พริบตาเดียวกาลเวลาก็ผ่านไปหนึ่งวัน
เวลานี้หนานหมิงได้รับข่าวจากเหมาอี้กังแล้วว่าสามารถจับกุมตัวของมารฟ้าคำรามได้แล้ว
ตอนนี้หนานหมิงจึงได้รู้ว่ามารฟ้าคำรามเป็นเผ่าพันธ์ุที่หาได้ยาก ซึ่งก็คือเผ่าพันธ์ุวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งพวกมันจะไม่มีวันตาย มีเพียงแค่ถูกกักขังหรือไม่ก็ต้องชำระล้างให้ความชั่วร้ายหายไปทั้งหมด และพวกมันจะกลายเป็นวิญญาณสวรรค์แทน
วิญญาณสวรรค์จะช่วยให้โลกใบนั้นทรงพลังมากขึ้นและกฏของสวรรค์ก็จะยิ่งเข้มงวดมากขึ้นเช่นกัน อย่างเช่นการที่สาบานต่อสวรรค์อะไรพวกนี้
นอกจากนี้หนานหมิงยังรู้อีกว่าข้อมูลของเทพมารม่อหยางก็คือหนึ่งในเก้าจักรพรรดิแห่งเส้นทางฝู่เทียน ซึ่งคือหนึ่งในเก้าเส้นทางขนาดใหญ่และทรงพลังในเขตแดนดาราสวรรค์
เขตแดนดาราสวรรค์ก็คือพื้นที่ทั้งหมดที่รวบรวมเส้นทางน้อยใหญ่นับไม่ถ้วนรวมกันเอาไว้ด้วยกัน
ว่ากันว่าไม่มีใครรู้ว่าเขตแดนดาราสวรรค์กว้างใหญ่ขนาดไหน แม้กระทั้งจักรพรรดิเซียนก็อาจจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตในการตรวจสอบ
สำหรับเขตแดนดาราสวรรค์มีเส้นทางใหญ่ทั้งหมดเก้าเส้นทางโดยแต่ละเส้นทางก็จะมีจักรพรรดิเซียนเป็นผู้ปกครอง โดยจักรพรรดิทั้งเก้าต่างก็เป็นยอดฝีมือระดับจักพรรดิเซียนขั้นสมบูรณ์
สำหรับขั้นที่เหนือกว่าจักรพรรดิเซียนก็คือมหาจักรพรรดิเซียน แม้ว่าจะเคยมีอยู่แต่ตอนนี้ก็ยังไม่เคยมีใครไปถึงขั้นนั้น ทำให้ตอนนี้จักรพรรดิเซียนทั้งเก้านี้คือบุคคลที่คาดว่าน่าจะไปถึงระดับมหาจักรพรรดิเซียนได้
เทพมารม่อหยาง จักรรพรรดิเซียนขั้นสมบูรณ์ผู้ปกครองเส้นทางฝู่เทียนถือได้ว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง เนื่องจากเขาได้ปกครองเส้นทางระดับสูงนับไม่ถ้วน เพียงแค่ออกคำสั่งคำเดียวก็อาจจะทำให้เส้นทางระดับสูงหรือต่ำกว่านั้นถูกทำลายได้ในชั่วพริบตาเดียว
สำหรับมารฟ้าคำราม ในอดีตตอนที่มันกำลังหันเข้าสู่ความมืดมันก็ได้บูชาเทพมารม่ออย่าง โดยให้เทพมารม่อหยางเพิ่มพลังให้กับมัน ทำให้มันพอรู้ข้อมูลของเทพมารม่อหยางอยู่บ้าง
สำหรับศึกระหว่างตระกูลหนานและตำหนักมารสวรรค์ บทสรุปก็จบลงที่ตำหนักมารสวรรค์ถูกทำลายจนพินาศ ส่วนตระกูลหนานก็ได้ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของเส้นทางจิวหยางแล้ว
ภายในห้องนั่งเล่นบนเรือบินตระกูลหนาน
หนานหมิงที่อ่านรายงานจากต่งเจี้ยนจบเขาก็ถอนหายใจออกมา
“ นายท่านข้าน้อยพอรู้วิธีที่จะทำให้มารฟ้าคำรามสลายความชั่วร้ายขอรับ ” หลู่เซียงกล่าวขึ้น
หนานหมิงที่ได้ยินก็รู้สึกใจขึ้นมาทันที เพราะถ้าหากเขาสามารถชำระมารฟ้าคำรามให้กลายเป็นคนดีได้ เขาก็จะให้มันไปดูแลโลกเทียนจวินของเขา และมันจะทำให้โลกเทียนจวินพัฒนาขึ้น
นอกจากนี้โลกเทียนจวินเองก็ยังไม่มีวิญญาณศักดิ์สิทธิ์อยู่ด้วย เพราะฉะนั้นหนานหมิงจึงคิดที่จะให้มารฟ้าคำรามอยู่ที่โลกเทียนจวิน
“ วิธีที่จะทำให้มารฟ้าคำรามสลายความชั่วร้ายคือ? ” หนานหมิงถามขึ้น
“ วิธีที่จะทำให้มารฟ้าคำรามสลายความชั่วร้ายคือการให้มันถูกทัณฑ์สวรรค์จากโลกที่แข็งแกร่งกว่ามารฟ้าคำรามฟาดใส่จนความชั่วร้ายสลายไปขอรับ ซึ่งวิธีนี้ข้าได้มาจากตำราลับเล่มหนึี่งขอรับ เพียงแต่ข้าไม่รู้ว่าวิธีนี้จะสามารถใช้ได้หรือไม่ก็เท่านั้น ” หลู่เซียงกล่าวขึ้น
หนานหมิงครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะพยักหน้ารับแล้วถามขึ้นว่า “ เจ้าคิดว่าควรจะใช้ทัณฑ์สวรรค์จากโลกระดับจ้าวเซียนหรือสูงกว่านั้น ”
“ ข้าน้อยคิดว่าอย่างน้อยๆควรใช้โลกระดับราชันเซียนขอรับ และถ้าหากไปที่นั้นได้ข้าน้อยก็อาจจะสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับราชันเซียนได้สำเร็จขอรับ ” หลู่เซียงกล่าวขึ้น
หนานหมิงคิดตามก่อนที่จะเห็นด้วย
“ ถ้าเป็นเช่นนั้นเจ้าก็ต้องระวังตัวด้วย เนื่องจากโลกราชันเซียนแข็งแกร่งอย่างมาก ทัณฑ์สวรรค์ของโลกใบนั้นก็น่าจะรุนแรง เจ้าคิดว่ามารฟ้าคำรามจะสามารถทนรับได้งั้นหรือ? ” หนานหมิงถามขึ้น
หลู่เซียงส่ายหน้าและกล่าวว่า “ ข้าน้อยเองก็ไม่รู้ขอรับ แต่เรื่องนั้นพวกเราก็ต้องลงมือถึงจะรู้ ถ้าหากไม่ไหวจริงๆก็ค่อยย้ายมายังโลกระดับจ้าวเซียน ”
หนานหมิงส่ายหน้าและกล่าวว่า “ ข้าคิดว่าควรเริ่มจากโลกระดับจ้าวเซียนก่อน เพราะอย่างน้อยๆเจ้าก็สามารถช่วยเหลือมารฟ้าคำรามจากทัณฑ์สวรรค์ได้ และถ้าหากว่าไม่ได้จริงๆและต้องเดินทางไปยังโลกระดับราชันเซียน ข้าก็จะให้เหรินปี้ฮวาไปด้วย เพราะความแข็งแกร่งของเหรินปี้ฮวาก็น่าจะปกป้องพวกเจ้าและช่วยเหลือมารฟ้าคำรามได้ถ้าหากถูกทัณฑ์สวรรค์ที่รุนแรงฟาดใส่ ”
ในเมื่อหนานหมิงเป็นคนกล่าว หลู่เซียงจึงได้แต่พยักหน้ารับเท่านั้น และเมื่อคิดตามก็เป็นความคิดที่ไม่เลวเหมือนกัน
“ เข้าใจแล้วขอรับนายท่าน ” หลู่เซียงตอบรับ
“ แล้วก็ตอนนี้ยังไม่ต้องคิดมาก รอให้เหรินปี้ฮวามาก่อนแล้วพวกเจ้าค่อยมุ่งหน้าไปยังโลกระดับจ้าวเซียน ” หนานหมิงกล่าวขึ้น
“ ขอรับ ” หลู่เซียงตอบรับ
ในขณะนั้นเองเหมาอี้กังก็เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นและโค้งคำนับให้กับหนานหมิง
“ นายท่าน…พวกผู้ปกครองเขตทั้งสี่ต้องการขอพบกับนายท่านขอรับ ” เหมาอี้กังกล่าวขึ้น
เนื่องจากตอนนี้สำนักเซียนเพลิงครามล่มสลายไปแล้ว ทำให้ผู้นำเขตเหลือเพียงแค่สี่คนเท่านั้น
หนานหมิงพยักหน้าและกล่าวขึ้นว่า “ ให้พวกเขาไปรอที่ห้องรับแขกก่อนข้าจะไปพบกับพวกเขาทีหลัง ”
“ ขอรับ ” เหมาอี้กังตอบรับก่อนที่จะเดินออกจากห้องนั่งเล่นไป
หลังจากที่พูดคุยกับหลู่เซียงอีกสักพัก หนานหมิงก็มุ่งหน้าไปยังห้องรับแขก
เมื่อหนานหมิงมาถึง ยอดฝีมือทั้งหมดก็ทำความเคารพโดยการโค้งคำนับให้กับหนานหมิง
“ คาระวะคุณชายหนาน ”
หนานหมิงยิ้มและโค้งคำนับเล็กน้อยเป็นการทักทายกลับ
“ เชิญทุกท่านนั่งลงเถอะ ” หนานหมิงกล่าวก่อนที่จะนั่งลง
เหล่าผู้นำเมื่อเห็นหนานหมิงนั่งลงแล้วพวกเขาจึงกล้านั่งลง
ถึงอย่างไรพวกเขาก็ได้ยินจากคนของพวกเขาว่าหนานหมิงแข็งแกร่งมาก ถึงขั้นที่สามารถสังหารเซียนนิรันดร์ขั้นปลายได้ในขณะที่อยู่ในระดับเซียนศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูง นับว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์ไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง
“ ไม่ทราบว่าพวกท่านมาหาข้าด้วยเรื่องอะไร? ” หนานหมิงถามขึ้น
จิวหยงอี้ผู้นำตระกูลจิวมองไปยังผู้นำอีกสามคนก่อนที่เขาจะกล่าวขึ้นว่า “ คุณชายหนานข้าต้องการให้ตระกูลหนานขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ปกครองเขต และเป็นผู้นำเส้นทางจิวหยางแทนตระกูลจิว ”
หนานหมิงขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนที่จะถามขึ้นว่า “ ผู้นำตระกูลจิวท่านก็รู้ว่าโลกเทียนจวินของข้าอยู่ภายใต้การปกครองของตระกูลจาง แล้วแบบนี้ตระกูลจางจะเห็นด้วยงั้นหรือ? ”
ผู้นำตระกูลจางรีบลุกขึ้นและปฏิเสธทันที
" คุณชายหนานไม่ต้องคิดมาก พวกเราตระกูลจางจะย้ายมาปกครองพื้นที่เขตการปกครองของสำนักเซียนเพลิงครามเอง ส่วนท่านก็ขึ้นเป็นผู้นำเขตแทนตระกูลจาง เช่นนี้ก็ไม่มีปัญหาแล้วขอรับ อีกอย่างการอยู่ภายใต้การปกครองของตระกูลหนานก็ทำให้ตระกูลจางและกองกำลังอื่นๆปลอดภัยอีกด้วย
เพราะถ้าหากผู้นำเส้นทางแข็งแกร่ง กองกำลังภายในเส้นทางก็จะปลอดภัยและไม่มีใครกล้าที่จะหาเรื่อง ถือได้ว่าได้รับประโยชน์ทั้งสองฝ่าย " ผู้นำตระกูลจางกล่าวขึ้นด้วยท่าทีจริงจัง
ผู้นำเผ่าอสูรฟ้าและผู้นำวิหารมารศักดิ์สิทธิ์ก็เห็นด้วย พวกเขาคิดว่าการอยู่ภายใต้การปกครองของตระกูลหนานจะทำให้พวกเขาปลอดภัย
ดูอย่างตอนที่ตำหนักมารสวรรค์ปรากฏ ถ้าหากไม่ได้ตระกูลหนาน เกรงว่าเส้นทางจิวหยางคงถูกทำลายลงไปแล้ว เพราะแบบนี้พวกเขาจึงยินดีท่ี่จะอยู่ภายใต้การดูแลและปกครองของตระกูลหนาน
หนานหมิงที่เห็นสีหน้าและท่าทีของพวกเขา ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มในใจ
“ แล้วการเป็นผู้ปกครองเส้นทางมีผลประโยชน์อย่างไรบ้าง? ” หนานหมิงถามขึ้น
" การเป็นผู้ปกครองเส้นทางจะทำให้โลกของผู้ปกครองแข็งแกร่งขึ้น ยิ่งผู้ปกครองแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ก็จะทำให้เส้นทางแข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากเส้นทางแต่ละเส้นทางก็มีจิตวิญญาณเป็นของมันเอง คุณชายหนานต้องผ่านการทดสอบของเส้นทาง ถ้าหากผ่านการทดสอบก็จะสามารถเปลื่ยนชื่อเส้นทางและทำให้วิญญาณของเส้นทางไปอยู่ที่โลกของตระกูลหนานได้
“ แล้วการทดสอบของจิตวิญญาณเส้นทางยากหรือไม่? ” หนานหมิงถามขึ้น
“ ไม่ยากขอรับคุณชายหนาน เพียงแค่ท่านไปพูดคุยกับจิตวิญญาณของเส้นทางแล้วก็แสดงความแข็งแกร่งให้เห็นก็เพียงพอแล้ว นอกจากนี้ข้าในฐานะผู้นำตระกูลจิวซึ่งเป็นผู้ปกครองเส้นทางคนปัจจุบัน ข้าก็จะไปด้วยและจะไปบอกว่าข้ายอมยกตำแหน่งผู้นำให้กับตระกูลหนาน ” จิวหยงอี้กล่าวขึ้น
หนานหมิงเห็นว่าถ้าหากเป็นผู้ปกครองเส้นทางก็จะทำให้โลกเทียนจวินแข็งแกร่งขึ้น เขาจึงไม่ปฏิเสธและยอมรับมันแต่โดยดี
“ เข้าใจแล้วหลังจากนี้ไปตระกูลหนานจะเป็นผู้นำเส้นทางแห่งนี้เอง ” หนานหมิงกล่าวขึ้นด้วยความมั่นใจ
เมื่อเห็นว่าหนานหมิงตกลง เหล่าผู้นำทั้งสี่คนก็โล่งใจขึ้นมา พวกเขากลัวว่าคุณชายหนานจะปฏิเสธ
หลังจากนั้นพวกเขาก็พูดคุยกันอีกประมาณครึ่งชั่วยามก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับ
ซึ่งหนานหมิงได้สอบถามข้อมูลต่างๆที่ผู้นำเส้นทางจะได้รับหรือต้องเรียนรู้เรื่องราวต่างๆจากผู้นำเขตทั้งสี่
หนานหมิงติดต่อไปหาบิดาของเขาและแจ้งเรื่องที่จะกลายเป็นผู้นำเส้นทางในอนาคตให้ทราบ
เมื่อหนานหยุนเฟยรู้ข่าวเขาก็ตกใจและทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน เพราะนี้เป็นการก้าวกระโดดอย่างมากสำหรับตระกูลหนาน เพราะเขาไม่เคยคิดเลยว่าสักวันหนึ่งตระกูลหนานจะกลายเป็นผู้นำเส้นทางได้
แต่เมื่อเรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้วหนานเฟยหยุนจึงได้ถามข้อมูลต่างๆว่าการเป็นผู้นำเส้นทางต้องทำอย่างไรบ้าง หนานหมิงก็ตอบตามที่เขาได้พูดคุยกับเหล่าผู้นำเส้นทางมา
หลังจากที่พูดคุยกันสักพัก หนานหมิงก็บอกให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับก่อน รอจนกว่าจะได้รับตราประทับผู้นำเส้นทางมาจากตระกูลจิวแล้วค่อยบอกเรื่องนี้แก่ตระกูลหนาน เพราะเขาไม่ต้องการให้ตระกูลหนานหยิ่งผยองหรือโอ้อวดมากกว่าเดิมเล็กน้อย
เร่ื่องนี้หนานเฟยหยุนเองก็เห็นด้วย แต่เขาก็คิดที่จะบอกเรื่องนี้กับหนานอวี้และผู้อาวุโสระดับสูงของตระกูลหนานเท่านั้น เพื่อให้พวกเขาเตรียมตัวให้พร้อมก่อน
หนานหมิงก็ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะเขาเองก็คิดที่จะให้ผู้อาวุโสระดับสูงรับรู้เรื่องนี้เช่นกัน อย่างน้อยๆมีพวกเขาคอยช่วยเหลือก็อาจจะดีกว่า
หลังจากนั้นหนานหมิงก็ได้พายอดฝีมือของตระกูลหนานไปยังโลกจิวหยาง เพื่อรอพบกับบิดาและพี่ใหญ่ของเขา
เนื่องจากทั้งสองคนมาที่โลกเทียนจิวก็เพราะพวกเขาจะต้องไปยังที่ตั้งของจิตวิญญาณเส้นทางเพื่อที่จะรับตราประทับของเส้นทางมาเป็นของตระกูลหนาน
ตราประทับเส้นทางก็เปรียบเสมือนกับสัญลักษณ์ของการเป็นผู้ปกครองเส้นทาง เมื่อถือตราประทับอยู่ก็จะถือสิทธิ์ในการปกครองเส้นทางอยู่นั่นเอง
ในช่วงเวลานี้ข่าวที่ตระกูลหนานและกองกำลังพันธมิตรได้ร่วมมือกันทำลายตำหนักมารสวรรค์ที่แข็งแกร่งได้ก็กระจายไปทั่วเส้นทางจิวหยาง ทำให้กองกำลังมากมายนับไม่ถ้วนเคารพและหวาดกลัวตระกูลหนานยิ่งกว่าเดิม
ต้องรู้ก่อนว่าพวกเขาได้รับข่าวมาว่าตำหนักมารสวรรค์นี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าองค์กรแสงทมิฬเสียอีก เพราะพวกมันมียอดฝีมือระดับเซียนอมตะขั้นปลายอยู่หลายคน แต่ถึงอย่างนั้นพวกมันก็ยังคงถูกทำลายโดยตระกูลหนานอยู่ดี
พริบตาเดียวก็ผ่านไปครึ่งเดือนเศษ
เรือบินของตระกูลหนานและเรือบินของตระกูลจิวก็มาถึงโลกเทียนจิว
ส่วนเรือบินของผู้นำเขตอีกสามแห่ง พวกเขาก็ได้แยกย้ายกลับไปยังโลกของตนเพื่อที่จะมาฉลองกับการเป็นผู้นำเส้นทางคนใหม่ของตระกูลหนาน
สำหรับตระกูลจางพวกเขาที่จะต้องย้ายไปยังพื้่นที่เขตการปกครองของสำนักเซียนเพลิงคราม ทำให้พวกเขาต้องวุ่นวายอยู่พักใหญ่เลยทีเดียว
เมื่อมาถึงที่ตั้งของตระกูลจิว
หนานหมิงก็พบว่าตอนนี้บิดาและพี่ใหญ่ของเขาได้มาถึงแล้ว
เมื่อทั้งสองเห็นหนานหมิงพวกเขาก็เข้ามาทักทายด้วยความชื่นชมสำหรับเรื่องที่หนานหมิงสามารถทำลายตำหนักมารสวรรค์ได้สำเร็จ
หนานหมิงยิ้มและพูดคุยกับทั้งสองอย่างมีความสุข
“ ไปกันเถอะ ตอนนี้ตระกูลจิวน่าจะเตรียมพร้อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ” หนานหมิงกล่าวขึ้น
จากนั้นหนานหมิง หนานเฟยหยุน หนานอวี้ พร้อมกับผู้ติดตามของหนานหมิงจำนวนหนึ่งก็มุ่งหน้าไปยังตระกูลจิว
เมื่อพวกเขามาถึง จิวหยงอี้และผู้อาวุโสระดับสูงของตระกูลจิวก็ออกมาทักทาย จากนั้นพวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังห้องรับแขก
ภายในห้องมีเพียงอยู่ไม่กี่คน ซึ่งได้แก่ผู้นำตระกูลจิว หนานหมิง หนานเฟยหยุน หนานอวี้ หลู่เซียงและเหรินปี้ฮวา เนื่องจากทั้งสองต้องคอยปกป้องคุ้มกันหนานหมิงอยู่ตลอดเวลา
สำหรับเหรินปี้ฮวา เขามาที่นี้ก็เพราะต้องคุมตัวมารฟ้าคำรามพร้อมกับหลู่เซียงและลู่ปิงเจี้ยนที่เป็นจ้าวเซียนขั้นสมบูรณ์ไปยังโลกระดับจ้าวเซียนหรือโลกระดับราชันเซียน