เทียนกลับมาสู่ที่ญี่ปุ่น ก็ส่งร่างแปลงกับเข้ามิติตามเดิม เทียนมาถึงก็นั่งสมาธิได้ชั่วครู่ ก็รุ่งเช้า เลยรีบปลุกเจ้าอ้วน ไปกินอาหาร ไกด์ซายูริ แจ้งข่าวดีว่าทุกอย่างจบเรียบร้อย เที่ยวบินกลับปกติ ดังนั้น วันนี้ ตอนเช้าจะพาไปวัดเพื่อไหว้พระเป็นสิริมงคล และหลังจากนั้น จะพาไปห้างอิออน ซื้อของกันให้ จุใจแล้ว ก็เข้าสู่สนามบินโตเกียว ช๊อบปิ้งอีก เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ก็กลับบ้าน
หลังจากไหว้พระเป็นสิริมงคลกับทุกคนแล้ว รถบัสนำเที่ยวคันนี้ก็มาจอดซื้อของกันที่ห้างสรรพสินค้าอิออน งานนี้สาวๆ ล้วนไม่พลาดอีกเช่นเคย ส่วนหนุ่มทั้งสี่เดินซื้อของกินแล้วมานั่งรอ ในฟาสฟูดส์ นั่งดื่ม เหล้าบ๊วยรอสาวๆ ซื้อของกัน
“ ลูกพี่ ทองที่ค้นพบนี่จะเป็นของใครกันแน่” เจ้าอ้วนถามเทียนขณะกินชูครีมก้อนใหญ่ เทียนหันไปหาคุณชายกร
“ ตามกฏหมายของซันชาย ผู้ค้นพบสมบัติ จะได้ 1ใน3 ของสัมบัติที่พบ แต่กรณีนี้ถ้างทางซันชายสืบได้ว่าทางญี่ปุ่นเอาไปแล้วครึ่งหนึ่ง ที่เหลือก็คงจะไม่ให้อย่างแน่นอน” คุณชายกรพูดไปตามกฏหมาย
“ แล้วถ้าทางญี่ปุ่นไม่ยอมจะทำอย่างไร” เจ้าผอมสงสัย
“ ต้องยอมอยู่แล้ว เพราะธุรกิจที่ญี่ปุ่นมาลงทุนที่ซันชายมากมายมหาศาล หากมีปัญหาเรื่องนี้ อาจส่งผลกระทบถึงภาพลักษณ์ของญี่ปุ่นเองซึ่งมีผลไปยังประเทศอื่นๆอีกด้วย” คุณชายกรพูดมา ช่างเหมาะสมกับที่เป็นลูกรัฐมนตรีต่างประเทศจริงๆ
เทียนฟังเพื่อนพูดถึงเรื่องทอง เขาคิดเรื่องสมบัติบุเรงนองที่ได้มาเป็นเจ้าของว่าจะทำอะไรกับทรัพย์สมบัติเหล่านี้ดี
“ ถ้าพวกนายได้สมบัติบุเรงนองมา พวกนายจะเอาไปทำอะไรกัน” เทียนโยนคำถามไปกับเพื่อนๆ ในขณะที่ริษา กับ อันๆ เดินเข้ามาพอดี
“ ฉันจะเอาไปซื้อปราสาทที่อังกฤษ อยู่ที่นั่นเลยนะซิ” อันอันกล่าว
“ ส่วนฉันคงเอาไปประมูลได้เงินมา แล้วซื้อเกาะส่วนตัวซักแห่งหนึ่ง แล้วจ้างพริตตี้มาเป็นแม่บ้านซัก 10 คน” เจ้าอ้วนพูดขณะหยิบเอาสตอเบอรี่ลูกใหญ่ๆ เข้าปาก
“ ฉันว่าจะเอาไปสร้างโรงพยาบาลดีกว่า” ริษาเอ่ยขึ้น
“ ฉันว่าทางรัฐบาลไม่ให้พวกเธอทำอะไรกับสมบัติเหล่านี้อย่างแน่นอน เพราะทางฝ่ายมั่นคง จะต้องใช้กำลังยึดเอามาเป็นของรัฐทั้งหมด โดยอ้างเหตุผลเพื่อความมั่นคง อย่างคิดฝันเลยว่าจะได้ผลประโยชน์จากสมบัติของชาติ” คุณชายกรเอ่ยให้ฟังตามความเป็นจริง ทุกคนต่างพยักหน้ากับความคิดของคุณชายกร
เทียนคิดแต่เพียงว่าไม่อยากให้ม่านฟ้า มาค่อยเฝ้าสมบัติเหล่านี้ แต่ก็ไม่ยอมให้ใครหรือกลุ่มคนใด มาหาประโยชน์กับสมบัติเหล่านี้เช่นกัน กลับไปคราวนี้คงต้องรบกวนลุงใหญ่อีกครั้ง แม่กับน้องขนของมากับเต็มรถเข็นอีกตามเคย แล้วมองมาที่เทียนให้ช่วยเก็บของให้เหมือนเดิม เทียนยิ้มรับ แล้วใช้ความเร็วขึ้นสูงสุด กวาดของในรถมาเก็บไว้มิติ โดยไม่มีใครสังเกต
“ พี่เทียนเห็นพี่ซายูริ บอกว่า ขนมที่สนามบินอร่อยมาก แม่บอกว่า อยากจะซื้อเพิ่มอีกนิดหน่อย พี่เทียนเวลาเดินอย่าเดินหนีไปไหนไกลนะ แม่สั่งมานะ” น้องหนิงมากระซิบบอก เทียนยิ้มรับแล้วพยักหน้า
ที่สนามบิน ที่แม่บอกซื้อนิดหน่อยนั้น เทียนคิดว่า ถ้านำมารวมกันน่าจะเปิดร้านขายขนมได้อย่างสบายเลย สุดท้ายเวลาโหลดกระเป๋า ไกด์สาว ซายูริ กับเพื่อนๆต่างก็ประหลาดใจกันสุดๆ ที่กระเป๋าของแม่นภากับน้องหนิงของฝากหายไปไหนหมด ทำให้แม่ทำหน้าไม่ถูก ได้แต่บอกให้ไปถามเทียน
“ พอดีริเอะให้คนส่งของไปทาง DHLให้แล้ว พอดีของฝากที่ได้มาขนกันไม่ไหว”
เทียนพูดไปเรื่อยเปื่อย แต่ก็ทำให้ทุกคนหายสงสัยไปได้ ที่น่าเซอร์ไพรส์สุดก็คือ ไกด์ซายูริ เดินมาบอกว่า ที่นั่งของพวกเราทั้ง 8 ทุกยกระดับให้กลายเป็นระดับเฟิรส์คลาสกันทั้งหมดรวมไกด์ด้วย เป็นสิ่งที่ท่านชายมาซาโมโต้ มอบให้เป็นของขวัญ
“ คราวนี้ก็บันเทิงกันล่ะซิ” เจ้าอ้วนยิ้มร่าอย่างดีใจ
“ นี่คือความฝันของฉันเลยนะ” อันอันยิ้มไม่หยุด
“ เขาว่าเครื่องดื่มสั่งได้ไม่อั้นเลยใช่ไหม” เจ้าอ้วนถาม
“ ปกติก็สั่งได้ไม่อั้นอยู่แล้ว แต่first class จะมีเครื่องดื่มราคาแพงกว่าบริการ”คุณชายกรเอ่ย
“ ไปกันเถอะขึ้นเครื่องได้แล้วก่อนใครซะด้วย” เจ้าอ้วนเดินนำหน้าไปก่อนใคร
สุดท้ายทั้งหมดก็เพลิดเพลินไปกับชั้น เฟิรส์คลาส ที่ทั้งลำมีเพียง 12 ที่นั่ง
แต่ถูกท่านชายมาซาโมโต้เหมาไว้จนหมด เป็นการเลี้ยงฉลองครั้งสุดท้ายในการเที่ยวญี่ปุ่นในครั้งนี้ ขณะที่แม่นภา กับน้องหนิง ทนไม่ไหวต้องแอบชิมไวน์ไปคนละแก้วหน้าแดง
คนอื่นก็ไม่น้อยหน้า ต่างก็ชิมไปชมไป ไม่หยุด มีแต่เจ้าอ้วนคนเดียวที่กินไวน์ไปไม่ถึง ขวดก็หลับคาที่นั่ง ในขณะที่มือยังถือ กุ้งมังกรอยู่เลย ขณะที่เทียนมองแต่แก้วไวน์ในมือของตน ไม่ยอมดื่มเสียที เพราะตอนนี้เทียนได้นึกถึงแต่คำสอนของหลวงปู่ ให้ถือศีล 8 ถ้าไม่ได้ ก็ให้ถือศีล 5 แต่ตอนนี้ตนทำไม่ได้อีก เทียนวางแก้วไวน์ลง แล้วสัมผัสกับอัฐิ ของหลวงปู่ แล้วส่งจิตเข้าไปหาหลวงปู่
“ ว่ายังไงล่ะ นี่เจ้ายังจะติดต่อหลวงปู่ทำไมอีก หรือว่าเจ้ามีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจอันใดหรือ” หลวงปู่ทักมาเองก่อนเลย เทียนดีใจที่ติดต่อกับหลวงปู่ได้เสียที
“ หลวงปู่ ผมสับสนกับชีวิตตอนเอง อยากจะให้หลวงปู่ช่วยตอบให้ผมเข้าใจด้วย” เทียนมีคำถามมากมายอยากรู้
“ หลวงปู่รู้จักท่านเทพสวรรค์ ใช่หรือไม่ แล้วทำไมใครก็บอกว่าผมเป็นทายาทท่านเทพสวรรค์ แล้วผมเกิดมานี่เพื่ออะไร ทำไมบางคนว่า ผมจะเป็นผู้ปลดปล่อยแล้วทำไม ผมถึงได้เดินทางไปทั่ว 3 ดินแดนได้ แล้วทำไมดินแดนมนุษย์ ถึงไม่จำกัดพลังของผม เหมือนคนอื่นๆ แล้วผมควรจะไปอยู่ ดินแดนแห่งไหนถึงจะดีที่สุด แล้วที่ฆ่าคนและสัตว์ไปมากมายผมจะบาปไหม แล้วผมควรจะฆ่าคนชั่วเหล่านี้ต่อดีหรือไหม่ แล้ว....” เทียนถามต่อ แต่หลวงปู่ขัดไว้ก่อน
“ พอเถอะ เจ้าถามเยอะเกินไปแล้ว หลวงปู่มีเวลาไม่มาก ต้องกลับเข้าญานต่อแต่จะตอบเจ้าที่ละข้อให้เจ้าคลายกังวล เรื่องที่เกี่ยวข้องกับท่านเทพสวรรค์ เมื่อถึงเวลาท่านเป็นผู้ตอบเจ้าเอง หลวงปู่ไม่สามารถตอบแทนท่านได้ ส่วนทำไมเจ้าถึงมีพลังโดยไม่จำกัดเหมือนคนอื่น ก็เพราะว่าเจ้าเป็นมนุษย์ในดินแดนแห่งนี้ไม่เคยมีใครฝึกพลังจากขั้นต่ำต้อยอย่างเจ้าขึ้นมาเป็นขั้นสูงขนาดนี้ ผู้ที่สร้างโลก ก็ไม่คาดคิดว่าเจ้าจะทำได้ก็เลยไม่ได้จำกัดพลังคนในแดนมนุษย์ ส่วนคำถามว่าเจ้าควรจะอยู่ที่ดินแดนแห่งไหนดี มาใกล้ๆหลวงปู่ ป๊อก! “
หลวงปู่เขกหัวเทียน 1 ที
“ เจ้าใช้ร่างแปลงของเจ้าอยู่ในแต่ละดินแดนอยู่แล้วจะถามคำถามนี้กับข้าทำไมอีก” หลวงปู่เขกหัวเทียนเพื่อให้รู้สึกตัว เทียนได้แต่หัวเราะแห้ง แต่ยังสับสนอยู่ดี
“ ส่วนเรื่องที่เจ้าอ้างว่าทำไปเพราะช่วยคนจึงต้องเข่นฆ่าสัตว์ พูดโกหก ดื่มเหล้า ผิดไหม บาปไหม แน่นอนนั่นคือ ผิดแน่นอน บาปแน่นอน แต่เพื่อจะให้เจ้าเข้าใจโลกมากยิ่งขึ้น
หลวงปู่จะเล่าเรื่องราวของพระเจ้าบางองค์ให้เจ้าฟัง เมื่อสมัยก่อนก่อนพุทธกาล ในเรื่องเล่าของศาสนาฮินดูดินแดนมนุษย์ได้เกิดปัญหามากมายทั้งเกิดจาก ภัยธรรมชาติ และภัยจากมารร้าย
พระนารายณ์ เพื่อช่วยเหล่ามวลมนุษย์จึงได้ส่งร่างอวตาร มาถึง 10 ปางเพื่อช่วยดับทุกข์เข็ญให้ดินแดนมนุษย์แห่งนี้เพื่ออยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข แล้วเจ้ารู้ไหม การที่ช่วยคนไว้มากมาย ร่างอวตารเหล่านี้ต้องเข่นฆ่าผู้คนด้วยเช่นกัน ถึงจะอ้างว่าพวกเขาเป็นมารต้องสังหารชีวิตไปเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน จึงจะปราบทุกเข็ญได้ เจ้าก็คิดแบบพระเจ้าแล้วเจ้าก็จะสบายใจ”
หลวงปู่เล่าเรื่องให้ฟังอย่างง่ายๆ
“ เหมือนพระรามปราบทศกัณฐ์ใช่ไหมหลวงปู่” เทียนรีบถาม
“ เจ้าคิดว่าองค์พระรามทำถูกหรือไม่ เพื่อที่ช่วยพระนางสีดา ถึงกับยอมทำสิ่งไม่ถูกต้องทำการลอบยิงธนูเข้าใส่พาลีผู้เป็นราชาแห่งวานร จนสิ้นชีพ เพื่อจะได้นำกองทหารวานรไปสู้กับเหล่าทหารทศกรรณ์ “ หลวงปู่ถามเทียน
“ ก็ไม่ถูกต้องฆ่าผู้อื่นเพื่อช่วยภรรยาตัวเอง แต่พาลีเป็นคนชั่วก็สมควรแล้ว” เทียนตอบแบบไม่แน่ใจ
“ เจ้าต้องแยกแยะให้ออกว่าคนที่ผิด คนที่ชอบ คนที่ชั่ว คนที่ดี นั้นเป็นอย่างไร หากเจ้าว่าราชาพาลีเป็นคนชั่ว แล้วคนทั้งโลกที่ทำชั่ว แต่เขาไม่ได้กระทำสิ่งใดผิดก็สมควรตายจนหมดเลยหรือไง” หลวงปู่ย้อนไป
“ จริงซิ ราชาพาลีเป็นคนชั่วไม่ดี แต่เขาไม่ใช่คนผิด ก็ไม่น่าต้องลอบยิงเขานะ” เทียนเริ่มบางอ้อ
“ ถ้าอย่างนั้นพระรามก็ทำไม่ถูก ถึงว่าตอนท้ายเรื่องยังส่งน้องชายไปฆ่านางสีดาได้ลงคอ นี่ท่านเป็นเทพจริงหรือเปล่านะ” เทียนเอ่ยเสียงเบาเบา
“ นั่นคือร่างอวตารของพระนารายณ์ ทำผิดหรือถูก เจ้าควรจะแยกแยะได้ด้วยตัวของเจ้าเอง ชาติต่อไปของพระราม ไปเกิดเป็นพระกฤษณะ สุดท้ายต้องถูกธนูของราชาพาลีที่เกิดใหม่เป็นนายพรานป่ายิงตาย นั่นคือบทสรุป” หลวงปู่เล่าตอนจบ
“ แล้วชาติหน้าผมคงต้องโดนพวกปีศาจชั่วที่ผมฆ่า กลับมาฆ่าผมอีกแน่ๆ เลย”เทียนพูดแบบห่วงตัวเองในชาติหน้า
“ ที่หลวงปู่เล่าเรื่องนี้ให้เจ้าฟังก็อยากให้เจ้าไม่ต้องคิดมากไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้าเจ้าจะเป็นอย่างไร ให้เจ้ามีสติ แยกแยะ ผิด ชอบ ชั่ว ดี ในภายภาคหน้าจะเกิดอะไรขึ้น เจ้าก็จะไม่กังวล” หลวงปู่สอนเทียนหลายเรื่องในวันนี้
“ หลวงปู่ผมมีคำถามเรื่องวิญญาน.....หลวงปู่ ๆ ๆ” ไม่ทันพูดต่อสัญญาณของหลวงปู่ขาดหายไปแล้ว เทียนเริ่มลืมตา เครื่องบินถึงสนามบินซันชายแล้ว....
ขณะจะลงจากเครื่องก็มีเสียงอาจารย์เทพโอสถเข้ามาในหัวของเทียน
“ อาเทียน บัดนี้ท่านราชันอุดรถูกลอบสังหารจนเสียชีวิต ท่านราชันทักษิน ส่งชื่อเจ้าเข้าร่วมแข่งขันชิงตำแหน่งราชันอุดร แห่งแดนเทพ เจ้ารีบกลับมาที่สำนักเทพโอสถโดยด่วน....”