กำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 5 บทที่ 129 การรวมตัวของพยัคฆ์และมังกร

    บทที่ 129 การรวมตัวของพยัคฆ์และมังกร

            ลมหนาวพัดผ่าน เหมันต์กำลังมาเยือน

            เมืองชุยเสวี่ยมีชีวิตชีวามาก ฝูงชนพลุกพล่านนักรบหนุ่มจากทุกทิศปรากฏตัวไม่ขาดสายผู้แข็งแกร่งหลายคนได้รับเชิญให้ชมงานแต่งสุดยิ่งใหญ่ของตระกูลฉู่

            ตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียงเจ็ดวันก่อนถึงวันแต่งงาน

            แต่ในช่วงเวลานี้ก็มีข่าวแพร่กันในเมืองว่าคนงามที่ไม่มีใครเทียบได้ของตระกูลฉู่ยังคงไม่เลือกใครเป็นสามีและปิดประตูสนิทไม่รับแขกช่างลึกลับยิ่งนัก

            ยิ่งลึกลับและสวยงามมากเท่าใด มันก็ยิ่งกระตุ้นความสนใจของผู้คนมากขึ้นเท่านั้น

            เมื่อเร็วๆ นี้ มีคนสืบข่าวมาว่าฉู่เจิ้นหนานกำลังหัวหมุนวุ่นวายอยู่กับการจัดงานเลี้ยงเชิญกลุ่มอัจฉริยะรุ่นเยาว์จากเมืองชุยเสวี่ยมารวมตัวกันเพื่อหารือ

            แน่นอนว่าทั้งชายและหญิงสามารถเข้าร่วมในการชุมนุมนี้ได้ แต่ข้อกำหนดเบื้องต้นคือต้องได้รับเทียบเชิญจากฉู่เจิ้นหนานก่อนจึงจะมีสิทธิ์เข้างานได้

            ความหมายนี้ชัดเจนมาก หากต้องการเทียบเชิญนั้นต้องให้ของขวัญกับฉู่เจิ้นหนาน ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะย่างก้าวเข้าประตู

            แม้ว่านี่จะเป็นกับดักอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็ยังมีหญิงสาวชายหนุ่มจำนวนมากที่มุ่งมั่นจะทำตามและพยายามอย่างยิ่งเพื่อให้ได้รับเทียบเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงใหญ่ของเมืองชุยเสวี่ยในครั้งนี้

            เพราะทุกคนต่างก็ได้ข่าวมาว่าคนงามอันดับหนึ่งจากตระกูลฉู่จะปรากฏตัวในการรวมตัวกันครั้งนี้!

            เมื่อคนงามปรากฏ สรรพชีวิตย่อมยอมหมอบ!

            สำหรับตัวเลือกเจ้าบ่าวหลายๆ คนนี่เป็นโอกาสดีที่จะได้ใกล้ชิดกับนางและอาจเป็นโอกาสเดียวด้วย!พวกเขาอยากจะได้รับความโปรดปรานจากเทพธิดาอย่างยิ่ง

            สำหรับนักรบหญิงบางคน พวกนางเพียงต้องการดูว่าคนงามนี้งามสมคำร่ำลือ หรือไม่?ที่บอกว่านางงดงามมากดุจเทพธิดาจำแลงจากสวรรค์ หนึ่งยิ้มครองเมือง

            นอกจากนี้เมื่ออัจฉริยะมารวมตัวกัน บางคนย่อมเกิดความริษยาคนงามอาจเกิดเรื่องทะเลาะกันระหว่างพยัคฆ์และมังกรการแสดงที่น่าสนใจก็จะโหมโรงขึ้นทีละคู่

            เมืองชุยเสวี่ย สวนด้านหลังของจวนตระกูลเสวี่ย

            “ย๊า--!”

            ด้วยเสียงตะโกนอันดังฉู่อวิ๋นลุกขึ้นยืนและกระแทกฝ่ามือข้างหนึ่งไปทางทะเลสาบ ทันใดนั้นก็เกิดมังกรพุ่งคำรามขึ้นไปบนท้องฟ้า แสงอันแข็งแกร่งพุ่งออกมา จากฝ่ามือแสงสีทองสว่างไสว พลังองอาจอย่างไม่มีใครเทียบได้

            รอยฝ่ามือกระทบกับทะเลสาบราวกับมังกรทองที่พุ่งลงไปในน้ำ ก่อให้เกิดคลื่นน้ำรุนแรงระเบิดขึ้นสู่ท้องฟ้า

            จากนั้น ดูเหมือนทะเลสาบเล็กๆ ก็คล้ายจะเหือดแห้งกลายเป็นหยาดฝนตกลงมาจากท้องฟ้าทีละหยด ทำให้เกิดหมอกพิรุณโปรยปราย

            “แย่แล้ว กระบวนท่าที่สามของฝ่ามือมังกรพเนจรนี้มีพลังที่น่ากลัวมากจนระเบิดทั้งทะเลสาบได้ในครั้งเดียว”

            ฉู่อวิ๋นเกาหัวอย่างงุนงงเล็กน้อย และยืนกุมมือเอาไว้

            ในที่สุดเขาก็ฝึกฝนฝ่ามือมังกรพเนจรกระบวนท่าที่สามเก้ามังกรเขย่านภาสำเร็จผนึกฝ่ามือทั้งเก้ารวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้แล้ว

            ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยพรสวรรค์ของพลังปราณไฟหยางทำให้ฝ่ามือมังกรพเนจรมีปราณไฟร่วมด้วย พลังนี้จึงค่อนข้างน่ากลัวและไม่อาจมีใครเทียบได้

            “หึ เจ้าหนูไม่แย่นี่หว่าพลังฝ่ามือของเจ้าในตอนนี้เป็นหนึ่งในล้านของที่ข้ามีในตอนนั้น” โยวกู่จือกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

            “ผู้อาวุโส ข้าย่อมเชื่อในสิ่งที่ท่านพูดแน่นอนข้ายังรอคอยวันที่ท่านจะกลับมาสู่จุดสูงสุด แม้ว่าจะผ่านไปหลายร้อยปีก็ตาม”ฉู่อวิ๋นพูดประชด เดินออกจากลานบ้านแล้วกระโดดกลับไปที่ห้อง

            “เจ้าหนูสารเลว! ถ้ายังกล้าหัวเราะเยาะข้าอีก ข้า... ข้าจะ... ช่างเถอะข้าค่อยมาจัดการกับเจ้าทีหลัง” โยวกู่จืออ่อนข้อให้ ตอนนี้บอกได้เลยว่าวงแหวนอวกาศของฉู่อวิ๋นคือสิ่งเดียวที่เขาพึ่งพาได้ในตอนนี้

            ไม่นานมานี้ พอฉู่อวิ๋นแอบเข้ามาในจวนตระกูลเสวี่ย ก็ทำให้โยวกู่จือหวาดกลัวมากจนไม่กล้าพูดอะไรสักคำเพราะกลัวว่าจะถูกผู้แข็งแกร่งของจวนตระกูลเสวี่ยพบเข้า

            จากนั้นไม่นาน โยวกู่จือก็เปลี่ยนหัวข้อและถามว่า “แต่ว่าเรื่องพี่สาวเจ้าเจ้าจะทำอย่างไร?”

            “ทำอย่างไร? แน่นอนว่าต้องช่วยนางสิ” ฉู่อวิ๋นตอบอย่างไม่ลังเลด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

            แต่ในเวลานี้เมื่อคิดว่าฉู่ซินเหยาอาจถูกกักบริเวณในบ้านและต้องทนทุกข์ทรมานมากมายเขาก็รู้สึกเจ็บปวดในใจอย่างมากจนถึงกับคิ้วขมวด

            ในช่วงสองวันมานี้ จากปากของเสวี่ยหรูเยียน ฉู่อวิ๋นได้รับรู้มากมายเกี่ยวกับฉู่ซินเหยาและรู้ว่ายามนี้นางอยู่ที่เรีอนพักในเมืองชุยเสวี่ย

            เรือนหลังนี้ชื่อกลิ่นกำจร ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นจวนตระกูลเสวี่ยที่จัดการหาให้ตระกูลฉู่ และสถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งมั่นของฉู่เจิ้นหนานด้วย

            หลังจากทราบข่าว เดิมทีฉู่อวิ๋นคิดวางแผนที่จะไปสืบเสาะดู แต่เมื่อลองตรองดูแล้วก็ยั้งตัวเองเอาไว้ได้

            เพราะเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในเรือนกลิ่นกำจรตั้งแต่แผนผังโครงสร้างอาคารไปจนถึงระบบนักรบทหารยาม

            หากรีบรุดเข้าไปแล้วไปเจอกับผู้แข็งแกร่งจากขั้นพื้นพิภพเข้านั่นไม่ใช่ว่าพาตนเองไปตกหลุมพราง รนหาที่ตายหรอกหรือ?

            ไม่ต้องพูดถึงนักรบขั้นพื้นพิภพ แค่เผชิญหน้ากับฉู่เจิ้นหนานด้วยตัวเองฉู่อวิ๋นก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะสามารถจัดการกับอีกฝ่ายได้ ท้ายที่สุดแม้ว่าเขาจะฝึกฝนพายุยุทธ์ระดับห้าได้แล้ว ความแข็งแกร่งก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

            แต่ก็ยังต้องใช้เวลาพอสมควรก่อนจะกลับสู่ขั้นมหาสมุทร

            ฉู่อวิ๋นไม่รู้อะไรเกี่ยวกับความแข็งแกร่งที่แท้จริงของผู้นำตระกูลหลักเลยเขารู้แค่ว่าอีกฝ่ายเป็นนักรบขั้นมหาสมุทรระดับสูง

            “พรุ่งนี้ข้าต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้! บางทีอาจจะได้เจอพี่หญิงก็ได้”

            ฉู่อวิ๋นบอกกับตัวเอง เขาเพิ่งได้รับข่าวว่าฉู่เจิ้นหนานจัดงานเลี้ยงขึ้นไม่ว่าจะเป็นการช่วยคนหรือไปสืบเบาะแสล้วนเป็นโอกาสดีที่ไม่ควรพลาด

            โชคดีที่ตอนนี้เขาแอบเข้ามาในจวนตระกูลเสวี่ยแล้ว ต้องขอบคุณอำนาจของตระกูลเสวี่ยเขาถึงได้พึ่งโชคเข้าร่วมงานเลี้ยงเรือนกลิ่นกำจรพร้อมสองพี่น้องตระกูลเสวี่ยในวันพรุ่ง

            “เจ้าหนู ข้าไม่ได้จะบั่นทอนเจ้าหรอกนะ แต่ในงานนี้มีอัจฉริยะมากมายย่อมมีผู้แข็งแกร่งคอยดูแลเรือนกลิ่นกำจรอย่างลับๆ เป็นแน่”

            “หรือเจ้าอยากจะช่วยพี่สาวของเจ้าออกมาต่อหน้าทุกคน?”

            โยวกู่จือถอนหายใจเล็กน้อย คิดในแง่ร้ายเอาไว้ก่อน

            แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจว่าพายุยุทธ์ระดับห้าของฉู่อวิ๋นเป็นอย่างไรแต่ในฐานะผู้อาวุโสเมื่อพันปีก่อนเรื่องพื้นฐานเกี่ยวกับความแข็งแกร่งพวกนี้เขายังพอมีอยู่บ้าง

            ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของฉู่อวิ๋นเพียงพอที่จะรับมือกับนักรบระดับต่ำขั้นมหาสมุทรแต่กับศัตรูที่มีระดับการฝึกฝนที่สูงกว่านั้น ยังไม่ทราบผลลัพธ์แน่ชัด

            “มาถึงตอนนี้แล้ว เราทำได้แค่ก้าวไปทีละก้าว อย่างน้อยต้องพบพี่หญิงก่อน”

            ฉู่อวิ๋นถอนหายใจด้วยความหวาดหวั่นพลางกำหมัดแน่น

            จากนั้น เขาก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ผู้อาวุโสคราวนี้ข้าจะเข้าไปในถ้ำเสือ มีอันตรายซุ่มอยู่รอบด้าน อาจถูกเคราะห์เข้าจริงๆหากข้าไม่สามารถตามหาเชื้อสายของท่านได้ ต้องขออภัยด้วย”

            เมื่อได้ยินสิ่งนี้ โยวกู่จือก็ตะโกน เชอะ! ข้าโชคร้ายมานับพันปีแล้วและตอนนี้ก็โชคดีอยู่ ตราบใดที่มีข้าอยู่ เจ้าหนู เจ้าย่อมเปลี่ยนเคราะห์เป็นโชคเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสได้แน่!”

            ได้ยินเช่นนั้น ฉู่อวิ๋นก็ยกยิ้ม เขารู้ว่าตาเฒ่าคนนี้ให้กำลังใจเขา

            จากนั้น ฉู่อวิ๋นก็ไม่คิดอะไรอีกเริ่มเปิดใช้งานวิญญาณยุทธ์กระบี่บาปสวรรค์ใช้เวลานี้ในการฝึกฝนและเตรียมพร้อมสำหรับการรวมตัวครั้งใหญ่ในวันพรุ่งนี้

            พระอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้า ท้องนภาแจ่มใสไร้เมฆฝน

            ในวันนี้ ข่าวการเริ่มงานเลี้ยงของเรือนกลิ่นกำจรแพร่กไปทั่วสารทิศ!

            เมืองชุยเสวี่ยตกอยู่ในความวุ่นวาย หลายคนมาที่นี่ทันทีหลังจากทราบข่าวก่อนรีบไปยังบริเวณเรือนกลิ่นกำจร ก่อตัวเป็นคลื่นมนุษย์ คึกคักไปด้วยผู้คนมีชีวิตชีวา ทั้งยังแออัดยิ่งนัก

            ผู้คนนับไม่ถ้วนยืนเขย่งเท้าข้ามหัวกันวุ่นวาย หวังว่าจะได้เห็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่ประตูเรือนแห่งนี้

            สถานที่นี้แน่นขนัดไปด้วยผู้คน การสัญจรพลุกพล่านและแออัดจนดูเบียดเสียด เป็นเหตุการณ์สำคัญที่ไม่เคยมีมาก่อน

            “กุบกับ--!”

            เสียงกีบม้าดังอึกทึก สัตว์มีเขาสีดำสองตัวลากรถม้าเข้ามา ที่ด้านบนของรถม้ามีกระบี่ขนาดใหญ่สามเล่มเสียบอยู่รูปทรงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสง่างามอย่างยิ่ง

            ทันใดนั้น ชายหนุ่มผมม่วงก็เชิดหน้ายืดกายก้าวเท้าออกมาจากรถม้า สายตาที่เย็นชากวาดมองไปรอบๆและแอบสบถในใจ “พวกขยะ” จากนั้นจึงเดินตรงเข้าไปในเรือนกลิ่นขจร

            “เขาคนนี้คือนายน้อยแห่งเคหาสน์เขากระบี่! เขามาที่เมืองชุยเสวี่ยด้วยหรือ?”มีคนจำชายหนุ่มผมม่วงผู้นี้ได้ เขาดูตื่นเต้นมาก

            “ว่ากันว่าคนในเคหาสน์เขากระบี่ใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อค้นหายอดกระบี่จนชีวิตหาไม่ไม่คิดเลยว่านายน้อยของที่นั่นเองก็จะถูกผู้หญิงคนนี้ดึงดูดด้วย!” บางคนอุทาน

            “กุบกับ—!”

            เสียงดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้เป็นคชสารเขามังกรสี่เชือกที่วิ่งมาอย่างดุเดือดฝุ่นควันลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าเต็มไปด้วยความดุดัน

            รูปลักษณ์ของรถม้าเองก็ค่อนข้างดุร้าย มันมีรูปร่างเหมือนวัวป่า สองเขายกขึ้นเป็นแนวนอนพระอาทิตย์ส่องแสงกระทบ มีบรรยากาศวังเวงแผ่ออกมาทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเจ้าของรถม้าคันนี้จะต้องแข็งแกร่งและโหดร้ายมากเป็นแน่

            “กึก!”

            แน่นอนว่าเป็นชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งราวกับวัวคนนั้นเตะเปิดประตูรถม้าแล้วกระโดดลงมากล้ามเนื้อทั่วร่างกายของเขาเป็นมัดๆ

            ชายหนุ่มคนนี้ไม่สนใจเสียงโห่ตะโกนของฝูงชน เขาเดินตรงไปที่ลานเรือน

            “อัจฉริยะของเผ่าปีศาจวัวก็อยู่ที่นี่ด้วย!”มีคนบอกที่มาของชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งคนนี้

            “ว้าว! ไม่...ไม่ใช่กระมัง?! พวกเจ้าดูสิ!”ทันใดนั้นก็มีคนชี้ไปที่ด้านในรถม้าที่คล้ายวัวแล้วอุทานออกมาเสียงดังทำให้คนอื่นๆ เงยหน้าขึ้นมามอง

            เมื่อเห็นสิ่งนี้ ทุกคนก็วุ่นวายขึ้นมาทันที

            มองเห็นหญิงงามสองคนนอนเปลือยกายอยู่ในรถม้า

            เมื่อเห็นเช่นนั้น ทุกคนก็เข้าใจทันทีว่าชายหนุ่มที่แข็งแกร่งคนนี้เกินคาดยิ่งนัก!ออกมาจากบ้านก็ยังไม่ลืมพาสองหญิงงามมาเล่นสนุก!

            หลังจากการมาถึงของรถม้าหรูหราทั้งสองคันนี้บรรยากาศก็เริ่มร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ชายหญิงหลายคนก็เริ่มทยอยกันมาถึง

            แต่ละคนมีรัศมีที่โดดเด่นและมีภูมิหลังที่ลึกซึ้ง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาล้วนเป็นคนหนุ่มสาวที่มีความโดดเด่นทั้งยังมีความเย่อหยิ่งที่ทำให้ฝูงชนตกตะลึงจนอ้าปากค้าง

            ไม่คิดว่างานแต่งของตระกูลฉู่จะรวบรวมอัจฉริยะได้มากมายเช่นนี้ ปกติไม่ค่อยจะเคยเห็น!

            “กุบกับ--”

            พื้นดินสั่นสะเทือน และอีกครู่หนึ่ง รถม้าทองคำดำก็มาถึงรูปทรงรถม้างดงามมาก ประดับด้วยแร่ผลึกน้ำแข็ง ดูหรูหราสง่างาม

            รถม้าคันนี้ไม่แปลกตาสำหรับคนที่นี่เพราะนี่คือรถม้าพาหนะสำหรับตระกูลเสวี่ย

            ทันใดนั้น ชายหญิงคู่หนึ่งก็ก้าวลงมาช้าๆ พวกเขาทั้งบอบบางและสวยงามผิวขาวราวหิมะ ท่าทางและการเคลื่อนไหวดูสูงศักดิ์และสง่างามมากจนรู้สึกเหมือนเป็นสายลมช่วงวันสารท

            “คุณชายชุยเสวี่ยกับคุณหนูชุยเสวี่ยก็มาถึงแล้ว!”

            ไม่มีใครแปลกใจกับการปรากฏตัวคนทั้งคู่ เพราะทุกคนรู้ว่าเสวี่ยหานเฟยจะมาที่นี่ทุกวันทั้งยังเป็นเด็กหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ที่กระตือรือร้นที่สุดในการไล่ตามเทพธิดาของตระกูลฉู่

            แต่ในยามนี้เอง ก็มีชายหนุ่มสวมหน้ากากก้าวลงมาจากรถม้าทองคำดำของตระกูลเสวี่ยด้วย

            เขาสวมชุดหนังสัตว์ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดูเป็นอิสระและลึกลับ เดินเข้าไปในเรือนกลิ่นกำจรด้วย

            “เด็กหนุ่มคนนี้คือใคร? คนป่าจะเดินร่วมทางกับพี่น้องตระกูลเสวี่ยผู้สูงศักดิ์ได้อย่างไร?”หลายคนสับสน ขมวดคิ้วด้วยความงุนงง

            “เจ้านี่โง่จริง ว่ากันว่าเมื่อเร็วๆ นี้จวนตระกูลเสวี่ยได้รับอัจฉริยะรุ่นเยาว์จากตระกูลโบราณมา!ข้าได้ยินมาว่าเขามีพลังที่แข็งแกร่งมากและมีความสัมพันธ์อันดีกับคุณหนูตระกูลเสวี่ยอาจเป็นลูกเขยในอนาคตของตระกูลนี้ก็ได้!”

            “สวรรค์! ที่มายิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลย?!” มีคนปิดปากอุทาน

            “เดี๋ยวนะ!"

            ทันใดนั้นก็มีคนตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง “ข้าจำเขาได้!เด็กป่าคนนี้ไม่ใช่คนที่เพิ่งขายวัตถุดิบยาหายากถุงใหญ่หลายใบให้ร้านปรุงยาหรอกหรือ?”

            “อะไรนะ?!”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็ตื่นเต้นมากหลายคนเคยได้ยินข่าวและสนใจคนคนนี้มากแต่พวกเขาไม่คิดเลยว่าชายลึกลับคนนี้จะเป็นแขกของจวนตระกูลเสวี่ย!

            ดูเหมือนว่างานเลี้ยงครั้งนี้ จะเป็นการรวมตัวของพยัคฆ์และมังกรจริงๆ!

     

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139