บทที่ 23 คำทำนายของอาจารย์ขุนหลวง แม่หญิงคนสวยและคุณชายคนที่สี่
ไม่เพียงนินตกตะลึงทว่าท่านเจ้าคุณเองก็ตกใจไม่แพ้กันอำนาจขนาดนี้มันเกินไปแล้วจริงๆ ที่น่าตกใจไม่ใช่เรื่องจัดตั้งกองอะไรนั่นแต่เป็นป้ายทอง ท่านเจ้าคุณมองไปที่ขุนหลวงอย่างลืมตัว
“เหอะๆ เอ็งถึงกับอ้าปากค้างเลยหรือวะไอ้เรือง” ท่านเจ้าคุณได้สติกลับมา
“นี่มันไม่มากไปหรือฝ่าบาท” ขุนหลวงยิ้มแล้วหยิบป้ายทองออกมาเขากำมันแน่นพลังอาคมไหลลงไปในป้ายทองนี้
“ป้ายทองนี้มีอาคมของข้าอยู่ของเพียงเอ็งแสดงมันออกมาพลังอำนาจของมันจะทำให้ขุนนางทุกคนรู้ทันทีว่าเป็นของจริง” เขาโยนออกมาให้นิน ควับบ นินรับมันอย่างลืมตัวความไวของเขานั้นราวกับปีศาจ
นิน “แต่นี่มันมากไปจริงๆ ขอรับ” ขุนหลวงยิ้ม
“ข้ามีความเชื่ออันแรงกล้าว่าของสิ่งนี้มันคุ้มค่ากับว่าสามารถของเจ้าแน่นอน” นินไม่รูจะกล่าวอะไรดี จากนั้นทั้งสองก็กลับออกมาโดยไม่รู้ว่าออกมาได้อย่างไร ส่วนขุนหลวงนั่งทำงานต่อมหาดเล็กเองก็ทำหน้าแปลกๆ
“ทำไมมีอะไรสงสัยหรือ” มหาดเล็กคนนี้ชื่อเทียมติดตามขุนหลวงมากตั้งแต่หนุ่มๆ แล้วขุนหลวงจึงเป็นกันเองอยู่บ้าง
“พ่ะย่ะค่ะเด็กนั่นกระหม่อมได้ข่าวมาว่าเขามันพวกข้าวนิ่มนะพ่ะย่ะค่ะ” ขุนหลวงหัวเราะ
“เอ็งคิดว่าไอ้เรื่องจะยกลูกสาวให้คนไม่เอาไหนงั้นหรือยังมีเรื่องอีกมากที่เอ็งไม่รู้ข้ากับไอ้เรืองราวกับพี่น้องที่คลานตามกันมามีหรือว่าข้าไม่รู้นิสัยมัน” ขุนหลวงจิบชา
” อีกเรื่องหนึ่งอาจารย์ของข้าเคยพูดไว้ก่อนที่ท่านจะจากไป” เขานึกถึงวันนั้นที่อาจารย์จะจากไปแน่นอนว่าจากไปไม่ได้หมายถึงตายออกไปท่องเที่ยวต่างหากบ้านเมืองสงบแล้วเขาจะอยู่ทำไม
“เมื่อวันใดที่เจ้าเจอคนที่เปลี่ยนน้ำเป็นน้ำแข็งได้จงดีต่อเขาเหมือนลูกหลานคนหนึ่งห้ามใช้อำนาจของความเป็นเชื้อพระวงศ์เด็ดขาด” ขุนหลวงในวัยหนุ่มตอนนั้นถามอย่างสงสัย
“เพราะเหตุใด “อาจารย์ยิ้มออกมา
” เรื่องนั้นเจ้าต้องหาคำตอบเองคำของข้าเจ้าไม่เชื่อก็ได้แต่ว่านะข้าเคยผิดไหมเล่า “ขุนหลวงในตอนนั้นไม่เข้าใจเลยจนกระทั่งเขาได้พบนิน เขารู้ทันทีเลยว่าคนผู้นี้ไร้ซึ่งความปรารถนาในลาภยศเลยและไม่เหมาะเป็นขุนนางจริงๆ ทว่ามีบางอย่างบอกเขาว่าชายคนนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนของยุคสมัยของไทยได้อย่างบอกไม่ถูกและอาจารย์ของเขาไม่เคยทำนายผิดการที่เขาสามารถรวมแผ่นดินได้เร็วส่วนหนึ่งมาจากอาจารย์ของเขานั่นเองไฟฟ้าเหล่านี้อาจารย์ก็เป็นคนแนะนำให้ซื้อจากต่างชาติท่านบอกว่าจะมีคนที่รู้วิธีใช้ประโยชน์จากมันได้ในอนาคตไทยจึงมีไฟฟ้าใช้ออกมาได้เร็วแบบนี้นั่นเอง มหาดเล็กแน่นอนยังไม่เข้าใจตอนนี้
“ได้ยินว่ามันจะหมั้นกับหลานสาวของข้าส่งของขวัญไปให้มันหน่อยแล้วใน” มหาดเล็กตกตะลึงแล้วคิดว่านินอาจเป็นลูกนอกสมรสของขุนหลวงหรือเปล่า ถ้าขุนหลวงรู้ความคิดของลูกน้องล่ะก็เขาสั่งทหารโบยแน่นอนในชีวิตนี้เขามีผู้หญิงแค่คนเดียวเท่านั้น นินมาที่ท่าเรือแล้วควงป้ายทองที่นิ้วมืออย่างสบายใจ
นิน” ตอนนี้ผมนี่ก็ใหญ่พอตัวเลยนะลุง “ท่านเจ้าคุณกลอกตา
” อย่าคุยเยอะสถานะของเอ็งเป็นความลับไม่ใช่หรือใช้ทำตัวกร่างไม่ได้หรอกมั้ง “หน้านินกระตุก
นิน” ลุงนี่มันพวกชอบพูดดับความฝันคนนักหรือไง “ท่านเจ้าคุณกลอกตา
” ลงเรือเถอะข้าหิวข้าวจะแย่แล้ว “ทั้งสองนั่งไปในเรือจากนั้นนินก็เก็บป้ายทองไป
นิน “ลุงเมืองหลวงมีร้านอาหารอะไรอร่อยบ้างวันนี้ผมว่าจะพาพวกพี่แมนไปเลี้ยงข้าวขอบคุณหน่อยน่ะ” ท่านเจ้าคนคิดสักพัก
“ร้านอาหารอันดับหนึ่งอร่อยที่สุดแต่สู้เมียข้าทำไม่ได้หรอก” นอนกลอกตา เมื่อมาถึงบ้านก็เป็นเวลาเที่ยงแล้วแน่นอนว่าทุกคนลองใช้แปรงแล้วต่างก็มาบอกข้อดีและข้อเสีย
พิม “ใช้ดีนะแต่ถ้านุ่มกว่านี้จะดีมากแล้วแปรงก็ควรเล็กลงหน่อยมันจับไม่ถนัด” นินจดลงสมุด
นิน “แล้วพวกน้องเล่า” อีกสามคนก็คิดเหมือนกัน
นิน “แล้วเป็นไงคิดว่ามันดีกว่าใช้กิ่งข่อยใช้หรือไม่ลองใช้กันแล้วคิดว่าจะกลับไปใช้กิ่งข่อยอีกไหม” ทั้งสี่คนส่ายหน้านินตบโต๊ะ
นิน” มันต้องแบบนั้นสิแบบนี้ถือว่ามาถูกทางแล้ว “ท่านเจ้าคุณหน้ากระตุก
” ไอ้บ้านี่มันโต๊ะกินข้าวนะโว้ย “นินหดคอลง
นิน” ขอโทษครับผมลืมตัวไปหน่อย “เขาหันไปทางไหมแก้ว
นิน” คุณป้าลองใช้หรือยังครับ “ไหมแก้วพยักหน้า
” ใช่ดีมากเลยนะฟันสะอาดกว่ากิ่งข่อยด้วย “นินพยักหน้า
นิน” ใช่ไหมล่ะครับนี่แหละสิ่งที่ผมจะทำคือปรับเปลี่ยนคุณภาพชีวิตให้กับคนไทยให้ดีขึ้น” ท่านเจ้าคุณกลอกตา
“พูดซะสวยหรูเลยนะทำให้ได้ก่อนเถอะค่อยคุย” นินหน้ากระตุกแล้วคิดว่าตาแก่นี่ชอบขัดเสียจริงหลังทานข้าวเรียบร้อยนินเรียกไอ้ฟักและไอ้ขมออกมาช่วยกันปรับปรุงแปรงจำค่ำ
ในเช้าวันถัดมาหลังทานข้าวเรียบร้อยนินบอกทุกคนว่าตอนเย็นอาจจะมาทานข้าวเย็นไม่ทันเพราะต้องออกไปติดต่องานข้างนอกหลายที่ มีงานต้องจัดการเยอะมากทั้งเรื่องโกดังเก็บของและโรงงานผลิตรวมถึงเรื่องของการบรรจุภัณฑ์อีกสบู่ใช้กระดาษห่อได้แต่ว่ายาสีฟันเนี่ยเอาอย่างไรดี คิดไปคิดมานินก็คิดถึงเซรามิกอีกครั้งไม่รู้ว่าราคามันจะสูงไหมคงต้องไปดูก่อนถ้าแพงเกินไปคงต้องเป็นกล่องไม้ถ้าเป็นตอนนี้คงทำเป็นหลอดไม่ได้เพราะปัจจัยหลายๆ อย่างไม่อำนวย ส่วนพวกสาวๆ ในบ้านวันนี้มีเรียนแม้จะยังไม่มีการก่อตั้งโรงเรียนขึ้นในยุคแบบนี้แต่ในบ้านชนชั้นสูงก็มีการเรียนแล้ว เช่นสอนการอ่านเขียน ความรู้รอบตัว ทำอาหาร งานเย็บปักถักร้อย การเรือน พวกนี้เป็นหลัก และอีกขั้นหนึ่งคือการเรียนก็เพื่อสอบเข้าทำงานราชการดำเนินงานอย่างที่เคยกล่าวมาแล้วในตอนก่อนๆ การเรียนแบบนี้จะเข้มข้นกว่ามาก ที่นอกประตูเมืองหลวงตอนนี้นินได้ทำการตกลงกับนายหน้าอยู่
นิน” พี่ชายปีละ 15000 แพงเกินไปหน่อยน่า “ชายที่แต่งตัวดีขมวดคิ้ว
” นี่ก็ลดสุดๆ แล้วนะไม่เห็นหรือว่าตอนนี้ราคาโกดังของเราขึ้นแค่ไหน “นินกระซิบ
นิน” เอาแบบนี้ถ้าพี่ชายคิดแค่ 6000 บาท ฉันเช่าสามปีเลยตกลงไหม “นายหน้าถึงกับหน้ากนะตุก
” สามปีหรือบ้าหรือไงลดลงมาตั้งครึ่งหนึ่งข้าไม่ได้โง่นะ “นินดูสภาพโกดังแล้วมันไม่คุ้มค่าเงินเลยจริงๆ มันดูไม่ปลอดภัยสักนิด
ทอง” เอ็งลองไปปรึกษาคุณหญิงดีไหมคุณหญิงน่ะมีหน้าร้านในตลาดให้เช่าตั้งมาก “นินคิดสังพัก
นิน “แค่นี้ผมก็โดนกล่าวหาว่าเป็นไอ้หนุ่มข้าวนิ่มแล้วนะ” แสนหัวเราะ
แสน “เอ็งใส่ใจด้วยหรือ” นินยิ้ม
นิน “แน่นอนว่าไม่ งั้นไปขอเช่าโกดังว่าที่แม่ยายดีกว่า “ทั้งสองหมดคำจะพูดจริงๆ
นิน” งั้นเราไปร้านช่างกลึงเหล็กกันต่อ “ทั้งสองมองหน้า
แสน” ยาสีฟันต้องใช้เหล็กด้วยรึ “นินส่ายหน้า
นิน” ไม่ใช่ๆ ผมจะทำบางอย่างต่างหากเล่า “ทองจึงกล่าว
ทอง” เรื่องร้านเหล็กเราก็ไม่ค่อยรู้หรอกนะแต่ที่คนนิยมมากๆ มีร้านหนึ่ง “ทั้งสองพานินไปร้านเหล็กร้านนี้ตั้งอยู่โซนเดียวกับย่านโรงงานนอกเมืองแต่อยู่ลึกมากๆ เมื่อมาถึงก็พบว่ามีคนงานสิบกว่าคน ร้านนี้สร้างขึ้นมาแบบง่ายๆ หน้าร้านเป็นที่กว้างๆ มีเครื่องมือเต็มไปหมดชายคนหนึ่งเห็นพวกเขาก็ยิ้มออกมา
“มารับของหรือขอรับ” นินส่ายหน้า
นิน “ไม่ใช่ๆ ผมมาสั่งทำของสักหน่อย “” ชายคนนั้นเรียกเถ้าแก่
“ลุงเตี้ยมีลูกค้า “จากนั้นก็มีชายวัยสี่สิบเดินออกมาพร้อมกับมีเด็กตัวเล็กๆ เดินตามออกมาด้วย ชายคนนี้ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามทว่าตัวเตี้ยสมชื่อจริงๆ ลุงเตี้ยมองไปทางทั้งสามคน
“มาซื้อหรือมาสั่งทำล่ะ” นินยิ้มออกมา
นิน “มาสั่งทำครับลุง” ลุงเตี้ยจึงให้พวกเขาเข้าไปคุยในร้านชายคนนี้อายุน่าจะประมาณสี่สิบกว่าๆ เด็กสาวตัวเล็กๆ นี่น่าจะเป็นหลานสาวของเขา เมื่อเข้ามายังห้องทำงานของลุงเตี้ยนินก็พูดขึ้น
นิน “สิ่งที่ผมจะสั่งทำนี้ต้องเป็นความลับลุงไม่อาจทำให้คนอื่นได้อีก” เขาพยักหน้าเรื่องแบบนี้เขาเจอมาบ่อยจึงไม่ได้รู้สึกแปลกอะไร
“ได้ทำสัญญาเลยก็ได้” นินยิ้มแล้วทำสัญญา จากนั้นเขาก็หยิบแบบที่เขาวาดทั้งคืนออกมาดินสอสมัยนี้ใช้ยากแถมไม่มียางลบอีกทำให้เขาวาดใหม่หลายรอบ เมื่อนินกางแบบออกก็ทำให้ช่างเตี้ยตกตะลึงเขาไม่เคยเห็นคนวาดแบบได้ละเอียดแบบนี้มาก่อน ทองและแสนมองก็ไม่เข้าใจ
นิน” ลุงรู้จักสิ่งนี้หรือเปล่า “ช่างเตี้ยขมวดคิ้ว
” เอ็งพูดเรื่องอะไรสปริงใครจะไม่รู้จัก “นินยิ้มออกมา
นิน” ดีงั้นก็ตามนี้ทุกชิ้นต้องมีขนาดที่ผมเขียนไว้รวมไปถึงน้ำหนักด้วยแล้วเหล็กต้องใช้แบบที่แข็งแรงที่สุด “ลุงเตี้ยพยักหน้า
“มารับของในอีกเจ็ดวันราคาก็ประมาณนี้” นินพยักหน้าหลังจากตกลงกันได้แล้วทุกคนก็ออกมา นินเดินทางต่อไปยังร้านไม้ ร้านไม้ร้านนี้ทองรู้จักดีเพราะเมียเขาเป็นลูกสาวบ้านนี้ สำหรับบ้านช่างไม้คนนี้อยู่ท้ายเมืองหลวงชั้นนอกมีชื่อว่าลุงยอดมีฝีมือด้านการช่างไม้ที่ยอดเยี่ยมกล่าวได้ว่าบ้านในเมืองหลงเขาสร้างไปกว่าครึ่งเขาชำนาญทั้งบ้านไทยบ้านจีนบ้านแบบญี่ปุ่นหรือแบบยุโรปได้ทั้งหมด อีกทั้งเฟอร์นิเจอร์ทำจากไม้เขาก็ทำได้ทั้งหมดลุงยอดไม่ได้มีดีแค่งานช่างหรอกนะเพราะปู่ของเขาเป็นนายฮ้อยมาก่อนดังนั้นด้านอาคมและวิชามวยก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน
พ่อ “ครับ” เมื่อลุงยอดมองไปที่หน้าร้านก็พบว่าเป็นลูกเขย
“อ่าวไอ้ทองหรือลมอะไรหอบเอ็งมาเนี่ย “ทองยิ้มออกมาและมีคนยกน้ำมาให้
ทอง” พอดีว่าท่านเขยจะมาสั่งงานช่างไม้น่ะขอรับข้าเลยพามาหาพ่อน่ะ “ลุงยอดมองไปที่นิน
” ท่านเขยหรือนี่คงเป็นพ่อหนุ่มข้าวนิ่มงั้นสินะ “แสนที่กินน้ำอยู่ก็พ่นออกมาทันที นินหน้ากระตุก
นิน” ไม่คิดเลยว่าชื่อเสียงผมจะมาก่อนตัวเสียแล้ว “ลุงยอดหัวเราะ
” ฮ่าๆ เอาน่าข้ารู้ว่าท่านเขยไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก “นินยิ้มเจื่อนๆ ทองรีบให้เข้าเรื่อง
ทอง “ท่านเขยท่านไม่ใช่ว่าจะมาสั่งทำของหรือ” นินรีบกล่าว
นิน “ใช่แล้วครับคือนี่สิ่งนี้ครับ” นินเอาแปรงสีฟันที่เขาทำออกมาพร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่งในกระดาษนินวาดกระปุกยาสีฟันที่ตัวกระปุกของเขามีชื่อแบรนด์เขียนไว้ด้วยทีแรกนินไม่รู้จะตั้งชื่อว่าอะไรดีแต่พอนึกได้ว่าในโลกของเขามีแบรนด์ชั้นนำมากมายเขาจะมาคิดชื่อใหม่ทำไมก็ลอกมันเสียเลยก็หมดเรื่องและชื่อต้องเป็นสากลหน่อยๆ เขาจึงใช้ชื่อว่า แอปเปิล เขียว นี่ตรงกับรหัสสายลับของเขาและยังเหมือนแบรนด์ชั้นนำของโลกเขาด้วย เขายังทำโลโก้เป็นรูปแอปเปิลที่มีขั้วยื่นออกมาและมีใบข้างหนึ่งติดที่ขั้วด้วยไม่ใช่รอยกัดนะเดี๋ยวจะเหมือนเกินไปเมื่อตกลงจำนวนและราคาได้แล้วทั้งสามก็กลับ
ทอง” พ่อแล้วเป็ดไปไหนเล่า “ลุงยอดหมดอารมณ์ทันที
” ไอ้เด็กเวรนั่นวันๆ เอาแต่พูดเรื่องค้าขายป่านนี้คงไปอยู่ที่ตลาดท่าเรือใหญ่นั่นแหละ “ทองหัวเราะแล้วกระโดดขึ้นรถม้า
ทอง” พ่อผมไปก่อนนะ “ชายชราพยักหน้า
ก่อนกลับนินไปร้านเซรามิกของพี่เทียนเพื่อสั่งกระปุกใส่ยาสีฟันสำหรับลูกค้าที่ชอบของหรูหราพี่เทียนก็ใจดีทั้งลดทั้งแถมจนนินเกรงใจ
นิน” จบไปอีกเรื่องเหลือแค่ที่ตั้งโกดังและโรงงานแล้วก็พนักงาน “อย่างไรก็ตามเร่งมากก็ไม่ดีเรื่องนี้จะใจร้อนไม่ได้ นินพาทองและแสนเลี้ยงข้าวร้านดังหลังจากใช้งานพวกเขามาหลายวัน นี่คือร้านแม่จันทร์วาด กล่าวถึงสตรีคนนี้อายุยี่สิบสองปีตระกูลของนางมีฝีมือด้านอาหารดังนั้นอาหารร้านของเธอแม้จะราคาแพงแต่อร่อยมากทำอาหารได้หลายชาติ แถมหน้าตาของนางก็สวยมากๆ จนหนุ่มๆ ติดกันเป็นแถวถึงขึ้นชื่อว่าสาวงามแห่งเมืองหลวงเลย พ่อของนางเป็นถึงพ่อครัวหลวงเลยทีเดียวเนื่องจากไหมแก้วแต่งงานก็เป็นแม่บ้านเต็มตัวจึงลาออกจากห้องเครื่องในวังพ่อของแม่หญิงจันทร์วาดจึงได้ขึ้นแทนตำแหน่งหัวหน้าห้องเครื่องนั่นเองฝีมือของเขาก็สูสีกับไหมแก้วทว่าฝีมือและบารมีสู้ไม่ได้จริงๆ ตอนนั้นไม่ว่าเขาจะพยายามอย่างไรก็เป็นได้แค่ วิเสท ไม่สามารถเป็นต้นเครื่องได้เลย อย่างไรก็ตามร้านนี้มีชื่อเสียงมากชื่อร้านว่า ร้านอาหารอันดับหนึ่ง ตัวร้านอาหารเป็นเรือนไทยแบบดั้งเดิม บรรยากาศร้านมีความสบายๆ เป็นกันเอง แต่ก็ยังคงมาตรฐานการบริการไว้อย่างดีเยี่ยมให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบายตกแต่งด้วยดอกไม้สวยงามร้านนี้แม้อยู่ในตลาดแต่ก็ให้ความรู้สึกไม่วุ่นวายเลยนี่ถือว่าเป็นร้านใหญ่มากๆ นินมองก็รู้เลยว่าร้านนี้แพงเพราะขนาดเขาที่ผ่านสองโลกมายังรู้สึกเลยว่าหรูหรามากๆ บางคนอาจเคยไปร้านในห้างหรือในโรงแรมทว่าหลายคนไม่รู้ว่ามีร้านอาหารที่เป็นร้านแบนเรือนไทยดั้งเดิมมันหรูหรามากๆ และอาหารก็อร่อยมากด้วย
นิน “นี่หรือร้านดังในพระนครที่ลุงพูดถึง” แสนพยักหน้า
แสน “ฝืมือพ่อนางพอๆ กับคุณหญิงไหมแก้วเลยทีเดียวนะ” นินประหลาดใจ
นิน “เก่งเพียงนั้นเชี่ยว” แสนพยักหน้า จากนั้นพวกเขาก็เข้าไปนั่งแล้วสั่งกับข้าวมาสามอย่าง พะโล้ แกงเขียวหวาน และพัดผัก นินลองชิมก็พบว่าอร่อยมาจริงๆ แต่ก็สู้คุณป้าไม่ได้แน่ล่ะเพราะแม่ครัวเป็นศิษย์พ่อนาง แสนเล่าเรื่องคุณหญิงสมัยอยู่ห้องเครื่องต่อ
แสน “ทั้งคู่เป็นคู่แข่งกันมาตลอดนั่นแหละพอพ่อนางคิดเมนูเอาชนะคุณหญิงได้คุณหญิงก็จะมีไม้เด็ดเอาชนะเขาเสมอ” แสนเล่าเรื่องในวังให้ฟังนินประหลาดใจ
นิน “เดี๋ยวพอคุณป้าประกาศตัวไอศกรีมออกมาล่ะก็ข้าว่าพ่อครัวหลวงนั่นหงายท้องแน่นอน” ทั้งสามหัวเราะออกมา เสียงของทั้งสามไม่เบาไม่ดังแต่ไปเข้าหูพนักงานสายฟ้องเข้าจึงเอามารายงานเจ้านายจันทร์วาดขมวดคิ้ว
” พวกเขาพูดแบบนี้จริงรึ “พนักงานพยักหน้าจันทร์วาดเดินออกมาจากหลังร้าน แล้วมาหยุดที่หน้าคนทั้งสามที่กำลังคุยอย่างสนุก เสียงเย็นชาดังขึ้นข้างๆ พวกเขา
” คุยอะไรกันสนุกเชียวเจ้าค่ะ “นินเงยหน้าขึ้นไปก็ชะงักแล้วคิดในใจสวยบาดใจจริงๆ
นิน” แม่นางคือ “นางยิ้มออกมา
” ข้าคือจันทร์วาดเจ้าค่ะ “สีหน้าของแสนและทองแข็งไปนานแล้วนินเองก็หน้ากระตุกไปเหมือนกันแบบนี้ได้ยินแน่นอนว่านิทราพ่อนางแต่เขาตีมึน
นิน” แม่นางมีอะไรหรือ “นางยิ้มออกมา
” ได้ยินว่าพวกท่านบอกว่าพ่อข้าทำอาหารสู้ใครไม่ได้นะเจ้าคะ “นินส่ายหน้า
นิน” เป...เปล่านี่ผมจะไปพูดเรื่องของคุณทำไม “นางยิ้มออกมา
” เป็นผู้ชายเหตุใดไม่กล้ายอมรับกันเล่ามีอะไรต้องกลัวหรือว่าท่าจะเป็นสตรีกัน “ข้อเสียของแม่หญิงจันทร์วาดคือนางเทิดทูนพ่อเกินไปนั่นแหละ นินวางช้อนลงเขาจะยอมนางได้อย่างไร
นิน” ในเมื่อเธออยากรู้งั้นฉันจะบอกให้ก็ได้ข้าว่าคุณหญิงไหมแก้วฝีมือเหนือกว่าข้นพูดผิดหรืออย่างพะโล้นี่ก็หวานไปนิดนี่กับข้าวนะไม่ใช่ของหวาน “หน้าของจันทร์วาดกระตุกแล้วยิ้มเย็นชา
“พูดอย่างกับว่าท่านเคยกินอาหารที่คุณหญิงอย่างนั้นแหละ” นินยิ้มออกมา
นิน “ตกลงนี่คุณจะมารบกวนลูกค้าเพราะเรื่องนี้หรือผมมากินข้าวนะถึงอย่างไรก็ควรรอให้ผมท่านเสร็จก่อนไหมแบบนี้เปิดร้านอาหารทำไมกัน” นางชะงักไป
“เจ้า” จากนั้นก็มีเสียงดังมาจากหน้าร้าน
” แม่หญิงกำลังมีปัญหาหรือให้ข้าช่วยไหม “ชายหนุ่มรูปงามสวมชุดเขียวเดินเข้ามาแล้วยิ้มให้ทุกคนที่เห็นก็ตกตะลึงนี่คือหนึ่งในสี่คุณชายแห่งเมืองหลวงที่หล่อที่สุด หมื่น อินทัช หรือคนมักเรียกเขาว่า หมื่นอิน พ่อคือพระยาสุนทร สังกัดรองเจ้ากรมนา หมื่นอินนั้นไม่ใช่แค่หล่ออย่างเดียวทว่าฝีมือพอๆ กับหมื่นแผนเลยทีเดียวแถมยังโดดเด่นด้านดนตรีไทยด้วย คุณชายทั้งสี่ได้แก หมื่นเทพ หมื่นไวย หมื่นแผน และหมื่นอิน ทั้งสี่คนนี้จัดว่าร้ายกาจมากในช่วงอายุสิบเจ็ดปีไม่เช่นนั้นจะได้เป็นหมื่นตั้งแต่อายุน้อยได้อย่างไรพวกเขาแค่รอโอกาสสำคัญอีกครั้งเพื่อที่จะเลื่อนเป็นขุนเท่านั้น
นิน “ไอ้หน้าหล่อนี่ใครกันแต่งตัวอย่างกับแมลงทับ” ทองจึงเล่าให้ฟังว่าเขาเป็นใครนินพยักหน้าเข้าใจ
จันทร์วาด “พี่หมื่นก็เจ้าคนนี้สิเจ้าค่ะมาบอกว่าพ่อน้องไม่มีฝีมือ “นินถึงกับชะงักไป
นิน” แม่นางคนนี้มีพิษออกจากปากนางเขากลายเป็นคนผิดเสียแล้วเขาพูดทำนองนั้นก็จริงแต่คำไม่ได้รุนแรงขนาดนั้นสักหน่อย “เขาบ่นในใจแล้วเถียงทันที
นิน “นี่คุณอยากมาพูดมั่วๆ นะผมบอกว่าพ่อคุณทำอาหารไม่อร่อยเท่าคุณหญิงไหมแก้วเฉยๆ เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่มุมมองนะคุณจะมาพูดเหมือนผมดูถูกพ่อคุณไม่มีฝีมืออย่างนั้นแหละคนทำอาหารคนติต้องแก้ไขสิมาเอาเรื่องผมมันถูกหรือ” หมื่นอินหัวเราะออกมา
“ไม่ว่าเอ็งจะหมายความว่าอย่างไรแต่เอ็งล่วงเกินคุณอาแล้วข้าปล่อยผ่านไม่ได้หรอกนะ” นินหน้ากระตุกไอ้นี่มันทำเท่โชว์สาวนี่หว่านินก็เลิกพูดเหตุผลแล้วเหมือนกัน
นิน “หมายความว่าจะมีเรื่องงั้นหรือ” ชายหลายคนเข้ามาล้อมเข้าไว้
แสน “ถึงขนาดนี้เอ็งไม่น่าถามนะยังกินข้าวไม่อิ่มเลยเวรเอ๊ย” ทั้งสองตั้งท่าสู้นินเองก็พูดดักออกมาก่อน
นิน” มีเรื่องฉันไม่กลัวหรอกนะแต่ถ้าใช้อาวุธฉันจะเอาจริงไม่อยากตายอย่าชี้อาวุธใช่ฉัน “ลูกน้องหมื่นอินหัวเราะ
” ถ้าใช้แล้วจะทำไม “ชายคนหนึ่งชักมีดสั้นออกมาแทงไปที่นินทันที
นิน “เชี่ยเล่นมีดเลยหรือไอ้เวร” เขาจับไปที่ข้อมือของมันแล้วบิดมีดของมันก็มาอยู่ในมือเขาก่อนที่เขาจะจับมือของมันฟากลงโต๊ะแล้วเอามีดเสียบไปที่มือของมัน ปึก!!! มือของมันติดกับโต๊ะมีดกดลงไปมิดด้ามเลือดสาดทันทีแล้วชักมีดสั้นของเขาออกมาวางที่คอของมันทั้งหมดนี้รวดเร็วมากทุกคนตกตะลึงกับความเด็ดขาดของนิน
นิน “อย่าเข้ามานะกล้าชักมีดใส่ฉันอยากตายใช่ไหม” สายตาเขาเปลี่ยนเป็นโหดร้ายเจตนาฆ่าระเบิดออกมา…
#วิเสท และ ต้นเครื่อง ต่างกันที่ระดับฝีมือและขอบเขตงานในครัววังหลวง วิเสทเป็นคำเรียกผู้ทำหน้าที่ปรุงอาหารฝ่ายในทั่วไปที่มีความเชี่ยวชาญ ส่วนต้นเครื่องคือวิเสทชั้นสูงที่ทำหน้าที่หัวหน้าแม่ครัวในการจัดทำพระกระยาหารถวายโดยเฉพาะ โดยมีนายวิเสทคอยดูแลและตรวจความเรียบร้อย”