่โลกความเป็จริง การออกอาวุธแต่ละครั้งต้องผลัดกันจู่โจม ตามลักษณะและ ขนาดของชนิดอาวุธ ถึงตอนนี้ผู้เล่นก็ไม่ต่างจากหนูกำลังไล่ตามราชสีห์แม้บอสเห็ดเป็สัตว์อสูรไร้ขา แต่แรงะโกลับทำให้พื้นดินสั่นะเืจนผู้เล่นที่วิ่งเข้าประจัญหน้าต่างาเ็ล้มตายกันระเนระนาดทั้งที่ยังไม่ออกแรงสู้
“สู้มันดิ เราไม่มีทางเลือกอื่นหรือไง”อัคคีโพล่งขึ้น ขณะทุกคนยังอยู่ในอาการสงบ
“ใจเย็นเว้ยเพื่อน ระดับพวกเราตอนนี้สู้มันไม่ได้หรอก” ชลติงเบา ๆ
“ออกไปไม่ได้สู้ถึงจะเป็ทางรอดเดียวที่ทำได้ตอนนี้”อัคคียังคงยืนกราน
“ใช่ ! ฉันเข้าใจแต่เราควรรอจังหวะเวลา เืบอสยังลดไม่ถึงครึ่งเลย เราไปตอนนี้ก็มีแต่ตายกับตายต้องวางแผนกันดี ๆ
” วินกล่าวเสริมเขาไม่ได้หันมามองอีกฝ่าย สายตายังคงจับจ้องไปยังเหตุการณ์เบื้องหน้า
“แล้วมันต่างกันตรงไหนเข้าไปตอนนี้หรือหลังจากนี้ เราก็ตายอยู่ดีแค่เกมเดียวเกิดใหม่ได้นายยังกลัวอีกเหรอวิน นึกว่าจะแน่ที่แท้ก็พวกขี้ขลาดรอผลประโยชน์จากคนอื่น”อัคคีเสียงเข้ม ไม่พลาดจะถากถางวินไปด้วย
“เปล่า..ฉันแค่บอกว่าเราต้องคิดให้รอบคอบก่อนจะต่อสู้ ” วินขมวดคิ้วปรายตามองอัคคีนิด ๆน้ำเสียงมีแววตำหนิอยู่กลาย ๆ
“อัคคี นายควรฟังวินนะ เราต้องใจเย็นๆก่อน” เตยกล่าวเบา ๆ เอื้อมมือมาแตะไหล่เขาก่อนหันไปสนใจอย่างอื่น
“เหอะ ! ใครจะไปสนละฉันไม่ยอมหรอก ฉันจะไปจัดการบอสตัวนั้นให้ได้” อัคคีคิดอย่างดื้อดึงแต่ไม่พูดอะไรออกมา และ โดยไม่มีใครคาดคิด เขาก้าวอาด ๆ ไปที่บอสอย่างบ้าระห่ำท่ามกลางความโกลาหลของผู้เล่นอื่นที่ส่งเสียงกรีดร้องไม่สนใจเสียงเอะอะโวยวายของเพื่อน ๆ เพียงแค่ไม่อยากดูเป็คนโง่ และกระจอกในสายตาของใคร ไม่ฟังแม้กระทั่งคำทัดทาน
ผู้เล่นจำนวนหนึ่งวิ่งกรูกันมาหน้าตาตื่นทางด้านที่ทั้งสามยืนอยู่และ มีอีกจำนวนมากไม่ต่างจากกำลังถูกสังหารหมู่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดเพียงแค่บอสะโไปมารอบ ๆ ก็ตายกันเป็ใบไม้ร่วง ธนู ดาบ หรืออาวุธอื่น ๆแทบใช้ฆ่ามันไม่ได้ ต่างพากันหนีตายจ้าละหวั่น
“เฮ้ย ! พวกเรา ต้องช่วยเขานะไม่งั้นอัคคีตายแน่” วินร้องเสียงดังเมื่อเห็นอัคคีก้าวไปหาบอสไม่ต่างจากกำลังเข้าสู่แดนปะา
“พวกเราจะสู้ไหวเหรอ”เตยหน้าตาตื่นปากคอสั่น
“เชี่ย ! เอ้ยยให้มันได้อย่างนี้ซิวะทำไมเอาแต่ใจอย่างนี้” ชลสบถอย่างหัวเสียสายตาจับอยู่ที่ด้านหลังอัคคี ซึ่งลับหายไปท่ามกลางฝูงชน
คนแรกที่จะโจมตีก่อนคือวินตามด้วยค้อนซึ่งเป็อาวุธโจมตีระยะกลางของเตย และมีดสั้นของชลเพื่อลดพลังชีวิตของบอส ให้เหลือน้อยที่สุด ส่วนอาวุธของอัคคีเป็แบบโจมตีระยะไกลแต่เพราะเขาไม่มีทักษะยิงธนู จึงเดินเข้าไปใกล้บอสให้มากที่สุดทำให้บริเวณนั้นมีผู้เล่นบางตา เพราะส่วนใหญ่ตายจากการถูกบอสสะกิดเพียงนิดเดียว
“เฮ้ย ! ไอ้บ้ากลับมาก่อน” ชละโเสียงดังแต่อัคคีเคลื่อนไหวรวดเร็ว จนไม่ทันการเสียแล้ว วินได้สติก่อนใครกระชับอาวุธในมือเตรียมรับเหตุการณ์ทันที ภายในสมองของเขาคาดการณ์อย่างว่าอัคคีจะโจมตีแบบทั่วไป ซึ่งมอนสเตอร์หากมีใครจู่โจม มันจะไล่ล่าผู้เล่นคนนั้นจนกว่าจะตายกันไปข้าง แต่บอสแตกต่างจากมอนสเตอร์ทั่วไปตรงที่ คนตีมักตายด้วยนั่นเป็สาเหตุว่าทำไม มันจึงเดินวนไปมารอบ ๆ เพราะเมื่อมีผู้เล่นใหม่จู่โจมมันจะะโใส่ทันที ยามนี้อัคคีไม่สนใจใครทั้งนั้นเขายกคันธนูขึ้นน้าวสุดกำลังด้วยสายตามุ่งมั่น
“อย่า อย่าเพิ่งตีมัน”วินะโสุดเสียง วิ่งไปหาเตย ส่วนชลตกตะลึงอ้าปากค้างมองภาพลูกศรถูกปล่อยออกจากคันธนู ก่อนจะแหวกอากาศออกไปอย่างช้า ๆ ท่ามกลางความหายนะ ห่าธนูและ อาวุธเวทย์ต่าง ๆพุ่งเข้าหาบอสโดยพร้อมเพรียง แต่อาวุธวิเศษใด ๆ ก็หาได้ระคายต่อผิวเนื้อของมัน
เมื่อบอสถูกโจมตีจากทิศทางอัคคีระบบเกมจึงระบุพิกัดว่าเขาคือเป้าหมายทันที สัตว์อสูระโลอยตัวจนบดบังท้องฟ้าแทบมองไม่เห็นสิ่งใด นอกจากร่างกายขยายใหญ่ขึ้น มันลอยไปในอากาศเงามรณะวาดทับผู้เล่นหลายร้อยชีวิตที่วิ่งหนีอย่างวุ่นวายเพื่อเอาชีวิตรอด ราวกับพญามัจจุราช กำลังดูดกลืนผู้คนอัคคีมองดูพวกเขาผ่านม่านน้ำตา
วินาทีผ่านไปเนิ่นนานราวนิรันดร์ก่อนที่อัคคีจะล้มลงกลิ้งลุน ๆ กองกับพื้นตามด้วยร่างของชลที่พยายามะโเข้าห้าม ดวงตาอัคคีปรากฏภาพวินกำลังโอบกอดเตยไว้เธอหันหน้ามาทางเขาและขยับริมฝีปากขมุบขมิบ “ฉันไม่คิดว่านายจะเป็คนแบบนี้มานะ”
"ผู้เล่นอัคคีเสียชีวิตแล้วแต่เนื่องจากตายขณะไร้ระดับจึงไม่สูญเสียอะไรแต่ระบบจะลงโทษต้องชดใช้ค่าประสบการณ์มากกว่าปกติ เพื่อไปยังระดับต่อไป”เสียงในหัวดังขึ้น ขณะที่อัคคีค่อย ๆ ลืมตา เห็นตัวเองนอนอยู่ในที่โล่งกว้างเหมือนตอนเข้าเกมมาใหม่ ๆ
“นายเป็คนโง่” เสียง ๆ หนึ่งดังขึ้นเขาพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง มองไปรอบ ๆ แต่ไม่พบที่มาของเสียงเขาสลัดศีรษะไปมารู้สึกมึนงงไปหมด
“นี่มองไม่เห็นฉันซินะ” เสียงปริศนายังดังต่อไปอัคคีไม่ได้ลุกขึ้นยืนทันที แต่กลับล้มตัวลงนอนใหม่ดวงตาจับอยู่ที่ความเวิ้งว้างเบื้องบนราวกับไร้ที่สิ้นสุด
“ไม่อยากเก่งเหรอฉันรู้วิธีที่ที่ทำให้แข็งแกร่งขึ้นนะ”
อัคคียังคงนอนหลับตานิ่ง ไม่พูดอะไร พยายามทบทวนสิ่งที่ผ่านมาเขาเกิดความรู้สึกท้อแท้สิ้นหวังจนภายในสมองว่างเปล่า
“นายไม่อยากได้ความรักจากผู้หญิงคนนั้นเหรอเธอชื่ออะไรนะ” น้ำเสียงนั้นเย้ยหยัน
“หุบปาก !” เขาะโเสียงดัง
“เธอชื่อว่าเตยซินะไม่อยากทำให้เธอรักนายหรือไง” เสียงนั้นพูดพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง
“หุบปาก ! ไม่ได้ยินหรือไง ออกจากระบบล็อกเอาท์! ” เขาแผดเสียงดังลั่น ดีดตัวลุกขึ้นนั่งหน้าตาแดงก่ำจนจรดใบหู
“ผู้เล่นอัคคีไม่สามารถออกจากระบบได้เนื่องจากถูกปิดกั้น” เสียงจากระบบดังขึ้นจากจอหน้าต่างสีฟ้า
“นายไปไหนไม่ได้หรอก ถ้าฉันไม่อนุญาต ” เสียงลึกลับกล่าวอย่างมีอำนาจ
“ว่าไง ! นายไม่มีอะไรจะพูดกับฉันเหรอมานะ”เสียงเรียกชื่อ ทำให้เขามองหาต้นเสียงแต่ยังไม่เห็นใคร
“ใครวะ"เขาะโน้ำเสียงสั่นพร่า
“ไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาจะเลี้ยงนายให้มั่นใจในตัวเองได้ขนาดนี้”
“ออกมานะ แน่จริงก็ออกมาเจอกัน นายเป็ใคร ”
“โมโหทำไม ฉันพูดถูกไหมล่ะ” เสียงนั้นกล่าวอย่างเ้าเล่ห์
“โธ่โว้ย ! ้าอะไรจากฉัน”
“ไม่ต้องกังวลตอนนี้กายหยาบของนายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว"
“ทำแบบนี้กับฉันทำไม“
“ตอนนี้เริ่มกลัวแล้วเหรอ ดี !ฉันจะให้นายเล่นเกมอย่างที่ชอบไง” เสียงนั้นพูดอย่างรื่นรมย์
“จะให้ฉันทำอะไร”
"เมื่อพิชิตหอคอยชนะถึงจะออกจากเกมได้ เงื่อนไขคือ ห้ามบอกใคร และ ถ้านายพยายามขอความช่วยเหลือ หรือบอกความลับนี้กับใคร นายจะต้องตาย” เสียงทรงอำนาจราวกับเ้าชีวิตนั้นทำให้เขาอ้าปากค้าง แทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“วะว่าอะไรนะ ละ แล้วตัวตนของฉันละ”
เขาถามอย่างลนลาน
“ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเื่นั้นจนกว่านายจะเสร็จสิ้นภารกิจพิชิตหอคอย ทุกคนจะรู้แค่ว่านายป่วยหนัก”ทันใดนั้นฉากหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในอีกโลกหนึ่งเขาเห็นตัวเองนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล สายระโยงระยางติดอยู่ที่ปากและจมูกอีกทั้งหญิงชราผู้เศร้าหมองนั่งกุมมือเขาอยู่ข้าง ๆ
“นายเป็ใคร” อัคคีพูดเสียงห้วน
“อย่ารู้เลย ขอให้สนุกกับการเล่นเกม"เสียงนั้นกล่าวจบ ก็เกิดประกายไฟสีขาวพวยพุ่งขึ้นรอบ ๆ ตัวเขา
"อย่าเพิ่งไป"อัคคีร้องอย่างตื่นตระหนก
“วูฟฟฟ” เสียงในหัวดังขึ้นก่อนร่างเขาจะวาร์ปอีกครั้ง
...
ชายหนุ่มลืมตาโพลงในความมืดอยู่นานไม่มีแสงสว่างใดๆ ไม่รู้ว่าอยู่ส่วนไหนของโลก
“อะไรกันวะแล้วที่นี่ที่ไหนไม่มีห่าอะไรที่เรามองเห็นได้เลย” เขาสบถอย่างหัวเสีย พร้อมกับกะพริบตาถี่ ๆพยายามปรับสายตาให้คุ้นชินกับความมืด พลางยื่นมือคลำไปข้างหน้าสะเปะสะปะเหมือนคนตาบอด
ท่ามกลางความว่างเปล่าที่มืดมน และไร้สรรพเสียง ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด จู่ ๆ เสียง ๆ หนึ่งก็ดังขึ้น
ปัก ! ” ชายหนุ่มชะงักฝีเท้าพร้อมกับเงี่ยหูฟัง สัญชาตญาณบอกเขาว่า มีสิ่งอันตรายรออยู่ข้างหน้าเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ เริ่มไหลซึมตามขมับและแผ่นหลัง เขาขยับร่างกายช้า ๆ แต่จู่ ๆ ก็ต้องแผดเสียงดังลั่น
“อ๊ากกกก ขะ ขาฉันถูกกับดัก ”อัคคีร้องด้วยความเ็ป พยายามดันตัวออกจากวัตถุบางอย่างแต่ดูเหมือนว่ามันยิ่งบีบรัดแน่นขึ้น
“โอ้ยยย ขะขาฉันนี่มันเื่บ้าอะไรกัน ” เขาโวยวายเสียงดังท่ามกลางความมืดกระนั้นก็รู้ว่าธารโลหิตกำลังหลั่งริน
“ กี๊ซซซ..”เสียงแหลมสูงดังขึ้นทำให้ปวดหัวจี๊ดอย่างรุนแรงทันทีชายหนุ่มยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้าง หูตาพร่าพรายซวนเซจะล้มลง และโดยไม่คาดคิดวัตถุบางอย่างก็พุ่งตรงมาหาเขาอย่างรวดเร็ว
“ฉวกกก”
อาวุธชนิดหนึ่งแทงทะลุร่างเขาอย่างแม่นยำ
“กะเกิดอะไรขึ้น”เขาร้องอย่างใดวงตาเหลือกลาน พลางยกมือลูบคลำไปที่ส่วนท้องของตนรู้สึกจุกเสียดจนพูดอะไรไม่ออก สะท้านทั้งตัว เ็ปเหลือเกิน ...ก่อนจะค่อย ๆทรุดลงกองกับพื้น
(Bug หรือ Glitch หมายถึง ข้อบกพร่องต่าง ๆที่ทำให้เกมเกิดความผิดปกติ เช่น ตัวละครในเกมบิดเบี้ยว ฉากในเกมเป็สีขาวโพลนตัวละครในเกมไม่มาปรากฏตัว เป็ต้น-ผู้เขียน)
….
อัคคีรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในความมืด พร้อมกับความรู้สึกทรมานจนต้องเผลอร้องครางออกมาเป็ระยะ คราวนี้เขาจมอยู่ในความมืดอันเวิ้งว้างและวังเวงนานเสียจนต้องฝืนลืมตาขึ้นอีกครั้งภาพความทรงจำอันน่าสะพรึงกลัวเริ่มไหลบ่ากลับเข้ามาในสมองความรู้สึกบางอย่างบอกว่า เขากำลังอยู่ที่เดิม
“อ่าา..ฉันกลับมาที่เดิมอีกแล้ว”ชายหนุ่มครางเบาๆ ก่อนขยับร่างกายช้า ๆ
"ฉันตายแล้วฟื้นอีกครั้ง นี่มันเกมจริง ๆ ใช่ไหม ทำไมความเ็ปความตายเมื่อครู่ช่างสมจริงเหลือเกิน"ความหวาดหวั่นเริ่มเกาะกุมจิตใจจนหนาวสะท้าน
“ทำไมฉันต้องเจอเื่บ้า ๆแบบนี้ด้วย ทำไมต้องเป็ฉัน”ความกลัวนั้นทำให้คิดอะไรไม่ออกอัคคีขดตัวกอดเข่าทั้งสองข้าง น้ำตาเริ่มไหลซึมขอบตา ไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน.และทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่
“ฟ้าว” มีเสียงดังขึ้นสัญชาตญาณทำให้เขาหันขวับเหลียวหาที่มาของเสียงทันใดนั้นห่าธนูก็พุ่งแหวกอากาศมาจากทิศทางที่มองไม่เห็น ลูกศรจำนวนมากต่างแทงทะลุร่างจนสะดุ้งสุดตัว
...
ในความมืดมิดไร้กาลเวลา ชายหนุ่มพลันสะดุ้งเฮือกตาเบิกโพลงใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อที่ผุดพราย เขาผุดลุกขึ้นนั่งก่อนพยายามปรับลมหายใจหอบถี่ของตนให้สม่ำเสมอ อัคคีฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง และ อีกครั้งที่เขายังอยู่ในท่าเดิมความรู้สึกเ็ปเมื่อครู่แผ่ซ่านตลอดสรรพางค์กาย ติดแน่นในความรู้สึก เขาถูกลอบสังหารด้วยอาวุธธนู
“อ่า ...บางที ตรงนี้อาจเป็จุดเซฟของฉันเวลาตายและเกิดใหม่แต่ละครั้ง จึงย้อนกลับมาที่เดิม เพื่อให้แก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นใช่เราคิดไม่ผิดแน่"
ชายหนุ่มกล่าวอย่างระโหยสรุปได้ดังนั้นจึงเริ่มมองเห็นความหวัง พยายามรวบรวมสติลุกขึ้นยืนแล้วเรียกธนูจากช่องเก็บของมาไว้ในมือ
(Save -สถานที่ที่ปลอดภัยหรือพักกายชั่วคราวสำหรับผู้เล่นเกม-ผู้เขียน)
“ตัวอะไรที่ทำร้ายเรานะ”อัคคีกะพริบตาถี่ ๆพยายามเพ่งมองไปในความมืด สักพักสายตาก็ค่อย ๆ มองเห็นอะไรได้ลาง ๆ
เขาก้าวเดินด้วยฝีเท้าแ่เบาท่ามกลางความเงียบอันชวนอึดอัด ทันใดนั้นก็แว่วเสียง ๆ หนึ่ง
“ ใช่ ฉันได้ยิน มีเสียงบางอย่างเคลื่อนไหว”อัคคีคิดพลางเงี่ยหูฟัง พร้อมกับคว้าธนูออกมาขึ้นสายน้าวศรเตรียมยกขึ้นเล็งในความมืด เสียงนั้นใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
“อ่า..า พวกมันอาจมองไม่เห็นเราเหมือนกัน”
ชายหนุ่มดึงคันธนู จากนั้นปล่อยลูกศรออกไปมันพุ่งผ่านความมืดไปอย่างว่างเปล่า ไร้เสียงกระทบกับสิ่งใด เขายืนนิ่งเตรียมวางลูกธนูไว้บนแล่งอีกครั้ง แต่ทันทีที่โก่งธนูขึ้น
"กี๊ซซซ"กระแสลมแ่พริ้วพัดเสียงปริศนาดังใกล้เข้ามาริมหู และโดยไม่ทันรู้ตัวลูกธนูจำนวนหนึ่งก็แทงทะลุแผ่นหลังเขาอย่างแม่นยำ
ไม่มีกระทั่งเสียงร้อง ร่างของอัคคีค่อย ๆทรุดลงกองกับพื้น เขาผ่อนลมหายใจยาวลึกง่วงจัดเกินกว่าจะดิ้นรนต่อสู้ต่อไป ดวงตาชายหนุ่มค่อย ๆ ปิดลงจนกระทั่งหน้าจอสีฟ้าปรากฏข้อความ
“ผู้เล่นอัคคีเสียชีวิต"
...
ในโลกของมานะ ข่าวการเกิดของบอสในเกม Love~Love Online แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วแม้ว่าเกมจะเพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน แต่ด้วยระบบการต่อสู้ที่สมจริงและท้าทายการเก็บเลเวลไม่เหมือนใครทำให้ผู้เล่นจำนวนมากต่างหลั่งไหลเข้ามาเล่นเกมนี้อย่างล้นหลาม
“ยินดีต้อนรับสู่เกมเลิฟ~ เลิฟออนไลน์ค่ะ”
พนักงานสาวกล่าวทักทายผู้เล่นเขาเป็ชายหนุ่มหน้าตาคมคาย ดวงตาเรียวยาวรับกับคิ้วหนาเป็ปื้น และจมูกโด่งเป็สันผมยาวถูกรวบบันไว้อย่างเรียบร้อย ร่างสูงสวมชุดเกราะของนักรบซามูไร พร้อมกับแขวนดาบยาวไว้ข้างกายเขายืนอยู่หน้ากระจกก่อนจะผินหน้าหันไปตามเสียงของพนักงานต้อนรับซึ่งอยู่ในชุดเมดหูแมว
“้าตั้งชื่อใหม่หรือใช้ชื่อเดิมคะ” เมดสาวเอ่ยอย่างน่ารัก
“ชื่อเดิมครับ”
“ผู้เล่นยืนยันใช้ชื่อ'ไคท์' นะคะ”
เขาไม่พูดอะไร เพียงแต่พยักหน้าน้อย ๆยิ้มมุมปาก
“ผู้เล่น้าปรับแต่งตัวละครหรือแก้ไขรูปร่างหน้าตาใหม่หรือไม่คะ”เธอยิ้มอย่างอ่อนหวาน
“ ไม่ ”
“คุณไคท์เป็ผู้เล่นใน่ทดสอบที่กลับมาอีกครั้งระบบยินดีต้อนรับค่ะ ผู้เล่นสามารถรับไอเทมพิเศษและของเริ่มต้นได้ที่อาคารเริ่มต้นนะคะ และตอนนี้เรากำลังส่งผู้เล่นเข้าสู่เกม ขอให้สนุกกับเลิฟ~เลิฟออนไลน์ค่ะ ”เมดสาวพูดด้วยรอยยิ้มก่อนจะดีดนิ้วส่งเขาเข้าสู่ตัวเมือง
“คนอะไรเ็าพิลึก”เธอคิดในใจก่อนจะให้บริการผู้เล่นรายถัดไป
หลังออกจากอาคารเริ่มต้นไม่นาน ไคท์ไม่ได้มุ่งตรงไปที่หอคอยแต่กลับเดินออกมาสำรวจบริเวณถนน
“ไม่ต่างจากตอนที่เราเล่นเบต้าแต่ดูเหมือนจะมี NPC บางตัวที่ไม่เคยเห็น”เขาครุ่นคิดขณะมองสำรวจไปรอบ ๆ ก็พบว่าบนกำแพงมีทหาร และชาวบ้าน NPC จำนวนมากกว่าตอนเล่นเบต้าซึ่งมีเพียงร้านตีอาวุธ และ ร้านขายยา
สิ่งหนึ่งที่เป็เหมือนความลับ แต่ไม่ใช่ความลับเพียงแต่ผู้เล่นส่วนมากมักมองข้าม และมุ่งไปที่การพัฒนาตัวเองมากกว่าจะสนใจคนอื่นก็คือ NPC ในเกมมีเื่ราวแต่ผู้เล่นมักตรงไปที่ดันเจียนและเก็บเลเวล แต่ไม่มีใครสนใจจะสนทนากับ NPC ไคท์เพิ่งได้อาชีพพิเศษมา ย่อมรู้ดีว่าเกมนี้ เป็ระบบเนื้อเื่ และ ผู้เล่นที่ปลดล็อกได้จะได้ทั้งข้อมูล และ ทรัพยากรอันมหาศาล
(Close Beta Testหรือ CBT - การลองหรือทดสอบระบบต่างๆในเกมทุกๆ ส่วน
Open Beta หรือ OBT- เกมพร้อมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมลองรับผู้เล่นจำนวนมากแบบนอนสต๊อป-ผู้เขียน)
ไคท์เปิดหน้าต่างสถานะหน้าจอสีฟ้าปรากฏข้อความ
สถานะตัวละคร
ชื่อ : ไค
อาชีพ : Shenji
Shenji เป็ปรมาจารย์แห่งหอกหรือที่เรียกว่าเทพเ้าแห่งหอกพวกเขาเป็พลหอกที่ใช้หอกตามความ้า จัดการกับการโจมตีที่รวดเร็วว่องไวหนักและทรงพลัง
สกิล :
Advancing Spear (การใช้หอกขั้นสูง)๑๐
Light as a Feather (วิชาตัวเบา)๑๐
เคลื่อนที่ หลบหลีกต่อสู้ไวกว่าปกติหลายเท่าตัว
Painting with a Spear (การรำหอก) ๑๐
ท่าที่ใช่โจมตีต่อเนื่อง
Fall of the Ascending Dragon (พลังหอกแห่งดาราั) ๑๐
บัฟเสริมพลังของตัวเองทุกค่าสถานะ และทำให้เกิดพลังสายฟ้าได้ขณะโจมตี
“อืม ...ยังเหมือนเมื่อตอนเราเล่นไว้ครั้งเบต้าฉันนึกว่าเขาจะรีเซ็ตระบบใหม่เสียอีก ถ้าเป็แบบนี้ผู้เล่นเก่าก็ได้เปรียบผู้เล่นหน้าใหม่น่ะซิ ” ไคท์เลิกคิ้วสูงเมื่อเห็นสถานะตัวเอง พลางเดินสำรวจบริเวณรอบนอกกำแพงชั้นในเพื่อตรวจสอบว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
“เราต้องไปตามเ้าพวกนั้นกลับมา”ชายหนุ่มเดินคิดอะไรเพลิน ๆ กระทั่งมาหยุดยืนที่ด้านหน้าประตูเมือง
เบื้องหน้าเขาตอนนี้คือ ประตูขนาดใหญ่ที่ว่างเปล่าร้างผู้เล่นมีเพียงทหาร NPC ยืนประจำอยู่บริเวณนั้น
“อ่า..ตอนเล่นเบต้าประตูนี้ถูกปิดตายแต่คราวนี้มีทหารยืนเฝ้าประจำการ” ไคท์เตรียมจะเดินเข้าไปสำรวจใกล้ ๆ แต่ต้องชะงักฝีเท้า
“หยุดนะ ! นั่นเ้าจะไปไหน” ทหารคนหนึ่งตวาดเสียงดังลั่นพร้อมกับยกหอกในมือขึ้นชี้ วิ่งตรงมาที่เขา
“ขออภัย เราเพียงแค่อยากเดินไปที่ประตู”ชายหนุ่มก้มศีรษะน้อย ๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงปกติ เขาไม่ได้ใ และรอคอยอย่างใจเย็น
“เ้าคือผู้ถูกเลือกซินะ”คราวนี้เป็เสียงของผู้มาใหม่ ไคท์เหลียวไปทางต้นเสียงสายตาเขาจึงแลเห็นชายหนุ่มบนหลังม้าในชุดเกราะเหล็ก ภายในมือถือดาบเล่มยาวด้านหลังมีนายทหารติดตามมาอีกสามนาย
“ครับ เราเพิ่งมาที่นี่”ชายหนุ่มพยักหน้าตอบ พลางคิดในใจ
"พวก NPC นี้เหมือนมนุษย์จริง ๆโอเคเราต้องคุยกับมันตามเนื้อเื่ในเกมซินะ" เขาเคยเล่นเบต้ามาก่อนจากประสบการณ์พอเดาได้ว่า นี่คงเป็เควสอะไรสักอย่างแน่ ๆ
..
(Quests - ภารกิจต่าง ๆ ในเกมที่ผู้เล่นสามารถรับชื่อเสียงและไอเทมพิเศษมากมายเมื่อทำเป้าหมายสำเร็จ-ผู้เขียน)
“สวัสดีครับ ข้าชื่อ'มาโร่' หัวหน้าอัศวินของเมืองแคนทารอสขออภัยด้วย ตอนนี้เรากำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองจึงต้องเข้มงวดเป็พิเศษ” หัวหน้าอัศวินกล่าวแนะนำ
"ประตูเมืองตอนนี้เข้าออกไม่ได้"
“เกิดอะไรขึ้น” ไคท์ขมวดคิ้ว
“งั้นตามข้ามา”หัวหน้าอัศวินพูดพลางลงจากหลังม้า แล้วส่งสายบังเหียนให้กับผู้ติดตาม ออกเดินนำไคท์ไปที่ประตูสักพักจึงมาหยุดยืนที่เถาวัลย์ขนาดมหึมาที่เลื้อยพันชอนไชประตูตลอดจนบริเวณกำแพงโดยรอบอย่างแ่าซึ่งเป็การปิดประตูเมืองไปโดยปริยาย
“เ้าเห็นแล้วใช่ไหม” มาโร่หันมาสบตากับไคท์พลางพยักเพยิดไปที่ตัวปัญหาตรงหน้า
“ โอ้โห.. เถาวัลย์พวกนี้มาจากไหนกัน”ไคท์อุทานอย่างประหลาดใจ ในใจก็คิดว่านี่คงเป็ฝืมือพวกนักเวทย์แน่ ๆ
“เถาวัลย์นี้เกิดจากพลังของเผ่าปีศาจพวกมัน้าทำลายเมืองของเรา”ทหารคนที่ร้องห้ามไคท์เป็ฝ่ายเอ่ยขึ้น
“เผ่าปีศาจงั้นเหรอ คงเป็เนื้อเื่ในเกมซินะเพราะตอนเบต้าเผ่านี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลย” ไคท์คิดในใจ
“เผ่าปีศาจใช้เวทมนตร์ปิดล้อมเมืองและส่งหอคอยอเวจีมาให้พวกเรา"นายทหารคนเดิมกล่าวต่อไป ขณะที่มาโร่แหงนหน้าขึ้นมองหอคอยของเมืองทำให้ไคท์เหลียวขึ้นมองตาม
“ใช่แล้ว หอคอยนี้อาจจะเป็สถานที่พิเศษสักอย่างเพราะตอนที่เราเล่นเบต้า แทบไม่มี NPC เกมคนไหนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับหอคอยนี้เลย”ชายหนุ่มคิดอย่างกระหยิ่มใจอย่างน้อยเขาก็รู้อะไรดี ๆ ก่อนเริ่มเกม
“ท่านผู้กล้า ข้าอยากขอร้องท่านเพราะดูท่านจะมีระดับที่สูงกว่าผู้กล้าหน้าใหม่เ่าั้”คราวนี้เป็เสียงของหัวหน้าอัศวินพูดขึ้นเขาละสายตาจากหอคอยแล้วหันมาสบตาไคท์ซึ่งมองมาอยู่ก่อนแล้วคำกล่าวนั้นทำให้ชายหนุ่มคิดการณ์อย่างรวดเร็ว
อาจจะเป็การขอเควสเพราะอาชีพและทักษะมีผลกับการทำเควสอีกทั้งผู้เล่นใหม่ไม่สามารถรับเควสนี้ได้ และยังไม่มีใครได้รับเควสนี้”
“ตอนนี้กองกำลังทหารของเราพยายามสร้างพื้นที่ปลอดภัยภายในหอคอยชั้นที่หนึ่ง ข้าอยากให้ท่านเข้าร่วมกับเราเพื่อเข้าไปบุกยึดและสร้างค่ายทหารในพื้นที่ชั้นหนึ่งท่านยินดีจะเข้าร่วมภารกิจนี้กับเราหรือไม่” หัวหน้าอัศวินกล่าวอย่างเป็มิตร
“ค่ายแห่งแรกชั้นที่ ๑ คุณได้รับเควสระดับ SS ผู้เล่นไคท์ยินดีรับภารกิจนี้หรือไม่” เสียงจากระบบดังขึ้น
“เรายินดี” ไคท์พยักหน้า
“ท่านผู้กล้า...ข้ายังมีเื่จะกล่าวเพิ่มเติมอีก"
“เื่อะไร เชิญพูดมาได้เลย"ชายหนุ่มผายมือ
“ท่านจงนำจดหมายฉบับนี้ไปที่โบสถ์ด้านทิศเหนือและที่สถาบันอคาเดมีเวทมนตร์ทางทิศใต้ เพื่อให้พวกเขานำกองกำลังมาเข้าร่วมกับเรา”มาโร่เอ่ยพร้อมกับยื่นจดหมายในมือ มันกลายเป็ประกายรุ้งสีทองพุ่งไปที่มือของไคท์ราวกับมีเวทมนตร์
ถ้าเราสร้างเขตปลอดภัยในพื้นที่ชั้นหนึ่งได้จะเป็การช่วยหาเสบียงให้ชาวเมืองและเป็ฐานให้เหล่าผู้กล้าหน้าใหม่ในการพิชิตหอคอยอเวจีแห่งนี้ได้” หัวหน้าอัศวินกล่าวแล้วเดินมาตบไหล่ไคท์เบาๆ อย่างชื่นชม
“เเจ้งท่านเื่ทำภารกิจแล้วข้าจะไปรวบรวมกำลังพล รอท่านที่หน้าประตูหอคอย” มาโร่พูด โดยไม่รอฟังคำตอบจากไคท์เขาก็หันหลังเดินจากไป
“อืม..ต้องไปส่งจดหมายซินะ”ไคท์พึมพำพลางมองที่ด้านหลังมาโร่ แล้วเปิดหน้าจอสถานะขึ้นดูเควสที่เพิ่งได้รับมา
....
ภารกิจระดับ SS
เมืองแคนทารอสถูกปิดผนึกโดยพลังเทพปีศาจตอนนี้พวกเขาจะต้องพิชิตหอคอยอเวจีและแม้ว่าจะเป็ดันเจียนที่ผู้เล่นบางคนเคยเข้าไปแล้วแต่การสร้างค่ายในนั้นจะช่วยให้ผู้เล่นอื่น สามารถเข้าไปฟาร์มกันง่ายขึ้น
(Farm-ต่อสู้เก็บสกิลเลเวล โดยการตีมอนสเตอร์-ผู้เขียน)
ภารกิจระดับ A ส่งจดหมาย
จดหมายของหัวหน้าอัศวินแห่งเมืองแคนทารอสซึ่งกำลังตกที่นั่งลำบาก โดยขอความช่วยเหลือจากโบสถ์ และสถาบันอคาเดมีเวทมนตร์ เพื่อสร้างค่ายที่หอคอยชั้นที่หนึ่งและปลดปล่อยเมืองจากจอมอสูร