ตับ ตับ ตับ ตับ
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นแข่งกับเสียงสายลมพายุหิมะด้านนอก ฉีซื่อและอ๋องจินอู่ พวกเขาทั้งคู่กำลังร่วมบรรเลงเพลงรักที่สุดแสนจะเร่าร้อนกันอย่างบ้าคลั่ง ผลัดกันอยู่ข้างล่างข้างบนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
“อ๊า... อาฉีของข้า เจ้าช่างดีจริงๆ ... ดีเหลือเกิน...” อ๋องจินอู่เอ่ยปากชมคนที่อยู่บนร่าง ซึ่งตอนนี้ขยับขึ้นลงไม่หยุด
“อื้ม...ฮะ ฮา...” เสียงครวญครางที่กระฮือกระหอบของฉีซื่อช่วยปลุกเร้าอารมณ์ให้ใครอีกคนได้เป็นอย่างดี
“อาฉี เจ้าขึ้นสุด ลงสุดได้หรือไม่ ข้าเสียว เสียวจริงๆ”
“พี่จิน แบบนี้ยังไม่สาแก่ใจท่านใช่หรือไม่...” ฉีซื่อเริ่มเพิ่มแรงกระแทกตามคำขอของอีกคนเอ่ยคำถามอีกครั้ง
“แบบนี้ อ๊า... แบบนี้เลย ซี๊ดดด แรงๆ แบบนี้เลย อาฉี เจ้าเก่งมาก”
“พี่จิน... ท่านมันคนสารเลว... อ๊า...”
“ใช่ แต่นั่นมันเมื่อก่อนน่ะ... ตอนนี้ข้าเป็นคนดีแล้ว...ฮะ อึก...” อ๋องจินอู่พูดไป มือก็จับ ขยำบั้นท้ายของคนบนร่างไม่หยุด
“แล้วตอนนี้ คนสารเลวแบบท่าน ถึงสวรรค์รึยัง...” ฉีซื่อถามอีกคน พลางใช้มือบดขยี้เม็ดทับทิมของตัวเอง
“จวนแล้ว ท่านเซียน ท่านเซียนเร่งความเร็วอีกนิด ข้าจวนจะเห็นสวรรค์แล้ว” อ๋องจินอู่เร่งเร้าอีกคน
เพราะตอนนี้เขาจะถึงจุดหมายแล้ว เมื่อฉีซื่อได้ยินแบบนั้น ก็ขย่มขึ้นลงเร็วขึ้น หนักขึ้น จนในที่สุดอ๋องจินอู่ก็ปลดปล่อยออกมาในที่สุด น้ำสีขาวๆ ใส พุ่งออกมาเต็มที่ ฉีดเข้าไปในโพรงช่องทางด่านหลัง เข้าไปจนลึกสุด ทำเอาฉีซื่อรู้สึกได้ถึงความหวาดเสียวที่ท้องน้อยขึ้นมาเลย ฉีซื่อตัวบิดเกร็ง แนบตัวเชิดหน้าขึ้น ตาค้าง หายใจทางปาก ส่งเสียงหอบแฮกๆ ออกมาอยู่พักใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ โน้มตัวลงไปนอนทับคนใต้ร่างซุกไซร้อยู่พักหนึ่ง จนอ๋องจินอู่เป็นฝ่ายมาอยู่ด้านบนบ้าง
“พี่จิน ข้าเหนื่อยแล้ว...”
“เจ้าก็นอนเฉยๆ เดี๋ยวข้าจัดการเอง...” อ๋องจินอู่พูดเสร็จก็จัดการดันแท่งสวาทเข้าไปอีกครั้งก่อนจะเริ่มขยับเข้าออก พร้อมกับฝั่งแท่งสวาทเข้าไปให้ลึกพร้อมกับควงหมุนควงเน้นๆ ทำเอาคนใต้ร่างอย่างฉีซื่อร้องครวญครางเสียงกหลงทันที
“พี่ พี่ จิ พี่จิน... ฮะ อ๊า...”
“ชอบหรือไม่ท่านเซียน...เดี๋ยวข้าน้อยจะปรนนิบัติท่านซียนที่แสนดีอย่างท่านให้สุดใจเลยขอรับ” อ๋องจินอู่ยังคงเล่นบทคนสารเลวกับท่านเซียนไม่หยุด
“พอแล้ว ข้าพอใจแล้ว...อืมมมม” ฉีซื่อร้องบอกทันทีเพราะรู้ว่า อีกคนกำลังจะเผด็จศึกตนยกใหญ่แน่ๆ คราวนี้
“สวรรค์อยู่ตรงนี้ เจ้าก็อยู่ตรงนี้ แล้วแบบนี้ ข้ายังจะต้องการอะไรอีกเล่าในชีวิตนี้” อ๋องจินอู่พูดพร้อมกับพลางเกี่ยวขาฉีซื่อขึ้นมา พร้อมกับอุ่มขึ้นให้ตัวลอย ก่อนจะปล่อยอีกคนลงกระแทกรับความเสียวกระสันให้ลึกสุดใจ
“พี่จิน..ฮ้า...อะ...อืม...”
“ฮา ซี๊ดดดด...” อ๋องจินอู่เสียวจนแทบบ้าคลั่ง ก่อนจะจัดการฝั่งรอบเขี้ยวของตนลมไปที่คอ ของฉีซื่อทันที ส่วนผู้ถูกกระทำ ทันทีที่ถูกกัด นอกจากจะไม่เจ็บแล้วยังเสียวกระสันเพิ่มจนปลดปล่อยออกมาทันที
“อ๊า....พี่จิน ข้าถึงแล้ว ...เสร็จแล้ววว” ฉีซื่อพูดออกมาเสียงเบา ก่อนจะซุกหน้าลงไปที่ต้นคอีกคน ก่อนจะตนเองจะเป็นฝ่ายกัดคืนอีกฝ่ายทันที
“อึก....อืม... ซี๊ด!!” อ๋องจินอู่ดูท่าจะชอบด้วยเช่นกันเมื่อถูกอีกคน ฝังรอยเขี้ยวที่ตนด้วยอีกคน
จากนั้น ทั้งคู่ก็เริ่มบรรเลงเพลงรักกันอีกครั้ง โดยไม่มีทีท่าจะหยุดเลย สวรรค์ของทั้งคู่ไม่รู้จะกว้างใหญ่ขนาดไหนกัน ถึงได้พากันท่องเที่ยวในแดนสวรรค์ไม่เสร็จเสียที
...........................................................
...เช้าวันต่อมา...
...กึก กัก กึก กัก...
ฉีซื่อที่นอนหลับอยู่ ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังอยู่ภายในบ้าน จึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามองดู ฉีซื่อนั่งมองเงียบๆ ปล่อยให้อีกคนเดินไปเดินมาทยอยขนของขึ้นรถม้าเพียงลำพัง ใช่แล้ว วันนี้ อ๋องจินอู่จะเอาบะหมี่ออกไปส่งให้เถ้าแก่เป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับแวะเอาจดหมายมาให้อีกคนด้วย เพราะเดี๋ยวสิ้นเดือน ก็จะกลับเมืองหลวงด้วยกันแล้ว
“ข้าไปก่อนน่ะอาฉี ข้าจะรีบไปรับกลับ” เมื่ออ๋องจินอู่เดินมาบอกลาฉีซื่อเหมือนอย่างเช่นทุกครั้ง พร้อมกับก้มลงหอมแก้มฟอดใหญ่ไปหนึ่งทีก่อนจะเดินออกไปยังนรถม้าที่จอดไว้หน้าประตูบ้าน
ทันทีที่ประตูบ้านปิดลง ฉีซื่อก็พาตัวเองลงจากเตียง เดินกะเผกๆ ไปที่ไปที่อ่างอาบน้ำที่อ๋องจินอู่เตรียมไว้ให้ก่อนออกไป ฉีซื่อค่อยๆ จุ่มตัวเองลงอ่าง ถอนหายใจออกมาอย่างผ่อนคลาย
... ท่านอ๋อง เมื่อคืนท่านจะหนักมือเกินไปแล้ว ดูซิ ข้าปวดตัว ปวดเอวไปหมดแล้ว ...
พออาบน้ำเสร็จ ฉีซื่อก็เดินไปทำกิจวัตรเหมือนอย่างเคย เตรียมอาหารกลางวันไว้รออีกคนที่ออกไปส่งของกลับมากินด้วยกัน จากนั้นก็ทยอยทำความสะอาดบ้านพอเสร็จก็ออกไปเดินเล่นหน้าบ้านแก่เบื่อ ฉีซื่อนั่งเล่นอยู่พักใหญ่ หันหน้าออกไปทางถนน ไม่นานก็ปรากฏรถม้าคันเล็กเคลื่อนตัวมาช้าๆ ที่กระท่อมหลังเล็ก
“อาฉี ข้ากลับมาแล้ว...” อ๋องจินอู่กระโดดลงจากรถ พร้อมห่อผ้าถุงหนึ่งถือเดินมาหาฉีซื่อ ก่อนพวกเขาจะทั้งคู่จะพากันเดินจับมือเข้าไปในกระท่อมหลังเล็กทันที ฉีซื่อจัดเตรียมสำรับไว้รออีกคนแล้ว พออ๋องจินอู่กลับมาก็เริ่มกินข้างพร้อมหน้าพร้อมตากันได้เลย หลังกินเสร็จ อ๋องจินอู่ก็ทำหน้าที่เก็บถ้วยชามไปล้างทำความสะอาด ส่วนฉีซื่อก็นั่งอ่านจดหมายที่ส่งมาจากแดนไกลโดยสหายที่แสนดี
... อาฉี เจ้าอย่าได้เป็นห่วงเรื่องทางนี้เลย ทางนี้ข้าจัดการได้สบายมาก กิจการของพวกเราไปได้สวย ราบรื่น ไร้อุปสรรค จะมีอุปสรรคบ้างเล็กน้อยก็แต่องค์หญิงหยางเซียง ตอนนี้ข้าตัดสินใจจ้างนางมาช่วยทำบัญชีแทนเจ้า แต่ดูเหมือนข้าจะหลงเชื่อคำพูดนางมากเกินไป คิดว่านางจะเก่ง ที่ไหนได้ นางทำข้าปวดหัวมาก แถมยิ่งไปกว่านั้น พี่ชายของคนสารเลวนั่นก็แวะเวียนมาที่ร้านของพวกเราแทบจะวันเว้นวัน ยิ่งวันไหนมีคณะละครนางรำจัดแสดง ฮ่องเต้ไม่เคยพลาด องค์หญิงมักจะทำตัวเป็นแม่สื่อคอยแนะนำสาวๆ ให้แก่ฝ่าบาทอยู่เสมอ อาฉี ข้าละแสนเหนื่อยใจ ตอนนี้นางแทบจะทำให้ร้านของเรากลายเป็นที่ดูตัวไปแล้ว คิดไปแล้วข้าก็หงุดหงิด
อาฉี ของที่เจ้ามาส่งมา ตอนนี้ข้าได้รับถึงมือเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างล้วนแต่เป็นของดีหายาก ข้าจะดูแลอย่างดี ส่วนตัวเจ้าอาฉี ข้าหวังว่าเจ้าจะสบายดี และขอให้เจ้ากลับมาโดยเร็ววัน ....
ฉีซื่ออ่านจบก็พับจดหมายลง ยิ้มอ่อนๆ ที่มุมปาก อย่างพอใจในเนื้อหาจดหมายที่เพื่อนรักของตนได้ตอบกลับมา เพราะฉีซื่อจับสังเกตอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไปของตี้ไหลข่าได้
“เจ้ายยิ้มอะไรอาฉี”
“ข้าเปล่า...”
“ก็เห็นๆ อยู่ ยังจะปฏิเสธ” อ๋องจินอู่พูดพลางกับเอียงตัวไปหอมแก้มฉีซื่อหนึ่งที
“พี่จินท่านบอกเถ้าแก่แล้วใช่ไหม เรื่องบ้านเช่านี้”
“อื้ม เรียบร้อยแล้ว อ่ะนี่! เงินค่าขายบะหมี่รอบนี้ของเจ้า” อ๋องจินอู่ส่งถุงเงินให้ฉีซื่อทันที ฉีซื่อก็รับมาพร้อมกับแบ่งเงินบางส่วนออกมาพร้อมกับยื่นส่งกลับไปให้อ๋องจินอู่
“อันนี้คือส่วนของท่าน...”
“ข้าไม่เอา...อาฉี ข้ายกให้เจ้าทั้งหมด...”
“พี่จิน ท่านก็ลงแรงไปไม่น้อย ไหนจะช่วยข้าทำ ไหนจะคอยส่งบะหมี่ให้ข้า หากท่านไม่รับไว้ ข้าคง...”
“อย่าได้คิดมาก ตอนนี้พวกเรา2คน เหมือนคนคนเดียวกัน ข้าเป็นสามีของเจ้า มีหน้าที่ช่วยเจ้าหาเงิน”
“สามี...”
“ใช่ อาฉี เจ้าเป็นภรรยาของข้า... คือคนที่ข้ารักที่สุด”
“ท่านอย่ามาพูดมั่วๆ นะ ท่านจะเป็นได้ยังไง” ฉีซื่อไม่เชื่อในสิ่งที่ตนได้ยิน
“ย่อมได้ ทันทีเรากลับถึงเมืองหลวง ข้าจะแต่งงานกับเจ้าให้เร็วที่สุดอย่างแน่นอน”
“หากท่านทำเช่นนี้ แล้วองค์หญิงเล่า จะทำเช่นไร นางเป็นคู่หมั้นของท่านนะ”
“อาฉี เจ้าอย่าได้คิดมากเรื่องการหมั้นของข้าเลย อย่างที่ข้าเคยบอกไป เรื่องการหมั้นของข้าเป็นแค่เรื่องตบตาเท่านั้น”
“ตบตาอย่างนั้นหรือ”
“ใช่ ต่างฝ่ายต่างไม่ได้มีใจให้กัน แต่ที่ทำไปเพราะต่างคนต่างคิดว่าดี ต่างหากละ”
ฉีซื่อฟังจบ แม้จะยังไม่เข้าใจนัก แต่ก็จะพยายามเชื่อในสิ่งที่อีกคนพูดให้ได้ ฉีซื่อก็จำได้รางๆ ว่า อ๋องจินอู่ก็เคยบอกกับตนไปแล้วเรื่องนี้ แต่ว่าตอนนี้ ตนเองยังไม่มีสติและไม่อยากฟังสักเท่าไหร่ ทำให้การอธิบายของอ๋องจินอู่ในครั้งนั้น ฉีซื่อจึงจำได้ไม่ชัดเจนนัก
.........................................................
... ก่อนวันสิ้นเดือน2วัน...
“อาฉี ของที่เจ้าต้องการให้ข้าเอาไปส่งที่ขบวนสินค้า มีเท่านี้ใช่หรือไม่” อ๋องจินอู่ที่ทยอยขนของชี้นมาบนรถม้า จนตอนนี้เกือบจะไม่มีที่วางแล้ว
“น่าจะหมดแล้วละ...” ฉีซื่อเดินออกมาจากบ้านพร้อมกับส่งห่อผ้าให้อ๋องจินอู่เป็นชิ้นสุดท้าย
“เช่นนั้น ข้าไปละนะ ข้าจะรีบไปรีบกลับ แล้วเดี๋ยวคืนนี้ เราไปนอนพักที่โรงเตี๊ยมกัน” พูดจบอ๋องจินอู่ ก็รับควบรถมาออกไปทันที พร้อมกับมุ่งตรงไปยังจุดรับส่งขบวนสินค้า