ย้อนยุคสู่ปี 80 พร้อมระบบ: อย่าริอาจมาแหย่แม่ชาเขียว

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 54 ใช้เงินสำราญใจ

            เหวินฉินและเหวินชงเด็กน้อยทั้งสองคนยังคงอยู่ในอาการงัวเงียด้วยความง่วงงุนเมื่อเห็นเจียงอิ๋งอิ๋งจึงเอ่ยเรียกเสียงแผ่วด้วยความมึนงงว่า“อาสะใภ้...”

            เจียงอิ๋งอิ๋งลูบศีรษะของเด็กทั้งสองเบาๆ“พ่อคะ อากาศร้อนแบบนี้ เด็กๆ ช่วยงานได้ไม่เท่าไรหรอกค่ะให้พวกเขาอยู่บ้านกับหนูดีกว่า เดี๋ยวหนูดูให้เอง”

            เสิ่นชิ่งหงมีท่าทีลังเลเมื่อเห็นว่าหลานชายทั้งสองดูท่าทางอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจริงๆ จึงเอ่ยถามขึ้นว่า“พวกแกอยู่บ้านกับอาสะใภ้ดีไหม?”

            เด็กน้อยทั้งสองพลันเบิกตาโพลงด้วยความดีใจยิ้มร่าพลางประสานเสียงตอบรับทันที “ดีครับ!”

            ในเมื่อเป็นเช่นนั้นเสิ่นชิ่งหงจึงไม่ได้ว่าอะไรอีกเพียงแต่ก่อนจะจากไปเขายังคงกำชับด้วยความไม่สบายใจอีกรอบว่า“ในหม้อมีแป้งทอด แล้วก็มีไข่ต้มด้วยนะตอนเที่ยงจะกินก็เอามาอุ่นเสียหน่อย”

            “ถ้าลูกจุดเตาไม่เป็น ก็ให้เหวินฉินทำนะ แกทำงานคล่องแคล่ว!”

            เจียงอิ๋งอิ๋งลูบจมูกตัวเองแก้เก้อรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อย การจะให้เด็กหกขวบมาทำกับข้าวให้เธอกินเนี่ยเธอต้องจิตใจโหดเหี้ยมขนาดไหนกัน...

            “คุณพ่อวางใจเถอะค่ะ ฝากพวกเขาไว้กับหนูไม่มีปัญหาแน่นอน!”

            เสิ่นชิ่งหงถึงได้ยอมถือกระติกน้ำต้มสุกและเสบียงอาหารมุ่งหน้าลงนาไปโดยไม่วายหันกลับมามองด้วยความเป็นห่วง...

            เมื่อมีอาหารพร้อมกินอยู่แล้วเจียงอิ๋งอิ๋งจึงพาเด็กๆ กินมื้อเช้าจนอิ่มจากนั้นเธอก็รวบรวมถ้วยชามเตรียมจะไปล้างเอง

            เหวินฉินกระโดดลงจากม้านั่ง“อาสะใภ้ ผมล้างจานเป็นครับ!”

            เขาว่ากันว่าลูกหลานคนยากจนมักจะดูแลตัวเองได้เร็วคำกล่าวนี้ใช้กับเด็กทั้งสองได้ไม่เกินจริงเลย เหวินฉินตักน้ำอย่างกระฉับกระเฉงส่วนเหวินชงที่อยู่ข้างๆ ก็คอยช่วยล้างน้ำสะอาด

            เจียงอิ๋งอิ๋งรู้สึกละอายใจจนหน้าแทบแทรกแผ่นดินหนีเธอเม้มริมฝีปากพลางวางชามซ้อนกันให้เป็นระเบียบ “งั้นอาเอาชามไปเก็บเข้าที่ให้นะจ๊ะ...”

            ผู้ใหญ่หนึ่งคนเด็กน้อยสองคนประสานงานกันได้อย่างลงตัวทีเดียว

            สำหรับการเลี้ยงเด็กนั้นเจียงอิ๋งอิ๋งไม่มีประสบการณ์เลยสักนิด ทว่าเด็กทั้งสองกลับว่านอนสอนง่ายเหลือเกินพวกเขาพากันไปยกม้านั่งตัวเล็กไปนั่งสานตะกร้ากันเองโดยไม่ต้องให้เธอเอ่ยปากเลยแม้แต่น้อย

            นิ้วมือน้อยๆนั้นถูกเส้นตอกบาดจนเป็นรอยเลือดซิบ...

            “ไม่สานแล้ว...”

            เจียงอิ๋งอิ๋งรู้สึกปวดใจเธอจึงดึงมือเด็กทั้งสองไว้ “ให้อาสะใภ้พาพวกหนูไปวาดรูปเขียนหนังสือ ดีไหมจ๊ะ?”

            “แต่คุณปู่ต้องลงนา พวกเราต้องสานตะกร้าไปขายจะได้มีเงินไปโรงเรียนครับ!”

            เหวินฉินตัวน้อยเจรจาเจื้อยแจ้วอย่างมีเหตุผล“อาสะใภ้ ผมสานได้เร็วมากเลยนะครับ!”

            ตะกร้าใบหนึ่งขายได้เพียงสองเหมาแปดเฟินแต่ค่าเทอมของเหวินฉินตั้งสิบกว่าหยวนต้องสานตะกร้ากี่ใบกันถึงจะรวบรวมค่าเทอมได้ครบ?

            เจียงอิ๋งอิ๋งรู้สึกอัดอั้นตันใจอย่างบอกไม่ถูกเธอเอื้อมมือไปลูบแก้มตอบของเด็กน้อยทั้งสอง “ค่าเทอมของพวกหนูอารองหามาครบแล้วจ้ะไม่ต้องลำบากสานตะกร้าหรอก”

            เธอไม่ได้อ้างถึงตัวเองเพราะความใจอ่อนชั่ววูบยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เธอกล้าเอ่ยปากรับภาระค่าเทอมของเด็กทั้งสองตั้งแต่ทะลุมิติมาจนถึงตอนนี้ แม้จะแต่งงานออกเรือนมาแล้วแต่เธอก็ยังไม่รู้สึกถึงความผูกพันที่แท้จริงเท่าไรนัก

            เหวินฉินเงยหน้าขึ้นดวงตาสีดำขลับราวกิ่งลูกองุ่นนั้นดูคล้ายกับเสิ่นเหยาอยู่หลายส่วน“จริงหรือครับ? อารองเก่งที่สุดเลย!”

            เจียงอิ๋งอิ๋งยิ้มพลางเก็บตะกร้าออกไป“เอาละ งั้นตอนนี้เราไปเขียนหนังสือกันดีกว่าไหม?”

            ในหมู่บ้านมีเด็กที่ได้เข้าเรียนไม่กี่คนยิ่งครอบครัวของพวกเขาขัดสนเช่นนี้เหวินฉินที่รู้ความตั้งแต่เด็กจึงเห็นคุณค่าของโอกาสในการเรียนรู้เป็นอย่างมาก

            เขาวาดเขียนตัวอักษรทุกตัวด้วยความตั้งใจซ้ำยังช่วยสอนน้องชายเขียนอีกด้วย...

            เจียงอิ๋งอิ๋งมองดูเด็กๆที่แทบไม่ต้องให้เธอเข้าไปวุ่นวายเลยก็ได้แต่ทอดถอนใจเด็กหกขวบพวกนี้ดูจะรู้ความยิ่งกว่าพวกเด็กแสบวัยสิบกว่าขวบในชาติที่แล้วของเธอเสียอีก

            ช่วงเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็วพอถึงเวลาทำมื้อเที่ยง เจียงอิ๋งอิ๋งก็เริ่มกลัดกลุ้ม

            ที่บ้านมีวัตถุดิบไม่น้อยแต่ประเด็นคือเธอทำอาหารไม่เป็น...

            เหวินฉินหอบฟืนเดินเข้ามาดวงตากลมโตมองเจียงอิ๋งอิ๋งพลางเอ่ยว่า “อาสะใภ้เดี๋ยวผมช่วยจุดไฟต้มน้ำเองครับ แล้วเราค่อยใส่ข้าวสารลงไป...”

            โชคดีที่เมื่อเช้ายังมีแป้งทอดกับไข่ต้มเหลืออยู่เธอจึงหยิบเนื้อแดดเดียวที่เหลืออยู่อีกไม่กี่ชิ้นออกมาจากกระเป๋ามื้อเที่ยงนี้จึงพอถูไถรอดไปได้...

            ช่วงงานยุ่งที่แสนวุ่นวายนี้ยังต้องดำเนินต่อไปอีกหลายวันเจียงอิ๋งอิ๋งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจจูงมือเด็กๆคนละข้างพลางโบกไม้โบกมือ “ไปกันเถอะตามอาสะใภ้เข้าเมือง!”

            จะมาปล่อยให้กินอยู่กันแบบส่งเดชวันพรุ่งนี้อีกไม่ได้แล้วเธอตั้งใจจะไปหาซื้อของกินสำเร็จรูปกลับมาเสียหน่อย...

            เพื่อความปลอดภัยในการพาลูกเด็กเล็กแดงเข้าเมืองเจียงอิ๋งอิ๋งจึงรีบเปิดระบบขึ้นมาทันที “มีค่าความปลอดภัยหรืออะไรทำนองนั้นให้แลกไหม?”

            ระบบพลันเปล่งแสงสีน้ำเงินออกมาพร้อมกับเสียงพูด “สามารถแลกเปลี่ยนเป็นค่าโชคดีได้...”

            “ตกลง จัดมาให้ฉันยี่สิบแต้มเลย!”

            ตอนนี้เธอมีค่าโชคชะตาตุนไว้เยอะเจียงอิ๋งอิ๋งจึงใช้สอยอย่างสบายใจ

            ผู้ใหญ่หนึ่งเด็กน้อยสองเพิ่งจะก้าวพ้นประตูบ้านก็ประจวบเหมาะกับที่ลุงหลี่ขับรถไถผ่านมาพอดี

            เจียงอิ๋งอิ๋งรีบตะโกนเรียก“ลุงหลี่คะ หนูอยากจะเข้าเมืองสักหน่อย วันนี้ลุงจะไปกี่โมงคะ?”

            ในช่วงยุ่งวุ่นวายกับการทำนาเช่นนี้หากไม่มีธุระจำเป็นจริงๆ ก็คงไม่มีใครอยากเข้าเมืองหรอก

            หลี่อิงจ้านหัวเราะร่า“ประจวบเหมาะเชียว ลุงกำลังจะเข้าไปส่งของในเมืองพอดีพวกเธอขึ้นมาเลย!”

            จากนั้นเจียงอิ๋งอิ๋งก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบว่า“ค่าโชคดีลดลง 5 แต้ม...”

            เหวินฉินและเหวินชงไม่ค่อยได้เข้าเมืองบ่อยนักตลอดทางพวกเขาจึงนั่งกันอย่างเรียบร้อย เมื่อทั้งสามมาถึงหน้าสหกรณ์ร้านค้า เด็กๆจึงถามด้วยความสงสัยว่า “อาสะใภ้พวกเราจะซื้ออะไรกันหรือครับ?”

            เจียงอิ๋งอิ๋งก้มตัวลง“ซื้อของอร่อยๆ สารพัดอย่างเลยจ้ะ!”

            เป้าหมายคืออาหารที่เก็บไว้ได้นานและสะดวกต่อการกินอย่างเช่น เนื้อแดดเดียว ผลไม้อบแห้ง และขนมต่างๆ...

            ตอนนี้เธอมีเงินในมือเยอะจะจับจ่ายใช้สอยแต่ละทีจึงไม่รู้สึกเสียดายแม้แต่น้อยไม่นานนักเด็กน้อยทั้งสองต่างก็กอดห่อของสัมภาระใบโตไว้คนละห่อ

            ครั้งนี้เจียงอิ๋งอิ๋งไม่ได้เกียจคร้านเธอสะพายย่ามผ้าใบหนึ่งไว้เอง ในนั้นเต็มไปด้วยเนื้อแดดเดียวและขนมปังอบ

            พนักงานขายที่อยู่ข้างๆถึงกับเดาะลิ้นด้วยความตะลึง นี่มาซื้อไปตุนไว้ขายหรือยังไงกัน?

            เธอเพิ่งจะเคยเห็นคนซื้อของแบบไม่กะพริบตาขนาดนี้เป็นครั้งแรก!ของที่ต้องซื้อโดยไม่มีตั๋วปันส่วนนั้นราคาแพงลิบแต่แม่สาวน้อยคนนี้กลับมีคำเดียวสั้นๆ คือ ‘ซื้อ!’

            แต่ผู้หญิงหน้าตาสะสวยบอบบางแถมยังจูงเด็กเล็กๆ มาอีกสองคน หอบหิ้วของพะรุงพะรังขนาดนี้ไม่กลัวพวกคนชั่วจ้องจะเล่นงานเอาหรือไร!

            เมื่อเดินออกมาจากร้านที่หัวมุมตรอกก็มีผู้ชายสองคนสบตากัน ก่อนจะสะกดรอยตามพวกเธอไป

            รถไถของลุงหลี่มักจะจอดรออยู่ที่ถนนเส้นเล็กแถบชานเมืองซึ่งเวลานี้เขาน่าจะยังมาไม่ถึง

            เจียงอิ๋งอิ๋งจูงเด็กๆเดินกลับอย่างช้าๆ ไม่นานเธอก็สังเกตเห็นชายท่าทางลับๆ ล่อๆ สองคนเดินตามหลังมา...

            เธอลอบเม้มปากเริ่มไม่กล้าเดินต่อไปข้างหน้าเสียแล้ว

            ชายสองคนนั้นค่อยๆล้อมเข้ามาหนึ่งในนั้นมองสำรวจเธอหัวจรดเท้าพลางปั้นยิ้มที่ดูเหมือนจะใจดีแต่กลับแฝงความนัย“สาวน้อยจะไปที่ไหนกันจ๊ะ?”

            เจียงอิ๋งอิ๋งคลี่ยิ้มบางๆตอบกลับไป “ฉันจะไปสถานีตำรวจข้างหน้านี้ค่ะพี่ชายฉันทำงานอยู่ที่นั่น!”

            ความจริงแล้วเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสถานีตำรวจตั้งอยู่ตรงไหน!

            ชายอีกคนที่สวมเสื้อกั๊กสีน้ำเงินหัวเราะเหอะๆ“สถานีตำรวจไม่ได้ไปทางนี้หรอกจ้ะให้พวกพี่ชายสองคนไปส่งพวกเธอดีกว่าไหม!”

            พวกเขาคือพวกแก๊งลักเด็กที่ตระเวนก่อเหตุไปทั่วสาวน้อยผิวพรรณผุดผ่องหนึ่งคน กับเด็กชายตัวน้อยอีกสองคน นี่มันสินค้าเกรดเอชัดๆ!

            ตั้งแต่เข้าเมืองมาสองพี่น้องคู่นี้ก็เล็งพวกเขาทั้งสามคนเอาไว้แล้ว เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครตามมาจึงได้ปรากฏตัวออกมาเตรียมล่อลวงไป

            ถ้าไม้อ่อนไม่ได้ผลก็คงต้องใช้ไม้แข็ง!

            เจียงอิ๋งอิ๋งถอยหลังหนีด้วยความระแวดระวังแต่ยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่ง “ไม่รบกวนพวกคุณหรอกค่ะฉันจำทางได้!”

            ทว่าสายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นผ้าเช็ดหน้าที่เปียกชื้นอยู่ในมือของชายคนข้างหลัง...

            เธอเคยได้ยินคนเล่าว่าพวกนักค้ามนุษย์มักจะใช้ยาสลบโปะหน้า

            สมองของเธอหมุนเร็วจี๋ในจังหวะที่เธอกำลังจะพาลูกทั้งสองวิ่งหนีไปนั้นเองเหวินชงก็พลันหันไปทางด้านหลังแล้วตะโกนเรียกเสียงดังว่า“คุณตำรวจครับ!”

            ชายทั้งสองคนชะงักกึกด้วยความตกใจรีบหันกลับไปมองตามและพบว่ามีกลุ่มคนในชุดเครื่องแบบกำลังเดินมุ่งหน้ามาทางนี้จริงๆ!

             

    คล้ายกับเรื่องย้อนยุคสู่ปี 80 พร้อมระบบ: อย่าริอาจมาแหย่แม่ชาเขียว ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505