หลังจากที่ผู้กล้าหมดสติไปทางลินลี่นั้นตกใจเป็นอย่างมากถึงขนาดที่ทำอะไรไม่ถูกสำหรับลินลี่นั้นผู้กล้านั้นคือผู้แข็งแกร่งที่สุด และไม่มีทางแพ้ หลังจกาที่ม่านพลังที่ขังพวกลินลี่หาย ไปลินลี่วิ่งตรงเข้าไปหาผู้กล้าที่นอนหมดสติ อยู่ในที่บังแดดที่จอมมารสร้างขึ้นจากกระดูกขนาดไม่ใหญ่มากแต่พอให้คนประมาณ3-4 คนเข้าไปนั่งพักได้
ลินลี่วิ่งผ่านจอมมารไปโดยไม่สนใจจอมมารเลยแม้แต่น้อยเหมือนกับจอมมารไม่มีตัวตน ลินลี่เข้าไปดูอาการผู้กล้านั่งอยู่ข้างๆและค่อยๆตรวจสอบผู้กล้าว่าเป็นมีบาดแผลตรงไหนบ้าง ต่างจากโรส และแองเจล่าที่เตรียมพร้อมที่จะสู้อยู่ข้างหน้าของจอมมาร แม้จอมมารจะไม่มีท่าที่เหมือนอย่างจะสู้เหมือนเมื่อกี้เลยก็ตาม
"เอาหละ ใจเย็นทุกคนเลิกตกใจได้แล้ว....เห้อ"
ในที่สุดจอมมารที่ยืนมองพวกเธอทั้งหมดโดยไม่ขยับก็เริ่มพูดและถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
"เห้อ...น่ารำคาญจริง ถ้าพวกเจ้าฟังที่ข้าพูดเมื่อกี้ก็ควรจะเดาออกกันบ้างว่าข้าไม่ได้ทำร้ายผู้กล้าเลย ผู้กล้าจะไม่เป็นอะไรหรอก และผู้กล้าหมดสติไปเพราะตัวผู้กล้ายังรับกับความจริงบางอย่างไม่ได้ อยากรู้รายละเอียดก็รอให้ผู้กล้าพร้อมแล้วค่อยถามเอาเองแล้วกันข้ารำคาญ"
จอมมารเริ่มอธิบายสิ่ง ต่างๆ โดยเฉพาะอาการของผู้กล้าทำให้ลินลี่นั้นสงบลงมากเช่นเดียวกับโรสและแองเจล่าที่ผ่อนคลายลงเช่นกัน แต่โรสกับแองเจล่านั้นยังไม่ลดการป้องกันลงและแองเจล่า จริงๆแล้วพวกเธอก็ไม่ต่างไปจากลินลี่พวกเธอทั้งเป็นห่วงอยากเข้าไปดูอาการผู้กล้าแต่ด้วยอายุของพวกเธอไม่ใช่น้อยๆ ทำให้พวกเธอสามารถเยือกเย็นและเลือกที่จะรออ่านสถานะการ เพราะงั้นพวกเธอจึงตั้งตัวรอรับการโจมตีเพื่อความปลอดภัย และเพื่อที่จะพร้อมเข้าไปช่วยลินลี่ได้อย่างรวดเร็ว
"ต้องการอะไร?"
โรสถามจอมมารอย่างไม่เกรงกลัวและไม่มีความเคารพนับถือยู่เลยแม้แต่น้อย
"มีมารยาทหน่อยสิโรสเห็นอย่างงี้ข้าก็เป็นเพื่อนกับผู้กล้านะ....แต่ถามว่า'ต้องการอะไรงั้นเหรอ'"จอมมารพูดพร้อมกลับยิ้มออกมาอย่างแปลกประหลาดและพูดต่อว่า"ต้องการให้พวกเจ้าทุกคนเก่งขึ้นยังไงละ "
คำตอบของจอมมารนั้นเหนือความคาดหมายของพวกเธอไปมาก
"ทำไม?"
แองเจล่าถามขึ้นมาบ้าง
"ยังบอกตอนนี้ไม่ได้ต้องรอให้คนครบก่อนตอนนี้เหมือนจะขาดไป 1 คนนะ"จอมมารพูดพลางยกมือขึ้นและดีดนิ้ว เสียงดีดนิ้วนี้ดังมากพอจะทำให้ทุกคนได้ยินโดยทั่วกัน แต่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นทำให้โรสและแองเจล่ามองหน้ากันแบบ แปลกๆ เพียงแต่ในตอนที่พวกเธอกำลังจะถามขึ้นกลับมีร่างของคนคนนึง ปรากฎขึ้น นั้นคือร่างของ ผู้นำองค์กร SCP
หลังจากผู้นำองค์กร SCP ปรากฎตัวขึ้นเขาไม่เสียเวลาแม้เพียงวิเดียว เขาหยิบปืนพกขึ้นและมอง ไปรอบๆอย่างชำนาญ ถึงเขาจะเป็นผู้นำองค์กรแต่เขา ก็เป็นทหารมือดีมากๆคนนึง นั้นทำให้จอมมารรู้สึกชื่นชมต่อคนๆนี้จริงๆ ส่วนทางผู้นำองค์ SCP หลังจากมองไปรอบๆและคำนวณสถานะการคร่าวๆอย่างรวดเร็ว เขาก็หันปืนใส่จอมมารทันที
"หยุดห้ามขยับบอกมาที่นี้ที่ไหนและแกดึงฉันมาได้ยังไง"ผู้นำองค์กร SCP ถามขึ้นทันทีก่อนที่จะหันไปเห็นผู้กล้าที่หมดสติอยู่"แกจอมมาร?"
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง...
แกร็กๆ
หลังจากที่ระบุตัวตนได้ผู้นำองค์กรยิงปืนพกในเข้าไปแบบไม่ยั้งจนกระสุนหมดแต่ก็ไม่อาจจะทำอะไรจอมมารได้เลยกระสุนทุกนัดนั้นลอยเข้าไปและหยุดลงที่ข้างหน้าของจอมมาร นิ่งเหมือนกับไม่มีแรงจะไปต่อหรือแม้แต่จะร่วงลงสู่พื้นยังไม่อาจทำได้ แต่หลังจากจอมมารโบกมือเบาๆครั้งนึงกระสุนทั้งหมดเหมือนกับได้รับการปลดปล่อย จึงร่วงลงสู่พื้น ส่วนทางผู้นำองค์กรนั้นเหมือนจะไม่สนใจรีบใส่กระสุนและเตรียมตัวที่จะยิงใส่จอมมารอีกครั้ง แต่มีหรือจอมมารจะยอม
ฟุบ แกรก
จอมมารยกมือขึ้นและกำมือกลางอากาศ ในวินาทีนั้นปืนพกในมือของผู้นำองค์กรแตกสลายทันที ทั้งหมดที่กล่าวมาเหมือนนานแต่เกิดภายในไม่กี่วินาทีเท่านั้น ทางโรสและแองเจล่าเห็นท่าไม่ดีจึงกระโดดไปยืนขวางหน้าผู้นำองค์กร เอาไว้ และส่งสัญญาณให้หยุด ผู้นำองค์กรทำตามอย่างจำยอม เพราะอาวุธที่เขาเหลืออยู่ตอนนี้มีแค่มีดสั้นเท่านั้น
"เอาหละใจเย็นกันได้สักที และถูกแล้วข้าจอมมารเอง และไม่ข้าไม่ข้าไม่ได้ออกมาจากผนึกนี้แค่ร่างแยกที่มีพลังเพียงเศษเสี้ยวนึงของข้า จะยังไงก็ชั่งข้าเทเลพอร์ตเจ้ามาเพื่อที่จะได้บอกถึงอันตรายที่จะมาถึง และวิธีป้องกัน เริ่มเลยแล้วกั-"
"เดี๋ยว จอมมาร ครับคุณจะให้ผมเชื่อใจคุณได้ยังไงกันครับ?"
ผู้นำองค์กรพูดขัดจอมมารขึ้นมาด้วยความสงสัย
"ข้าพูดเมื่อไหร่ว่าให้เจ้าเชื่อในคำพูดของข้า?"
"..."
"จะเชื่อหรือไม่นั้นมันเรื่องของเจ้า ไม่เกี่ยวกับข้าแต่ถ้าหลังจากนี้โลกใบนี้โดนฆ่าล้างบางก็ถือว่าข้าเตือนแล้ว"
จอมมารดูเหมือนจะเป็นคนที่ความอดทนค่อนข้างต่ำมาก
"เอาหละมีใครมีคำถามอะไรอีกไหม? ข้าจะได้เข้าเรื่องสักที"
"มีครับ ทำไมคุณต้องเตือนเราด้วย"
ผู้นำองค์กรถามขึ้นแต่กับโดนส่วนมาด้วยคำตอบที่กวนสุดๆ
"เสือก! ข้าเตือนแล้วมันไม่ดียังไงไม่ทราบ"
"งั้นผมขอเปลี่ยนคำถามครั-"
"จะถามให้พ่อคุณกลับมาเกิดใหม่หรอ ถามอะไรจุกจิกเกินไปแล้วไม่ฟังเรื่องก่อนแล้วค่อยถามที่สงสัยละหะ?"
จอมมารเริ่มจะหมดความอดทน
"เอาหละจะเข้าเรื่องแล้วนะ ที่พวกเจ้ากำลังเจอและเรียกมันว่ามิติมอนสเตอร์นั้นมันคล้ายกับที่ๆ เอาไว้ให้พวกเจ้าใช้ในการฝึกฝนตัวเจ้าเองเพื่อที่จะได้นักรบในหมู่นักรบ ของแต่ละเผ่าพันธุ์ในในมิตินั้นๆ เพื่อเตรียมพร้อมของการมาถึงของอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าพวกมันมาก และใช่ถ้าเจ้าแพ้พวกมิติมอนสเตอร์เจ้าก็จะโดนกวาดล้างทั้งเผ่าพันธุ์ เมื่อพวกมันมาถึงพวกมันจะเริ่มการแข่งขันขึ้นเพื่อความบันเทิงของพวกมันเอง โดยพวกมันจะดึงคนที่เก่งที่สุดในแต่ละเผ่าพันธุ์ของมิตินั้นๆ เช่นถ้าเป็นมิติที่เราอยู่นี้ จะเป็นผู้กล้า ข้า โรส แองเจล่า และอีกสามคน หลังจากที่ได้คนจากมิติรอบๆ ครบตามจำนวนแล้ว พวกมันก็จะเริ่มให้พวกนักรบที่แข็งแกร่งพวกนั้นสู้กันเองโดยมีมิติของพวกเขาเหล่านั้น เป็นเดิมพัน ว่าจะแตกดับหรือจะคงอยู่"
อึก..
ทุกคนในที่นั้นเว้นเพียงลินลี่นั้นกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
"เอาหละตอนถึงตรงนี้มีใครต้องการจะถามอะไรไหม"
จอมมารถามขึ้นทำให้เรียกสติทุกคนกลับเข้าที่
"พวก....มัน....เป็นใคร?"
แองเจล่าถามขึ้นช้าๆ
"อ้อพวกมันก็คือเทพชั้นสูงที่ไม่สนใจความเป็นอยู่ของคนอีกต่อไปสนใจแค่ความสนุกส่วนตนเท่านั้น"
"เทพ?"
โรสพูดขึ้นทันที
"อืม เทพไม่ได้ดีไปหมดหรอกนะอย่าได้เข้าใจผิดเชียวและก็ไม่ได้ชั่วทั้งหมดเช่นกัน"
สิ่งที่จอมมารพูดขึ้นมันไปทำให้ผู้นำองค์กรสงสัยขึ้นมา
"แล้วคุณรู้ได้ยังไง"
"หืม เรื่องนี้ข้าไม่ตอบแต่เอาเป็นว่าข้ารู้เรื่องพวกนี้ดีเลยละ"
จอมมารไม่ยอมตอบคำถามของ ผู้นำองค์กร SCP
"เอาหละคุยกันจบแล้ว ถึงเวลาฝึกคอสนรกแล้ว"จอมมารพูดขึ้นและยกมือชูขึ้นฟ้าในวินาทีนั้นเกิดวงเวทขนาดใหญ่ขึ้นบนฟ้าพร้อมกับยิ้มอย่างน่ากลัวก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นไปถึงกระดูกสันหลังของคนที่ได้ยิน
"เวทลับ อาณาเขตไร้เวท"
หวืดดด
วงเวทขนาดใหญ่แผ่ขยายออก ไปนับสิบกิโลเมตรในเสี้ยววิก่อนจะแผ่ขยายพลังประหลาด ที่ผนึกเวทมนของโรสและแองเจล่าเอาไว้อย่างหน่าแน่น พวกเธอทั้งสองไม่อาจร่ายเวทมนได้เลย ในขณะเดียวกันหัวหน้าองค์กร ได้ถูกวาปเข้าไปจุดที่ผู้กล้ากำลังหมดสติอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ และเหมือนว่าจะมีเกราะโปร่งแสงค่อยคุ้มกันที่ตรงนี้อยู่ ผู้นำองค์กร สามารถสังเกตได้อย่างชัดเจนเนื่องจากลมพัดฝุ่นลอยมากระทบเป็นพักๆ จนทำให้สามารถมองเห็นเกราะโปร่งแสงได้อย่างเรือนราง
"เวทนี้ จะทำให้ทุกคนที่อยู่ภายในอาณาเขตไม่สามารถใช้เวทออกมาได้โดยขนาดของเวทจะขึ้นอยู่กับปริมาณพลังเวทของผู้ใช้ ยกเว้นผู้ใช้และคนที่มีพลังเหนือกว่าผู้ใช้"จอมมารหยุดพูดก่อยจะค่อยๆเหยียดยิ้มที่น่าหวาดผวาออกมาอีกครั้งและพูดต่อ"พวกแกทั้งสองคนจะต้อง สู้กับข้าด้วยศิลปะการต่อสู้ระยะประชิด และขอบอกไว้ก่อนเลยว่าข้าไม่ออมมือแน่นอน อย่าตายซะก่อนละ" =) จอมมารยิ้มออกมาอีกครั้งก่อนจะพุ่งเข้าหาทั้งสอง คนด้วยพลังขาอันมหาศาลจนทำให้พื้นดินรอบๆ จุดที่จอมมารยืนอยู่นั้นแตกและยุบลงไป
ฟุบ ผั่ว!!!!
จอมมารไปปรากฎตัวอีกทีข้างหน้าของทั้งสองและซัดหมัดเข้าไปอย่างรุนแรง จนทำให้โรสนั้นปลิวไปไกลโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดจนไปชนกับหินก้อนนึงถึงจะหยุดลง ส่วนทางแองเจล่านั้นดีกว่ามาก ด้วยความสามารถทางร่างกายที่สูงจึงทำให้ หลังจากที่เธอโดนหมัดของจอมมารเข้าไป เธอแค่ลอยไปข้างหลังเพียง สามเมตรเท่านั้น นั้นทำให้จอมมารแอบตกใจอยู่เล็กๆ เห็นเขาโจมตีส่งๆไปแต่นั้น เป็นพลังถึง1ใน5 ที่เขาเหลืออยู่ในร่างนี้ตอนนี้ซึ่งแค่นั้นก็พอที่จะ เจาะรูภูเขาลูกเล็กๆสักลูกได้แล้ว จอมมารยิ้มขึ้น และพูด
"โอ้วชักน่าสนใจแล้วสิ หึ หึ หึ"
___________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________