ท่ามกลางทุ่งนาสีเพลิงที่ลมอ่อนๆพัดไม่เต็มใจให้หญ้าไม่ยอมพริ้วเล่นน้ำแต่แกล้งหัวเราะเสียงเขมรแบบเด็กๆ แต่ด้านข้างทุ่งมีคอนโดทำจากเยลลี่สีเหลืองๆมันผุดงอกและสูงขึ้นพริบตามันมีหกสิบแปดชั้น ปูเจ๊กเทียนเช่าห้องที่ชั้นห้าเอาไว้คืนนั้นนอนดิ้นจนหลังแก่วและหมดหนทางต่อสู้กับฝูงเด็กซนที่วิ่งไล่แมลงปอจากหมู่บ้านหนึ่งยกพวกไปอีกหมู่บ้านที่ปูเจ๊กเทียนอาศัยอยู่ในคอนโดนั้นมันเริ่มหมดสภาพชี้ให้เห็นสัญญาณไฟตรงสี่แยกไม่มีไฟสีน้ำเงินและปล่อยไฟเหลืองสามวินาทีไล่ควายไปทีละเส้นทาง ทุ่งนาเลยมีเพลงและกองทัพสุนัขพันธุ์ปั๊กหน้าย่นเดินเรียบชายฝั่งอีกฝั่งของเกาะมฤตยูโรคจิตทำให้ชาวไร่หลับตลอดกลางวัน เหตุผลเื่ความแปลกประหลาดนี้เกิดจากรูปปั้นมนุษย์ก้อนหนึ่งที่ชูแขนขวาวางไว้ระดับอก แขนซ้ายยกเฉียงนิ้วชี้ชี้ไปที่ฟ้า วันหนึ่งมันปรากฏตัวที่ข้างๆทางเข้าประตูคอนโดที่ทำจากเยลลี่ ปูเจ๊กเทียนสังเกตและจดจำรายละเอียดไว้ทั้งหมดแล้วใช้ลูกคิดของชาวจีนดีดคำนวณภาษีกินเที่ยว ข้างหลังนั้นหมาวัดที่หลงมาได้ยกขาฉี่ใส่รูปปั้นวันนี้ซวยเพราะรูปปั้นพิโรธพยายามเตะหมาวัด หมามันไม่สบายใจไปตามปูเจ๊กเทียนมาดู จอมยุทธิ์เลยเอาแส้สาดใส่หมาเนื่องจากรูปปั้นไม่มีชีวิต แต่หมาก็เห่าใส่รูปปั้นไม่ขาดสาย ชาวบ้านชาวช่องแถวนั้นเลยต่างพากันถือตะเกียงมาดูยามค่ำคืนที่มืดมิดและถือเคียวเกี่ยวเอวมาคนละฝักข้าวโพด ฝูงชนไหลมาตามน้ำเชี่ยวสายตาลืมมองเห็นจอมยุทธ์เห่าใส่รูปปั้นพร้อมกับหมาวัดแล้วต่างก็ส่ายหน้าจูงคอกันกลับเข้าบ้าน จอมยุทธ์พ้นจากโลกคู่ขนานในตอนนั้นเอาเมจิกสีดำมาขีดเขียนบนหน้าผากรูปปั้นเป็เส้นแนวนอนสองเส้นและวาดหัวใจหมูตัวโตๆที่แก้ม รูปปั้นเขย่าตัวเองอารมณ์บูดบึ้งมันลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อยด้วยความเร็ว จอมยุทธ์ผงะกำลังจะถอยและรูปปั้นมันจะตาม ตามไปแม้กระทั่งห้องสุขา หมาวัดก็ตามมาเช่นกัน ต่างสลายตัวไปในก้อนคอนโดเยลลี่สีเหลือง วันรุ่งขึ้นปูเจ๊กเทียนออกจากคอนโดเยลลี่มาพบรูปปั้นตัวเดิมตั้งที่ข้างๆหน้าประตู จอมยุทธ์เลยกลับเข้าคอนโดอีกครั้งเพื่อนนอนคว่ำสะอื้นไห้เอามือทุบเตียงและสลบไปนานสี่วัน