สองสาวเหม่อมองชายหนุ่มกายสีเขียวมรกตด้วยความรู้สึกตึงเครียด ลืมเรื่องบาดหมางชั่วคราว หากมีคนมาขัดจังหว่ะการตัดสินของพวกเธอไม่อาจดำเนินต่อไปได้ เพื่อจะตัดสินกันจำเป็นต้องจัดการกับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเสียก่อน
บรรยากาศโดยรอบราวกับทุกสรรพสิ่งหยุดนิ่งแม้แต่เสียงการต่อสู้เสียงระเบิดยังไม่มีให้ได้ยิน สัมผัสอันสงบนิ่งสภาวะกดดันไร้สภาพหนักหน่วง คล้ายกับทุกอย่างหยุดลงชั่วขณะทันทีเมื่อชายหนุ่มปรากฎตัว เพียงแค่สัมผัสพลังเวทมนต์ไร้สภาพที่แฝงมาในอากาศทราบได้ทันทีถึงความแข็งแกร่งที่ทัดเทียม ไม่ซิ ใกล้เคียงกับจันทราเทพ
อินาริปาดเหงื่อ “นี่เธอ จะเอายังไงกับชายคนนี้ เห็นชัดว่ามันหมายตาเธอ” หญิงสาวถามศัตรูด้วยน้ำเสียงหยิ่งยังคงรักษามาด
หมายตาเราหรอ?... คิดจะชิงดวงใจภูตแห่งความมืดซิท่า แต่เดี๋ยวนะ ชายคนนี้ยังไม่ได้ครอบครองวงแหวนโลกาและเศษวิญญาณธรรมชาติ แต่ไหงถึงคิดจะมาชิงดวงใจภูตเลยล่ะ ผิวกายสีเขียว? ใบหน้าคมหล่อ แต่งกายแบบราชวงศ์ไทยย้อนยุค หรือว่า!!?.. องค์ราม?!!..
เจ้าหล่อนหันมาพูดกับอินาริ อย่างสงวนมาด “เรื่องฉันกับเธอเอาไว้มาต่อที่หลังจากจัดการชายคนนี้ได้แล้ว อย่าหนีไปไหนเชียวล่ะ” ฟ้าครามหล่อนสั่ง
“ฉันเนี่ยนะจะหนี ว่าตามจริงฉันไม่อยากร่วมมือกับเธอหรอกนะ แต่ครั้งนี้ยกเว้นและกัน เพื่อเป็นหลักประกันว่าเธอจะไม่ถูกชายคนนี้ฆ่าตายจะยอมช่วยก็ได้ ฉันจะไม่ยอมให้ใครฆ่าเธอแน่ นอกจากฉัน” อินาริกล่าวหยิ่งๆ
“ใครขอร้องมิทราบ แล้วแต่เธอเถอะ อยากทำไรก็เชิญ” ฟ้าครามไม่ยีหระ เจ้าหล่อนหันมาพูดกับชายหนุ่ม “เป้าหมายของท่านคือเราอย่างนั้นใช่หรือไม่”
องค์รามยิ้มกิ่มแววตาอ่อนโยนมองจันทราเทพ พูดเสียงนุ้มละมุนว่า “ใช่ ข้ามาเพื่อชิงดวงใจภูตแห่งความมืด จันทราเทพ ท่านช่างงดงามมาก มากกว่าคำล่ำลือ เหนือสิ่งอื่นใด ท่านชั่งคล้ายกับน้องสีดาที่ตายไปแล้วนัก”
ฟ้าครามอ้าปากเหวอ โอ๊ย...ปัญญาประดิษฐ์หนอ คล้ายแม่สีดาคนงามอย่างงั้นหรอ ไม่คล้ายซิแปลก ก็นางสีดานั่นนะมีต้นแบบมาจากแม่ฉันย๊ะ เจ้าหล่อนอยากเอามือกุมขมับ พ่อนะพ่อเล่นอะไรถึงเอาตัวเองสมัยวัยรุ่นมาเป็นโมเดลของพระราม
“หากท่านยอมติดตามเรา เราจะละเว้นชีวิตท่าน ขอเพียงท่านส่งดวงใจภูตมาให้เรา และมาเป็นเทพีพิทักษ์ของเรา”
“ฝันไปเถอะ” ฟ้าครามสวนกลับทันควัน
องค์รามยิ้มอ่อนหวานราวกับถูกใจหญิงสาวตรงหน้า ดื้อ สวย ดุ
“งั้นเราคงไม่มีทางเลือก” องค์รามยกมือขวาขึ้นคล้ายกับกำลังจะคว้าจับอะไรบางอย่าง ละอองแสงสีทองลอยหมุนในฝ่ามือก่อนจะปรากฎธนูคันสีทองวาววามเหลื่อมพรายสีรุ้งแวววับระยิบระยับ พร้อมกับแขนงอกออกมาสี่แขนถือศาสตราวุธสี่ชิ้น ตรี คฑา จักร สังฆ์ “ศรพรหมมาตร” เสี้ยววินาทีลูกธนูสีทองถูกยิงออกมาจู่โจมสองสาวอย่างรวดเร็วแต่กลับดูเชื้องช้า กลายเป็นพญานาคเพลิงสีแดงชาดราวกับเพลิงอเวจี พญานาคเพลิงขยายตัวฉลับพลันจนใหญ่ยักษ์ราวดวงตะวัน ถล่มลงมาดุจดาวตกคล้ายกับวันสิ้นโลก
ขนาดอยู่ห่างความร้อนที่แผ่ออกมาทำเอาแทบมอดไหม้
ฟ้าครามเบิกตาแข็งเงยหน้ามองพญานาคเพลิง
ไม่ใช่!.. นั่นไม่ใช่ไฟธรรมดา แต่เป็นพิษนาคารูปแบบร้อนระอุ
เจ้าหล่อนรับรู้ได้ว่านั่นไม่ใช่ไฟ เพราะสกิลต้านทานไฟสมบูรณ์ของเธอไม่แสดงผล
กงจักรอนันตกาลล้อมจันทร์ ขยับวูบขว้างเบื้องหน้าจันทราเทพก่อนจะขยายกลายเป็นกงจักรยักษ์แผ่ม่านพลังผืนหนึ่งออกมา
“ม่านวารี” ม่านพลังสีฟ้าครามกางซ่อนทับอนันตกาลล้อมจันทร์อีกชั้น
วินาทีศรพรหมมาตรตกลงมาปะทะม่านพลังเกิดเสียงระเบิดดังท้านภพราวกับโลกแตกสลายจากพลังทำลายอันร้ายกาจ ฝุ่นควันลอยฝุ้งกระจายคลุ้งไปทั่วบริเวณ เมื่อทุกอย่างสงบลง
ฝุ่นควันค่อยๆจางลง องค์รามแววตาระลึกจ้องมองยังตำแหน่งสองสาวเมื่อมองเห็นชัดตา ชายหนุ่มมีสีหน้าไม่อยากเชื่อเล็กน้อยพร้อมกำลังตลึงอะไรบางอย่าง
ม่านพลังสีรุ้งกางเป็นแผ่นผืนปกป้องจันทราเทพและมิโกะดาวเหนือเอาไว้ พร้อมกับบุรุษหนึ่งยืนโอบเอวฟ้าคราม เขามีแววตาสงบนิ่งจ้องมองชายผิวกายสีเขียวไม่วางตาและไม่หวาดหวั่น
“พี่ศิ” เจ้าหล่อนอุทานออกมา ทั้งตกใจและดีใจในเวลาเดียวกัน ศิลาหันมายิ้มให้แม่หวานใจน้อยๆก่อนจะหันกลับมององค์ราม
อินาริเหม่อมองศิลาด้วยแววตาอารมณ์อันหลากหลาย แม้ว่าเธอจะอยู่ห่างกับเขาแค่เอื้อมทว่าเขากลับไม่แลปรายหางตามามองเธอเลยแม้เศษเสี้ยว หญิงสาวกระจ่างแจ้งแจ่มใจ สายใยผูกความสัมพันธุ์ของคนทั้งสองนี้ไม่ที่ให้ใครเข้าไปสอดแทรกได้เลย
“พี่ศิมาได้ไงคะ แล้วผลการต่อสู้กับอาบาไนล่ะ” เจ้าหล่อนถามด้วยความเป็นห่วงพร้อมมองสำรวจร่างกายว่าเขาบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า
ศิลาลูบหัวเจ้าหล่อนอ่อนโยน “เอาไว้จบเรื่องค่อยคุยกันนะคะ น้องไปตัดสินกันเถอะ” แววตาเด็ดเดียวคมกริบมององค์ราม “ส่วนทางนี้ พี่จัดการเอง”
อินาริส่ายศรีษะ เธอแพ้แล้ว แพ้ตั้งแต่แรก ไม่ซิ จะบอกว่าแพ้ก็ไม่ถูก อย่างที่ฟ้าครามบอก เธอไม่เคยเป็นแม้แต่คู่แข่งเลยด้วยซ้ำ ให้สู้กับหญิงสาวต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ หากชนะก็ได้แค่ความสะใจไม่มีสิ่งใดเปลี่ยน หากแพ้ขึ้นมาล่ะ เหนือสิ่งอื่นใด ตอนนี้ศิลาอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่มีทางเลยที่จันทราเทพจะแพ้ใครได้ ชายคนนี้ไม่ยอมอย่างแน่นอน
“เป้าหมายของเธอคือสุริยะเทพไม่ใช่เลอะ เพราะงั้นไปเถอะ ไปทำความฝันของศิลาให้เป็นจริง” อินาริกล่าวเสียงแผ่วก่อนจะเหลียวหลังเดินออกมา คนที่เธอรัก หลงไหลมาตลอดตั้งแต่แรกพบ รอมานานแรมปีพอได้พบยังไม่ทันจะได้รักใจของเธอก็พังพินยับเยิน ตอนนี้เธอเหมือนปีศาจที่บาดเจ็บ จากอาวุธแสนร้ายกาจที่เรียกว่าความจริง
ฟ้าครามมองอย่างค้นหา ไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าหล่อนคิดอะไรอยู่กันแน่ ทำไมถึงปล่อยให้เธอไปหาสุริยะเทพ หรือเธอไม่ต้องการพิชิตเกมแล้ว มีความเป็นไปได้สองอย่าง หนึ่ง.. นีโอและโอนิยังต้องการเคลียร์เกมนี้ สอง...อินาริเลือกที่จะไม่ทำตามเป้าหมายเดิมเพราะความรู้สึกส่วนตัว
อินาริเดินออกมาเบือนหน้ามองท้องฟ้าสีแดงฉาน ไอหมอกโลหิตลอยปกคลุมทั่วระแหงดุจสายหมอกเหมันต์ฤดู อันที่จริงเธอไม่ควรทำแบบนี้เลยมันขัดกับหน้าที่ของเธอ ไม่ต่างอะไรกับการทรยศพรรคพวกตนเอง แต่ทว่าความรู้สึกของเธอนั้นก็เป็นของจริง อย่างน้อยก็ขอช่วยให้เขาบรรลุความฝันไวขึ้นสักเล็กน้อยก็ยังดี ขอเป็นเพียงแค่ลมใต้ปีกหอบหนึ่งที่ช่วยพัดส่งเขาให้เข้าใกล้จุดหมายสักนิด แค่นี้เธอก็พอใจแล้ว
“พี่ศิขา งั้นฟ้าไปหาสุริยะเทพก่อนนะ ไม่รู้พวกเพิร์จที่สะกดรอยตามไปจะเป็นยังไงบ้าง” เจ้าหล่อนพูดด้วยท่าทางอ้อนตาระยิบระยับกระพริบปริบๆ
“ค่ะ แต่จำไว้ว่าถ้าหากเจอพาลีให้ถอยอย่างเดียว อย่าสู้กับมันเด็ดขาด ต่อให้จะมีสัมพาทีและสดายุอยู่ด้วยก็ตาม เข้าใจไหมคะ”
“รับทราบค้าบผม” เจ้าหล่อนตะเบ๊ะ
“ธุระของท่านเสร็จหรือยัง” เสียงเข้มทุ้มทรงอำนาจถามกับศิลา
“ขอโทษที่ทำให้ท่านรอนาน ผมคิดว่าคุณควรจะไปชิงดวงใจภูตแห่งแสงแทนที่จะมาชิงดวงใจภูตแห่งความมืดจากจันทราเทพจะดีกว่านะ” ศิลากล่าวด้วยท่าทางสบายพร้อมกับฟ้าครามพุ่งตัวหายวับไปทิศทางหนึ่ง “อย่าได้คิดตามไปเชียว” เสียงแข็งดังเตือนองค์ราม
องค์รามชะงัก พลังกดดันไร้สภาวะ นิ่งสงบราวกับไม่มี แต่ทว่าหนักหน่วงอย่างน่าประหลาดแผ่กดดันจนเขาแทบหายใจไม่ออก
นี่หรือบัลลังก์มารสูงสุด มนุษย์ต่างโลกที่แข็งแกร่งที่สุด ข่าวลือดูท่าจะไม่เป็นความจริงเสียแล้ว เห็นชัดว่าเขาร้ายกาจมากกว่าคำล่ำลือ
“ใยท่านจึงต้องปกป้องจันทราเทพ เราสัมผัสได้ นางมิได้มีพันธะและสายสัมพันธุ์อันใดกับท่าน แต่ทำไม่ เหตุใดนางจึงยังรับใช้ท่าน” องค์รามสัมผัสได้ว่าดวงวิญญาณของจันทราเทพแยกออกจากดวงวิญญาณของศิลา
ศิลาอมยิ้มเล็กๆ “สายสัมพันธุ์? พันธสัญญา? ไม่มี? ท่านเข้าใจผิดแล้ว”
“เข้าใจผิด? ท่านจะบอกว่าสิ่งที่เราสัมผัสได้นั้นผิดอย่างงั้นเลอะ”
“ไม่ ที่ท่านสัมผัสได้นั้นถูก แต่ที่ผิดคือ ผมและจันทราเทพมีความสำพันธุ์ที่มองไม่เห็น ไม่อาจตัดขาด ต่อกันอยู่ เอาเถอะ บอกไปท่านคงไม่เข้าใจ”
องค์รามครุ่นคิดชั่วครู่ “สรุปไม่ว่ายังไงท่านก็จะขัดขวางเราซินะ”
“แน่นอน หากท่านคิดจะชิงดวงใจภูตแห่งความมืด ท่านต้องข้ามศพผมไปก่อน” ศิลาจริงจังแววตาฉายแสงสีเงินย้วงสุขุมบาดลึกสุดจะหยั่ง
“ท่านไม่ประสงค์ที่จะเป็นสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบอย่างงั้นหรือไง ท่านไม่ต้องการพลังที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์อย่างงั้นลึ” องค์รามสงสัย ไม่ว่าใครก็ต้องการพลังอำนาจและการหลุดพ้นจากพันธนาการทั้งปวง และยิ่งเป็นพลังที่ทำให้ตนเองกลายเป็นมหาเทพเจ้าสงครามไร้ลักษ์แห่งจุดเริ่มต้นและจุดจบ เป็นพลังที่สามารถตั้งกฎเกณฑ์ของโลกได้อย่างใจปราถนา เปลี่ยนแปลงได้อย่างใจนึก มีหรือใครจะไม่ต้องการครอบครอง
“ไม่” ศิลาตอบทันควัน
“ไม่?!!.. เป็นไปไม่ได้” องค์รามไม่เชื่อ
“แล้วแต่ท่าน แสดงว่าท่านเองก็ต้องการวงแหวนโลกา เศษวิญญาณธรรมชาติ ดวงใจภูตเพื่อตนเองจะวิวัฒนาการอย่างงั้นซิ”
“ถูกต้อง”
“อ่าว แล้วที่ร่วมมือกับไดอาโบล่ะ หรือแค่การร่วมมือจอมปลอม”
องค์รามยิ้มเย๊าะ “คิดว่าเราไม่รู้หรืออย่างไรว่าท่านกับไดอาโบร่วมมือกัน ไม่ต้องกังวล ไม่ว่าไดอาโบหรือว่าท่าน ล้วนแล้วแต่ต้องถูกเราสังหาร”
ศิลาถูกใจประโยคนี้ องค์รามในวรรณคดีที่เข้ารู้จักต่างกับชายตรงหน้าลิบลับ “งั้นจะช้าอยู่ใย ลงมือเถิด ผมจะส่งท่านกับคืนสู่จุดกำเนิดเอง”
“พาลี” องค์รามตวาดลั่นพร้อมกับพญาวานรขนสีเขียวพุ่งเข้ามายืนประจันหน้ากับศิลา “ฝากเจ้าด้วย ข้าจะตามจันทราเทพ นางกำลังมุ้งหน้าไปหาสุริยะเทพ จะปล่อยให้นางได้ดวงใจภูตแห่งแสงไปไม่ได้ ไม่เช่นนั้นพวกเราจะไม่ได้อะไรเลย”
“ครับองค์ราม” พาลีรับคำสั่งเป็นจังหวะเดียวกับชายหนุ่มหายไปในอากาศ “ห้วงเวลาไร้เทียมทาน เขตแดนไร้ผู้ต้าน” พาลีกล่าวเสียงเข้มจุดรอยยิ้มเฉิดมั่นใจประดับใบหน้า
อึ่งง...ศิลาเซเล็กน้อย รู้สึกร่างกายหนักอึ้งเหมือนไม่ใช่ของตัวเอง
“พลังกำลังหายไป รับมือยากกว่าที่คิดแหะ”
พาลีพลังเพิ่มทวีคูณ ยิ่งคู่ต่อสู้มีพลังมากเท่าไหร่ พาลียิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้นหรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เขตแดนสีเขียวมรกตครอบคลุมพื้นที่สองกิโลเมตร ผู้เล่นมากมายหลายหมื่นคนถูกลดพลังลงครึ่งหนึ่ง และมาเพิ่มให้พาลี ทำให้พญาวานรมีพลังทัดเทียมกับศิลาหรืออาจจะมากกว่าไปแล้วด้วยซ้ำ
“ห้วงเวลาแห่งศิลา” บึ่มมมม....คลื่นพลังงานสีรุ้งระเบิดออกจากร่างศิลาคล้ายระลอกน้ำแผ่ขยายวงกว้างมีเขาเป็นศูนย์กลางครอบคลุมพื้นที่มากถึงห้ากิโลเมตร ผู้เล่นหลายหมื่นคนตกตายทันทีจากการที่ถูกเขตแดนของพาลีลดพลังลงไปครึ่งหนึ่งและยังมาถูกห้วงเวลาแห่งศิลาลดพลังลงไปอีกครึ่ง ศิลาเงยหน้ามองม่านพลังเขตแดน
เขตแดนของพาลีไม่พังทลาย เป็นเขตแดนรูปแบบพิเศษซินะ อย่างที่คาลิเนียบอก พรแห่งพระอิศวรเป็นสกิลติดตัวของพาลี
คลื่นพลังสีเขียวและสีรุ้งยื้อยุทฉุดกระชากดึงดูดพลังของอีกฝ่าย พยายามชวงชิงพลังของศัตรู เพียงแค่นี้เล่นเอาอากาศวิปลาส แผ่นดินแตกร้าว
ในห้องเงียบสงบ บุรุษผมสีขาวรุกจากบัลลังก์ “ดูท่าบัลลังก์มารกำลังชิงดวงใจภูตแห่งแสงตามที่ตกลงกันไว้ เห็นทีข้าเองก็ต้องทำตามที่สัญญา ตอนนี้นับเป็นโอกาสดี พาลีและหนุมานอยู่ห่างจากองค์ราม” มหาเทพสงครามหลับตากำลังเพ่งสมาธิก่อนจะลืมตาขึ้นถอนหายใจออกมาพร้อยส่ายศรีษะเล็กๆ “หนุมาน? อย่างที่คิด ร้ายสมชื่อจริงๆเลยนะศิลา”