เขาเติบโตในยุควันสิ้นโลก และเป็นักวิทยาศาสตร์คนสุดท้ายบนโลก พ่อแม่ของเขาก็เป็นักวิทยาศาสตร์เช่นกัน เขาเติบโตในห้องทดลองของพ่อแม่มาั้แ่เด็ก ไม่มีใครจำชื่อเขาได้ เนื่องจากทุกคนต่างเรียกเขาว่าลูกชายนักวิทยาศาสตร์…ลูกชายศาสตราจารย์
ยุควันสิ้นโลกนั้นวุ่นวายมาก ทุกที่มีแต่ซอมบี้ ขอบเขตการดำเนินกิจกรรมในทุกวันของเขาจึงมีเพียงในห้องทดลองของพ่อแม่เท่านั้น ไม่มีใครพูดคุยกับเขา ไม่มีใครเป็เพื่อนเล่นกับเขา เขาจึงไม่รู้หลักการดำเนินชีวิตในสังคมเลยแม้แต่นิดเดียว
ต่อมาเมื่อเขาโตขึ้น ว่ากันตามพื้นฐานการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เขาได้รับการสืบทอดพันธุกรรมที่ยอดเยี่ยมของพ่อกับแม่ ตอนนี้เขาจึงไม่ใช่ลูกของนักวิทยาศาสตร์ และไม่ใช่ลูกของศาสตราจารย์อีกต่อไป เพราะว่าตัวเขาเองได้กลายเป็นักวิทยาศาสตร์ และเป็ศาสตราจารย์เองแล้ว
ทว่าสุดท้าย เขาก็ะเิตัวเองตาย
จู่ๆ พันธุกรรมของมนุษย์ในยุควันสิ้นโลกก็กลายพันธุ์ ก่อเกิดเป็พลังพิเศษ ในฐานะที่เขามีพันธุกรรมดีเลิศอยู่แล้ว จึงมีพลังพิเศษถึงสามอย่าง คือ ไม้ น้ำ และมิติ หนึ่งในนั้น พลังพิเศษธาตุไม้ได้เกิดการกลายพันธุ์เป็พลังในการรักษา
ความลับนี้มีเพียงตัวเขาและพ่อแม่เท่านั้นที่รู้ ก่อนที่พ่อแม่จะจากไป ได้บอกกับเขาว่าห้ามนำเื่พลังในการรักษาไปบอกกับคนอื่นเด็ดขาด มิฉะนั้นเหล่านักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องทั้งหลายจะต้องนำตัวเขาไปวิจัยอย่างแน่นอน
เพราะมีพลังในการรักษา ดังนั้นในสภาพแวดล้อมที่มีมนุษย์โลกลดน้อยลงเรื่อยๆ นี้ เขาจึงยังมีชีวิตที่สุขสบายดีอยู่ ไม่มีกระทั่งรอยแผลเป็ ทั้งยังไม่มีไฝฝ้าเลยสักเม็ดเดียว
าครั้งใหญ่ที่สุดระหว่างมนุษย์โลกและซอมบี้ ผลคือทั้งสองฝ่ายต่างดับสูญลงไปพร้อมกัน เนื่องจากเขาได้วิจัยยาเพื่อจัดการกับาาซอมบี้ออกมาได้แล้ว แค่นำน้ำยาชนิดนี้เทลงในคริสตัลนิวเคลียสของาาซอมบี้ ก็จะสามารถกำจัดาาซอมบี้ได้สิ้นซาก
าาซอมบี้มีความสามารถในการรักษาตัวเอง ด้วยการดูดซับพลังจากซอมบี้ตัวอื่น
ดังนั้นเพื่อกำจัดาาซอมบี้ มนุษย์โลกจึงจำต้องสู้ตายกับเหล่าซอมบี้
เป็ผลให้มนุษย์โลกล้มหายตายจากจนหมดสิ้น รวมถึงซอมบี้ตัวเล็กตัวน้อยด้วย
สิ่งที่หลงเหลือก็คือาาซอมบี้และเขา
หลังจากนั้นาาซอมบี้ก็ถูกเขาสังหาร นั่นเป็ครั้งแรกที่เขาเปิดฉากสังหารซอมบี้ และเป็เวลานั้นเช่นกันที่เขาตระหนักได้ว่า ที่แท้แล้วระดับพลังพิเศษของเขาสูงมาก และมนุษย์โลกไม่จำเป็ต้องตาย เนื่องจากเขาสามารถจัดการกับาาซอมบี้ได้โดยลำพัง
เพียงแต่...สิ่งที่เขาเพิ่งตระหนักนี้ล้วนไม่มีประโยชน์แล้ว
เขาจึงมีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนโลกต่อไป
เขาปลูกผัก ศึกษาค้นคว้า วิจัยยา ใช้ชีวิตอย่างสบายอกสบายใจเป็อย่างมาก แต่อยู่มาวันหนึ่ง จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าอยู่ต่อไปก็ไร้ความหมาย
ดังนั้นเขาจึงะเิตัวเองตาย
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็มีชื่อว่าเหลียนนั่ว
ตอนที่เขาตื่นขึ้น ร่างกายรู้สึกทรมานมาก เ็ปรวดร้าวไปทั่วทั้งร่าง เจ็บจนอยากจะร้องไห้ ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ซึ่งเติบโตมาในห้องทดลองที่ปลอดภัย เขาไม่เคยรู้สึกเ็ปมาก่อน และในฐานะนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องรอให้มนุษย์โลกตายหมดก่อน ถึงจะรู้ว่าพลังพิเศษของตนนั้นสูงเสียดฟ้า เขาก็ไม่เคยมีโอกาสที่จะได้รู้สึกถึงความเ็ปเช่นกัน ตอนนี้เขาจึงร้องไห้ไม่ออก เนื่องจากเขารู้ถึงสาเหตุที่ร่างกายเ็ปมากขนาดนี้แล้ว ความทรงจำมากมายกำลังหลั่งไหลเข้ามาในหัวสมอง
‘เหลียนนั่ว’ คือชื่อของร่างในชีวิตนี้ของเขา
เหลียนนั่ว ผู้ชาย สูง 165 เิเ อายุ 18 ปี เมื่อสามปีก่อนได้รับการตัดสินโทษให้ถูกเนรเทศ ด้วยข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยเจตนา
เหลียนนั่วเกิดในตระกูลชนชั้นสูงปลายแถว เป็ลูกอนุภรรยา และเป็เพศเมีย
ในจักรวรรดิโซเดียร์ ผู้คนถูกแบ่งออกตามเพศกำเนิดเป็ ‘ผู้ชายกับผู้หญิง’ และผู้ชายจะถูกแบ่งตามฟีโรโมน เป็เพศผู้ เพศเมียและเพศคู่
เพศผู้นั้นแข็งแกร่ง พวกเขาเกิดมาทรงพลัง ร่างกายสูงใหญ่ ดุดันห้าวหาญ ส่วนเพศคู่นั้นอ่อนแอ ปัจจุบันการตั้งครรภ์ของมนุษย์ยากมากขึ้นเรื่อยๆ เพศคู่เป็กลุ่มที่มีอัตราการตั้งครรภ์สูงมาก พวกเขาจึงมีค่าเพราะหาได้ยาก และเพราะมีค่าจึงได้รับการคุ้มครองเป็พิเศษ อัตราการตั้งครรภ์ของเพศคู่นั้นสูงกว่าผู้หญิงด้วยซ้ำ
ดังนั้นเพศคู่จึงมักถูกจับให้คู่กับเพศผู้ประเภทที่แข็งแกร่ง
กล่าวคือ ในจักรวรรดิโซเดียร์ไม่มีสิ่งที่เรียกว่ารักต่างเพศหรือรักร่วมเพศ มีแต่การจับคู่ทางพันธุกรรมเท่านั้น