บทที่ 154
ยุติปัญหา
วันถัดมาหลังจากที่จางหยวนนัดสนทนากับคนจากสำนักไท่ซานไปเรียบร้อยแล้ว
ช่วงเช้าของวันดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นสู่ท้องนภาจางหยวนเดินออกมาจากโรงเตี๊ยมของตนเองตั้งแต่ในช่วงยามเช้า
เขามุ่งตรงไปยังส่วนพรรคของตนเองบนที่ดินที่ซื้อมาเพื่อไปตรวจตราความเสียหายและก็ช่วยดูแลภายในสถานที่แห่งนี้
พวกเขาเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้มีนัดสนทนากับพวกสำนักไท่ซานในช่วงยามบ่าย
ในตอนนี้มีเวลาเหลือเฟือในการจัดการเกี่ยวกับความเสียหายตรงนี้
จางหยวนมาดูความเสียหายที่เกิดขึ้นจำเป็นจะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูภายในสถานที่แห่งนี้ส่วนค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการซ่อมแซมเองก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก
แต่สิ่งที่มันต้องใช้เป็นจำนวนมากมันก็คือเวลานั้น
เพราะว่าคนที่อาละวาดเล่นทำการอาละวาดเสียที่ดินนั้นเปลี่ยนสภาพไปเลย
จางหยวนในตอนนี้ตัวของเขาเริ่มทำการจัดสรรและก็ทำการจัดการเกี่ยวกับที่ดินตรงบริเวณนี้
วางแผนจัดการทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อยจำเป็นจะต้องใช้เวลาฟื้นฟูที่ดินที่เสียหายไปกว่าสองแปลงประมาณสอง
ถือว่ายังโชคดีที่คนงานของเขาบาดเจ็บเพียงแค่คนเดียวไม่เช่นนั้นเวลาในการฟื้นฟูความเสียหายคงจะนานกว่านี้
แต่ถ้ามีความเสียหายเท่านี้เราใช้เวลาฟื้นฟูสองสัปดาห์มันก็ยังเพียงพอกับการคำนวณของเขา
หลังจากที่จัดการเกี่ยวกับเรื่องปัญหาทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อยมันก็เข้าสู่ช่วงยามบ่ายของวันถึงเวลาที่เขาเดินทางไปเพื่อฟันคำตอบจากปากของรองเจ้าสำนักไท่ซาน
ณ สำนักไท่ซาน
เดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ในช่วงยามบ่ายของวัน
หลังจากที่เดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ในช่วงยามเขาเดินทางเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ไปยังห้องต้อนรับที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้
จางหยวนเข้ามานั่งรอภายในสถานที่แห่งนี้กับหย่งคัง
ไม่นานนักรองเจ้าสำนักที่เป็นคู่สนทนาก็ได้เดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้เมื่อตัวของมันเดินทางมาถึงรีบมุ่งตรงและก็มานั่งลงบริเวณตำแหน่งที่นั่งที่ยังคงว่างอยู่
จางหยวนที่นั่งอยู่ด้านหน้าทำการถามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ว่าอย่างไรขอรับตัวของท่านคิดได้หรือยัง ”
รองเจ้าสำนักที่นั่งอยู่ด้านหน้าพยักหน้าตอบรับกลับมา “แน่นอนตัวของข้าคิดได้แล้วและในตอนนี้ก็ทำการจัดการลงโทษศิษย์ผู้นั้นไปแล้วด้วย ”
“ ลงโทษอย่างนั้นหรือขอรับ ท่านลงโทษอย่างไร ”
“ ทางผู้อาวุโสของสำนักรับความเห็นจากท่านเจ้าสำนักตอนนี้ได้ทำการขับไล่ศิษย์ผู้นั้นออกไปจากสำนักของพวกเราเรียบร้อยแล้ว” รองเจ้าสำนักผู้นี้พูดออกมาด้วยใบหน้าเด็ดขาด
แน่นอนว่ามันแตกต่างจากตัวตนของคนผู้นี้เมื่อวานราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ
คนผู้นี้ในตอนนี้ดูแสดงแววตาจริงจังดูเหมือนกับว่าตัวของเขานั้นไม่กังวลเหมือนก่อนหน้านี้
ก่อนหน้านี้ที่จะให้คำตอบเต็มไปด้วยความลังเลแต่ในตอนนี้ความลังเลภายในดวงตาหายไป
ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาดเป็นอย่างมาก
จางหยวนพยักหน้าตอบรับกับไปแล้วก็พูดขึ้นมา “ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาดขอรับ ”
“ ในเมื่อตอนนี้คนผู้นั้นท่านขับไล่ออกไปจากสำนักแล้วขอถามหน่อยได้หรือไม่ว่าเหตุใดก่อนหน้านี้ท่านถึงแสดงท่าทางลังเล ”
“ หรือว่าคนผู้นั้นเป็นคนใหญ่คนโตอย่างนั้นหรือขอรับ”
“ แต่มองดูแล้วภายในสำนักก็ไม่น่าจะมีผู้ใดใหญ่กว่าเจ้าสำนักหรือว่าทานที่เป็นรองเจ้าสำนัก”
รองเจ้าสำนักที่นั่งอยู่เบื้องหน้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาก่อนที่จะทำการพูด“ เกี่ยวกับเรื่องนี้ถ้าจะให้พูดมันก็.. ”
หลังจากนั้นรองเจ้าสำนักผู้นี้ก็ทำการเล่าเรื่องเกี่ยวกับลูกศิษย์ของสำนักผู้นั้นให้กับจางหยวนได้ฟัง
โดยตัวของรองเจ้าสำนักผู้นี้ได้เล่าว่าลูกศิษย์ผู้นั้นเป็นคนที่มีความสามารถภายในสำนัก
ทำการเข้ามาศึกษาและเล่าเรียนภายในสำนักตั้งแต่เมื่อประมาณห้าปีก่อนในตอนนั้นเมื่อทำกันเข้ามาภายในสำนักโดดเด่นเป็นอย่างมากฝึกฝนพลังวิญญาณจนก้าวหน้า
ตอนนี้พลังวิญญาณของมันอยู่ในระดับที่อยู่เหนือสีม่วงจัดได้ว่าเป็นลูกศิษย์ลำดับสูงของสำนัก
เรียกได้ว่าเป็นคนที่มีความสามารถและเป็นอัจฉริยะที่ทางด้านสำนักนั้นไม่อยากจะสูญเสียไป
นี่เป็นเพียงแค่ปัจจัยหนึ่งอย่างเท่านั้นแต่ว่าอันที่จริงแล้วความจริงนั้นมันมีมากกว่านั้น
โดยความจริงที่ว่ามันก็คือคนผู้นั้นที่เป็นลูกศิษย์ของสำนักมันเป็นบุตรชายของหนึ่งในแม่ทัพแห่งเมืองหลวง
การที่คนผู้นั้นเป็นบุตรชายของเมืองหลวงย่อมเป็นสิ่งที่ทำให้ทางด้านสำนักงานเกรงใจ
จริงอยู่ที่ว่าสำนักแห่งนี้เป็นสำนักที่มีผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณจำนวนมากรวมตัวกันอยู่และก็สำนักแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสำนักคุณธรรมขนาดใหญ่ที่มีผู้คนมากมายเคารพ
แต่ถ้ามองในมุมกลับกันทางด้านของสำนักแห่งนี้มันเองก็ยังเป็นสำนักที่อยู่ภายใต้ราชวงศ์
อย่างไรเสียราชวงศ์และราชสำนักเองก็มีอำนาจเด็ดขาดภายในแผ่นดินนี้
เพราะแบบนั้นคนผู้นั้นที่เป็นบุตรชายของแม่ทัพของเมืองหลวงทางด้านสำนักเองก็รู้สึกลำบากใจที่จะไล่คนพวกนั้นออกไปตาม
กฎของสำนักถูกตั้งเอาไว้เรียบร้อยแล้วว่าผู้ที่ก็ทำผิดกฎในการทำร้ายคนอื่นที่ไม่ใช่คนฝ่ายอธรรมโดยที่ไม่มีเหตุผลจำเป็นผลที่ได้รับคือการขับไล่ออกจากสำนัก
แต่ทางด้านสำนักกับเกรงกลัวว่ามันจะมีผลกระทบจากทางราชสำนักส่งผ่านมาถึงสำนักไท่ซาน
กระนั้นความคิดพวกนั้นมันก็เป็นเพียงแค่ความคิดของพวกผู้อาวุโสเท่านั้น
หลังจากที่ทางด้านเจ้าสำนักรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ทำการออกคำสั่งให้ขับไล่คนผู้นั้นออกจากสำนักในทันที
เจ้าสำนักไท่ซานมองเห็นความสัมพันธ์ของจางหยวนที่เป็นพ่อค้าที่มีโอสถถือครองภายในมือมากมายสำคัญกว่า
แล้วอีกอย่างหนึ่งตัวของมันเองก็ต้องรักษากฎระเบียบในข้อนี้ด้วยเช่นเดียวกัน
จางหยวนได้ยินและก็ได้ฟังเกี่ยวกับคำอธิบายของผู้ที่อยู่ด้านหน้าพยักหน้าทำความเข้าใจ
“ เข้าใจแล้วขอรับที่แท้เรื่องก็เป็นแบบนี้นี่เอง”
“ เอาล่ะในเมื่อท่านขับไล่คนพวกนั้นออกไปเรียบร้อยแล้วข้าเองก็สบายใจส่วนเรื่องค่าทดแทนในสิ่งที่คนพวกนั้น”
“ ข้าไม่ต้องการเป็นเงินทองและก็ไม่ต้องการเป็นของด้วยแต่ว่าตัวของข้าต้องการ”
รองเจ้าสำนักไท่ซานที่อยู่ด้านหน้าแสดงใบหน้าจริงจังรอรับฟังคำขอร้อง
ตัวของมันได้รับคำสั่งจากเจ้าสำนักว่าไม่ว่าจางหยวนจะขอร้องอะไรก็ให้ตอบรับไป
เป็นเพราะว่าในครั้งก่อนอย่าฝึกฝนโอสถจำนวนมากที่ถูกส่งผ่านมาถึงมือของสำนักไท่ซานมันกลายเป็นประโยชน์
พวกมันใช้ยาโอสถนั้นในการฝึกฝนพัฒนาขีดความสามารถของตนเองสร้างอัจฉริยะ
ทางด้านเจ้าสำนักไท่ซานมองเห็นเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ในข้อนี้มันเป็นประโยชน์เป็นอย่างมาก
มันทำการแสดงใบหน้าจริงจังเพื่อที่จะรอตอบรับเกี่ยวกับคำขอร้องของจางหยวนในครั้งนี้
จางหยวนยกยิ้มขึ้นแล้วก็พูดขึ้นมาถึงจุดประสงค์และก็สิ่งที่ตนเองนั้นอยากได้“ สิ่งที่ตัวของข้านั้นอยากได้ก็คือคำสัญญาเข้ารับ ”
“ คำสัญญา? ”
“ ใช่แล้วขอรับคำสัญญาในวันข้างหน้านั่นคือสิ่งที่ตัวของข้านั้นอยากได้ข้าอยากจะให้พวกท่านสำนักไท่ซานทำการสัญญากับข้าหนึ่งอย่างว่าในวันข้างหน้าถ้าข้าขอร้องอันใดท่านสักอย่างหนึ่งถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ผิดคุณธรรมพวกท่านจะยินดีทำให้กับข้า”
นั่นคือคำขอของจางหยวนสิ่งที่เขาต้องการก็คือในวันข้างหน้าอยากให้พวกมันทำอะไรให้เขาสักหนึ่งอย่าง
รองเจ้าสำนักไท่ซานแสดงใบหน้าประหลาดใจ “เพียงแค่นี้อย่างงั้น ”
“ ขอรับเพียงแค่นี้ ”
“ ได้ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ผิดคุณธรรมตัวของพวกข้ายินดี” คนผู้นี้ตอบรับอย่างรวดเร็วเป็นเพราะว่าตัวของมันนั้นตอนแรกคาดคิดว่าจางหยวนจะขออะไรมากกว่านี้
การเจรจาในส่วนนี้ก็จบสักทีปัญหาภายในเมืองแห่งนี้ก็ถูกยุติลงด้วยเช่นเดียวกัน
ทางด้านของจางหยวนและสำนักไท่ซานก็ถือว่าเป็นพันธมิตรกันหลังจากนั้น
วันเวลานั้นผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วฤดูหนาวนี้ค่อยๆผ่านพ้นไปอย่างช้าช้า
หลายเดือนถัดมา
จบบท