ร้านขายของชำของผมที่ต่างโลก

    บทที่ 53

    ย้อนกลับมาที่ทางด้านของฌอนที่นั่งอยู่ที่เต็นท์ของตัวเอง ส่วนคนอื่นๆ พวกเขากำลังวางแผนกันว่าจะทำภารกิจใดได้บ้าง ยังไงหน่วยอินทรีย์ก็ไม่ยอมน้อยหน้าหน่วยอื่นๆแน่นอน แต่ก่อนหน้านั้น ฌอนก็ได้เตือนพวกเขาไปว่า“นี่มันก็สองทุ่มแล้ว พวกเจ้าค่อยไปปรึกษากันในเมืองก็ได้ แล้วก็นี่จดหมายแนะนำตัวของพวกเจ้า จงเอาไปยื่นให้กับผู้ช่วยของข้า แล้วเธอจะรู้เองว่าจะต้องทำยังไงกับพวกเจ้า” ทั้งสามรับจดหมายมา แล้วก็ตอบรับตามคำที่เคยเล่าเรียนมา จากนั้นพวกเขาก็เดินทางออกไป เวลานี้มันก็เหลือแค่ฌอนคนเดียวแล้ว ที่ยังอยู่กลางป่าแห่งนี้ในขณะที่พวกเขาสามคนกำลังเดินทางเตรียมที่จะเข้าเมือง ตามแผนของท่านฌอนที่ได้วางเอาไว้ให้ พวกเขาก็พูดคุยถึงแผนภารกิจที่ทางศูนย์ภารกิจส่งมาให้พวกเขาเลือกที่จะไปทำ“ไม่รู้ว่าพวกเราจะทำภารกิจไหนดี แต่มันก็มีภารกิจหนึ่งนะ ที่ข้าว่าเราน่าจะทำได้ดี” โจวกล่าวออกมาให้กับทุกๆคนฟัง“ภารกิจไหนหรือเจ้าคะ ท่านพี่โจว” โวโรนิก้ากล่าวออกมา และเธอกับโจวที่เป็นพี่น้องกัน ซึ่งทั้งหน่วยลับรุ่นก่อนไม่ได้มีใครทราบเลยเรื่องนี้ ยกเว้นคิริวที่เป็นเพื่อนสนิทกับพี่ชายของเธอ แต่ตอนนี้ก็ยกเว้นเพิ่มอีกหนึ่งคน คือท่านฌอนนั้นเองที่รู้แล้ว“นี่ไงพวกเจ้าดูภารกิจนี้สิ สังหารราชาคนเถื่อน กับกวาดล้างพวกมัน 700 กว่าคน ข้าว่าแค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วไหม” โจวกล่าวเพิ่มเติมออกมา แต่เป็นคิริวที่ไม่ได้เห็นด้วยกับโจวเลย เขาจึงกล่าวขึ้นมาว่า“เจ้าจะบ้าหรือยังไง เราอยู่ทิศทางตะวันออก แล้วจะให้เราไปทำทิศตะวันตก การคุ้มครองท่านฌอนก็มีปัญหากันพอดี.. ข้าว่าเราควรจะเลือกภารกิจนี้ดีกว่า..” คิริวหยิบกระดาษที่พวกเขาจดกันเป็นเป็นแผ่นๆ แล้วก็ปรากฏกระดาษใบหนึ่งที่มันเป็นงานที่เสี่ยงที่สุดที่พวกเขามาร์กเอาไว้“ภารกิจสังหารเจ้าชายบาร์โบน แห่งราชอาณาจักรแบล็กบาร์บิลอน พร้อมคณะผู้ติดตามอย่างโจ่งแจ้ง” คิริวกล่าวออกมาพร้อมกับยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย เขาอยากจะลองของมันมาตั้งนานแล้ว“หา เอาจริงรึ ถึงอาณาจักรแบล็กบาร์บิลอนจะอยู่ใกล้ๆกับเรา แต่มันจะไม่เสี่ยงไปอย่างนั้นหรือยังไงกัน ไหนจะต้องเดินข้ามพรหมแดนนั้นอีก มันก็ใช้เวลาเอาเรื่องอยู่นะ” โจวกล่าวออกมาอย่างร้อนรน แต่ก็ได้เสียงของน้องสาวตัวเองดังเตือนขึ้นมาก่อน“พี่นี่ล่ะก็ยังเหมือนเดิมเลยจริงๆ นี่ไม่อ่านรายละเอียดภารกิจเลยหรือยังไงกัน นี่เขากำลังจะเดินทางมาเจรจาที่เมืองหน้าด่านนี่เอง เรื่องการขอกำลังรบร่วมศึกจากทางอาณาจักรของท่านเรา แต่ขุนนางอีกฝั่งหนึ่งที่เป็นมือที่สาม ไม่ต้องการที่จะให้เราเข้ามายุ่งในสงครามครั้งนี้ เลยต้องจัดฉากให้เหมือนกับว่าพวกเราอาณาจักรดีไวท์ ไม่สามารถคุ้มครองเจ้าชายได้ จึงทำให้เกิดเหตุการณ์เลิกเป็นพันธมิตรต่อกันอะไรประมาณนี้”โวโรนิก้ากล่าวออกมาเพื่ออธิบายให้กับพี่ชายของเธอได้ฟังอย่างละเอียด แต่โจวก็มานั่งคิดตามสิ่งที่น้องสาวตัวเองบอก ว่ามันจะขัดต่อผลประโยชน์หรือจะนำปัญหากลับมาให้ท่านฌอนหรือไม่ แต่เมื่อมานึกคำสั่งของท่านฌอน ท่านก็แค่บอกว่าภารกิจไหนที่ศูนย์ภารกิจอนุมัติให้ทำ ก็แปลว่ามันไม่มีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน เพราะท่านกำชับให้รับแต่งานที่ไม่ส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงมากจนเกินไปเท่านั้น“เอาน่า เอาอันนี้แหละ จะทำการใหญ่ใจเราต้องนิ่งเข้าไว้ รับรอง เรามีชื่อเสียงโด่งดังอย่างแน่นอน เชื่อข้าเถอะ” คิริวกล่าวออกมาอย่างสบายใจ ก่อนที่เดินมาถึงจุดที่พวกเขาต้องเปลี่ยนเสื้อกับผ้า ก่อนที่จะเข้าไปยังตัวเมืองแผนของท่านฌอนคือ การเบี่ยงแบนความจริง พวกเขาเปลี่ยนเป็นชุดของทหารราบของอาณาจักรก่อนจะวิ่งเข้ามากันสามคน แล้วก็พูดกับหัวหน้าทหารยามตรงนั้นว่า“หัวหน้า!! พวกข้าได้รับการไหว้วานส่งจดหมายจากท่านฌอน ให้ส่งตรงถึงสามบุคคลเป็นการด่วนที่สุดขอรับ....” พวกเขาทั้งสามแสร้งวิ่งเข้ามาอย่างเหนื่อยหอบ ตัวหัวหน้ายามหน้าประตูเมื่อได้ยินก็รีบตะโกนออกมาเสียงดังว่า“เห้ย!! จริงหรือวะ พวกเอ็ง ... เปิดประตูให้พวกมันเร็วเข้า... พวกแกรีบไปจัดส่งเลยนะ” หัวหน้ายามคนนั้นกล่าวออกมาอย่างรีบร้อน“ขอบคุณมากครับหัวหน้า เดี๋ยวข้าขออนุญาตรีบนำจดหมายไปส่งก่อนนะขอรับ” คิริว และพักพวกแสร้งทำเป็นจะวิ่งต่อไป แต่เสียงที่ไม่ได้คาดคิดก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของพวกเขาก่อน“นี่พวกเจ้าน่ะ... พวกเจ้าพบกับท่านฌอนมาใช่ไหม พวกเจ้าพอจะรู้ไหมว่าท่านจะกลับมาเปิดร้านเมื่อไหร่... พอดีเมียข้ามันบ่นใหญ่แล้ว..ยาสีฟันที่บ้านข้ากำลังจะหมดลงไปพร้อมกับชีวิตน้อยๆของข้า ท่านฌอนได้บอกอะไรหรือป่าว” หัวหน้ายามกล่าวออกมาอีกครั้งหนึ่ง“ท่านฌอนบอกว่า วันพรุ่งนี้เช้าท่านจะรีบเข้าเมือง เห็นว่ามีธุระด่วน เลยให้ข้ามาส่งจดหมายถึงคนสามคนก่อนน่ะขอรับ” คิริวที่สติไหวที่สุดเอ่ยกล่าวออกมา“อย่างนั้นเหรอ พรุ่งนี้ก็น่าจะทัน.. พวกเจ้ารีบไปเถอะ เดี๋ยวท่านฌอนโกธรขึ้นมาแล้วพวกเราจะแย่.. เออจริงซิ ส่งเสร็จแล้วพวกเจ้าก็กลับไปรายงานตัวกับต้นสังกัดด้วยล่ะ เดี๋ยวเช็คยอดมาแล้วไม่ครบ มันจะวุ่นวายกันเอาได้” หัวหน้ายามกล่าวออกมา“ได้ขอรับ.. ถ้าอย่างนั้นพวกข้าขอตัวไปส่งจดหมายก่อนนะขอรับ” แล้วทั้งหมดก็แยกย้ายลากันตรงนั้น เมื่อหลุดพ้นมาได้ พวกก็ต่างถอนหายใจเฮือกหนึ่งออกมา ก่อนที่จะเปลี่ยนชุด แล้วเดินไปเคาะประตูร้านของท่านฌอนอย่างเบามือ ผู้คนที่เดินไปเดินมาต่างก็หัวเราะออกมา ก่อนที่จะมีชายคนหนึ่งเดินเข้าไปทักทายอย่างเป็นกันเอง“พวกเจ้าต้องมาวันอื่นแล้วแหละ เจ้าไม่เห็นป้ายหรือยังไงว่าร้านมันปิดชั่วคราวนะ” ชายคนนั้นกล่าวเตือน“ไม่ใช่อย่างนั้นขอรับ พี่ชาย พอดีพวกข้าได้รับการว่าจ้างจากท่านฌอน ให้มาส่งจดหมายแก่ท่านแนนซี่น่ะขอรับ” โจวกล่าวออกมา เพื่ออธิบายแก่ชายคนนั้น“อ่าว อย่างนั้นเองหรอกรึ ถ้าท่านแนนซี่ล่ะก็ ตอนนี้คงเดินเที่ยวอยู่ที่ตลาดตรงนู้นนะ เดินหาไม่ยาก ตรงไหนที่มีทหารเยอะๆก็ตรงนั้นล่ะ หรือว่าพวกเจ้าจะรออยู่ที่นี่ก็ได้ เดี๋ยวสักพักท่านก็คงจะกลับ”ชายคนนั้นอธิบายออกมาอย่างเป็นกันเอง ก่อนที่ชายคนนั้นจะถามเกี่ยวกับท่านฌอนนิดหน่อยว่าไปเจอกันที่ไหนอะไรยังไง คิริวก็อาสากล่าวตอบให้อย่างสุภาพ และเวลามันก็ผ่านไปได้ไม่นานแนนซี่ก็เดินกลับมาจากตลาด“นั่นไง ท่านแนนซี่มาแล้ว.. ยังไงข้าก็ขอตัวกลับก่อน เอาไว้พบกันใหม่นะน้องชาย” ชายคนนั้นกล่าวลากันเล็กน้อย และนี่ก็เป็นหนึ่งในแผนของท่านฌอนเหมือนกัน เขาตั้งใจที่จะสร้างตัวตนของทั้งสามคนขึ้นมาใหม่ เป็นพลเมืองที่สามารถเข้าออกเมืองมาลีนแห่งนี้ได้อย่างสะดวก เพราะบางอย่างเขาก็ไม่สามารถออกหน้าได้เอง