ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่781 ความเดือดดาลของซิวลั่ว

        ครั้นซิวลั่ว กล่าวเชิญจอมยุทธ์คนต่อไปมาสู้กับเขา ทว่าทุกคนกลับเงียบนิ่ง ไม่มีท่าทีสนใจเขาอีกต่อไป ซิวลั่วเขาถึงกับหางคิ้วสั่นกระตุกขึ้นมาถี่ยิบ ครั้นเห็นความโอหังของคนดินแดนเทพ มองข้ามตัวเขาไปเสียดื้อๆ เขาแค่นเสียงขึ้นมาทันที “จักรพรรดิอี้เฉิน ท่านมาต่อสู้กับข้าหน่อย ดีหรือไม่?” 
 


        หลางซือ กับองค์หญิง ชิงถง แม้แต่คนอื่นๆ ได้ยินคำพูดของซิวลั่ว พวกเขาถึงกับเดือดดาลกันขึ้นมา แทนตัวของอี้เฉินในทันใด “ข้าไปสู้กับเขาเอง” “ข้าเองดี กว่าน้องหญิง” ทำให้รอบด้านเกิดเสียง ความไม่พอใจขึ้นมาทั่วงานเลี้ยง

 


       ก่อนอี้เฉินจะผายฝ่ามือ ให้หมู่ชนที่พูดเสียงดังเงียบนิ่ง ไม่คิดพวกเขา จะเดือดดาลแทนตัวเขามากขนาดนี้ ..แล้วอี้เฉินที่เห็นสายตา เป็นกังวลของหลินเฟย เขาจึงกล่าวปฏิเสธ การต่อสู้ ชนิดที่หลายๆ คนไม่คาดคิด “การประลองนี้ มันไม่มีความหมายอะไรสำหรับข้า แม้แต่ตัวของเจ้าเองก็เช่นกัน” ก่อนอี้เฉิน จะกล่าวลาเหล่ามิตรสหาย เตรียมจะเดินจากไปพร้อมกับหลินเฟย

 


        เหล่าผู้อาวุโสที่เห็น อี้เฉินบัดนี้ดูสงบนิ่งเยือกเย็นขึ้นมาก  กว่ายามอดีต พวกเขาต่างก็พยักหน้าให้กัน ภายในใจชื่นชมอี้เฉิน อยู่ไม่น้อย หากเป็นอี้เฉินในยามอดีต เขาคงจะยอมรับคำท้า เปิดฉากการต่อสู้ อย่างไม่หวาดเกรงไปนานแล้ว

 


        ซิวลั่ว ที่ยืนมือไพล่หลัง เดือดดาลขึ้นมาทันใด เมื่อเห็นอี้เฉินคิดจะสืบฝีเท้า จากไปดื้อๆ เช่นนี้ ด้วยความไม่จำยอมของเขา เนื่องด้วยอี้เฉินเหมือนเป็นเงามืด ของจอมยุทธ์ชนรุ่นหลัง ภายในดินแดนจักรพรรดิ จากเรื่องที่อี้เฉินสร้างชื่อ เขาเอ่ยพูดเย้ยหยัน ในตัวอี้เฉินออกมาทันที “ไม่ใช่ว่าจักรพรรดิหนุ่ม ผู้ปกครองดินแดนเทพ ผู้ได้ฉายาเทพสงคราม จะหวาดกลัวการต่อสู้ ผันตัวไปเป็นเกษตรกรปลูกผักทำสวน ฟังคำพูดของสตรีไปแล้วหรอกกระมัง”

 


“ฮ่าๆ ใช่ๆ”คนดินแดนจักรพรรดิ พวกเขาต่างก็หัวเราะเย้ยหยัน เมื่อได้ยินคำพูดของซิวลั่ว แค่นเสียงออกมาดังก้อง

 


        อี้เฉินได้ยินเขาถึงกับหยุดชะงักฝีเท้า แม้แต่หลินเฟย นางยังชักสีหน้าขึ้นมา ไม่อยากให้อี้เฉินออกไปต่อสู้ ก่อนอี้เฉินจะคลี่ยิ้มบาง บอกกล่าวหลินเฟย ออกมา “เจ้ารอข้าสักครู่ได้หรือไม่?”

 


        หลินเฟยครั้นเห็นสายตาที่จริงจัง ของอี้เฉินนางพยักหน้ารับคำอย่างฉับไว ก่อนอี้เฉินจะหันปรายตาไปมอง ซิวลั่ว ด้วยสายตาเคร่งขรึม ชายหนุ่มเองก็จ้องตาเขม็ง พร้อมจะเอาเรื่องมาที่เขาเช่นกัน

 


         อี้เฉินดีดนิ้วมือขึ้นมาก้องฟ้า ในทันใด คลื่นรัศมี การแทรกแซงฟ้าดิน แผ่ขยายจากคลื่นเสียง ดีดนิ้วมืออี้เฉิน ออกไปเป็นริ้วคลื่น ปะทะเข้าใส่ม่านพลัง ของราชันสวรรค์ทั้งสาม จนแตกพังยับในเสี้ยวพริบตา เคร้ง!! ตู้ม!! พร้อมริมฝีปากพวกเขา ที่กระอักเลือดสดออกมาคำใหญ่ ด้วยความตกตะลึง

 


        หมู่ชนที่เห็นคลื่นเสียง จากการดีดนิ้วมือของอี้เฉิน เปี่ยมไปด้วยพลังการแทรกแซงฟ้าดิน พวกเขาต่างก็เบิกตาออกกว้างอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อว่าอี้เฉิน เขาจะมีพลัง อยู่ในระดับขั้นแทรกแซงฟ้าดินได้ดั่งใจนึก

 


        แล้วยิ่งเห็น ซิวลั่ว ที่อยู่ภายในเขตม่านพลังที่แตกพังยับ ริมฝีปากของเขามีโลหิตไหลซึม บริเวณมุมปากออกมา พร้อมกับถุงมือปลอกแขนเหล็กศิลาข้างขวา ของซิวลั่ว เกิดการแตกร้าวลุกลามออกมา ผู้คนต่างก็มองเห็นรอยปริแตก เป็นทางยาว ด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจน พร้อมสีหน้าที่ซีดเผือด หวาดกลัวของซิวลั่ว ปรากฏขึ้นมาน้อยๆ

 


        คนดินแดนจักรพรรดิ พวกเขาต่างก็ไม่อยากเชื่อ ภาพภายในครรลองสายตาพวกเขา นามของอี้เฉิน เริ่มกลับมาหลอกหลอนพวกเขาอีกครั้ง ไม่อาจหลุดพ้นไปจากเงาชื่อเสียง ที่ยิ่งใหญ่ของอี้เฉินไปได้ แม้ดินแดนเทพ จะเข้าสู่ยุคแห่งการฝึกฝน เสื่อมถอยแล้วก็ตาม

 


อี้เฉินเขาหันปรายตากลับมาหาหลินเฟย พร้อมกับจูงมือนาง เข้าไปพักผ่อนภายในพระราชวังสีทอง ไม่แม้จะสนใจผู้ใดอีกต่อไป

 


       ซิวลั่ว แม้จะหวาดกลัวในตัวอี้เฉินเขาก็ยังแค่นเสียง สบถด่าอี้เฉินออกมาดังก้อง ครั้นเห็นศาสตราวุธ เขาเกิดการพังเสียหาย “เจ้าแทรกแซงฟ้าดิน ได้ดั่งใจนึกแล้วอย่างไร อี้เฉิน เหล่าอัจฉริยะของนิกายใหญ่ พวกเขาก็ทำได้เฉกเช่นกัน แถมพวกเขาในตอนนี้ ยังเลื่อนขั้นเป็นราชันสวรรค์แท้จริงกันหมดแล้วด้วย เกรงว่ายุคสมัยของเจ้า คงจะสิ้นสุดลงแล้ว อวดเก่งได้ก็แค่ชนรุ่นหลัง อย่างข้าเท่านั้นกระมัง ฮ่าๆๆ”

 


         อี้เฉินเขาส่งคำพูดไล่หลังออกมาหา ซิวลั่วในทันใด แม้แต่ซีเผิงเขายังส่ายหัวออกมา รับรู้ตั้งแต่แรกแล้ว “ศาสตราวุธปลอกแขนของเจ้า  ข้าไม่ได้เป็นคนทำให้มันแตกร้าว หากจะโทษข้า มันคงจะไม่ถูกเสียทีเดียวกระมัง”

 


        โม่กวางครั้นได้ยิน เขาถึงกับตบหน้าตนเองขึ้นมาทันใด พร้อมสายตาของทุกผู้ทุกคน จับจ้องสายตามาที่โม่กวาง เป็นสายตาเดียว เหมือนว่าพวกเขาจะประเมินพวกโม่กวาง กับซีเผิงต่ำเกินไป จนชายหนุ่มต้องขำออกมากลบเกลื่อน ไม่คิดว่าอี้เฉินจะเห็นรอยแตกร้าว ที่เขาสร้างไว้ก่อนหน้านี้ โม่กวางรีบกล่าวตอบ แบบขอไปที “พวกเจ้าอย่าสนใจ คงจะเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า กระมัง”

 


         ก่อนเสียงร้อง อ๊ากกก!!ของ ซิวลั่ว จะดังคำรามออกมาก้อง ด้วยความขุ่นเคืองเป็นโทสะ สบถด่าอี้เฉินที่เดินจากไปออกมาลั่น “ไอ้เวร อี้เฉิน หากเจ้าไม่เป็นที่รักของคนดินแดนเทพ มีหรือเหล่าจักรพรรดิ ผู้ยิ่งใหญ่ จะยังปล่อยตัวเจ้าไว้เช่นนี้”

 


        พวกคนดินแดนจักรพรรดิ พวกเขารีบมาอุดปากซิวลั่ว ที่บ้าคลั่ง ราวกับธาตุไฟแตกซ่านเอาไว้แน่น ไม่ให้ชายหนุ่มพูดจา ปากพล่อย ไปมากกว่านี้ ก่อนพวกเขาจะสืบฝีเท้า จากลาจากงานเลี้ยงไปในทันที มีท่าทีรีบเร่งอย่างเห็นได้ชัดเจน ครั้นรับรู้ถึงสายตาอาฆาตแค้นของหมู่ชน พวกเขากลับไปคราวนี้ ได้เป็นเรื่องพูดคุยขำขัน ภายในดินแดนจักรพรรดิแน่

 


        ผู้คนภายในงานเลี้ยง พวกเขาต่างก็เดือดดาลบ้าคลั่ง จวนดวงตาแดงก่ำ เกรงว่าคงจะเป็นเรื่องจริง ที่อี้เฉินถูกจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ไล่ฆ่าหนีตาย เป็นช่วงเวลา พอดิบพอดี กับช่วงเวลาที่อี้เฉินหายสาบสูญ เหล่าผู้อาวุโส พวกเขาต่างก็อาลัยให้องค์หญิงอี้ฟางหรง พร้อมฝ่ามือที่กุมบีบรัด เข้าหากันจนแน่น จนเกิดเสียงกระดูกมือดัง กรอบ!! แกร็บ!! ออกมาก้อง ครั้นรับรู้ความจริงบางส่วน จากปากคนดินแดนจักรพรรดิ “ไอ้พวกเวร คนดินแดนจักรพรรดิ พวกมันช่างโอหังนัก” พร้อมเสียงตบโต๊ะดังออกมาก้อง

 


        ก่อนพวกเขาจะผ่อนโทสะลง แม้จะรับรู้ความจริง พวกเขาจะทำอะไรได้ แม้แต่ผู้ยิ่งใหญ่ภายในดินแดนเทพ พวกเขายังไม่มีสักคนบัดนี้ เรื่องที่จะต่อกรคนดินแดนจักรพรรดิ แทบไม่ต้องพูดถึง

 


         อี้เฉินที่เข้าไปพักผ่อน ภายในพระราชวังสีทอง พร้อมกับหลินเฟย พวกเขาไม่ได้รู้สึกสบายเช่นนี้มานานแล้ว ครั้นบ่าวรับใช้เตรียมน้ำ ไว้ให้พวกเขาชำระล้างร่างกาย ก่อนอี้เฉินจะกล่าวพูดพึมพำออกมาน้อยๆ “เหมือนว่าเหตุการณ์ ภายนอกจะสงบเงียบลงแล้วนะ”

 


หลินเฟยที่ถูหลังให้อี้เฉิน นางพยักหน้ารับคำอี้เฉิน ก่อนจะถูกอี้เฉินเอ่ยชวนนาง “เจ้าเองก็ลงมาชำระล้าง ร่างกายได้แล้วกระมัง”

 


       หลินเฟยที่ยังไม่กล่าวตอบ ก็ถูกอี้เฉินที่ลุกพรวดพราด จากอ่างน้ำ มาอุ้มจับเอวนาง ลงไปภายในอ่างน้ำแล้ว “ท่านพี่!!” หลินเฟยนางที่เคยอ่อนโยน ทำตาดุ เขียวปัด มาหาอี้เฉินในทันใด เงาตะคุ่มของพวกเขาทำให้ แสงเงาเล็ดลอดออกไปภายนอก  จากแสงสลัวของเชิงเทียน บ่าวภายนอกพวกเขาต่างก็เข้าใจผิด พากันกรูฝีเท้า หนีหายจากไป ด้วยใบหน้าแดงซ่าน

 


“ท่านพี่ พวกเขาเข้าใจผิดกันหมดแล้ว”

 


       อี้เฉินแค่ขำแห้งๆ ออกมาเท่านั้น ...ก่อนพวกเขาจะเข้าไปพักภายในห้องบรรทมส่วนตัว แม้จะเข้ายามดึกสงัด หลินเฟยนางก็ยังคงไม่นอนหลับใหล นั่งข้างโต๊ะเครื่องแป้ง จ้องมองแสงจันทราที่สาดส่อง ตกกระทบบานประตู หน้าต่างอยู่เช่นนั้น

 


      ก่อนอี้เฉินจะเข้าไปนั่งพูดคุยเป็นเพื่อนหลินเฟย ครั้นเห็นว่าหลินเฟย มีบางอย่างที่อยากจะพูดบอกกล่าวอี้เฉิน แต่คำพูดเหล่านั้น นางเก็บไว้ภายในใจไม่กล้าบอกกล่าว อี้เฉินออกมาตรงๆ

 


อี้เฉินคลี่ยิ้มไต่ถามพร้อมกับสางเส้นผม นางอย่างเบามือ “เจ้ากังวลเรื่องอะไรหรือน้องหญิง”

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน