Demonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก

สงครามตะวันจันทรา:สงครามนครสุริยัน(1)

        สองสาวเหม่อมองชายหนุ่มกายสีเขียวมรกตด้วยความรู้สึกตึงเครียด     ลืมเรื่องบาดหมางชั่วคราว     หากมีคนมาขัดจังหว่ะการตัดสินของพวกเธอไม่อาจดำเนินต่อไปได้   เพื่อจะตัดสินกันจำเป็นต้องจัดการกับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเสียก่อน

        บรรยากาศโดยรอบราวกับทุกสรรพสิ่งหยุดนิ่งแม้แต่เสียงการต่อสู้เสียงระเบิดยังไม่มีให้ได้ยิน   สัมผัสอันสงบนิ่งสภาวะกดดันไร้สภาพหนักหน่วง   คล้ายกับทุกอย่างหยุดลงชั่วขณะทันทีเมื่อชายหนุ่มปรากฎตัว   เพียงแค่สัมผัสพลังเวทมนต์ไร้สภาพที่แฝงมาในอากาศทราบได้ทันทีถึงความแข็งแกร่งที่ทัดเทียม  ไม่ซิ  ใกล้เคียงกับจันทราเทพ

        อินาริปาดเหงื่อ  “นี่เธอ   จะเอายังไงกับชายคนนี้   เห็นชัดว่ามันหมายตาเธอ” หญิงสาวถามศัตรูด้วยน้ำเสียงหยิ่งยังคงรักษามาด

        หมายตาเราหรอ?...     คิดจะชิงดวงใจภูตแห่งความมืดซิท่า    แต่เดี๋ยวนะ   ชายคนนี้ยังไม่ได้ครอบครองวงแหวนโลกาและเศษวิญญาณธรรมชาติ   แต่ไหงถึงคิดจะมาชิงดวงใจภูตเลยล่ะ    ผิวกายสีเขียว?    ใบหน้าคมหล่อ   แต่งกายแบบราชวงศ์ไทยย้อนยุค    หรือว่า!!?..   องค์ราม?!!..

        เจ้าหล่อนหันมาพูดกับอินาริ  อย่างสงวนมาด  “เรื่องฉันกับเธอเอาไว้มาต่อที่หลังจากจัดการชายคนนี้ได้แล้ว   อย่าหนีไปไหนเชียวล่ะ”  ฟ้าครามหล่อนสั่ง

        “ฉันเนี่ยนะจะหนี   ว่าตามจริงฉันไม่อยากร่วมมือกับเธอหรอกนะ   แต่ครั้งนี้ยกเว้นและกัน   เพื่อเป็นหลักประกันว่าเธอจะไม่ถูกชายคนนี้ฆ่าตายจะยอมช่วยก็ได้   ฉันจะไม่ยอมให้ใครฆ่าเธอแน่  นอกจากฉัน”  อินาริกล่าวหยิ่งๆ

        “ใครขอร้องมิทราบ   แล้วแต่เธอเถอะ  อยากทำไรก็เชิญ”  ฟ้าครามไม่ยีหระ    เจ้าหล่อนหันมาพูดกับชายหนุ่ม  “เป้าหมายของท่านคือเราอย่างนั้นใช่หรือไม่”

        องค์รามยิ้มกิ่มแววตาอ่อนโยนมองจันทราเทพ   พูดเสียงนุ้มละมุนว่า  “ใช่   ข้ามาเพื่อชิงดวงใจภูตแห่งความมืด   จันทราเทพ  ท่านช่างงดงามมาก  มากกว่าคำล่ำลือ    เหนือสิ่งอื่นใด  ท่านชั่งคล้ายกับน้องสีดาที่ตายไปแล้วนัก”

        ฟ้าครามอ้าปากเหวอ         โอ๊ย...ปัญญาประดิษฐ์หนอ    คล้ายแม่สีดาคนงามอย่างงั้นหรอ    ไม่คล้ายซิแปลก   ก็นางสีดานั่นนะมีต้นแบบมาจากแม่ฉันย๊ะ   เจ้าหล่อนอยากเอามือกุมขมับ  พ่อนะพ่อเล่นอะไรถึงเอาตัวเองสมัยวัยรุ่นมาเป็นโมเดลของพระราม

        “หากท่านยอมติดตามเรา   เราจะละเว้นชีวิตท่าน   ขอเพียงท่านส่งดวงใจภูตมาให้เรา   และมาเป็นเทพีพิทักษ์ของเรา”

        “ฝันไปเถอะ”  ฟ้าครามสวนกลับทันควัน

        องค์รามยิ้มอ่อนหวานราวกับถูกใจหญิงสาวตรงหน้า   ดื้อ  สวย  ดุ   

        “งั้นเราคงไม่มีทางเลือก”  องค์รามยกมือขวาขึ้นคล้ายกับกำลังจะคว้าจับอะไรบางอย่าง   ละอองแสงสีทองลอยหมุนในฝ่ามือก่อนจะปรากฎธนูคันสีทองวาววามเหลื่อมพรายสีรุ้งแวววับระยิบระยับ   พร้อมกับแขนงอกออกมาสี่แขนถือศาสตราวุธสี่ชิ้น  ตรี  คฑา  จักร  สังฆ์  “ศรพรหมมาตร”  เสี้ยววินาทีลูกธนูสีทองถูกยิงออกมาจู่โจมสองสาวอย่างรวดเร็วแต่กลับดูเชื้องช้า   กลายเป็นพญานาคเพลิงสีแดงชาดราวกับเพลิงอเวจี   พญานาคเพลิงขยายตัวฉลับพลันจนใหญ่ยักษ์ราวดวงตะวัน  ถล่มลงมาดุจดาวตกคล้ายกับวันสิ้นโลก

        ขนาดอยู่ห่างความร้อนที่แผ่ออกมาทำเอาแทบมอดไหม้

        ฟ้าครามเบิกตาแข็งเงยหน้ามองพญานาคเพลิง   

        ไม่ใช่!..   นั่นไม่ใช่ไฟธรรมดา   แต่เป็นพิษนาคารูปแบบร้อนระอุ      

        เจ้าหล่อนรับรู้ได้ว่านั่นไม่ใช่ไฟ   เพราะสกิลต้านทานไฟสมบูรณ์ของเธอไม่แสดงผล

        กงจักรอนันตกาลล้อมจันทร์   ขยับวูบขว้างเบื้องหน้าจันทราเทพก่อนจะขยายกลายเป็นกงจักรยักษ์แผ่ม่านพลังผืนหนึ่งออกมา

        “ม่านวารี”  ม่านพลังสีฟ้าครามกางซ่อนทับอนันตกาลล้อมจันทร์อีกชั้น

        วินาทีศรพรหมมาตรตกลงมาปะทะม่านพลังเกิดเสียงระเบิดดังท้านภพราวกับโลกแตกสลายจากพลังทำลายอันร้ายกาจ   ฝุ่นควันลอยฝุ้งกระจายคลุ้งไปทั่วบริเวณ     เมื่อทุกอย่างสงบลง

        ฝุ่นควันค่อยๆจางลง    องค์รามแววตาระลึกจ้องมองยังตำแหน่งสองสาวเมื่อมองเห็นชัดตา   ชายหนุ่มมีสีหน้าไม่อยากเชื่อเล็กน้อยพร้อมกำลังตลึงอะไรบางอย่าง

        ม่านพลังสีรุ้งกางเป็นแผ่นผืนปกป้องจันทราเทพและมิโกะดาวเหนือเอาไว้   พร้อมกับบุรุษหนึ่งยืนโอบเอวฟ้าคราม   เขามีแววตาสงบนิ่งจ้องมองชายผิวกายสีเขียวไม่วางตาและไม่หวาดหวั่น

        “พี่ศิ”  เจ้าหล่อนอุทานออกมา  ทั้งตกใจและดีใจในเวลาเดียวกัน      ศิลาหันมายิ้มให้แม่หวานใจน้อยๆก่อนจะหันกลับมององค์ราม

        อินาริเหม่อมองศิลาด้วยแววตาอารมณ์อันหลากหลาย   แม้ว่าเธอจะอยู่ห่างกับเขาแค่เอื้อมทว่าเขากลับไม่แลปรายหางตามามองเธอเลยแม้เศษเสี้ยว     หญิงสาวกระจ่างแจ้งแจ่มใจ    สายใยผูกความสัมพันธุ์ของคนทั้งสองนี้ไม่ที่ให้ใครเข้าไปสอดแทรกได้เลย

        “พี่ศิมาได้ไงคะ   แล้วผลการต่อสู้กับอาบาไนล่ะ”  เจ้าหล่อนถามด้วยความเป็นห่วงพร้อมมองสำรวจร่างกายว่าเขาบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า

        ศิลาลูบหัวเจ้าหล่อนอ่อนโยน  “เอาไว้จบเรื่องค่อยคุยกันนะคะ   น้องไปตัดสินกันเถอะ”  แววตาเด็ดเดียวคมกริบมององค์ราม   “ส่วนทางนี้  พี่จัดการเอง”

        อินาริส่ายศรีษะ     เธอแพ้แล้ว   แพ้ตั้งแต่แรก    ไม่ซิ   จะบอกว่าแพ้ก็ไม่ถูก   อย่างที่ฟ้าครามบอก   เธอไม่เคยเป็นแม้แต่คู่แข่งเลยด้วยซ้ำ        ให้สู้กับหญิงสาวต่อไปก็ไม่มีประโยชน์   หากชนะก็ได้แค่ความสะใจไม่มีสิ่งใดเปลี่ยน   หากแพ้ขึ้นมาล่ะ   เหนือสิ่งอื่นใด  ตอนนี้ศิลาอยู่ตรงนี้แล้ว   ไม่มีทางเลยที่จันทราเทพจะแพ้ใครได้   ชายคนนี้ไม่ยอมอย่างแน่นอน

        “เป้าหมายของเธอคือสุริยะเทพไม่ใช่เลอะ   เพราะงั้นไปเถอะ   ไปทำความฝันของศิลาให้เป็นจริง”  อินาริกล่าวเสียงแผ่วก่อนจะเหลียวหลังเดินออกมา       คนที่เธอรัก  หลงไหลมาตลอดตั้งแต่แรกพบ   รอมานานแรมปีพอได้พบยังไม่ทันจะได้รักใจของเธอก็พังพินยับเยิน   ตอนนี้เธอเหมือนปีศาจที่บาดเจ็บ  จากอาวุธแสนร้ายกาจที่เรียกว่าความจริง   

        ฟ้าครามมองอย่างค้นหา    ไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าหล่อนคิดอะไรอยู่กันแน่   ทำไมถึงปล่อยให้เธอไปหาสุริยะเทพ   หรือเธอไม่ต้องการพิชิตเกมแล้ว   มีความเป็นไปได้สองอย่าง   หนึ่ง..   นีโอและโอนิยังต้องการเคลียร์เกมนี้   สอง...อินาริเลือกที่จะไม่ทำตามเป้าหมายเดิมเพราะความรู้สึกส่วนตัว    

        อินาริเดินออกมาเบือนหน้ามองท้องฟ้าสีแดงฉาน   ไอหมอกโลหิตลอยปกคลุมทั่วระแหงดุจสายหมอกเหมันต์ฤดู        อันที่จริงเธอไม่ควรทำแบบนี้เลยมันขัดกับหน้าที่ของเธอ   ไม่ต่างอะไรกับการทรยศพรรคพวกตนเอง      แต่ทว่าความรู้สึกของเธอนั้นก็เป็นของจริง    อย่างน้อยก็ขอช่วยให้เขาบรรลุความฝันไวขึ้นสักเล็กน้อยก็ยังดี   ขอเป็นเพียงแค่ลมใต้ปีกหอบหนึ่งที่ช่วยพัดส่งเขาให้เข้าใกล้จุดหมายสักนิด   แค่นี้เธอก็พอใจแล้ว

        “พี่ศิขา  งั้นฟ้าไปหาสุริยะเทพก่อนนะ   ไม่รู้พวกเพิร์จที่สะกดรอยตามไปจะเป็นยังไงบ้าง”  เจ้าหล่อนพูดด้วยท่าทางอ้อนตาระยิบระยับกระพริบปริบๆ

        “ค่ะ    แต่จำไว้ว่าถ้าหากเจอพาลีให้ถอยอย่างเดียว  อย่าสู้กับมันเด็ดขาด   ต่อให้จะมีสัมพาทีและสดายุอยู่ด้วยก็ตาม  เข้าใจไหมคะ”  

        “รับทราบค้าบผม”  เจ้าหล่อนตะเบ๊ะ

        “ธุระของท่านเสร็จหรือยัง”  เสียงเข้มทุ้มทรงอำนาจถามกับศิลา

        “ขอโทษที่ทำให้ท่านรอนาน    ผมคิดว่าคุณควรจะไปชิงดวงใจภูตแห่งแสงแทนที่จะมาชิงดวงใจภูตแห่งความมืดจากจันทราเทพจะดีกว่านะ”  ศิลากล่าวด้วยท่าทางสบายพร้อมกับฟ้าครามพุ่งตัวหายวับไปทิศทางหนึ่ง  “อย่าได้คิดตามไปเชียว”  เสียงแข็งดังเตือนองค์ราม

        องค์รามชะงัก    พลังกดดันไร้สภาวะ  นิ่งสงบราวกับไม่มี  แต่ทว่าหนักหน่วงอย่างน่าประหลาดแผ่กดดันจนเขาแทบหายใจไม่ออก

        นี่หรือบัลลังก์มารสูงสุด    มนุษย์ต่างโลกที่แข็งแกร่งที่สุด    ข่าวลือดูท่าจะไม่เป็นความจริงเสียแล้ว    เห็นชัดว่าเขาร้ายกาจมากกว่าคำล่ำลือ    

        “ใยท่านจึงต้องปกป้องจันทราเทพ   เราสัมผัสได้  นางมิได้มีพันธะและสายสัมพันธุ์อันใดกับท่าน   แต่ทำไม่   เหตุใดนางจึงยังรับใช้ท่าน”  องค์รามสัมผัสได้ว่าดวงวิญญาณของจันทราเทพแยกออกจากดวงวิญญาณของศิลา

        ศิลาอมยิ้มเล็กๆ  “สายสัมพันธุ์?   พันธสัญญา?   ไม่มี?   ท่านเข้าใจผิดแล้ว”

        “เข้าใจผิด?   ท่านจะบอกว่าสิ่งที่เราสัมผัสได้นั้นผิดอย่างงั้นเลอะ”  

        “ไม่   ที่ท่านสัมผัสได้นั้นถูก  แต่ที่ผิดคือ  ผมและจันทราเทพมีความสำพันธุ์ที่มองไม่เห็น  ไม่อาจตัดขาด  ต่อกันอยู่   เอาเถอะ   บอกไปท่านคงไม่เข้าใจ”  

        องค์รามครุ่นคิดชั่วครู่  “สรุปไม่ว่ายังไงท่านก็จะขัดขวางเราซินะ”

        “แน่นอน   หากท่านคิดจะชิงดวงใจภูตแห่งความมืด   ท่านต้องข้ามศพผมไปก่อน”  ศิลาจริงจังแววตาฉายแสงสีเงินย้วงสุขุมบาดลึกสุดจะหยั่ง

        “ท่านไม่ประสงค์ที่จะเป็นสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบอย่างงั้นหรือไง   ท่านไม่ต้องการพลังที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์อย่างงั้นลึ”  องค์รามสงสัย   ไม่ว่าใครก็ต้องการพลังอำนาจและการหลุดพ้นจากพันธนาการทั้งปวง   และยิ่งเป็นพลังที่ทำให้ตนเองกลายเป็นมหาเทพเจ้าสงครามไร้ลักษ์แห่งจุดเริ่มต้นและจุดจบ   เป็นพลังที่สามารถตั้งกฎเกณฑ์ของโลกได้อย่างใจปราถนา  เปลี่ยนแปลงได้อย่างใจนึก  มีหรือใครจะไม่ต้องการครอบครอง

        “ไม่”  ศิลาตอบทันควัน

        “ไม่?!!..   เป็นไปไม่ได้”  องค์รามไม่เชื่อ

        “แล้วแต่ท่าน   แสดงว่าท่านเองก็ต้องการวงแหวนโลกา  เศษวิญญาณธรรมชาติ  ดวงใจภูตเพื่อตนเองจะวิวัฒนาการอย่างงั้นซิ”

        “ถูกต้อง”

        “อ่าว  แล้วที่ร่วมมือกับไดอาโบล่ะ  หรือแค่การร่วมมือจอมปลอม”

        องค์รามยิ้มเย๊าะ  “คิดว่าเราไม่รู้หรืออย่างไรว่าท่านกับไดอาโบร่วมมือกัน    ไม่ต้องกังวล  ไม่ว่าไดอาโบหรือว่าท่าน  ล้วนแล้วแต่ต้องถูกเราสังหาร”

        ศิลาถูกใจประโยคนี้         องค์รามในวรรณคดีที่เข้ารู้จักต่างกับชายตรงหน้าลิบลับ    “งั้นจะช้าอยู่ใย  ลงมือเถิด   ผมจะส่งท่านกับคืนสู่จุดกำเนิดเอง”

        “พาลี”  องค์รามตวาดลั่นพร้อมกับพญาวานรขนสีเขียวพุ่งเข้ามายืนประจันหน้ากับศิลา  “ฝากเจ้าด้วย  ข้าจะตามจันทราเทพ  นางกำลังมุ้งหน้าไปหาสุริยะเทพ   จะปล่อยให้นางได้ดวงใจภูตแห่งแสงไปไม่ได้  ไม่เช่นนั้นพวกเราจะไม่ได้อะไรเลย”

        “ครับองค์ราม”  พาลีรับคำสั่งเป็นจังหวะเดียวกับชายหนุ่มหายไปในอากาศ  “ห้วงเวลาไร้เทียมทาน  เขตแดนไร้ผู้ต้าน”  พาลีกล่าวเสียงเข้มจุดรอยยิ้มเฉิดมั่นใจประดับใบหน้า

        อึ่งง...ศิลาเซเล็กน้อย  รู้สึกร่างกายหนักอึ้งเหมือนไม่ใช่ของตัวเอง   

        “พลังกำลังหายไป   รับมือยากกว่าที่คิดแหะ”  

        พาลีพลังเพิ่มทวีคูณ  ยิ่งคู่ต่อสู้มีพลังมากเท่าไหร่   พาลียิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้นหรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ   เขตแดนสีเขียวมรกตครอบคลุมพื้นที่สองกิโลเมตร  ผู้เล่นมากมายหลายหมื่นคนถูกลดพลังลงครึ่งหนึ่ง   และมาเพิ่มให้พาลี   ทำให้พญาวานรมีพลังทัดเทียมกับศิลาหรืออาจจะมากกว่าไปแล้วด้วยซ้ำ

        “ห้วงเวลาแห่งศิลา”  บึ่มมมม....คลื่นพลังงานสีรุ้งระเบิดออกจากร่างศิลาคล้ายระลอกน้ำแผ่ขยายวงกว้างมีเขาเป็นศูนย์กลางครอบคลุมพื้นที่มากถึงห้ากิโลเมตร   ผู้เล่นหลายหมื่นคนตกตายทันทีจากการที่ถูกเขตแดนของพาลีลดพลังลงไปครึ่งหนึ่งและยังมาถูกห้วงเวลาแห่งศิลาลดพลังลงไปอีกครึ่ง    ศิลาเงยหน้ามองม่านพลังเขตแดน

        เขตแดนของพาลีไม่พังทลาย    เป็นเขตแดนรูปแบบพิเศษซินะ   อย่างที่คาลิเนียบอก    พรแห่งพระอิศวรเป็นสกิลติดตัวของพาลี    

        คลื่นพลังสีเขียวและสีรุ้งยื้อยุทฉุดกระชากดึงดูดพลังของอีกฝ่าย  พยายามชวงชิงพลังของศัตรู   เพียงแค่นี้เล่นเอาอากาศวิปลาส   แผ่นดินแตกร้าว      

        ในห้องเงียบสงบ   บุรุษผมสีขาวรุกจากบัลลังก์   “ดูท่าบัลลังก์มารกำลังชิงดวงใจภูตแห่งแสงตามที่ตกลงกันไว้    เห็นทีข้าเองก็ต้องทำตามที่สัญญา   ตอนนี้นับเป็นโอกาสดี   พาลีและหนุมานอยู่ห่างจากองค์ราม”  มหาเทพสงครามหลับตากำลังเพ่งสมาธิก่อนจะลืมตาขึ้นถอนหายใจออกมาพร้อยส่ายศรีษะเล็กๆ  “หนุมาน?   อย่างที่คิด  ร้ายสมชื่อจริงๆเลยนะศิลา”

        

คล้ายกับเรื่องDemonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก ที่คุณอ่าน