ตอนที่ 37: ทาสการเมือง
แสงแดดสีแสดดวงโตยามอัสดงกำลังทอดลำแสงยาวเหยียดทะลุผ่านแนวบานมู่ลี่ไม้สักหนาทึบของห้องทำงานส่วนตัวอันหรูหราของคุณเกริก ลำแสงสีทองอมส้มพาดผ่านแนวพื้นไม้โอ๊กสีเข้มขัดมันจนเกิดเป็นเงาน่าประหลาดตาคล้ายซี่กรงขังขนาดยักษ์ทาบทับไปทั่วห้องทำงานอันขรึมขลัง สะท้อนกับเหลี่ยมมุมของเฟอร์นิเจอร์หนังแท้สีดำสนิทราคาแพงระยับซึ่งเย็บตกแต่งอย่างประณีตประดับด้วยหมุดทองเหลืองวาววับ บรรยากาศรอบข้างเงียบเชียบและตึงเครียดเสียจนสัมผัสได้ถึงความอึดอัดที่แผ่ซ่านบีบคั้นประสาท ลมเย็นเยือกจากเครื่องปรับอากาศระบบดิจิทัลพัดโชยมาปะทะผิวไหล่เนียนเปลือยเปล่าของฉันเป็นระยะ ทว่ามันกลับไม่ได้ช่วยให้ชายที่นั่งก้มหน้าคุดคู้อยู่ตรงข้ามมีสภาพร่างกายและจิตใจที่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ฉันนั่งไขว่ห้างอยู่บนขอบโต๊ะทำงานไม้สักตัวหนาใหญ่อย่างสบายอารมณ์ ปล่อยอารมณ์ละเมียดละไมไปกับชัยชนะที่วางอยู่ตรงหน้า เรียวขาคู่งามในถุงน่องสีเนื้อเนียนละเอียดเบียดชิด ทุกจังหวะที่ขยับกาย ปลายรองเท้าส้นสูงสีดำเงาวาวจะกวัดแกว่งไปมากลางอากาศเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าเปี่ยมด้วยน้ำหนักคุกคามคุมเชิง ราวกับเป็นเครื่องตอกย้ำสัญญาณอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้าสู่ชีวิตทางการเมืองและชื่อเสียงอันสะอาดหมดจดของชายผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ทีละน้อย
ตรงหน้าของฉันคือ ส.ส. อนุกูล นักการเมืองหนุ่มใหญ่ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยอิทธิพลและได้รับการขนานนามว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดในรัฐสภา บัดนี้เขานั่งก้มใบหน้าขาวซีดจนแทบชิดกระดาษเอกสาร มือขวาอันหนาเตอะที่เคยใช้ชี้สั่งข้าราชการระดับสูงในกระทรวง หรือโบกไม้โบกมือทักทายประชาชนผู้เลื่อมใสในภาพลักษณ์คนดีรักครอบครัว บัดนี้สั่นเทาจนเกือบจะบังคับทิศทางปากกาไม่ได้ ปลายปากกาหมึกซึมเลี่ยมทองคำแท้หรูหราจรดลงบนเอกสารใบอนุมัติรับรองจัดตั้งคลินิกพิเศษฟื้นฟูจิตใจและบำบัดลับของฉันอย่างยอมจำนนและไร้ทางหลีกเลี่ยง
เสื้อสูทสีกรมท่าเนื้อดีที่สั่งตัดเย็บพิเศษจากห้องเสื้อชั้นนำราคาแพงลิบลิ่วมีรอยยับย่นหลายจุดตรงบริเวณบ่าหนาและข้อศอก บ่งบอกถึงความเครียดสะสมหนักหน่วงและสภาวะจิตใจที่ถูกบีบคั้นบดขยี้อย่างรุนแรงมาตลอดสัปดาห์ ลายเซ็นตระกูลดังที่เคยตวัดจารึกอย่างทรนงตน บัดนี้กลับดูโย้เย้บิดเบี้ยวสั่นไหวไปตามจังหวะชีพจรเต้นรัวของผู้จรดลายเซ็นอย่างน่าเวทนา ลมหายใจเข้าออกของเขาติดขัดขาดห้วง เม็ดเหงื่อผุดพรายเปียกชื้นขึ้นตามไรผมและซอกคอหนา ทั้งที่เครื่องปรับอากาศพ่นลมหนาวเย็นเฉียบจนผิวเนื้อสั่นสะท้าน
"เซ็นเรียบร้อยหมดทุกฉบับแล้วครับคุณพราวรินทร์... ทั้งใบรับรองสิทธิและใบอนุมัติพิเศษสำหรับคลินิกฟื้นฟูบำบัดของคุณ โครงการนี้จะขึ้นตรงกับส่วนกลางและได้รับสิทธิคุ้มครองทางกฎหมายขั้นสูงสุด จะไม่มีหน่วยงานส่วนท้องถิ่นหรือผู้มีอิทธิพลคนไหนกล้าก้าวเท้าเข้ามายุ่มย่ามสุ่มตรวจความลับของลูกค้าคุณแน่นอน" อนุกูลเอ่ยปากรายงานด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบที่หลุดลอยมาจากขุมนรก นัยน์ตาสีเข้มหลังกรอบแว่นตาทองคำขาวสั่นสะท้านสะท้อนความขลาดกลัวอย่างปิดไม่มิด
ฉันส่งรอยยิ้มแสนหวานและเย็นเฉียบไปให้เขา โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยจนเรียวขาสวยใต้กระโปรงรัดรูปผ่าสูงขยับแยกออก เผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องและต้นขาอ่อนขาวนวลวับๆ แวมๆ กลิ่นน้ำหอมกุหลาบราตรีผสมผสานฟีโรโมนยั่วยวนใจโชยพัดเข้าปะทะใบหน้าของเขา อนุกูลสะดุ้งตัวโยนรีบขยับแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำตัวใหญ่ทันทีด้วยความระแวดระวังและหวั่นเกรง ราวกับรู้สึกได้ถึงความร้ายกาจของอสรพิษสาวที่แอบซ่อนพิษสงไว้ใต้รูปโฉมงดงามเย้ายวนใจเกินต้านทาน
ฉันเอื้อมมือเรียวสวยไปหยิบกองเอกสารเหล่านั้นดึงเข้ามาหาตัว จัดการพลิกดูรายละเอียดลายเซ็นและตราประทับสีแดงสดของราชการอย่างประณีตและใจเย็น ลายเซ็นของเขาคือกุญแจสำคัญที่จะเปิดทางให้โครงการคลินิกของฉันก้าวไปสู่จุดสูงสุดในฐานะสถานบำบัดจิตใจระดับ VIP ของกระทรวงที่มั่นคงปลอดภัยจากสังคมภายนอกและการตรวจสอบทั้งปวง
"ขอบพระคุณในความกรุณาและความใจกว้างของท่าน ส.ส. อนุกูล มากนะคะ" ฉันเอ่ยปากเสียงเบาหวานปานน้ำหวานอาบยาพิษ ทว่านัยน์ตาคู่คมกลับฉายแววเหยียดหยามและสะใจโดยไม่คิดจะซ่อนเร้นปิดบัง "ลายเซ็นประวัติศาสตร์ของคุณช่างงดงามและเปี่ยมล้นไปด้วยมูลค่ามหาศาล สมกับที่เป็นผู้แทนราษฎรน้ำดีที่ผู้คนต่างก้มหัวกราบไหว้บูชาด้วยความเลื่อมใสศรัทธาจริงๆ ค่ะ"
อนุกูลเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยสภาพเหนื่อยล้าสะบักสะบอมเหมือนซากศพที่เดินได้ ใบหน้าของเขาหมดอาลัยตายอยาก มือหนายกขึ้นลูบหน้าลูบตาเพื่อขับไล่ภาพความสยิวและตัณหาความใคร่ที่กัดกินหัวใจและจิตสำนึกจนนอนไม่หลับมาตลอดหลายคืน นับตั้งแต่แสงสว่างของวันใหม่ส่องสว่างขึ้นหลังค่ำคืนราคะป่าเถื่อนในห้องอบซาวน่าไม้สนที่เปี่ยมล้นไปด้วยความร้อนระอุ ค่ำคืนนั้นที่เขาละทิ้งศักดิ์ศรีและความเป็นสุภาพบุรุษไปเพื่อเสพสุขจากร่างกายของฉันอย่างบ้าคลั่ง
ภาพลับและไฟล์วิดีโอบันทึกพฤติกรรมดิบเถื่อนเหล่านั้นคอยตามหลอกหลอนสะกดจิตใต้สำนึกของเขาให้ตกอยู่ในห้วงแห่งความหวาดกลัว อนุกูลรู้ตัวดีว่าหากไฟล์บันทึกนั้นหลุดรอดออกไปสู่สายตาสาธารณชนหรือถูกส่งตรงไปยังพรรคการเมืองคู่แข่ง ไม่เพียงแต่ชีวิตการเมืองในสภาและอนาคตที่กำลังเจริญรุ่งเรืองจะถูกฝังกลบลงดินอย่างรวดเร็วเท่านั้น แต่ภาพลักษณ์สามีคนดีที่รักครอบครัวอบอุ่นที่เขาเพียรพยายามสร้างมานานนับสิบปีก็จะพังพินาศป่นปี้กลายเป็นขี้เถ้ากระดาษที่ผู้คนทั้งประเทศเอามานินทาหัวเราะเยาะด้วยความสมเพช
ฉันนั่งลอบมองสภาพอันทรุดโทรมและอ่อนแอของชายวัยกลางคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกเวทนาปนสะใจอย่างบอกไม่ถูก ลึกๆ ในสมองของฉันเริ่มวิเคราะห์พฤติกรรมเชิงจิตวิทยาถึงระบบและกลไกอำนาจที่มนุษย์ใช้ควบคุมสังคม
คนเขลาทั่วไปมักหลงเชื่อภาพมายาว่าอำนาจอันยิ่งใหญ่สถิตอยู่ตามตึกรัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล หรือถูกเก็บรักษาไว้ในตู้นิรภัยของมหาเศรษฐีผู้เปี่ยมด้วยสินทรัพย์ ทว่าในความเป็นจริงตามมุมมองของนักจิตวิทยาเช่นฉัน... อำนาจที่แท้จริงหาได้กำเนิดมาจากสิ่งสมมุติภายนอกเหล่านั้นไม่
หากแต่อำนาจที่แท้จริงซึ่งใช้บงการชะตากรรมคน บิดเบือนกฎระเบียบ หรือแม้แต่สั่งให้บุรุษผู้ทรงเกียรติยอมก้มหัวกราบกรานแทบเท้า... ล้วนสถิตอยู่ในความลับอันดำมืดและแรงขับเคลื่อนทางตัณหาเบื้องลึกของเพศชายต่างหาก
เพศชายเกือบทุกคนล้วนถูกขับเคลื่อนด้วยตัณหาและความกระหายอยากเป็นผู้ล่า ทว่าในขณะเดียวกัน พวกเขากลับเปราะบางและหวาดกลัวต่อการสูญเสียภาพลักษณ์รวมถึงเกียรติยศที่สั่งสมมาอย่างยิ่งยวด ยิ่งยืนอยู่บนแท่นตำแหน่งที่สะอาดไร้ราคีมากเท่าใด ความกลัวที่จะร่วงหล่นลงสู่โคลนตมก็ยิ่งทวีความรุนแรงคอยบดขยี้จิตใจมากเท่านั้น ขอเพียงเราใช้หลักจิตวิทยาในการจับจุดตายและเข้าครอบครองความลับตัณหาเบื้องหลังที่พวกเขากลัวที่สุดไว้ในมือ ชายที่เคยชูคอประกาศศักดาว่ายิ่งใหญ่คับฟ้า ก็จะยอมลดตัวลงมายอมศิโรราบเป็นทาสรับใช้ใต้คำสั่งอย่างไม่มีทางปฏิเสธ
"แล้ว... นอกเหนือจากเอกสารจัดตั้งคลินิกพิเศษพวกนี้แล้ว คุณยังมีเงื่อนไขอะไรเพิ่มเติมอีกไหม? คุณต้องการเงินสด? ที่ดิน? หรือโอนหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์ที่คุณเกริกเคยแนะนำให้คุณ? ขอเพียงอย่างเดียวพราวรินทร์... ลบไฟล์ภาพและวิดีโอนั่นทิ้งต่อหน้าผมทันทีเถอะ" อนุกูลเอ่ยปากเสนอเงื่อนไขเจรจาต่อรองด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและสับสน แววตาของเขาจ้องมองเครื่องมือสื่อสารของฉันที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะทำงานประดุจมันคือระเบิดเวลาที่พร้อมจะปะทุทำลายชีวิตเขา
ฉันหัวเราะคิกคักอย่างมีจริตขี้เล่นประหนึ่งได้ยินเรื่องขบขันตลกที่สุดในรอบปี เสียงหัวเราะหวานใสของฉันดังสะท้อนก้องกังวานในห้องทำงานกว้างใหญ่ของคุณเกริกประดุจเสียงพิพากษาอันแสนหวาน "ท่าน ส.ส. คิดว่าตัวพราวรินทร์คนนี้ตื้นเขินและเห็นแก่เงินทองของนอกกายขนาดนั้นเลยหรือคะ?"
ฉันเอนกายไปพิงบนโต๊ะทำงานไม้หนาหนัก แขนสองข้างค้ำยันลงบนพื้นโต๊ะหรูอย่างผ่อนคลาย ขยับท่าทางแอ่นอกอวบอิ่มภายใต้เดรสรัดรูปผ่าลึกให้ตั้งชันเด่นชัดต่อสายตาของเขา ขาเรียวยาวสองข้างแยกออกเล็กน้อยจนรองเท้าส้นสูงแหลมคมขยับกวัดแกว่งไปมาเกือบจะสัมผัสหน้าแข้งของเขา
"เงินทอง เช็คเงินสด หรือที่ดินผืนงาม... ฉันมีสะสมเก็บไว้ในตู้เซฟและบัญชีส่วนตัวจนท่วมล้นแล้วค่ะ คุณเกริกกับคุณธนาเขาคอยดูแลปรนเปรอและประเคนทุกสิ่งให้ฉันอย่างล้นเหลือจนไม่จำเป็นต้องไปขอเศษเงินจากนักการเมืองที่มีหนี้สินและผลประโยชน์พัวพันรอบตัวแบบคุณเลยสักนิดเดียว" สายตาคมกริบของฉันกวาดมองใบหน้าบิดเบี้ยวซีดเผือดด้วยความกลัวปนขุ่นเคืองของเขาอย่างช้าๆ
"สิ่งที่ฉันต้องการไม่ใช่เงินทองหรือสินทรัพย์นอกกายหรอกค่ะท่านอนุกูล... แต่เป็นอำนาจแฝงเบื้องหลังและการได้รับการยกเว้นพิเศษทางวิชาชีพต่างหาก คลินิกบำบัดจิตวิทยาและฟื้นฟูลับของฉันต้องได้รับการยกเว้นจากการสุ่มตรวจของหน่วยงานราชการ และกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักระดับ VIP ที่เข้ามาใช้บริการจะได้รับความคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวสูงสุดระดับความปลอดภัยของรัฐ" ฉันจ้องมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาของเขาประหนึ่งใช้จริตมารยาร่ายมนตร์สะกดขวัญ
"และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด... ฉันต้องการทาสรับใช้ที่ชื่อ ส.ส. อนุกูล ในการช่วยดูแลและคอยจัดสรรงบประมาณสนับสนุนผ่านคณะกรรมการพิเศษของสภาเข้าสู่คลินิกของฉันอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ... นี่คือราคาความเงียบที่คุ้มค่าที่คุณต้องจ่ายแลกกับชื่อเสียงอันไร้มลทินของคุณค่ะ"
อนุกูลขบกรามแน่นจนกรามหนาปูดโปนขยับไหวเบาๆ ฝ่ามือหนาสองข้างที่วางทาบอยู่บนเข่าขยับกำแน่นจนเล็บแทบจะจิกทะลุเนื้อกางเกงสีกรมท่าเนื้อดี เขารู้สึกเหมือนกำลังจมลงสู่บ่อโคลนตมอันมืดมิดที่ลึกอย่างไร้ก้นบึ้งและไม่มีวันปีนกลับขึ้นมาพบแสงแดดและเกียรติยศได้อีก นักการเมืองหนุ่มใหญ่ผู้กุมเสียงข้างมากและถือไพ่เหนือกว่าในทุกสมรภูมิการเมือง บัดนี้กลับถูกผู้หญิงอายุน้อยกว่าสิบปีใช้อิทธิพลและหลักจิตวิทยาบีบคั้นคุกคามจนแทบกระอักเลือด
"คุณมันปีศาจชัดๆ... พราวรินทร์" เขาพึมพำเสียงพร่า แววตาเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองระคนหวาดหวั่นต่อภัยพิบัติที่กางกั้นอยู่ตรงหน้า
"พราวไม่ได้ใจร้ายเลยนะคะท่านอนุกูล... ฉันก็แค่เป็นนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจความต้องการที่แท้จริงและข้อบกพร่องศีลธรรมของมนุษย์ดีกว่าคนอื่นเท่านั้นเองค่ะ" ฉันกระซิบตอบเสียงนุ่มละมุนที่แสนสุภาพประหนึ่งกำลังบำบัดรักษาโรค ทว่าถ้อยคำกลับคมกริบประดุจใบมีดโกนอาบน้ำหวาน "คนเรามักยอมเสียเงินและยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาหน้ากากจอมปลอมที่ผู้คนชื่นชม แต่ยอมก้มหน้าทรยศศีลธรรมทุกอย่างเพื่อซุกซ่อนเจ้าปีศาจตัณหาดิบในจิตใต้สำนึกไม่ให้หลุดรอดออกมา... สิ่งที่พราวทำก็แค่คอยช่วยคุณเลี้ยงดูและเก็บขังเจ้าปีศาจตัณหาตัวนั้นไว้ในกรงทองที่ปลอดภัยที่สุดไงคะ"
อนุกูลอ้าปากเหมือนจะเอ่ยแย้งคำพูดของฉัน ทว่าในสมองของเขาไม่มีเหตุผลหรือคำพูดใดที่จะสามารถนำมาหักล้างวิดีโอคลิปหลักฐานในอุปกรณ์เก็บข้อมูลของฉันได้เลย สภาพความเป็นจริงอันล่อนจ้อนที่เขาเฝ้ากราบกรานประคองฝ่าเท้าและก้มลงจูบประทับลงบนหลังเท้าเปลือยเปล่าของฉันเพื่อขอยอมแพ้ในคืนนั้นมันเป็นหลักฐานมัดตัวที่จะขุดหลุมฝังศพชีวิตการเมืองของเขาได้ในทันที
"แล้วครอบครัวและลูกๆ ของผมล่ะ... พวกเขาไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลยนะพราวรินทร์ ได้โปรดเห็นแก่ความเป็นมนุษย์และอย่าทำลายพวกเขาเลยนะ" อนุกูลเริ่มพร่ำอ้อนวอนละล่ำละลักเสียงสั่นระริก แววตาเปียกชื้นด้วยความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด
ฉันเหยียดยิ้มกว้างด้วยความสมเพชเยาะหยัน สบตานิ่งสลายความหวังของเขาอย่างไร้ความเห็นใจ "ภรรยาของคุณงั้นหรือคะ? คุณหญิงรัศมีเธอก็เคยเอาคำว่าครอบครัว ศีลธรรม และกฎหมายมาตวาดข่มขู่ด่าทอฉันเหมือนที่คุณทำนี่แหละค่ะ... แต่สุดท้ายผลลัพธ์เป็นอย่างไรล่ะคะ? เธอก็แค่ผู้หญิงจอมปลอมที่พ่ายแพ้ต่อความล้มเหลวบนเตียงนอนจนต้องหอบน้ำตาร้องไห้สะอึกสะอื้นเตลิดหนีออกจากเพนต์เฮาส์หรูของฉันไปอย่างหมดรูป... ศีลธรรมและครอบครัวที่คุณพูดถึงมันก็แค่ข้ออ้างของคนอ่อนแอที่ไม่มีอำนาจไว้ต่อรองเท่านั้นแหละค่ะอนุกูล"
ฉันลากปลายเท้าเรียวสวยที่เปี่ยมด้วยความงดงามไปตามแนวหน้าขาของเขาช้าๆ สัมผัสเบาบางผ่านถุงน่องเนียนละเอียดทำให้ร่างกายท่อนล่างของอนุกูลขยับเกร็งเฉียบพลัน สะโพกสอบของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาคู่คมเบิกกว้างจับจ้องเรียวขาสวยของฉันที่ลูบไล้ไปตามกางเกงสูทของเขาอย่างใจสั่นสะท้านและตกอยู่ในอาการขลาดเขลาปนตัณหาลับที่ยังไม่เคยมอดดับลงสนิท
ความพ่ายแพ้ของเขามันช่างสมบูรณ์แบบ ชายผู้มีบทบาทบัญญัติกฎหมายบ้านเมืองที่เคยยืนตระหง่านกล่าวสุนทรพจน์เรื่องจริยธรรมบนโพเดียมหาเสียง บัดนี้กลับยอมก้มศีรษะแสดงความสวามิภักดิ์ไม่ต่างจากสุนัขรับใช้ที่เชื่องเชื่อยอมจำนนเพราะกลัวความเจ็บปวด
"น่ารักที่สุดเลยค่ะอนุกูล... สัจวาจาและลายเซ็นอนุมัติในเอกสารวันนี้จะคุ้มครองป้องกันตัวคุณไว้ได้ตราบนานเท่านานที่คุณยังทำตัวเป็นเด็กดีไม่เกเรกับพราวนะคะ" ฉันเอ่ยบอกเสียงเบาหวิว
ฉันเอื้อมไปดึงปากกาหมึกซึมยี่ห้อหรูจากฝ่ามือหนาที่เปียกชื้นของเขากลับมาเก็บเสียบเข้าที่วางปากกาบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊กช้าๆ จากนั้นจึงขยับตัวหยัดกายขึ้นยืนจากขอบโต๊ะทำงาน จัดเสื้อผ้าชุดเดรสสีกรมท่าที่เน้นทรวดทรงสรีระส่วนเว้าโค้งเย้ายวนให้เรียบตึงเข้าที่ ดึงแววตาที่แสนเย็นชาและว่างเปล่ากลับมาจ้องมองนักการเมืองหนุ่มใหญ่ตรงหน้าที่ยังคงนั่งก้มศีรษะคุดคู้อยู่บนเก้าอี้ด้วยความสมเพชสะใจเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจบศึกแบล็กเมล์ทางการเมือง
"จำถ้อยคำและสัญญาของคุณในค่ำคืนนี้และวันนี้ไว้ให้มั่นนะคะ... ฉันไม่ชอบเด็กดื้อ และคุณก็คงเข้าใจดีอยู่แล้วว่าฉันมีวิธีจัดการฟื้นฟูคนดื้อรั้นอย่างไร" ฉันส่งคำเตือนเสียงเรียบเรื่อยทว่าเย็นเฉียบเข้ากระดูกดำ
อนุกูลรีบลุกขึ้นยืนตามทันทีด้วยท่าทางรนลาน เขาก้มหัวทำความเคารพฉันเล็กน้อยอย่างเจียมตัวสะท้อนความกลัวอันลึกล้ำ ใบหน้าคมคายฉายแววสิ้นหวังและอ่อนแรง ยอมรับชะตากรรมการตกเป็นทาสรับใช้ใต้ปลายเท้าของฉันไปตลอดชีวิตทางการเมืองอันปลิ้นปล้อนของเขา
"ผมเข้าใจดีแล้วครับ... ผมจะรีบกลับไปเดินเรื่องเอกสารงบประมาณเพิ่มเติมสนับสนุนสถาบันวิจัยและคลินิกของคุณให้เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยภายในสัปดาห์นี้แน่นอนครับ... ขอตัวก่อนนะครับคุณพราวรินทร์" อนุกูลกล่าวด้วยน้ำเสียงเหน็ดเหนื่อยสั่นเครือขลาดเขลาก่อนจะรีบหันหลังเปิดประตูเดินก้มหน้าออกจากห้องทำงานหรูหราไปอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าหากหยุดหายใจในอาณาเขตของฉันต่ออีกวินาทีเดียว ความเยือกเย็นรอบกายจะเข้าไปกรีดปอดของเขาจนสูญเสียความสามารถในการมีชีวิตรอด
เสียงประตูปิดลงอย่างเบามือและแสนเงียบงัน ทิ้งให้ห้องทำงานหรูหราเงียบสงัดตกอยู่ในห้วงเวลาแห่งความวิเวกอ้างว้างอีกครั้ง แสงดวงอาทิตย์ยามอัสดงภายนอกขอบฟ้าค่อยๆ ลับหายไปจากเส้นขอบตึกระฟ้าของกรุงเทพมหานคร ทิ้งรอยแสงสีส้มหม่นและเงาดำทะมึนของเมืองหลวงที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด มีเพียงแสงจางๆ จากโคมไฟกิ่งโบราณสไตล์ยุโรปที่ทอประกายสลัวภายในห้องทำงานส่วนตัวแห่งนี้
ฉันเดินเชื่องช้าก้าวเข้าไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังทำงานสีดำตัวใหญ่ของคุณเกริก เอนหลังพิงพนักเก้าอี้นุ่มหนาอย่างผ่อนคลาย คลี่แผ่นเอกสารใบอนุมัติจัดตั้งคลินิกพิเศษฟื้นฟูจิตใจและบำบัดลับในมือออกมาพินิจดูอย่างระมัดระวัง ลายเซ็นประทับสีแดงสดและตัวเขียนชื่อของ ส.ส. ชื่อดังเด่นหราปรากฏอยู่บนแผ่นกระดาษแผ่นสำคัญอย่างสง่างาม เอกสารฉบับนี้คือหัวใจสำคัญที่จะเปิดทางให้คลินิกบำบัดจิตวิทยาของฉันเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการและไร้ข้อกังขา
แผนการใช้คลินิกพิเศษบำบัดจิตเป็นเสมือนห้องแล็บส่วนตัวเพื่อบำบัดอารมณ์ สังเกตการณ์และทดลองความอ่อนแอทางกิเลสของมนุษย์ และเป็นกลไกควบคุมใจชายชั้นสูงผ่านมารยากามารมณ์บรรลุเป้าหมายไปอีกก้าวใหญ่อย่างงดงามไม่มีที่ติ
ทว่าในวินาทีที่หยิบจับชัยชนะและความสำเร็จสูงสุดตามที่เคยวางแผนไว้ จิตใต้สำนึกและหัวใจของฉันกลับสงบนิ่งราบเรียบและจืดชืดอย่างน่าประหลาดใจ
ไม่มีความสุขสม ความปีติยินดี หรือแม้แต่เสียงกรีดร้องสะใจในส่วนลึกของอกอย่างที่เคยคิดจินตนาการไว้ในอดีตเลยสักนิด
ความรู้สึกโล่งใจที่แสนจืดชืดไร้รสชาติและความว่างเปล่าอันแห้งแล้งขนาดใหญ่คืบคลานเข้ามากัดกินพื้นที่ในจิตใจของฉันอย่างเงียบเชียบ สะท้อนผ่านแววตาเฉี่ยวคมคู่สวยยามจ้องมองผ่านผนังกระจกใสบานใหญ่ของห้องทำงานหรู
เกมควบคุมอารมณ์และแบล็กเมล์ตัณหาคนรวยมีอำนาจและนักการเมืองปลิ้นปล้อนพวกนี้มันช่างง่ายดายเกินไป... ง่ายจนกลายสภาพเป็นความน่าเบื่อหน่ายแห้งแล้งจำเจที่ไร้ความหมายในเส้นทางนักจิตวิทยาของฉัน
คุณเกริก คุณธนา หรือแม้กระทั่ง ส.ส. อนุกูล ทุกคนต่างก็เป็นเพียงแค่หมากเบี้ยในเกมเสน่หาที่มีลักษณะนิสัยและความอ่อนแอศีลธรรมคล้ายคลึงกันหมด เป็นเพียงแค่สัตว์กระหายเหยื่อที่ฉันสามารถใช้อิทธิพลและจิตวิทยาล่อลวงทำนายการขยับก้าวเดินล่วงหน้าได้ทุกขั้นตอน พวกเขาพ่ายแพ้ต่อกิเลสราคะตัณหาและหน้าตาทางสังคมของเพศตนเองอย่างสิ้นเชิงโดยไม่มีการต้านทานต่อสู้ที่สร้างความตื่นเต้น ทรัพย์สินและเงินสดมากมายที่พวกเขาเพียรประเคนให้บัดนี้เริ่มหมดความน่าสนใจและไร้คุณค่าทางใจไปในที่สุด
ฉันต้องการอะไรที่มากกว่านี้... ต้องการเป้าหมายที่แท้จริงที่มีกำแพงศีลธรรมที่หนาแน่น มั่นคง แข็งแกร่ง และยากต่อการสั่นคลอนความถูกต้องในชีวิตสมรส
เป้าหมายที่อุดมไปด้วยความรักแท้ ความซื่อสัตย์ในการครองคู่ เพื่อที่ฉันจะได้มีโอกาสชำแหละทำลายล้างความเชื่อจอมปลอมและแสดงให้โลกเห็นว่าในเตียงนอนสมรสไม่มีสิ่งใดที่เรียกว่าความซื่อสัตย์ และผู้ชายทุกคนบนโลกนี้ก็เป็นแค่สัตว์ป่าที่ถูกขับเคลื่อนด้วยตัณหาเหมือนกันหมดไม่มีข้อยกเว้น
วันรุ่งขึ้น แผนการบอกเลิกและหักดิบมหาเศรษฐีทั้งสองคนเริ่มก่อตัวขึ้นในความคิดของฉัน ฉันจะเดินออกจากเพนต์เฮาส์หรูหราแห่งนี้โดยไม่หยิบเอาสิ่งใดนอกจากเอกสารใบสำคัญในมือและอิสรภาพสูงสุดในสมองของฉันเอง ฉันจะสลัดความสัมพันธ์รักสามเส้าที่จืดชืดไร้รสชาตินี้อย่างไร้เยื่อใย แล้วทิ้งตัวลงสู่ห้วงเวลาพักผ่อนเพื่อค้นหาเหยื่อตัวใหม่ในสังคมเมืองกรุง
ดวงตาของฉันทอประกายระยับสะท้อนกับแสงดาวนอกระเบียงกระจกใส ความน่าเบื่อหน่ายจำเจของอดีตกำลังจะมลายหายไป และความตื่นเต้นระทึกใจครั้งใหม่กำลังรอการต้อนรับในอนาคตอันใกล้... ฉันพร้อมแล้วที่จะออกเดินทางกระชากหน้ากากผู้ชายทุกคนในชีวิตต่อไป!