ศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ)

    ตอนที่ 184 ความแค้นที่ลุกโชน

            เวลาผ่านไปหลายวันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นณนครแห่งราชันย์ก็ทำให้ทุกสรรพสิ่งบนทวีปชิงหลงต้องสั่นสะเทือน ข่าวสารที่ปรากฏออกมาทำให้แต่ละคนต้องสั่นสะท้าน หลินตงชายหนุ่มที่เคยถูกตามล่าจากสี่ตระกูลใหญ่และขั้วอำนาจสูงสุดราชวงศ์ชิงหลง มาในวันนี้เขาได้กลับมาแล้ว แถมเขายังลงมืออย่างยิ่งใหญ่อีกด้วย แสงสีขาวสว่างวาบที่ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า ทุกคนที่เห็นมันก็บอกได้เพียงแค่ว่ามันคือกลิ่นอายของความตายและเมื่อคลื่นพลังหายไป ทุกสรรพสิ่งที่ถูกมันเข้ากลืนกินก็หายวับไปในทันที


            อีกฟากนึงบนนิ้วมือที่ห้ามีร่างเงาของคนสองคนปรากฏขึ้นพร้อมกับเดินสำรวจไปอย่างรอบๆ คนแรกคือชายหนุ่มผมสีแดงที่สาดส่องไปทั่วอย่างหวั่นๆด้วยท่าทีที่ตื่นตระหนัก ส่วนอีกคนนึงก็คือชายหนุ่มเส้นผมสีเขียวที่กำลังคุกเข่าอย่างเหม่อลอยต่อหน้าลานโล่งกว้าง เขาคนนี้นัยน์ตาไร้ชีวิตชีวาเรียกได้ว่าหมดสภาพเลยทีเดียว


            "เซินฮ่าว เจ้าไม่เป็นอะไรนะ"


            "ว่าแต่แสงระเบิดนี้เหมือนกับที่สำนักจิตวิญญาณเลยนะ เป็นฝีมือของหลินตงจริงๆ..!!"


            ชายผมแดงผู้นี่คือหลีเทียนนั่นเอง ครานึงเขาเคยได้ไปยังสำนักจิตวิญญาณยุทธและได้อันดับที่สามในการทดสอบเข้า ส่วนอีกคนคงจะไม่ต้องพูดถึงชายหนุ่มผมเขียวคนนี้คือเซินฮ่าว นายน้อยคนสุดท้องของตระกูลเซินที่ยิ่งใหญ่

    ทั้งสองคนหลังจากที่ได้พบเจอเหตุการณ์ของการระเบิดที่สำนักจิตวิญญาณยุทธพวกเขาก็แยกตัวออกไปผจญภัยกันมากมาย ถึงพวกเขาจะไม่รู้ว่าการโจมตีนั่นมันคืออะไร แต่สำหรับพวกเขาแล้วมันไม่ใช่เรื่องราวที่ต้องไปยุ่ง พวกเขาทั้งสองนั่นหลังจากผ่านไปห้าปีก็เติบโตเป็นหนุ่มที่หล่อเหลา รูปลักษณ์ที่ดูเป็นเด็กก็ไม่มีให้เห็นแล้ว ทั้งสองคนตอนนี้สง่างามราวกับเป็นผู้ฝึกยุทธตัวจริง


            และเมื่อห้าปีผ่านไปเซินฮ่าวก็คิดว่าจะกลับมายังตระกูลของตนเอง แต่สถานการณ์ที่พวกเขาได้พบเจอตรงหน้ามันชั่งกลับตาลปัตรไปทั้งหมด จากที่ตระกูลพวกเขาจะได้ออกมาต้อนรับทั้งสองคนแต่ต้องได้เห็นตระกูลของตนเองต้องถูกทำลายล้าง


            แสงสว่างวาบที่สาดส่องไปทั่วทุกหนแห่งทำให้ตระกูลใหญ่ทั้งสี่ต้องแตกสลายหาบวับไป ไม่ว่าใครก็ได้เห็นถึงเหตุการณ์นี้ทั้งหมด


            เซินฮ่าวที่ถูกถามก็นั่งคุกเข่าลงอย่างหมดอาลัยตายอย่าง เขาในตอนนี้ทำได้เพียงเหม่อลอยอยู่แบบนั่น นัยน์ตาที่มีชีวิตชีวาหม่นแสงราวกับไร้เรี่ยวแรง จุดหมายของเขาหลังจากนี้ไม่มีอีกต่อไปแล้ว ไม่มีบ้านให้กลับ ไม่มีผู้คนที่คุ้นเคย ไม่มีครอบครัว ไม่มีคนรู้จัก ไม่หลงเหลือสิ่งใดทั้งนั่น จะมีเพียงแค่ตัวของเขาคนเดียวที่เหลือรอด


            หลี่เทียที่เห็นก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนัก ใครที่ได้พบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มันก็ต้องเป็นแบบนี้ละนะ เห็นตระกูลของตนเองถูกกวาดล้างไปต่อหน้าโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้มันชั่งเจ็บปวดเกินกว่าใครจริงๆ


            ระหว่างนั่นชายหนุ่มผมเขียวก็ลุกขึ้นอย่างช้าๆพลางหันหลังไปอย่างไม่ถอยกลับมา นัยน์ตาเขาเฉยชาซะจนไม่มีสิ่งใดผูกมัดเอาไว้แล้ว


            ชายผมแดงเมื่อเห็นก็กำลังจะยื่นไปห้ามแต่ทว่าวินาทีนั่นเขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสะพรึงที่ผุดออกมาจากส่วนลึกของตัวเขา


            "จะ.จะ.เจ้า!! เกิดอะไรขึ้น..?"


            ชายหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นๆพลางจ้องมองไปยังเซินฮ่าวที่กำลังจากไป เขาสัมผัสได้ว่าอารมณ์อาฆาตที่รุนแรงปะทุออกมาจากเพื่อนรักของเขาที่อยู่เบื้องหน้า


            เซินฮ่าวหยุดนิ่งลงพร้อมกับหันหน้ามา นัยน์ตาเขาส่องสว่างวาบด้วยความเยียบเย็นพร้อมกับพูดขึ้น


            "ข้าจะสังหารหลินตงทิ้งซะ!! แต่ข้ารู้ดีว่าในตอนนี้ไอ้เจ้านั่นมีพลังระดับใด ข้าต้องการพลัง ข้าต้องการพลังในการแก้แค้น"


            เขาพูดจบก็ทะยานหายวับไปยังท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ทันที โดยที่เขาทิ้งหลีเทียที่ยืนอึ้งไว้อยู่แบบนั่น


            หลี่เทียนเมื่อเห็นว่าเขาไปแล้วก็พลันได้สติอุทานออกมาอย่างตกใจ นัยน์ตาเบิกกว้างอย่างหวาดสะพรึงเมื่อนึกถึงคำพูดประโยคของเขา


            "อย่าบอกนะว่าเจ้าจะไปหาตัวตนนั่นนะ ไม่นะ ถ้าเจ้าตอบรับข้อเสนอของมันละก็เจ้าจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายในทันที..!!"


            ชายหนุ่มตะโกนห้ามก้องออกมาอย่างสุดกำลังแต่เซินฮ่าวก็ไม่ได้หันมามองเลยด้วยซ้ำ ร่างเงาสีเขียวที่ราวกับพายุที่บ้าคลั่งจางหายไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว เขาตอนนี้ดวงตาเต็มไปหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมา มันคือน้ำตาแห่งความโกรธแค้นที่มีให้กับหลินตงอย่างถึงขีดสุด ต่อให้จะเคยรู้จักกันหรือไม่ก็ตามข้าจะต้องสังหารแกให้ได้


            อีกฟากนึงภายในตัวของเทพโบราณที่ยิ่งใหญ่ ในตอนนี้สภาพของมันเรียกได้ว่าแหลกเละไม่มีชิ้นดี ถึงร่างกายจะไม่ระเบิดออก ภายในเนื้้อหนังกับเต็มไปด้วยรอยฉีกขาดที่น่าหวั่นเกรง อานุภาพของลูกแก้วทลายสรรพสิ่งระดับสูงถึงจะไม่สามารถทำอะไรเนื้อหนังเช่นนี้ได้แต่สำหรับพวกคนที่อยู่อาศัยคงจะไม่ต้องพูดถึง


            เผ่าพันธุ์อาชูร่าหลายแสนหลายล้านถูกลบหายไปในพริบตา แท่นหินโบราณที่สลักไว้รอบๆหัวใจของเทพโบราณก็แตกหักพังทลายลง ส่วนผู้อาวุโสคนอื่นๆที่มกมุ่นอยู่กับการทำพิธีก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่าไม่สามารถป้องกันได้ พวกเขายังไม่ได้ที่จะปลดปล่อยคลื่นพลังแห่งความมืดของตนเองเลยด้วยซ้ำก็ถูกกลืนกินไปในชั่วพริบตา


            ส่วนอื่นๆอย่างเช่นเทียนตี้หนานเฟยกับผู้อาวุโสที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็พอจะหลบหนีออกไปได้ แต่ผลลัพธ์ของมันก็ต้องแลกมาด้วยอาการบาดเจ็บที่สาหัสยิ่งกว่าสิ่งใด สภาพของพวกเขาเรียกได้ว่าไม่แตกต่างไปจากชิงหลงหวู่เทียนที่อยู่ด้านบนเลยด้วยซ้ำ ไม่ใช่สิ คงจะต้องบอกว่ามากยิ่งกว่าซะอีก เพราะว่าแรงระเบิดมันเกิดภายในตัวของเทพโบราณนั่นเอง


            ร่างเงาหลายร่างปรากฏตัวขึ้นตรงบริเวณซากแท่นพิธีที่พังทลาย


            "ไอ้สารเลว!! ลูกแก้วทลายสรรพสิ่งระดับสูงยังงั้นหรอ..!!"


            ชายหนุ่มก่นด่าออกมาอย่างบ้าคลั่งจนทำให้รอบบริเวณต้องสั่นสะเทือน สภาพของเขาตอนนี้บอกได้เลยว่าสาหัสยิ่งนัก แขนทั้งสามข้างขาดออกจากกัน หน้าอกฉีกขาดจนแทบจะเห็นถึงกระดูกที่ดำสนิทแถมโลหิตที่น่าสะพรึงก็ทะลักออกมาอย่างมากมาย


            ทันใดนั่นร่างกายของเขาก็ทรุดลงอย่างหมดสภาพ เทียนตี้หนานเฟยกระอักเลือดออกมาอย่างหนักจนกระทั่งหมดสติลง กลิ่นอายที่ทรงพลังเริ่มริบหรี่และลดทอนลงอย่างรวดเร็ว


            "อะ.องค์ชาย..? แย่แล้ว เขากำลังจะตาย!! การที่องค์ชายมีพลังน้อยกว่าพวกเราถึงสองขั้นเลยทำให้การป้องกันของเขาไม่แข็งแกร่งนัก พวกเราไม่เท่าไหร่แต่ทว่าองค์ชายนี้สิ"


            "ลงมือเร็วเขา เราต้องดึงเขาออกมาจากห้วงของความตายให้ได้..!!"


            ชายชราหลายถึงจะบาดเจ็บอยู่แต่ก็ไม่ได้สาหัสอะไรเช่นนั่น พวกเขาตอนนี้จะต้องช่วยเหลือเทียนตี้หนานของพวกตนก่อนอย่างสุดกำลังก่อน ถ้าเกิดเขาตกตายไปละก็เผ่าพันธุ์อาชูร่าจะต้องเสียสายพันธุ์ราชวงศ์ไปอีกหนึ่ง สำหรับพวกเขาแล้วมันคือการสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้เลยทีเดียว


    คล้ายกับเรื่องศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ) ที่คุณอ่าน