ในรอบพิเศษของการกินอาหารเช้าที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยในครอบครัวของพวกเราอาจจะมีบ้างที่เป็วันพิเศษแต่นานๆครั้งที่หลังจากกินอาหารเสร็จแล้วก็จะมีของว่างพวกขนมหรือผลไม้ที่เหลือจากเอาไปขายนั่นเอง แต่ไม่ต้องพูดถึงเื่อาหารหลักเพราะไม่มีทางเลยที่จะได้กินหลายๆรอบแบบเหลือเฟืออย่างตอนนี้
แน่นอนว่าพวกเราทุกๆคนในตอนนี้มีความสุขและอิ่มจากการได้กินอาหารเช้าอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่จำต้องอิ่ม หรือแค่รองท้อง หรืออิ่มทิพย์
“รสชาติเผ็ดร้อนดี อร่อยมาก”ตา
“ใช่ๆ กินแกล้มกับผักน่าจะเข้าท่ามากนะ”ปู่
ผักก็ต้องเก็บไว้ทำกับข้าวมื้อต่อไปจะมากินทีละหลายรอบก็ไม่ได้ อะไรๆ ก็ต้องประหยัดพูดง่ายๆเลยว่าแต่ละมื้อต้องจำกัดจำนวนอาหารเอาไว้แค่ไหนแค่นั้นเลย ไม่มีการเติมหรือเพิ่มแต่อย่างใด ถ้าจะกินอีกครั้งก็ต้องรอถึงมื้อถัดไปเลยถึงจะได้กิน
“ซู๊ด…..ซู๊ด…..อ้า…..”เสียงซูดปากเบาๆจากเด็กๆ แต่ก็ยังก้มหน้าก้มตากินกับข้าวสุดแสนอร่อยตรงหน้าที่มีเนื้อไก่ย่างแน่นๆ นานเท่าไหร่กันแล้วนะพี่พวกเขาไม่ได้กินอาหารจานเนื้อจำนวนมากถึงขนาดนี้ แล้วไหนจะข้าวสวยเต็มๆถ้วยนี่อีกไม่ต้องกินเป็ข้าวต้มเพื่อซดน้ำข้าวกันให้มีพลัง
“แม่บอกแล้วว่าชามที่พวกหนูกินน่ะให้ใส่พริกน้อยๆน่ะ ดูสิปากแดงกันหมดเลย”แม่
“ไม่เผ็ดไม่อร่อยนะคะแม่ แบบนี้ล่ะสุดยอดเลยเห็ดน้อยชอบมาก”เห็ดน้อย
“ใช่ค่ะพริกหวานก็ชอบรสชาติแบบนี้มากๆเลย ถึงแม้จะเผ็ดไปนิดก็ตามแต่อร่อยสุดเลย”พี่สาวพริกหวาน
“อย่างที่น้องๆพูดเลยฮะแม่ มันจะต้องมีรสเผ็ดๆหน่อยถึงกินอร่อยฮะ”พี่รองถู่โต้ว
“ใช่ฮะ”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“จ้า ชอบก็ชอบลูก”แม่
“กินข้าวรอบสองเสร็จแล้วน้องเห็ดน้อยจะลองวาดรูปอื่นๆเพิ่มเติมอีกไหม”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“อ่าฮะ…แน่นอนพี่ใหญ่ เห็ดน้อยจะต้องลองวาดอีกอยากจะรู้เหมือนกันว่าวันนี้เห็ดน้อยจะสามารถวาดรูปวิเศษพวกนี้ได้กี่รูปกันและมันจะได้ผลเหมือนไก่ย่างกับถังใส่ข้าวสารหรือไม่”เห็ดน้อย
“พวกพี่เองก็จะรอดูนะน้องเห็ดน้อย”พี่รองถู่โต้ว
“ตื่นเต้นจังเลย รูปต่อไปน้องเห็ดน้อยอยากจะวาดรูปอะไรอย่างงั้นเหรอ”พี่หนานกวา
“จะเป็ของกินอีกไหมน้องเห็ดน้อย”พี่่ขู่เฉิง
“หรือจะเป็พวกของใช้แบบอื่นๆ”พี่หยางชง
“หรือจะเป็พวกขนมหรือเปล่าน้องเห็ดน้อย”พี่ต้าซ่วน
พวกพี่ชายต่างแย่งกันถามคำถามว่าภาพต่อไปที่เห็ดน้อยจะวาดรูปนั้นคือรูปอะไรอย่างตื่นเต้น
“พี่ชายหยุดเลยนะ ตอนนี้เวลากินอาหารนะห้ามพูดหรือส่งเสียงดังนะ”พี่สาวพริกหวานท้าวสะเอวว่าซะแล้วสิ
“เอ่อ………..”พวกพี่ชาย เลยหยุดถามคำถามต่อไปแทบไม่ทันเลย
“ฮ่า….ฮ่า….ฮ่า…..”พวกผู้ใหญ่ต่างพากันหัวเราะพวกพี่ชายที่ดูจะเกรงใจน้องสาวทั้งสองคนเป็อย่างมากเลย
“อย่างที่น้องสาวพูดนะเด็กๆ เวลากินอาหารให้กินก่อนให้เรียบร้อยเรามีเวลาคุยกันอีกเยอะนะลูก”ยาย
“ครับ”พวกพี่ชาย
“งั้นกินกันให้อิ่มเสียก่อนไว้ค่อยถามน้องเห็ดน้อยของพวกเราทีหลังนะ”ย่า
ตอนนี้พวกพี่ชายเลยตั้งใจกินข้าวกันอีกรอบ แต่ก็ยังมีคุยกันบ้างเล็กๆน้อย ว่าอาหารอร่อยมากถ้าเปลี่ยนเป็เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อปลาจะมีรสชาติแบบไหนบ้าง
เมื่ออาหารมื้อหรูหราของพวกเราเสร็จสิ้นแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาพูดคุยกันในเื่ของการวาดรูปต่อไปของเห็ดน้อยกันเลยไม่รอช้า
“น้องเห็ดน้อย ระ….รูป…”พวกพี่ชาย ที่ตั้งท่ารอจะถามคำถามต่อหลังจากตอนนี้พวกเรากินอาหารกันจนอิ่มและเก็บให้เรียบร้อยแล้ว
“หยุดก่อนเลยพวกพี่ๆ ให้น้องเห็ดน้อยพูดบ้าง”พี่สาวพริกหาน
“ครับผม”พวกพี่ชาย
“เห็ดน้อย กำลังคิดและไตร่ตรองอยู่ค่ะทุกๆคนช่วยกันตั้งใจฟังและวิเคราะห์ตามเห็ดน้อยนะคะ”เห็ดน้อย
“ตกลง”ทุกๆ คน รอฟังอย่างตั้งใจว่าเห็ดน้อยจะพูดเื่อะไรที่สำคัญออกมากัน
“ในตอนแรกที่เห็ดน้อยวาดรูปไก่ย่างถาดใหญ่นี้ออกมา เพียงแต่นึกเห็นเ้าไก่ตัวนั้นที่พ่อจะไปขายน่ะค่ะ และเห็ดน้อยอยากกินเลยวาดรูปไก่ย่างตัวอ้วนใหญ่มาแทนโดยไม่ได้คิดอะไรเลย และกลับกลายเป็ว่ามันคือเ้าไก่ย่างถาดนั้นขึ้นมาจริงๆ”เห็ดน้อย
เมื่อฟังจากตรงนี้คนเป็พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ลุงป้าน้าอา ได้ฟังแล้วก็อดที่จะน้ำตาปริ่มไม่ได้ลูกหลานคงอยากจะกินอาหารจานเนื้อกันบ้างแต่ทำอย่างไรได้ ส่วนใหญ่พวกเราจำเป็จะต้องนำไปขายเพื่อเอาเงินไปซื้อจำพวกข้าวสาร อาหารแห้งที่จำเป็อย่างอื่นมาก่อน
“ทุกๆ คนคะไม่เป็ไรค่ะตอนนี้ไม่ใช่ว่าเห็ดน้อยกับพวกพี่ๆได้กินเนื้อสัตว์จนอิ่มจนพุงของเห็ดน้อยยื่นออกมาแล้วนี่ไงคะ แม่คะ พ่อคะจับดูสิ”เห็ดน้อยเดินไปหาแม่ และเปิดพุงทำท่ายื่นออกมาให้แม่ได้ดู ทำให้รู้สึกผิดเหมือนกันที่พูดแบบนั้นออกมาจนทำให้คนโตในบ้านเกิดความรู้สึกไม่ดีแบบนี้ พวกท่านดูเศร้ากันมากๆเลย
“จ้ะ พุงน้อยๆของเห็ดน้อยยื่นออกมาเยอะเลย”แม่
“น้องเห็ดน้อยเอาเสื้อลงนะ”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“ใช่ๆ น้องเห็ดน้อยมันโป๊อย่าเปิดเสื้อขึ้นโชว์พุงแบบนี้ไม่ดีเลยนะ”พี่รองถู่โต้ว
“ใช่ๆโป๊”พวกพี่ชาย
“ปิดเร็วลูก พี่ชายหวงแล้วเห็นไหม”แม่
“เฮ้อ…..เห็ดน้อยตัวจิ๊ดเดียวแค่นี้จะโป๊ได้ยังไง เห็ดน้อยยังเด็กนะ เด็กน่ะเหมือนพวกพี่ชายแหละที่ยังเป็เด็กตัวจิ๋วเนี่ย”เห็ดน้อย
“............!!!!”พวกพี่ชาย ที่ได้ยินว่าเห็ดน้อยบอกว่าพี่ชายก็เด็กนะ แถมจะย้ำคำว่าตัวจิ๋วเพิ่มเติมมาอีกซึ่งพวกพี่ชายรับไม่ได้เลยจริงๆ
พวกพี่ชาย ต่างพยายามทำตัวยืดให้ดูสูงใหญ่ขึ้นมากันทันทีทันใดเลย เห็ดน้อยเห็นก็อดส่ายหน้าเป็ไม่ได้ แล้วทำให้นึกถึงเ้าอึ่งอ่างที่มันพยายามทำตัวพองให้ใหญ่โตขึ้นมาเลย
“พวกพี่ชายทำท่าอะไรกันน่ะ แปลกประหลาดเสียจริงๆช่างทำตัวเป็เด็กน้อยมากเลยนะ”พี่สาวพริกหวานถึงกับส่ายหน้าไปด้วยอีกคนและบ่นว่าออกมาดังๆเสียด้วยสิ
“แฟ่บ…..” พวกพี่ชาย จากที่พยายามยืดตัวโตกันเต็มที่ก็เหมือนโดนปล่อยจุกลมออกมาอย่างรวดเร็วกันเลย
“ฮ่า…..ฮ่า….ฮ่า…..”พวกผู้ใหญ่
“เอาล่ะพวกพี่ชายเลิกเล่นได้แล้วนะ และตั้งใจฟังน้องเห็ดน้อยต่อ เข้าใจไหม”พี่สาวพริกหวาน
“ครับผม”พวกพี่ชาย
“เห็ดน้อยจะพูดต่อเลยนะคะทุกคน”เห็ดน้อย
“ค่ะ” “ครับ” ทุกๆ คน
“พอหลังจากรูปวาดแรกที่มันออกมาวิเศษแบบนี้ เห็ดน้อยเลยตั้งใจวาดข้าวสารเต็มถังถึง 2 ถังออกมาเพราะว่าอย่างแรกเลยเรามีเนื้อสัตว์แล้ว และตอนนี้ข้าวสารน่าจะเป็อะไรที่เป็ประโยชน์กับบ้านเรามากที่สุดด้วยค่ะในตอนนี้
เพราะถ้าเห็ดน้อยวาดรูปเนื้อสัตว์ซ้อนมาอีกรูปหนึ่ง ก็จะทำให้เราอดรับรู้ว่าถ้าเป็พวกพืช ผักในรูปแบบอื่นๆรูปวาดพวกนี้จะออกมาเป็ของจริงได้อีกหรือไม่ เห็ดน้อยเลยตัดสินใจวาดข้าวสารออกมาค่ะ แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะได้มาตามที่วาดออกมาเป๊ะๆ แบบนี้ขาดแต่ว่า…..”เห็ดน้อย นิ่งเงียบไปสักพักหนึ่ง
“แต่…แต่ว่าอะไรเหรอน้องเห็ดน้อย”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“ใช่ขาดแต่ว่าอะไรงั้นเหรอ”พี่รองถู่โต้ว
“ก็ในรูปวาดที่เห็ดน้อยวาดในรูปที่สอง เห็ดน้อยวาดรูปรวงข้าวแบบที่ยังไม่ได้สีข้าวออกมาด้วยไงล่ะคะ นั่นไงรูปนั้นยังอยู่บนพื้นอยู่เลย มันไม่ได้ออกมาด้วยค่ะ”เห็ดน้อย ชี้ไปที่พื้นแต่ยังคงพอเห็นร่องรอยรูปรวงข้าวอยู่บ้าง เพราะตอนที่ ปู่ ตา พ่อ อาและน้าชาย ต่างช่วยกันเก็บถังข้าวสารเข้าบ้านไปนั้นได้เหยียบย่ำบนพื้นตรงที่วาดรูปไปเสียส่วนใหญ่
“จริงด้วย”ทุกๆคน มองตามนิ้วมือที่เห็ดน้อยชี้ให้ดูถึงกับตาโตกันและครุ่นคิดกันไปพร้อมๆกันด้วย และต่างออกความคิดเห็นกันออกมาด้วยว่า….
“หรือว่าในแต่ละรูปวาดจะออกมาเสมือนของจริงได้เพียงแค่ทีละอย่างงั้นเหรอลูก”แม่
“ก็อาจจะเป็ไปได้นะพี่ว่า”พ่อ
“แต่ว่าหลานเห็ดน้อยจะสามารถวาดรูปภาพวิเศษที่เหมือนจริงพวกนี้ได้เรื่อยๆอย่างงั้นเหรอเพียงในวันเดียวน่ะ”อาสะใภ้
“แบบนั้นมันก็จะสุดแสนวิเศษเลยน่ะสิ แต่มันจะเป็ไปได้จริงๆเหรอ”น้าสะใภ้
“ไม่ลองก็ไม่รู้นี่หน่า ต้องให้หลานเห็ดน้อยลองวาดรูปไปเรื่อยๆก่อน”อาเล็ก น้องชายคนเดียวของพ่อที่เห็ดน้อยกับหลานๆจะเรียกแบบนั้น
“แต่มันก็แปลกมากรวงข้าวกับข้าวสารมันก็คือพืชอย่างเดียวกันแต่ทำไมถึงไม่สามารถออกมาเป็ของจริงได้ล่ะ”น้าเล็ก น้องชายคนเดียวของแม่ก็เช่นกันที่หลานๆก็เรียกว่าน้าเล็ก
“นี่แหละค่ะรูปที่สามที่เห็ดน้อยกำลังคิดจะวาดรูปออกมานั้น เห็ดน้อยคิดว่าเราควรจะเน้นไปในเื่ข้าวของที่จำเป็สำหรับครอบครัวของพวกเราตอนนี้ก่อนดีไหมคะ พอรูปที่สี่และรูปต่อๆไปค่อยลองวาดอะไรที่มันกว้างออกไป”เห็ดน้อย ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเกิดว่าวาดได้รูปสุดท้ายขึ้นมาสำหรับวันนี้อย่างน้อยๆก็ทำให้มั่นใจว่าครอบครัวจะอยู่ต่อได้อีกสักนิดก็ยังดี
“ของที่จำเป็สำหรับครอบครัวงั้นเหรอน้องเห็ดน้อย”พี่สาวพริกหวาน
“ใช่เลยพี่พริกหวาน เพราะเห็ดน้อยเองก็ไม่มั่นใจเลยว่าพลังวิเศษในการวาดรูปออกมาแบบนี้จะสามารถวาดได้ทุกวันไหม และวันละกี่รูป และถ้าเกิดว่าจะวาดได้อีก 7 วันข้างหน้าหรือ 15 วัน หรือเดือนละครั้งก็อาจจะเป็ไปได้
แต่ที่แน่ๆในรูปแบบพืช ผัก ที่มันออกมาในรูปแบบกึ่งๆมีชีวิตและไม่มีชีวิตในรูปแบบหนึ่งไม่สามารถเปลี่ยนเป็ของจริงได้ ดูได้จากเ้ารวงข้าวพวกนั้น เพราะฉะนั้นเห็ดน้อยจะไม่วาดพวกพืช ผัก ผลไม้ในรูปถัดไปอย่างแน่นอน เอาไว้รูปที่สี่ค่อยลองวาด ทุกคนเห็นว่าอย่างไรบ้างคะ?? แต่ทุกคนเข้าใจที่เห็ดน้อยพูดใช่ไหมคะ??”เห็ดน้อย
“กึ่งมีชีวิต และไม่มีชีวิตแบบรวงข้าวพวกนี้งั้นเหรอน้องเห็ดน้อย”พี่หนานกวา
“พี่ยังออกจะงงๆอยู่ดีนั่นแหละมันคืออะไรกัน แบบรวงข้าวนี้มันมีชีวิตได้งั้นเหรอ”พี่ขู่เฉิง
“มันก็งงอยู่นะ ในรูปแบบรวงข้าวไม่สามารถเหมือนจริงได้และมันคือแบบไหนกันนะ”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“จริงด้วยฮะ มันน่างงสุดๆเลย”พี่รองถู่โต้ว
พวกพี่ชายต่างก็เกาหัวแกร๊ก….แกร๊ก….กันไปเลยงงกับคำพูดของเห็ดน้อยที่เปรียบเทียบจากรวงข้าวที่วาดคู่กับข้าวสารพวกนั้น
“เฮ้อ…….พวกพี่ชายเนี่ยนะไม่ได้เื่เลยแค่นี้ก็ไม่เข้าใจเสียแล้วว่าน้องเห็ดน้อยหมายความว่าอย่างไร”พี่สาวพริกหวานกอดอกส่ายหน้ามองพวกพี่ชายอย่างเหนื่อยหน่ายเป็ที่สุด
“น้องพริกหวานรู้ความหมายที่น้องเห็ดน้อยพูดเกี่ยวกับรวงข้าวกึ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตอย่างงั้นเหรอ”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“ก็ใช่น่ะสิพี่ใหญ่ ทำไมพริกหวานจะไม่รู้ล่ะ”พี่สาวพริกหวาน
“มันคือะไรเหรอน้องพริกหวาน”พวกพี่ชาย พูดออกมาพร้อมๆกันอย่างกับนัดกันเอาไว้อีกครั้งหนึ่ง
“เฮ้อ………พวกพี่ชายตั้งใจฟังนะน้องเห็ดน้อยหมายถึงว่าเ้าพวกรวงข้าวพวกนี้มีชีวิตได้ก็คือว่า ถึงแม้ว่าพวกเราจะตัดรวงข้าวออกมาทั้งรวงแล้วก็ตาม แต่ว่าในรวงข้าวยังมีข้าวเม็ดติดอยู่บนรวงนี่ไง และมันก็คือ………”พี่สาวพริกหวานหยุดพูดและหันไปมองพวกพี่ชาย
“ข้าวเปลือก….ข้าวสาร…….”พวกพี่ชาย
“แล้วพวกข้าวเปลือกที่เราแยกออกมาจากรวงข้าวพวกนี้น่ะ ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ ลุงป้า น้าอา เคยสอนพวกพี่ชายว่าอย่างไรกันบ้างล่ะ”เห็ดน้อย
“เอาเมล็ดข้าวเปลือกไปปลูกข้าว”พวกพี่ชาย
“ใช่ม๊า แล้วทีนี้เข้าใจหรือยังว่าน้องเห็ดน้อยพูดถึงพวกรวงข้าวที่เหมือนกึ่งชีวิตและไม่มีชีวิตเป็อย่างไร”พี่สาวพริกหวาน
“อ๊า……พวกพี่เข้าใจแล้ว”พวกพี่ชาย พยักหน้ากันแบบรัวๆและเข้าใจอย่างลึกซึ้งกันเลย
“เพราะว่าพอเราตัดรวงข้าวมาแล้วตอนนั้นก็เหมือนกับต้นนี้ได้ตายแล้ว เพราะไม่มีรากติดออกมาแต่ว่าเมื่อเราตีเอาข้าวที่ติดรวงออกมาจะได้ข้าวเปลือก และข้าวเปลือกนี้พวกเราจะนำเอาไปปลูกข้าวมากินได้ ซึ่งมันก็จะมีชีวิตขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“ถูกต้องเลยพี่ใหญ่”เห็ดน้อย
อย่าว่าแต่พวกพี่ชายเลยที่กำลังยืนงงในตอนแรกๆที่เห็ดน้อยอธิบายคำว่ากึ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตออกมา พ่อ อาเล็กและน้าเล็กก็ยืนงงเช่นเดียวกันเลย !!
ทีนี้เมื่อทุกๆคนเข้าใจความหมายกันหมดแล้ว ก็เริ่มที่จะครุ่นคิดกันใหม่และออกความคิดเห็นกันอีกทีว่า พวกเราจะ้าอะไรกันดีที่จะให้เห็ดน้อยได้ลองวาดรูปภาพรูปที่สามเป็อะไร
“แต่ถ้าเป็พวกพืช ผัก ผลไม้ที่มันโดนตัด หรือเก็บมาแล้วตายสถานเดียว แบบว่ากินอย่างเดียวไม่สามารถมาปลูกต่อได้เลยมันจะมีอะไรกันนะ”พี่รองถู่โต้ว
“ใช่ ต้องเลือกแบบที่ตายสนิทไม่ฟื้นคืนถึงจะเป็รูปวาดวิเศษออกมาได้นะ”พี่ขู่เฉิง
“แบบตายทีเดียวไม่ตายซ้ำซ้อน ไม่มีโอกาสแบบได้เกิดใหม่จะเป็จำพวกพืชผัก ผลไม้ แบบไหนได้บ้างนะ”พี่ต้าซ่วน
“..................”เห็ดน้อย ที่ได้ยินพี่ชายกำลังถกเถียงกันถึงกับไปไม่ถูกเลยแหมช่างเข้าใจแจ่มแจ้งกันเลยจริงๆ แบบเข้าใจกันเกินไปมากเลย
“มันก็ต้องเลือกแบบที่ไม่มีพวกเม็ดใช่ไหม”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“มันต้องใช่ล่ะส่วนมากถ้าเป็พวกผลไม้ถ้ามีเม็ด เขาจะนำไปปลูกใหม่กันนะ”พี่หนานกวา
“ถ้างั้นก็ต้องเลือกประเภทแบบกินใบเพียงอย่างเดียวสิจะได้ไหมล่ะ”พี่หนานชง
ส่วนพี่ชายกลุ่มนี้ช่างเป็หนุ่มน้อยที่มาดดี และคิดไม่ออกนอกโลกเหมือนพวกพี่ชายกลุ่มน้อยนั่นเลย เท่าที่เห็ดน้อยสังเกตเพราะกลุ่มนี้จะเป็กลุ่มพวกพี่ชายคนโตน่ะ ส่วนกลุ่มนู้นที่ทำให้เธอปวดหัวตุ้บๆนั่นกลุ่มน้องชายล้วนๆเลย ไม่น่าแปลกใจเลยจริงๆ
“แม่ว่าแล้วแต่หนูจะตัดสินใจเลยก็ได้นะว่าอยากจะลองวาดรูปอะไรต่อ ถึงอย่างไรจะได้หรือไม่ได้ก็ตาม เท่าที่เราได้รับของวิเศษมาถึงสองครั้งแบบนี้ก็เพียงพอแล้วนะลูก”แม่
“ก็ได้ค่ะแม่ งั้นเห็ดน้อยรู้แล้วล่ะว่าจะวาดรูปอะไรต่อไปดี”เห็ดน้อย
แม่ไม่อยากให้พวกเด็กๆนั้นโลภมากและคิดแต่รอข้าวของหรืออาหารจากด้านนี้เพียงอย่างเดียว เพราะเราก็ไม่สามารถรู้ได้จริงเลยว่าความวิเศษแบบนี้จะติดตัวเห็ดน้อยไปตลอดเลยหรือไม่ แต่ตอนนี้อยากให้พวกเด็กๆได้รู้สึกสนุกและร่วมกันคิดเสียมากกว่า
ส่วนเห็ดน้อยตอนนี้ก็หยิบกิ่งไม้และที่ยาวกว่าเดิม และเริ่มวาดรูปบนพื้นอีกครั้งหนึ่ง
“น้องเห็ดน้อย กำลังวาดรูปที่สามแล้วฮะทุกๆคน”พี่ใหญ่เซียงยวี่
ทุกๆ คนเฝ้ามองกันอย่างตื่นเต้นและพยายามเงียบเสียงกันให้ได้มากที่สุด เพื่อไม่ให้ไปรบกวนสมาธิในการวาดรูปวิเศษของเห็ดน้อยกัน
“เอ๋……อะไรคือเส้นๆ ม้วนๆ กัน”พี่รองถู่โต้ว
“..??????”ทุกๆ คน
************
เห็ดน้อยกำลังเริ่มที่จะวาดรูปที่สามแล้วนะคะ แต่ว่าจะคืออะไรกันเอ่ย รี้ดลองเดาเล่นๆกันดูค่ะ??? ไร้ท์วาดใบ้ให้ดูแล้วนะอะไรม้วนๆเนี่ย???