สัตว์วิญญาณบินได้ตัวใหญ่ตัวมโหฬารหลายตัวบินร่อนลงมาจากกลางอากาศ หยุดตัวลงอยู่ด้านนอกเมืองฉังอานเงาคนทยอยลงมาจากบนหลังสัตว์วิญญาณต่อเนื่องราวกับฝูงปลาแหวกว่าย
“ศิษย์พี่ตู้นี่ก็คือเมืองหลวงฉังอานของพวกท่านน่ะหรือ แม้จะเทียบกับความใหญ่โตน่าเกรงขามของสำนักไม่ได้แต่ก็นับว่าเป็นเมืองโบราณที่หรูหราตระการตาเมืองหนึ่งเหมือนกัน”
คนหนุ่มสาวที่สวมอาภรณ์งดงามหรูหราหลายต่อหลายคนเดินไปทางเมืองฉังอานสีหน้าของพวกเขาเผยถึงความเย่อหยิ่งและยโสโอหังออกมารำไรสายตาที่มองชาวบ้านของเมืองนี้เต็มไปด้วยความดูถูกและเหยียดหยาม
เด็กหนุ่มสวมชุดยาวสีฟ้าครามคนหนึ่งหรี่ตามองเมืองฉังอานใบหน้าเผยรอยยิ้มเล็กน้อย “สามปีแล้วสินะข้ากลับมาแล้ว”
“ศิษย์พี่ตู้ได้ยินว่าเมืองฉังอานกำลังจะจัดการประลองใหญ่สองแคว้นเพราะสำนักกระบี่เสวียนหวงกำลังคัดเลือกลูกศิษย์ลูกหาครานี้อาจารย์ให้พวกเรามาด้วยเหตุอันใดกัน” มีอีกคนถามไถ่ขึ้น
เด็กหนุ่มสวมชุดยาวสีฟ้าครามคนนั้นก็คือคุณชายใหญ่ของสกุลตู้หนึ่งในสุดยอดผู้กล้าของฝ่ายเจ้านครชั้นล่าง พี่ใหญ่ของตู้เสี่ยน ตู้เฉิน!
ตู้เฉินเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม“การประลองใหญ่สองแคว้นในครั้งนี้คับคั่งไปด้วยต้นกล้าที่มีศักยภาพสำนักกระบี่เสวียนหวงเลือกแค่สิบคนเท่านั้น ภารกิจของพวกเราก็คือคัดเลือกมายี่สิบคนจากในผู้สมัครแข่งขันที่เหลือ เพื่อเอาไปฝึกบำเพ็ญที่สำนัก”
“เฮ้อพวกเราก็ได้แต่เลือกจากผู้สมัครที่สำนักกระบี่เสวียนหวงไม่ต้องการ น่าเสียดาย เป็นสำนักฝึกบำเพ็ญเพียรเหมือนกันแต่พวกเราก็เป็นแค่สำนักบริวารของสำนักกระบี่เสวียนหวงเท่านั้นเอง” มีคนทอดถอนใจแล้วเอ่ยขึ้น
ตู้เฉินขมวดคิ้วมุ่นแผดเสียงดังลั่น “หุบปาก นี่ใช่เรื่องที่พวกเจ้าจะวิจารณ์กันซี้ซั้วได้หรือ”
เด็กสาวหน้าตาสะสวยมีเสน่ห์เย้ายวนคนหนึ่งยิ้มหวานน่ารักเอ่ยว่า“ศิษย์พี่ตู้ข้าได้ยินมาว่าช่วงนี้เด็กหนุ่มนามว่าเซียวอวี้เป็นจุดสนใจมากยิ่งนักท่านรู้จักเขาหรือไม่”
สีหน้าของตู้เฉินพลันถมึงทึงทันทีจิตสังหารฉายวาบขึ้น หัวเราะพลางเอ่ยขึ้น “เขาเคยสร้างความอัปยศให้ญาติผู้น้องของข้าอีกทั้งยังเหยียบย่ำน้องชายแท้ๆ ของข้าในเหลียงโจวมาก่อนเจ้าว่าข้ารู้จักเขาไหมล่ะ”
“อะไรนะ”
“อะไรนะ”
ทุกคนสีหน้าบึ้งตึงทันที
“กับอีกแค่ชาวบ้านชั้นต่ำคนเดียวไม่คิดเลยว่าจะบังอาจยั่วโมโหศิษย์พี่ตู้ ศิษย์พี่ข้าจะเข้าเมืองไปกำจัดเขาเดี๋ยวนี้เลย” เด็กหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยด้วยสีหน้าดุดัน
ตู้เฉินล่าวด้วยวาจาเยียบเย็น“นี่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ข้ากลับมาสกุลเซียวของพวกเขาช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำยิ่งนักเซียวฉีสยงนั่นหลงคิดว่าควบคุมกรมกลาโหมแล้วจะสามารถทำอะไรตามอำเภอใจได้ไม่คิดเลยว่าจะกล้าหย่ากับท่านอาหญิงของข้าลูกชายของเขาเซียวอวี้ก็ตั้งตัวเป็นศัตรูกับสกุลตู้หลายต่อหลายครั้งคิดว่าสกุลตู้รังแกได้ง่ายๆ หรือไง”
“ศิษย์พี่ตู้เช่นนั้นยังมัวรออะไรอยู่ พวกเราเข้าเมืองไปเจอไอ้เด็กเหลือขอนั่นตอนนี้เลย หึบังอาจตั้งตัวเป็นศัตรูกับศิษย์พี่ตู้ข้าจะทำให้เขาเข้าร่วมการประลองใหญ่สองแคว้นไม่ได้” มีคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ไม่ต้องรีบร้อน”
ตู้เฉินส่ายหน้าพลางยิ้มไปด้วยใบหน้าฉายจิตสังหารอันโหดเหี้ยมดุร้าย เอ่ยขึ้นอย่างชวนขนหัวลุก “ข้าจะทำให้เขาต้องชื่อเสียงย่อยยับต่อหน้าทุกคน คืนนี้จั่วอู๋เซี่ยงจัดงานเลี้ยงแล้วก็เชิญพวกเราด้วย อวี๋เกอ คืนนี้เจ้าจัดการเขาแทนข้าด้วย”
“วางใจเถอะศิษย์พี่” เด็กหนุ่มคนหนึ่งหัวเราะเยาะขึ้นสองทีน้ำเสียงเย้ยหยันเอ่ยขึ้น “ข้าชอบทำให้คนโง่ที่นึกผยองว่าตัวเองแน่พวกนั้นต้องขายขี้หน้าเป็นที่สุดคืนนี้ข้าจะทำให้เจ้าเซียวอวี้นั่นลืมไม่ลงไปชั่วชีวิต”
คนกลุ่มนั้นเดินส่ายอาดไปในเมืองฉังอานด้วยท่าทีวางอำนาจบาตรใหญ่ข่าวที่ตู้เฉินกลับมาก็กระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวงทันที
นี่เป็นผู้กล้าที่น่าหวาดกลัวที่สุดคนหนึ่งเคยต่อสู้กับจั่วอู๋เซี่ยง ถึงแม้จะพ่ายแพ้แต่ก็สมศักดิ์ศรีบัดนี้ฝึกบำเพ็ญเพียรอยู่ในสำนักกระบี่หลิงเซียว ฝึกจนถึงขั้นก่อกำเนิดสี่ชั้นฟ้า
ข่าวที่ทั้งจั่วอู๋เซี่ยงและตู้เฉินหวนกลับมาทำให้บรรยากาศในเมืองฉังอานตึงเครียดขึ้นในฉับพลัน
ฝ่ายเจ้านครชั้นล่างต่างกังวลใจถึงแม้เซียวอวี้จะเป็นเจ้าเหนือหัวยุวชน แต่เวลาในการบำเพ็ญตนยังสั้นเกินไปไหนเลยจะเป็นคู่ต่อสู้ของจั่วอู๋เซี่ยงและตู้เฉินได้
ส่วนฝ่ายเจ้านครชั้นสูงต่างเบาใจผู้กล้าสองคนนั้นหวนกลับมา กับอีแค่เซียวอวี้จะเป็นไรไป สามารถกำราบเขาด้วยมือเดียวยังได้เลยด้วยซ้ำ
พอออกมาจากคฤหาสน์บนเขาจูเชวี่ยแล้วซูเฮ่าพาเซียวอวี้ไปเยี่ยมเยียนผู้กล้าคนหนุ่มสาวของจักรวรรดิเหมิ่งหยวนอีกหลายคนมีสองคนในนั้นได้รับการยอมรับจากสำนักกระบี่เสวียนหวงไม่ต้องเข้าร่วมการแข่งขันรอบแพ้คัดออก สำหรับเจตนาของซูเฮ่าเซียวอวี้เข้าใจชัดเจนแจ่มแจ้ง ในใจก็รู้สึกซาบซึ้งอย่างมาก
ซูเฮ่ารู้ดีว่างานเลี้ยงในตอนค่ำจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนถึงแม้เซียวอวี้จะมีชื่อเสียงลือเลื่องไปทั่วเมืองฉังอานแต่สุดท้ายแล้วอิทธิพลก็ยังไม่มากพอจำเป็นต้องผูกมิตรกับผู้กล้าคนหนุ่มสาวเอาไว้กลุ่มหนึ่ง ถึงจะไม่ตกเป็นรองในงานเลี้ยงตอนค่ำ
และผู้กล้าอีกส่วนหนึ่งจากแผ่นดินต้าถังที่ไม่ต้องเข้าร่วมการแข่งขันรอบแพ้คัดออกที่กำลังปลีกตัวเข้าฌาน หรืออยู่ในฝ่ายเจ้านครชั้นสูงต่อให้เซียวอวี้อยากจะผูกมิตร ก็จนปัญญา
รายชื่อผู้กล้าสิบห้าคนที่ไม่ต้องเข้าร่วมการแข่งขันรอบแพ้คัดออกได้กำหนดเป็นที่เรียบร้อยมาจากจักรวรรดิเหมิ่งหยวนเจ็ดคน ส่วนแผ่นดินต้าถังแปดคน
ในส่วนของอาณาจักรต้าถังนอกจากเซียวอวี้แล้วอีกสี่คนก็คือทายาทเจ้านครชั้นสูงของเมืองฉังอาน แต่ยังมีสามคนมีฐานะลึกลับนอกจากชื่อแซ่แล้ว ประวัติชีวิตความเป็นมายังไม่ปรากฏ
จากการแนะนำของซูเฮ่าไม่นานเซียวอวี้ก็รู้จักกับผู้กล้าสองคนจากจักรวรรดิเหมิ่งหยวน แค่เพียงเวลาหนึ่งชั่วยามสั้นๆเขาทำให้ทั้งสองคนนั้นรู้สึกเลื่อมใส ซูเฮ่าดูอยู่ข้างๆแยกเขี้ยวยิงฟันอยู่ตลอดเวลา พึมพำกับตนเองว่าเซียวอวี้เจ้าหมอนี่ยังเป็นยอดฝีมือในการเล่นการเมืองคนหนึ่ง เชี่ยวชาญผูกใจกับคนมีอำนาจชะมัดยาด
ตอนนี้รวมกับตัวเซียวอวี้ ฝั่งเขามีผู้กล้าที่ไม่ต้องเข้าร่วมการแข่งขันรอบแพ้คัดออกถึงสี่คนแม้อิทธิพลจะน้อยอย่างเห็นได้ชัด แต่รับมือกับงานเลี้ยงในตอนค่ำ น่าจะเพียงพอแล้ว
ไม่ทันไรท้องฟ้าก็มืดลง
จินเฟิงอวี้ลู่ภัตตาคารที่ใหญ่โตที่สุดของเมืองฉังอาน คืนนี้ไม่เปิดทำการสำหรับภายนอกรอจนถึงตอนที่ท้องฟ้ามืดมิดสิ้นแสงลง รถม้าใหญ่โตแต่ละคันก็ค่อยๆ ขับเข้ามา
เด็กหนุ่มที่มีสติปัญญาโดดเด่นมีลักษณะห้าวหาญน่าครั่นคร้ามทยอยเดินออกมาจากภายในรถม้าทีละคนๆ
ตรงหน้าประตูภัตตาคารจินเฟิงอวี้ลู่เกิดคลื่นใต้น้ำหลั่งไหลพรั่งพรู
รถม้าหรูหรางามล้ำแต่ละคันจอดเรียงรายจนเต็มท้องถนนคนที่ลงมาจากรถล้วนแต่เป็นผู้กล้าของทั้งสองแคว้นนอกจากเจ้าเหนือหัวยุวชนที่ไม่ต้องเข้าร่วมการแข่งขันรอบแพ้คัดออกสิบห้าคนนั้นแล้วยังมีอีกหลายสิบคนที่เป็นทายาทของเจ้านครใหญ่ต่างๆ ของสองอาณาจักรต่างมีพลังต่อสู้ที่ไม่ธรรมดากันทั้งสิ้น
อีกทั้งยังมีบางคนที่จริงๆ แล้วไม่พอใจในรายชื่อสิบห้าคนนั้นคิดว่าตนเองก็สามารถไม่ต้องเข้าร่วมการแข่งขันรอบแพ้คัดออกได้เช่นกันแววตาเยียบเย็นแต่ละคู่สบประสานในกลางอากาศ กลิ่นอายแข็งกร้าวดุดันเต็มไปทั่วท้องฟ้าและผืนปฐพี
แต่ทุกคนล้วนให้เกียรติจั่วอู๋เซี่ยงงานเลี้ยงราตรียังไม่ทันเริ่ม ถ้าจะลงไม้ลงมือในเวลานี้เช่นนั้นก็คงจะต้องผิดใจกับตัวตั้งตัวตีในงานเลี้ยงอย่างแน่นอน
ผู้กล้าคนหนุ่มสาวแต่ละคนเข้าไปในภัตตาคารต่างหาที่นั่งตัวเองในห้องโถงใหญ่แล้วทรุดตัวลงนั่ง
“โหคนมาไม่น้อยเลยจริงๆ นี่จั่วอู๋เซี่ยงเชิญมาอย่างน้อยสักห้าหกสิบคนเลยละมั้ง”รถม้าคันหนึ่งขับมาถึง เซียวอวี้และซูเฮ่าเดินลงไป
เซียวอวี้คลี่ยิ้มบาง“ผู้กล้าสองแคว้นมารวมตัวกันพร้อมหน้าเขาช่างมีพลังดึงดูดผู้คนชะมัด”
ซูเฮ่ายิ้มมุ่งร้ายและเอ่ยขึ้น“ทำไม กลัวแล้วล่ะสิ ต้องบอกเลยนะว่าจั่วอู๋เซี่ยงคนนี้จัดการได้ยากยิ่งนัก เจ้าจะต้องระวังตัวไว้หน่อย”
เซียวอวี้ขี้คร้านจะสนใจซูเฮ่าเดินมุ่งหน้าตรงไปยังภัตตาคาร ซูเฮ่ารีบร้อนเดินตามอยู่ด้านหลังหัวเราะลั่นแล้วเอ่ยขึ้น “คืนนี้จะต้องคึกคักแน่ๆอยู่ข้างเจ้า จะต้องมีฉากเด็ดให้ดูแน่นอน”
โครม!
กลิ่นอายอันน่าครั่นคร้ามสายหนึ่งม้วนตลบเข้าใส่จากทางด้านหลังคล้ายมีเจตนามุ่งเป้าไปที่เซียวอวี้และซูเฮ่าสองคนนี้โดยเฉพาะ
“เจ้าก็คือเซียวอวี้ที่ช่วงนี้ถูกเล่าลืออย่างน่ามหัศจรรย์พันลึกน่ะรึ”เสียงเย็นชาเสียงหนึ่งดังลอยมาจากด้านหลัง
ทั้งคู่หมุนตัวกลับไปมองพร้อมกัน
เด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเขาคนหนึ่งสวมชุดจิ้นจวงสีเขียวอมม่วง แววตาเยียบเย็น บนตัวมีพลังน่าครั่นคร้ามจ้องมองเซียวอวี้อย่างเฉยเมย
ซูเฮ่าหัวเราะแหะๆแล้วเอ่ยขึ้น “ไม่ทันไรก็มีฉากเด็ดให้ดูเจ้านี่เป็นตัวก่อเรื่องยุ่งยากจริงๆ ข้าขอถามหน่อย สหายน้อยผู้นี้ เจ้าเป็นใครน่ะ”
นัยน์ตาของหนุ่มน้อยในชุดม่วงส่อประกายเป็นสีเขียวตอบด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “ข้ามีนามว่าเยี่ยชังหวงเป็นญาติผู้น้องของเยี่ยซิงฮุย”
เซียวอวี้และซูเฮ่ากระจ่างแจ้งในทันที
ที่แท้นี่ก็คือลูกหลานสกุลเยี่ยหลังจากเยี่ยซิงฮุยพ่ายแพ้ให้กับเซียวอวี้เรื่องนี้กลายเป็นความอัปยศอดสูของตระกูลชิงหลงโหวเซียวอวี้เองก็ได้ยินมาว่าทั้งสกุลเยี่ยชิงชังเขาจนเข้ากระดูกดำ แต่เขาไม่เก็บมาใส่ใจ
เพียงแต่หนุ่มน้อยที่มีนามว่าเยี่ยชังหวงคนนี้กลับน่าสนใจถึงแม้ไม่ใช่ทายาทสายตรงของชิงหลงโหวแต่ไม่ว่าจะเป็นความสามารถหรือพรสวรรค์ล้วนแต่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่งเก่งกาจยิ่งกว่าเยี่ยซิงฮุยมาก
“วันนี้ข้าจะไม่ลงไม้ลงมือกับเจ้ารอถึงการประลองใหญ่ ข้าจะกำราบเจ้าให้อยู่หมัด” น้ำเสียงของเยี่ยชังหวงค่อนข้างทะนงตนเผชิญหน้ากับเซียวอวี้อย่างไร้ซึ่งความประหวั่นพรั่นพรึง แววตาฉายความดุดันเย็นชาค่อยๆ เดินผ่านข้างกายของทั้งคู่ไปอย่างช้าๆ