“น้องซินเยว่รอพี่เป่านานไหมจ๊ะ” จางเป่าตรงเข้าไปกอดหญิงสาวจากด้านหลัง เขาสูดดมกลิ่นหอมที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าของเธออย่างพอใจ “พี่เป่าขอโทษด้วยนะจ๊ะ ต้องโทษไอ้น้องชายตัวดีนั่นที่ทำให้พี่เป่าต้องเสียเวลา”
ผ่านไปสักพักจางเป่าก็ยังไม่เห็นทีท่าว่าหญิงสาวจะหันหน้ากลับมา แต่ในใจเขากลับคิดว่าหญิงสาวคงจะเขิน เพราะดูไปแล้วครั้งนี้คงจะเป็ครั้งแรกของเธอ เพราะฉะนั้นเขาต้องอดใจรอให้เธอพร้อมอีกสักหน่อย อย่างไรเสียของหวานที่อยู่ตรงหน้าก็คงจะหนีไม่พ้นมือเขาอย่างแน่นอน “น้องซินเยว่จะไม่หันหน้ามาให้พี่เป่าได้มองหน้าสวยๆ ของเธอหน่อยหรือจ๊ะ หรือว่าเธอยังเขินพี่อยู่ ไม่เป็ไรนะ นั่งอยู่อย่างนี้อีกสักพักก็ได้ อีกเดี๋ยวเธอก็จะหายเขินเอง”
ไกลออกไปอีกหน่อยก็มีเสียงชายหญิงคู่หนึ่งกำลังพูดกันด้วยเสียงเครียด และพวกเขาก็กำลังเดินตรงมาทางริมแม่น้ำ ซึ่งเป็จุดที่จางเป่ากำลังนั่งอยู่
“ฉันได้ยินซูลี่นัดกับพี่จางเป่าจริงๆ นะคะคุณจื่อหยวน ฉันยังแปลกใจอยู่เลยว่าทำไมวันนี้เธอถึงไม่รอมาที่นี่พร้อมคุณ พอฉันถาม เธอก็บอกว่าคุณไม่ว่าง” ฟางซินเยว่ร้องขึ้นเมื่อเธอกับซ่งจื่อหยวนเห็นคนสองคนกำลังนั่งกอดกันอยู่ “ว๊าย! ซูลี่ ทำไมเธอถึงปล่อยให้ผู้ชายกอดเธออยู่อย่างนั้นล่ะ ไม่ใช่ว่าเธอคบอยู่กับคุณจื่อหยวนหรอกหรือ นี่เธอสวมเขาให้แฟนเธอหรือเนี่ย”
ฟางซินเยว่หันไปมองซ่งจื่อหยวนอย่างเห็นใจ “คุณจื่อหยวนคะ ฉันขอโทษแทนซูลี่ด้วยนะคะ ฉันคิดว่าซูลี่จะแก้ไขนิสัยเดิมของตัวเองได้แล้วเสียอีก แต่ฉันไม่คิดว่า...”
“นิสัยเดิม?” ซ่งจื่อหยวนถาม
“ก่อนที่จะมาอยู่ที่ชนบทฉันคบกับผู้ชายอยู่คนหนึ่งค่ะ พวกเรารักกันมาก แต่เป็เพราะซูลี่ เอ่อ...ซูลี่ไปให้ท่าเขา ฉันก็เลยต้องเป็คนถอยออกมา ฉันเกือบจะเลิกคบกับเธอไปแล้วนะคะ ถ้าไม่ใช่เพราะแม่เลี้ยงกับน้องสาวของเธออยากให้ฉันตามมาดูแลเธอที่นี่”
“ฉันไม่รู้มาก่อนเลยนะซินเยว่ว่าเธอก็เคยมีแฟนกับเขาด้วย และก็ขอบใจเธอมากที่ทำให้ฉันรู้ความจริงขึ้นมาอีกเื่หนึ่ง” หลินซูลี่เดินออกมาจากที่ซ่อนพร้อมกับเหวินเฉียว
“ซู...ซูลี่ เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วใครที่อยู่กับเ้าอันธพาลจางเป่านั่นล่ะ” ฟางซินเยว่ถามขึ้นอย่างใ
“น้องซินเยว่ ทำไมน้องถึงไปยืนอยู่ตรงนั้น แล้วคนที่อยู่กับพี่เป็ใคร?” จางเป่ายังคงตามเื่ราวทั้งหมดไม่ทัน
“เป็ผมเองล่ะพี่ชาย” พูดจบจางชิงก็ต่อยหน้าจางเป่าไปเต็มแรง จนทำให้จางเป่าหงายหลังลงไปนอนนับดาวอยู่บนพื้น
“พี่ใหญ่จาง! คุณ...คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” ฟางซินเยว่ใเป็ครั้งที่สอง หากเื่ที่เธอกับจางเป่าร่วมมือกันหลอกหลินซูลี่มาทำมิดีมิร้ายรู้กันเฉพาะในกลุ่มยุวชนของพวกเธอ เื่มันก็อาจจะตกลงกันง่ายขึ้น แต่จางชิงถือเป็เ้าหน้าที่ของรัฐคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นความผิดของเธอกับจางเป่าก็คงจะปิดบังเอาไว้ไม่ได้แล้ว
“ที่คุณใเพราะผมทำให้แผนการของคุณล้มเหลวเป็ครั้งที่สองแล้วใช่ไหม” จางชิงพูดขึ้น
“หมายความว่ายังไงหรือครับพี่ใหญ่จาง” ซ่งจื่อหยวนถาม
“เมื่อวันก่อน ยุวชนฟางก็มาหลอกใช้แม่ผมเพื่อให้ทำร้ายยุวชนหลิน แต่ผมกับแม่รู้ทันแผนการของเธอเสียก่อน”
“ไม่เกี่ยวกับฉันนะ แม่คุณเองต่างหากที่อยากได้หลินซูลี่มาเป็ลูกสะใภ้ ฉันก็แค่คิดวิธีช่วยเท่านั้นเอง” ฟางซินเยว่รีบปฏิเสธ
“ช่วยด้วยการบอกว่ายุวชนหลินมีคนรักนิสัยไม่ดีรออยู่ที่เมืองหลวง แล้วก็เลยจะให้ลูกชายของฉันรวบหัวรวบหางยุวชนหลินให้ได้ก่อนที่เธอจะกลับไปอยู่ที่เมืองหลวงน่ะหรือ” ป้าจางที่เพิ่งกลับจากพาถิงถิงไปเยี่ยมญาติที่หมู่บ้านข้างๆ ก็ผ่านมาได้ยินเข้าพอดี เพราะถนนเส้นนี้ถูกสร้างขนานกับริมแม่น้ำ
“คุณป้าจาง! คุ...คุณป้ามาได้ยังไงคะ”
“ฉันจะมาได้ยังไงมันไม่สำคัญหรอก สำคัญที่เธอทำไมถึงพยายามวางแผนทำร้ายยุวชนหลินซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนดีๆ ที่ไหนเขาคิดแต่เื่ร้ายๆ อย่างนี้กัน” ป้าจางหันไปพูดกับลูกชาย “แม่ว่านะอาชิง คนแบบนี้ปล่อยให้อยู่ข้างนอกต่อไปก็ไม่ได้หรอก ส่งให้เ้าหน้าที่เอาไปดัดนิสัยสักหน่อยดีกว่า”
“ไม่...ไม่นะ” ฟางซินเยว่รีบเข้าไปคุกเข่าต่อหน้าหลินซูลี่ “ซูลี่ ฉันผิดไปแล้ว เธอปล่อยฉันไปเถอะนะ เธออย่าเอาเื่ฉันเลย ฉันยอมทุกอย่างก็ได้ ไม่ว่าเธอจะใช้ให้ฉันทำอะไร ฉันก็จะยอมทำตามที่เธอพูดทั้งหมด แต่ขอร้องว่าอย่าส่งฉันเข้าไปอยู่ในคุกเลยนะ”
“เธอเข้าไปนอนในนั้นดูสักคืนก็แล้วกัน ฉันจะได้มั่นใจว่าเธอจะทำได้อย่างที่พูด”
“ฮือๆๆ ซูลี่ เธออย่าใจร้ายกับฉันเลยนะ ฉันยอมแล้ว เธอเชื่อใจฉันได้ ต่อไปนี้ฉันจะทำตามคำสั่งเธอแค่คนเดียวจริงๆ” ฟางซินเยว่ยังร้องไห้ไม่หยุด
“แสดงว่าที่ผ่านมาเธอคงทำตามคำสั่งของใครบางคนอยู่ล่ะสินะ”
“แม่เลี้ยงกับน้องสาวของเธอเป็คนส่งฉันให้มาอยู่ที่นี่กับเธอ” ฟางซินเยว่รีบตอบออกไปทันที
“ส่งมาอยู่ที่นี่ ไม่ใช่ว่าเธอสมัครใจที่จะมาใช้ชีวิตในชนบทเองหรอกหรือ”
“นั่นแค่ส่วนหนึ่ง แต่ว่ายังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่ฉันไม่ได้บอกเธอ”
“งั้นเธอก็ไม่ต้องบอก พี่ใหญ่จางคะ ส่งเธอเข้าไปนอนในห้องขังสักคืนเถอะค่ะ ตอนนี้ฉันยังคิดอะไรไม่ออก เอาไว้พรุ่งนี้ฉันจะไปพบเ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีอีกครั้งค่ะ” หลินซูลี่พูดจบก็เดินกลับบ้านโดยไม่สนใจที่จะหันมามองฟางซินเยว่อีก
“เดี๋ยวก่อนสิซูลี่ เธอฟังฉันก่อน เธอเปิดโอกาสให้ฉันได้พูดก่อนสิ ซูลี่ หลินซูลี่” ฟางซินเยว่ยังะโต่อ แต่หลินซูลี่ก็ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
หลินซูลี่เดินกลับบ้านพักด้วยความสงสัย เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าที่ฟางซินเยว่มาอยู่ที่ชนบทก็เพราะแม่เลี้ยงอยากให้มีคนคอยรายงานความเคลื่อนไหวของเธอให้นางรู้ มันเื่อะไรกันแน่ที่แม่เลี้ยงต้องคอยตามดูความเคลื่อนไหวของเธอ หรือว่าการที่เธอได้กลับมาในอดีตอีกครั้งมันจะไม่ใช่แค่เธอต้องกลับมาแก้ไขความล้มเหลวในชีวิตของตัวเอง แต่มันยังมีเื่อื่นที่ต้องแก้ไขอีก
อันที่จริงเื่วันนี้หลินซูลี่ก็ไม่อยากทำรุนแรงกับฟางซินเยว่มากนัก แต่คนผิดยังไงก็ต้องได้รับบทเรียน และยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่หลินซูลี่อยากส่งฟางซินเยว่เข้าไปนอนในห้องขัง นั่นก็เพราะชีวิตที่แล้วฟางซินเยว่ก็เป็ตัวแปรสำคัญที่ทำให้ชีวิตของหลินซูลี่ต้องล้มเหลว ดังนั้นหากหลินซูลี่้าที่จะเปลี่ยนแปลงอดีตของตัวเอง เธอก็จะต้องเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของฟางซินเยว่ให้ได้เสียก่อน
เธอจะต้องทำให้ฟางซินเยว่หันเป้าหมายใหม่ไปที่หลินเว่ยฉิง ในเมื่อชีวิตที่แล้วหลินเว่ยฉิงกับเฉินเฮ่าจงได้ใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข ครั้งนี้เธอจะไม่ปล่อยให้พวกเขามีความสุขอย่างนั้นอีกแล้ว ดังนั้นเธอต้องดึงยางซินเยว่ให้เข้ามาเป็พวกของเธอให้ได้
ฟางซินเยว่นั้นเป็คนฉลาดและเรียนเก่งมาก เพียงแต่เธอเติบโตมากับครอบครัวที่มองไม่เห็นความสำคัญของลูกสาว เธอขาดความรักและความอบอุ่นจากครอบครัว ความอิจฉาและความริษยาจึงเกาะอยู่ในใจของเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การโหยหาความรักและความทะเยอทะยาน อยากได้อยากมีเหมือนคนอื่นนั้นไม่ใช่เื่ผิด แต่ผิดที่ฟางซินเยว่เลือกที่จะทำร้ายคนอื่นเพื่อให้ตัวเองสมความปรารถนานั้นต่างหาก
“ซูลี่” ซ่งจื่อหยวนเรียกแฟนสาว หลังจากที่เขาเห็นเธอนั่งเงียบ “คุณกำลังเสียใจที่ส่งฟางซินเยว่เข้าห้องขังหรือ”
“เปล่าหรอกค่ะ ฉันแค่กำลังคิดว่าทำไมแม่เลี้ยงของฉันถึงได้สนใจความเป็อยู่ของฉันนัก พวกเขากำลังปิดบังอะไรอยู่กันแน่”
“กลับไปเมืองหลวงเราก็ค่อยหาคำตอบกันก็ได้ ผมจะช่วยคุณทุกอย่าง”
“ขอบคุณนะคะจื่อหยวนที่คุณคอยอยู่เคียงข้างฉันเสมอ” หลินซูลี่ยิ้มให้แฟนหนุ่ม
“ผมเคยบอกไว้แล้วไงว่าต่อไปนี้ผมจะดูแลและปกป้องคุณเอง” ซ่งจื่อหยวนจับมือแฟนสาวไว้และบีบมือเธอเบาๆ
“ฉันคิดว่าฉันเจอผู้ช่วยที่เหมาะสมแล้วคนหนึ่งค่ะและคนๆ นั้นเข้าถึงแม่เลี้ยงกับน้องสาวของฉันได้ไม่ยากด้วย”
“ใครกัน” ซ่งจื่อหยวนนิ่งคิด “ฟางซินเยว่หรือ?”
หลินซูลี่พยักหน้ารับ “ใช่ค่ะ และฉันก็หวังว่าการที่เธอได้เข้าไปนอนในห้องขังมาหนึ่งคืน มันจะทำให้เธอฉลาดขึ้น”