เมื่อประตูที่หนาหนักของกระท่อมร้างปิดลงเพื่อกั้นพายุร้ายไว้เื้ัความอบอุ่นเพียงน้อยนิดจากกองไฟจึงแปรเปลี่ยนเป็ดินแดนแห่งเดียวในโลกที่พวกเธอจะสามารถหลอมรวมชีวิตเข้าด้วยกันได้โดยปราศจากพันธนาการของกรอบศีลธรรมใดๆ
กระท่อมเฝ้าด่านป่าไม้หลังเก่าตั้งซ่อนตัวอยู่ใต้ชะง่อนผาใหญ่ผนังหินหนาของมันช่วยปกป้องพวกเธอจากความเกรี้ยวกราดของพายุฤดูหนาวภายนอกได้อย่างมั่นคงรินพยุงร่างซีดเทาของเอวาเข้ามาวางลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่ากลางห้องเธอรีบจัดแจงสำรวจรอบกระท่อมอย่างรวดเร็วเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีทหารยามหรือสิ่งคุกคามใดๆแฝงตัวอยู่อดีตนักฆ่าสาวกวาดขอนไม้สนเก่าที่กองทิ้งไว้ในมุมห้องมาจัดเรียงบนเตาผิงหินก่อนจะดึงเอาหินเหล็กไฟออกมาก่อกองเพลิงอย่างเร่งรีบ
เปลวไฟสีส้มปะทุขึ้นส่งเสียงเปรี๊ยะๆของสนดิบ ขับไล่ความมืดและไอหนาวเยือกแข็งออกไปอย่างรวดเร็วแสงไฟสีอุ่นทาบทับลงบนแผ่นหลังของรินที่กำลังสาละวนกับการจัดเตรียมพื้นที่ขณะที่เอวานั่งกอดอกตัวเองอยู่ข้างเตาผิง ร่างบางยังคงสั่นสะท้านอย่างรุนแรงเสื้อผ้าฝ้ายดิบสีขาวเปียกโชกแนบเนื้อเปรอะโคลนดำจนมองไม่เห็นสีสันดั้งเดิมรินละมือจากกองไฟแล้วขยับเดินเข้ามาหาดวงตาสีเทาสลัวมองกวาดดูร่างที่สั่นเทาด้วยความเ็ปลึกๆ ในใจ
"เอวา...เธอต้องถอดชุดที่เปียกออกก่อน ตัวเธอเย็นจนแทบไม่มีความร้อนเหลือแล้ว"รินเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแฝงความนอบน้อมสุภาพอย่างเคย ทว่าสายตาแฝงความร้อนรน
เอวาเงยหน้าสบตาแววตาคู่สวยสีเขียวพรีไนท์ของเธอเปียกชื้น น้ำลายไหลปนกับน้ำฝนแห้งคอเสื้อซีดเผือดส่งให้หน้าซีดๆ ของเธอดูน่าเวทนามือบางสั่นเกินกว่าจะปลดกระดุมเสื้อฝ้ายที่เกาะติดเนื้อแน่นได้รินเห็นดังนั้นจึงขยับตัวเข้าใกล้ คุกเข่าลงต่อหน้าเอวาช้าๆ มือเรียวหยาบกร้านเอื้อมไปแตะมือบางเพื่อหยุดััที่สั่นเครือนั้น
"ขออนุญาตนะคะ..."รินกระซิบเบาๆ
รินใช้นิ้วเรียวยาวค่อยๆแกะกระดุมผ้าฝ้ายของเอวาทีละเม็ดอย่างเชื่องช้าและประณีตผิวขาวเนียนละเอียดภายใต้กระดุมหลุดลุ่ยเริ่มปรากฏแก่สายตาท่ามกลางแสงไฟจากเตาผิงผิวกายของเอวาเปลี่ยนเป็สีชมพูระเรื่อจากลมหนาวและไอความร้อนของไฟที่ลามเลียรินพยายามควบคุมสายตาและความคิดของตนเองให้สงบนิ่งทว่าไออุ่นและกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเอวาที่โชยออกมาปะทะใบหน้า—กลิ่นพรีไนท์ผสมไอฝนสะอาดปนความชื้นดิน—กำลังเริ่มปั่นป่วนประสาทััของอดีตนักฆ่าสาวให้ตื่นตัวอย่างรุนแรง
เมื่อกระดุมเม็ดสุดท้ายหลุดออกรินค่อยๆ รั้งเสื้อตัวนอกที่ชุ่มโคลนออกจากบ่าบางเผยแผ่นหลังนวลและลาดไหล่กลมกลึงที่ขาวนวลไร้รอยราคีใดๆตัดกับตัวรินเองที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็สีเงินพาดขวางรินหยิบผ้าคลุมเดินทางผืนหนาที่แห้งสนิทของตนเองมาห่มคลุมประคองไหล่ของเอวาเอาไว้ทันทีเพื่อไม่ให้เธอต้องเผชิญกับความหนาวเย็น
ขณะที่ทำแผลที่ข้อมือที่โดนรูนเวทมนตร์ลวกเป็รอยไหม้แดงรินแตะต้องข้อมือบางด้วยความเบามืออย่างที่สุด เธอใช้สมุนไพรบดยาในห่อผ้าของเอวามาทาเคลือบรอยไหม้บางเบาััอุ่นชื้นจากปลายนิ้วหยาบของรินทำให้ร่างบางสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความหนาวทว่าเกิดจากความเครียดโรแมนติกที่เริ่มขยายตัวกักเก็บอยู่ระหว่างทั้งสองคนภายใต้แสงไฟสลัว
"เจ็บไหมคะ..."รินถามเสียงเบา ตาจ้องมองรอยไหม้สีแดงบนผิวบาง
"ไม่เจ็บเท่าการที่เธอทิ้งฉันไปหรอก..."เอวากระซิบตอบแววตาสั่นไหวจ้องมองใบหน้าด้านข้างของอดีตนักฆ่าที่แสนอบอุ่นในใจเธอเสมอมา"ริน... ยอมรับความจริงเถอะ ว่าเราขาดกันไม่ได้อีกแล้ว"
คำพูดของเอวาแฝงความโหยหาลึกซึ้งรินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง หัวใจของเธอพองโตไปด้วยความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้รอยแผลและความเ็ปในอดีตที่สั่งสมมานานนับสิบปีได้รับการชะล้างด้วยความรักที่ไร้เงื่อนไขของผู้หญิงตรงหน้ารินเงยหน้าสบดวงตาสีพรีไนท์ที่กุมโลกทั้งใบของเธอเอาไว้ก่อนที่ร่างสูงจะขยับทอดตัวลงคุกเข่าราบกับพื้นดินต่อหน้าเอวาอย่างเป็ทางการ
เธอคุกเข่าลงโน้มศีรษะลงสบหน้าขาของเอวายอมจำนนต่ออำนาจแห่งความรักทั้งหมดด้วยหัวใจที่ภักดี
"เอวา...ทั้งชีวิตของฉันถูกฝึกมาเพื่อเป็อาวุธสังหารของคนอื่น แต่จากวันนี้ไป...ฉันคืออาวุธและโล่พิทักษ์ของเธอเพียงผู้เดียวชั่วนิรันดร์"รินเอ่ยเสียงต่ำและสั่นเครือ แฝงการยอมจำนนต่อคนที่เธอเคารพรัก อย่างลึกซึ้ง"ตราบใดที่มีชีวิตอยู่... ฉันเป็ของเธอ...ยินยอมทำตามประสงค์ของเธอทุกประการ"
เอวาจ้องมองภาพนักรบสาวผู้แข็งแกร่งป่าเถื่อนบัดนี้คุกเข่ายอมสยบอยู่ตรงหน้าเธอด้วยใจจงรักภักดีหัวใจของแม่หมอสาวพองโตด้วยความเสน่หาลึกซึ้งเธอเอื้อมมือบางไปลูบกลุ่มผมสีเทาหม่นสลับเงินของรินเบาๆนิ้วเรียวสอดแทรกผ่านพู่ขนที่หูแมวป่าที่บัดนี้ลู่ตั้งด้วยความประหม่าเสน่หา
"เงยหน้าขึ้นเถอะ ริน..."เอวากระซิบเบาๆ
รินเงยหน้าขึ้นช้าๆแววตาสีเทาฉายความโหยหาอย่างล้ำลึกเอวาโน้มใบหน้าลงมาประกบริมฝีปากของเธอกับกลีบปากบางของรินในทันทีััจูบในครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมามันเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ความโหยหาที่ร้อนรุ่มและหิวกระหายความแนบชิดผสมผสานกับการกระตุ้นมนตราใน Life-linkที่ชีพจรของทั้งคู่ตอบรับสอดประสานกันอย่างรุนแรงราวกระแสน้ำป่า
รินครางต่ำในลำคอแขนกว้างขยับขึ้นกอดรัดเอวบางใต้ผ้าคลุมรั้งร่างของเอวาลงมาบนพื้นสนแห้งข้างเตาผิงไฟััเนื้อแนบเนื้อที่ไร้สิ่งขวางกั้นทำให้กระแสความร้อนระอุพุ่งผ่านจุดััผิวกายของรินที่สลักรอยแผลเป็สีเงินเสียดสีประคบกับผิวเนียนละเอียดอ่อนละมุนของเอวาความหยาบกร้านของนักรบและความนุ่มนวลของแม่หมอหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างวิจิตร
"เอวา... อื้อ...นายหญิงของฉัน..." รินกระซิบเสียงพร่า แ่เบาข้างหูของเอวา คำ Dirty Talkอ่อนโยนที่ฉายการยอมจำนนต่อเสน่หากระตุ้นความ้าของเอวาจนใบหน้าขาวเห่อร้อนแดงซ่าน
มือบางของเอวาเอื้อมไปััแผ่นหลังกว้างของรินลูบไล้ผ่านแนวแผลเป็ยาวพาดหลังเพื่อส่งผ่านมนตราธรรมชาติสีเขียวฟื้นฟูชีวาและปัดเป่าความกังวลในอดีตรินยินยอมให้อีกฝ่ายนำทางและชี้นิ้วสั่งการด้วยความสมยอมอย่างที่สุดยอมรับทุกััและนำพาความร้อนแรงทางร่างกายไปสู่จุด climax อย่างเชื่องช้าทว่าละเมียดละไมละมุนละไมฉบับชั้นสูง
เสียงหอบหายใจกระเส่าสั่นสะท้านดังก้องแข่งกับเสียงหวีดหวิวของพายุภายนอกกลิ่นอายมนตราพรีไนท์ผลิดอกเบ่งบานหลอมรวมกับกลิ่นอายดินหินแกร่งของรินจนเป็อันหนึ่งอันเดียวกันทั้งคู่แลกเปลี่ยนและกระตุ้นการไหลเวียนของพลังงานธรรมชาติเพื่อเยียวยาแกนมนตราจนสว่างไสวผสานสายใยอย่างมั่นคงถาวรชั่วนิรันดร์
เมื่อพายุอารมณ์อันร้อนแรงผ่านพ้นไปความเงียบงันที่อบอุ่นเข้าครอบงำกระท่อมร้างอีกครั้งกองไฟบนเตาผิงเริ่มมอดลงเหลือเพียงถ่านแดงที่ส่งไออุ่นละมุนรินนอนประคองกอดร่างบางของเอวาไว้ในอ้อมแขนกว้างบนเตียงใบไม้แห้งโดยมีผ้าคลุมผืนใหญ่คลุมกายพวกเธอไว้ด้วยกัน ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานเป็จังหวะเดียวกันอย่างมั่นคง
เอวาซุกใบหน้าเข้ากับอกกว้างของรินนิ้วเรียวลากผ่านตำแหน่งหัวใจที่มีมนตราสีทองและเขียวเปล่งประกายจางๆ
"ตอนนี้เราเป็คนนอกกฎหมายแล้วนะริน..." เอวากระซิบเสียงเบา แฝงความขบขันเล็กๆ
รินก้มลงจูบกระหม่อมบางของเอวาเบาๆ"ถึงแม้โลกภายนอกจะตราหน้าเราอย่างไร...ตราบใดที่ฉันมีเธออยู่ในอ้อมแขนนี้...ฉันก็ไม่้า์หรือโลกที่ปลอดภัยใบไหนอีกแล้ว"
เ้าหยกที่นอนขดตัวอยู่ใกล้ฐานเตาผิงส่งเสียงครางยาวในลำคออย่างเป็สุขทั้งสามก้าวผ่านค่ำคืนพายุฤดูหนาวอันยาวนานไปพร้อมความรักและความภักดีที่หยั่งรากลึกเกินกว่าใครจะทำลายลงได้