ตอนที่ 33 อย่างน้อยมรดกก็แบ่งให้หนูเยอะๆหน่อยนะคะ
สี่วันผ่านมา ม่านฟ้าขลุกตัวอยู่แต่ในสวนกับเหล่าคนงานแทบทั้งวัน ช่วงเย็นเธอก็มาเรียนเรื่องมารยาท สมยศได้สอนหนังสือให้เธอเพื่อเตรียมตัวเข้าเรียนโรงเรียนวังหลังในสองปีข้างหน้านี้ ในส่วนนี้สำหรับเธอ มันก็เหมือนกับการทบทวนบทเรียนของตอนประถมและมัธยม ส่วนเรื่องสังคม ท่านตาสอนด้วยตัวเอง บ้างครั้งเธอก็ถามเรื่องการเมืองกับเศรษฐกิจและขอความเห็นท่านเล็กน้อยไปด้วย
สมยศค่อนข้างดีใจที่คุณหนูม่านฟ้ามีสมองที่จดจำง่าย สามารถจำเรื่องหลักการและพลิกแพลงโจทย์ได้ดี เข้าใจแต่ละวิชาที่เขาสอน วิชาที่สมยศสอนเป็นวิชาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม คณิตศาสตร์ ภาษาอิงแลนด์ เธออยากจะบอกว่า ท่านเจ้าตาพูดภาษาอิงแลนด์ได้ชัดมาก สมแล้วที่เป็นตาของเธอเป็นถึงระดับพระยาดูแลเรื่องการค้าระหว่างประเทศของสยาม
วิชาเหล่านี้ไม่ยาก!
สมยศพึ่งนึกได้ “จริงสิขอรับ โรงเรียนในวังหลังมีวิชา ร้อยมาลัย ทำอาหาร วาดภาพ เย็บผ้าและจัดดอกไม้ด้วยขอรับ สำหรับนักเรียนหญิงโดยเฉพาะเลย”
มีงี้ด้วยเรอะ!
“แล้วพวกผู้ชายล่ะลุงสมยศ?”
“ผู้ชายเรียน ดนตรี กีฬาและหมากรุกขอรับ ดนตรีกับหมากรุกผู้หญิงเข้าร่วมได้เช่นกัน แต่เข้าร่วมน้อยมาก”
“ทำไมมีแต่ผู้ชายที่สามารถเล่นกีฬาได้ล่ะคะ!” ม่านฟ้าไม่พอใจ
“แหม…คุณหนู เป็นสาวเป็นนาง ให้ผู้หญิงใส่กระโปรงไปเตะฟุตบอลก็กะไรอยู่นะขอรับ ไหนจะวิ่งฉีกเข้งฉีกขาอีก กีฬาส่วนใหญ่ในโรงเรียนวังหลังจะเป็นเทนนิส แบตมินตัน บาสเก็ตบอลและวิ่งแข่ง กีฬาเหล่านี้ล้วนเพื่อผู้ชายที่ใส่กางเกงทั้งนั้น”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์พูดแทรกแล้วส่งสายตาดุมาทางเธอ
“มันไม่งาม! เป็นผู้หญิงมีชาติตระกูลสูงศักดิ์จะเล่นกีฬาพวกนั้นไปทำไม”
ม่านฟ้าเบะปาก “อะไรๆก็สูงศักดิ์ เมื่อวานหนูปีนต้นไม้ช่วยไปเก็บมะยมบ้านยายแตนอยู่เลยนะ ภาพลักษณ์หนูน่าจะไม่เหลือแล้วน้า”
สมยศหัวเราะชอบใจ “ที่นี่มันชนบทนะคุณหนู ในเมืองหลวงสยามทำไม่ได้ ไว้หน้าคุณท่านหน่อยเถิด”
ม่านฟ้าพยักหน้า “หนูก็พูดไปอย่างนั้นแหละ หนูไม่ทำให้ตระกูลภักดีเสื่อมเสียหรอก”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์ส่งเสียงในลำคอ “เฮอะ! นับว่ายังดีที่รู้จักเห็นแก่หัวขาวๆอย่างฉัน ต้องนับว่าเป็นความโชคดีของฉันใช่ไหมที่มีหลานอย่างเธอ”
“โธ่ ท่านตาอย่าพึ่งอารมณเสียสิเจ้าคะ เดี๋ยวความดันขึ้น”
สมยศกับม่านฟ้าหัวเราะจนตัวโย
“…” พระยาเดชาดำรงศักดิ์
“ว่าแต่ที่บ้านใหญ่ของท่านเจ้าตามีคนอยู่เยอะไหมคะ?”
สมยศพยักหน้า “มีทาสร้อยคน ข้ารับใช้อีกร้อยคน”
บ้านต้องใหญ่ขนาดไหนถึงอยู่กันเยอะขนาดนั้นได้?
“มีญาติท่านอื่นอยู่ในบ้านใหญ่ไหมคะ?”
“ตอนนี้มีนายท่านใหญ่ คุณหนูสมุทรกับคุณหนูปรางขอรับ ทั้งสองเป็นหลานบุญธรรมที่นายท่านอุปการะไว้ แต่คุณหนูอย่าได้น้อยใจไปและคิดว่านายท่านใหญ่จะรักคุณหนูทั้งสองมากกว่านะขอรับ”
“รักมากกว่าไม่เป็นไร แต่มรดกหนูขอเยอะที่สุดนะคะ” สายตาม่านฟ้ามีวิ้งๆเป็นประกาย
สมยศหัวเราะก๊าก “คุณหนู…อย่าพูดสิ่งที่คิดออกมาสิขอรับ”
“อุ้ย! หนูลืมตัว”
ม่านฟ้าเห็นพระยาเดชาดำรงศักดิ์หน้าเขียว เธอก็เดินไปกอดท่าน พระยาเดชาดำรงศักดิ์ตกใจจนควบคุมสีหน้าไม่ได้
“หนูไม่เคยคิดอยากฮุบมรดกของท่านเลยนะคะ หนูพอใจในสิ่งที่หนูมีและสร้างมันขึ้นมาจริงๆนะ”
“แต่ใจจริงก็อยากได้ใช่ไหม?” พระยาเดชาดำรงศักดิ์หรี่ตาถาม
“ถ้าท่านตาให้ หนูก็ต้องเอาอยู่แล้ว ฮี่ๆ แต่ถ้าไม่ให้หนูก็ไม่โกรธเคืองอะไรหรอก อย่างมากก็แค่เสียดาย”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์คิดในใจ เด็กคนนี้น่าจับเขกหัวจริงๆ
พระยาเดชาดำรงศักดิ์ลูบหัวอย่างเก้กัง เขาไม่ค่อยแสดงความรัก ตอนจิตลาดายังเป็นทารกและเด็กเล็กเขายังกอดและหอมบ้าง แต่พอโตแล้วเขาก็ไม่เคยทำอีกเลย
“ทั้งหมดของฉันย่อมเป็นของเธอ”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์รักเธอมากจริงๆ ม่านฟ้าเอาหัวถูไถพระยาเดชาดำรงศักดิ์อย่างออดอ้อน การได้อ้อนใครสักคนแบบนี้รู้สึกดีจัง เป็นเด็กนี่ดีจังน้า หัวใจอบอุ่น นุ่มฟูอีกแล้วจ้า
“หนูจะไม่ทำให้ท่านตาผิดหวัง คนที่ทำร้ายครอบครัวของเรา หนูจะไม่ปล่อยมันไว้ ตราบที่มีชีวิตอยู่ หนูจะตามล่าพวกมันให้หมด แต่ต้องรอให้หนูโตก่อนนะคะ”
“เรื่องพ่อแม่ของเธอ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเถิด” ม่านฟ้าแค่สิบสองเท่านั้น เธอไม่สมควรคิดเรื่องแก้แค้นหรือฆ่าแกงใครให้มือเปื้อนเลือด แค่เขาก็พอแล้ว
“หนูไม่สามารถทำได้” ม่านฟ้ารับรู้ถึงความโกรธแค้นภายในร่างกายนี้ ม่านฟ้าตัวจริงต้องการทำลายคนพวกนั้น บางทีม่านฟ้าตัวจริงอาจจะอยู่ข้างในเธอเสมอ เธอไม่เคยหายไปไหน
แม้โลกนี้จะเหมือนนิยายในหนังสือ แต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว ในความเป็นจริง มันคือโลกจริงที่ซับซ้อนกว่านั้น นั่นคือสิ่งที่เธอกำลังคิดตอนนี้
พระยาเดชาดำรงศักดิ์กอดม่านฟ้า “หลานต้องเชื่อฟังตา”
“หนูทำไม่ได้ค่ะ หนูขอโทษ”
สมยศถอนหายใจ มันคงเป็นเวรกรรม หลังจากกอดกันสักพัก เธอก็กลับมานั่งที่ของตัวเอง พระยาเดชาดำรงศักดิ์ค่อนข้างอ่อนไหวเรื่องเกี่ยวกับม่านฟ้า หลานสาวของเขาเป็นคนเก่ง เด่นสะดุดตา ย่อมต้องมีคนที่คิดไม่ดีกับเธอ
คนที่มีจิตใจโสมม ย่อมอิจฉาคนที่สว่างกว่าตน เขาเองก็ผ่านเรื่องทำนองนี้มาตลอดชีวิต หากคนอื่นจะบอกว่าเขาแข็งแกร่งและน่ากลัว แท้จริงแล้วพี่ชายของเขา เจ้าพระยาศรีสุพรรณยาภรน่ากลัวกว่าเขามากนัก ภายนอกดูใจดีพูดจาโผงผางตรงไปตรงมา แต่แท้จริงแล้ว เขารู้ทุกอย่าง เรื่องของม่านฟ้าเช่นกัน
พี่ชายเขาอยากเจอหลานสาวของเขาคนนี้มาก เขาอยากรับเธอไปคุ้มครอง ตระกูลภักดีมีสมาชิกครอบครัวน้อยเพราะเกิดการลอบฆ่าบ่อยครั้ง แต่เพราะความดื้อดึงของเขา เรื่องจึงเกิดขึ้นแบบนี้ เขาเป็นคนโง่ดื้อดึงยึดแต่กฏเกณฑ์ แต่พี่ชายของเขาต่อหน้าทำเหมือนมีกฏเกณฑ์แต่ลับหลังแหกกฏแทบทุกอย่าง
ตอนที่พี่ชายของเขารู้ว่าจิตลดาตายแล้ว เขาก็รับรู้ความโกรธของพี่ชายได้อย่างดี เขาจึงถูกต่อว่าอย่างสาดเสียเทเสีย เวลาเจ้าพระยาศรีสุพรรณยาภรโมโหจะกลายเป็นอีกคนหนึ่งทันที เขาไม่ควรพยายามแยกพิภพกับจิตลดาออกจริงๆ
นี่คือความเสียใจที่สุดในชีวิต!
อีกสามตระกูลเองก็ระมัดระวังมากขึ้น เรื่องนี้มันพึ่งเริ่มเท่านั้น การตายของลูกหลานทั้งสี่ตระกูลดูเหมือนเป็นปปกติเพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ คนเบื้องหลังวางแผนอย่างแยบยลใช้ความประมาทของพวกเขา รอให้เสียท่าจากนั้นก็จัดการอย่างไร้ปราณี
สมยศเห็นว่าสมควรที่จะเปลี่ยนเรื่องสนทนา “มาว่ากันต่อเถิดครับคุณหนู”
“ค่ะ ลุงสมยศ”
“อย่างที่รู้กันว่า โรงเรียนวังหลังเป็นโรงเรียนเฉพาะคนสูงศักดิ์เท่านั้น การพูดจาวางตัว การคบเพื่อน คุณหนูต้องระมัดระวังมากขึ้น พ่อแม่ของพวกเขาย่อมหาทางใกล้ชิดเพื่อหวังผลประโยชน์จากคุณหนู”
“หนูทราบค่ะ” หนูก็หวังผลค่ะ หนูไปหาคอนเนคชั่น
“กระผมจะบอกชื่อตระกูลอีกสามตระกูลใหญ่ที่มีฐานะเสมอกับตระกูลเราขอรับ โปรดจดจำให้ดีขอรับ อีกสามตระกูลมีดังนี้ ตระกูลวิรุฬกร ตระกูลภูริสกุล และตระกูลจินดา คุณหนูอย่าไปก่อเรื่องกับคนเหล่านี้ให้มากนะขอรับ”
แสดงว่ามีเรื่องได้บ้างใช่ไหม?
“ถ้าพวกเขาไม่หาเรื่องหนู หนูก็ไม่ทำอะไรหรอกค่ะ หนูออกจะเป็นเด็กดี”
สมยศปวดขมับ คุณหนูช่วยพูดถึงความเป็นจริงหน่อยขอรับ
“ตระกูลภักดีมีเจ้าพระศรีสุพรรณยาภรเป็นผู้นำตระกูล ท่านดูแลเรื่องทหารและทหารส่วนพระองค์ เจ้าพระยาอุดมศักดิ์ จินดา ดูแลเรื่องการค้าภายในและระหว่างประเทศ ท่านเป็นหัวหน้าของนายท่านใหญ่และเพื่อนสนิทของท่านเช่นกัน”
ม่านฟ้าพยักหน้า “เข้าใจแล้วค่ะ”
“ต่อไปเป็น เจ้าพระยาสาคร วิรุฬกร ดูแลเรื่องการปกครองภายในและกฎหมาย ท่านสุดท้ายเจ้าพระยาโกษา ภูริสกุล ท่านดูแลเรื่องการคลัง เพื่อนสนิทของเจ้าพระยาศรีสุพรรณยาภร”
“โห!” ม่านฟ้าอุทาน คนกันเองทั้งนั้นเลยนี่ ไม่แปลกที่ตระกูลของเธอจะเป็นสายแข็ง ในกลุ่มเจ้าพระยาทั้งหมดต่างก็เป็นเพื่อนสนิท
“เจ้าพระยาสาครเป็นพระญาติของนายเหนือหัวหลวง ภริยาของท่านคือพระขนิษฐาของนายเหนือหัวหลวง”
“อีกสามตระกูล รวมถึงเราก็เป็นพระญาติของนายเหนือหัวหลวงไหมคะ?”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์ตอบ “มีแค่ตระกูลเรากับตระกูลวิรุฬกร”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์อธิบายง่ายๆว่า “ตาทวดของหนูเป็นพระปิตุลาของนายเหนือหัวหลวง เราจึงเป็นเชื้อพระวงศ์ หากผู้ใดจะแต่งงานกับเชื้อพระวงศ ตระกูลจะต้องมียศฐาที่ระดับสูง”
“เอ่อ…ระดับขั้นต่ำที่ทางราชงวงศ์รับได้คือ?”
“ยศพระหรือเที่ยบเท่า หากตระกูลการค้าย่อมต้องมีทรัพย์สินมากโข มีอิทธิพลและเส้นสายที่สู้ได้”
ม่านฟ้าเหงื่อตก “เข้าใจแล้วค่ะ หนูจะระวังการคบเพื่อนให้มากค่ะ”
คุณพ่อพิภพคะ! ญาติแม่ไม่เอาปืนมายิงพ่อก่อนพาแม่หนีมาที่นี่ ก็นับว่ามีดวงแข็งแล้วนะ
บางทีถ้าท่านตาให้โอกาสพ่อของเธอได้มีตำแหน่งข้าราชการระดับสูงและมีอิทธิพลอีกสักหน่อยคงไม่ค้านขนาดนี้ แต่ตาเธอก็ใจร้อนมาก ไม่ให้โอกาสพ่อเธอเลย
เฮ้อ… ใช้เส้นนิดหน่อยให้พ่อไม่ได้รึไง! ขอแอบบ่นหน่อยเถอะ
“ประเทศสยามอนุญาติให้ผู้ชายมีหลายเมียไหมคะ?”
เธอสังเกตเห็นคนในหมู่บ้านล้วนแต่มีเมียเดียว
พระยาเดชาดำรงศักดิ์พยักหน้า “ย่อมมีได้หลายเมีย แต่ไม่ได้บังคับว่าผู้ชายจักต้องแต่งหลายเมีย สำหรับขุนนางมีภรรยาาหลวงได้แค่คนเดียว แต่จะมีภรรยาารองได้หรือจะมีเมียข้าหลวงเมียทาสเท่าไหร่ก็ย่อมได้ หากดูแลไหว เรื่องนี้ย่อมแล้วแต่ละครอบครัว คนธรรมดาส่วนใหญ่มีภรรยาเดียว แต่ตระกูลภักดีมีภรรยาคนเดียวเสมอมา อย่างเช่นยายทวดของหลานในสมัยก่อน ท่านเป็นทายาทคนสุดท้ายของตะกูลภักดี ตาทวดจึงแต่งเข้าตระกูลภักดี”
“ทางราชวงศ์เขาไม่คิดมากเรื่องผู้ชายแต่งเข้าตระกูลอื่นเหรอคะ?”
“จริงๆทางฝั่งนั้นอยากจะเป็นญาติกับเราอยู่แล้ว ด้วยอิทธิพลของตระกูลเราที่ทำงานรับใช้ในราชสำนักมานานหลายร้อยปี นายเหนือหัวหลวงในรัชกาลก่อนก็มีลูกหลานให้สืบทอดสกุลเยอะแยะ บางตระกูลก็ถวายลูกหลานเข้าวังเป็นสนม แม้นายหัวหลวงในรัชกาลนี้จะมีนางสนมไม่กี่สิบคน แต่ก็มีลูกหลานสืบสกุลมากพอควร หากพระธิดาหรือพระราชนัดดาแต่งกับตระกูลอื่นต้องมียศ ฐานะหรือทรัพย์สมบัติที่เหมาะสมถึงจะแต่งออกเรือนได้”
“ถ้าอย่างนั้นตามความเป็นจริง หนูต้องพูดภาษาคนในวังใช่ไหมคะ?”
“ถ้าในอยู่วัง เวลาเธอพูดกับฉันและท่านเจ้าพระยาศรีดำรงค์ศักดิ์หรือพระญาติท่านอื่นย่อมต้องพูดภาษาคนในวัง แต่ถ้าอยู่ข้างนอกไม่ต้องใช้ราชาศัพท์เหล่านั้น ถึงอย่างไรกึ่งหนึ่งก็เป็นข้าราชบริพาร ต้องพบปะคนที่ไม่ใช่พระญาติเป็นประจำ มันจะวุ่ยวายเสียเปล่าๆเวลาออกไปทำธุระ ทางราชสำนักจึงอนุโลมเรื่องพวกนี้”
ม่านฟ้าโล่งอกค่า ยิ่งโง่ๆเรื่องพวกนี้อยู่ด้วย ห่างจากวังได้จะดีที่สุด!
“แต่เมื่อเธอเข้าไปอยู่กับฉัน เธอจะต้องพูดให้เหมาะสมมากกว่านี้ ตอนอยู่บ้านสวนฉันอนุโลมให้เพราะเธอทำงานกับประชาชนทั่วไป”
ม่านฟ้าพยักหน้าอย่างเข้าใจ
ลุงสมยศกล่าว “คำลงท้ายควรพูดเจ้าค่ะหรือเจ้าคะด้วยนะคุณหนู เวลาพูดกับญาติผู้ใหญ่หรือพระญาติของเรานอกวัง ในวังก็เปลี่ยนเป็นเพคะ คนทั่วไปก็ค่ะเหมือนเดิม”
ม่านฟ้าปวดหัว เปลี่ยนเรื่องเถอะ!
“มาพูดถึงเรื่องทาสดีกว่าค่ะ ในจังหวัดสิงขรไม่มีร้านค้าทาสเลยนะคะ”
“เจ้าพระยาสาคร จัดแจงให้อยู่ตามหัวเมืองใหญ่ จังหวัดสิงขรอยู่ใกล้เมืองสยามคือหัวเมืองใหญ่ของภาคกลาง หากอยากซื้อทาส จะต้องไปซื้อในเมืองหลวงสยาม มันเป็นระเบียบและควบคุมพ่อค้าแม่ค้าทาสได้ง่ายขึ้น”
เธอไม่ค่อยชอบใจเรื่องการซื้อขายมนุษย์ แต่เธออยู่ยุคที่มีระบบศักดิ์นาแถมยังเป็นช่วงกำลังแย่งชิงทรัพยากรหลังเกิดการล่าอาณานิคมด้วย
ม่านฟ้ากุมหัว นึกถึงอนาคต โลกนี้มันโคตรอันตรายเลยนี่หว่า เธอยู่แต่ในจังหวัดเล็กๆจึงลืมอันตรายของโลกนี้
เธอไม่อยากจนแล้วขายตัวเองจนกลายเป็นทาสหรอกนะ บรื๋อออออ∼
“คิดอะไรของเธอ เด็กที่วันๆคิดแต่จะสร้างโรงงานโน่นนี่ ยังจะกลัวจนแล้วไปเป็นทาสอีกหรือ ไหนว่าอยากทำหนังขายให้ทั่วโลกดู”
“ท่านตารู้ทันหนูด้วย”
“วางใจเถอะ ถึงสมบัติเธอจะหมด ก็มาใช้ของฉันเถิด”
“รักท่านตาที่สุดเลย” ม่านฟ้ายิ้มประจบ คำนี้แหละที่รอคอย เธอไม่ได้หวังเล้ย… ฮ่าๆ