หลายวันต่อมา ขบวนเกวียนหมู่ตึกสินค้าขนาดใหญ่มหึมาก็ถูกประกอบขึ้นจนเสร็จเรียบร้อย มันถูกเคลือบด้วยยางไม้อย่างดีเพื่อป้องกัน การเสื่อมสภาพตามธรรมชาติอันได้แก่พายุฝนและแสงแดดเผา ตรงส่วนของหลังคา ประกอบขึ้นด้วยก้อนหินที่ถูกนำมาฝนจนบาง กลายเป็นกระเบื้องอย่างดี หน้าต่างทุกบานเปิดออกรับลมจากภายนอก สินค้าทั้งหมดจากเกวียนขนาดเล็กถูกย้ายเข้าไปเก็บในคลัง ขบวนกองใหญ่แทนที่ แม้จะรวมกันมาเกือบทั้งหมด ก็ยังเหลือที่ว่างอีกมากสำหรับใช้บรรจุสินค้าชนิดอื่นๆหากพบเจอระหว่างทางต่อไป
บัดนี้เกวียนขนาดเล็กทั้งหมดว่างเปล่าปราศจากสิ่งของบรรทุก พวกมันถูกล่ามเข้าด้วยกันเป็นทางยาวคล้ายกับรถไฟพ่วงท้ายหมู่เกวียนใหญ่ หัวหน้าคณะเดินทางสั่งให้แยกตึกเคลื่อนที่2หลังรั้งท้ายสุดของขบวนไว้ตามคำแนะนำของไคลม์ เพื่อเฝ้าสังเกตสินค้าตรงกลางจากด้านหลัง ด้วยขบวนที่ใหญ่โตขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ไคลม์จึงเสรอแผนธุระกิจใหม่เพิ่มเติมให้แก่คล็อกครัชอีกด้วย มันคือการรับฝากขนส่งสินค้าระหว่างแคว้นที่ห่างไกลกัน รวมไปถึงการรับฝากซื้อของตามที่ต่างๆอันอยู่ในเส้นทางสัญจรผ่านโดยอาศัยการบวกกำไรในการขนส่งและบริการเข้าไปเพิ่มอีกด้วย นับเป็นการบวกรายได้ขึ้นมาได้อีกมหาศาลเกินกว่าเจ้าตัวเคยคาดคิดไปไกลมาก
"นายท่านขอรับ.."
รีอาร์วิ่งออกมาพร้อมกับพวกสมาชิกหน่วยสำรวจจำนวนสามคนโผล่พ้นออกมาจากพงไม้เพื่อรายงานข่าวจากกองหน้าอาสาสำรวจ แต่ก็ต้องตะลึงกับสิ่งประดิษฐ์ขนาดใหญ่เท่ากับอาคารพาณิชย์ที่จอดเรียงรายซ้อนคันกันอยู่เบื้องหน้า
"แม่เจ้า นี่มันอะไรกันเนี่ย"
เงาของหมู่ตึกสร้างด้วยไม้เหล่านั้นคลุมพื้นจนดำสนิทบดบังแสงอาทิตย์ที่ส่องกรองลงมาจากกิ่งไม้ด้านบนจนมองไม่เห็นแสงถอดยาวไปจนถึงปากทางเข้าเขาวงกตที่พวกรีอาร์วิ่งออกมาเมื่อครู่ กลุ่มผู้มาถึงทีหลังยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน สายตาจับจ้องมองวัตถุก่อสร้างขนาดใหญ่ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ต่อหน้า
"อ้าวกลับมากันแล้วเหรอรีอาร์ เป็นยังไงผลสำรวจไปถึงไหนแล้ว?"
หัวหน้าคณะเดินทางปรากฏตัวต่อหน้าลูกจ้างหนุ่มและบรรดาลูกหาบจากกองสำรวจ เขายืนอยู่ตรงระเบียงสูงไม่เกินอกที่ทำมาจากไม้เว้นเป็นช่องห่างกันประมาณ8นิ้วตรงส่วนชั้นบนสุดของเกวียนตึกไม้ ในมือถือแก้วกาแฟร้อนกำลังยกจิบก้มหน้าลงมามองทุกคนที่แหงนหน้ามองมาจากเบื้องล่าง คล็อกครัชสังเกตจากท่าทางของพวกลูกน้องก็เห็นว่ากำลังตะลึงค้างกันอยู่เมื่อได้เห็นตัวตึกไม้ติดล้อที่มีถึงสามชั้น เขาแทบกลั้นขำไม่ได้แต่ก็เข้าใจความรู้สึกเพราะตนก็เคยเป็นมาก่อน จึงเรียกทุกคนให้เข้ามาภายในอาคารไม้เพื่อพักผ่อนดื่มน้ำกันให้หายเหนื่อยแล้วถามไถ่ความคืบหน้าของงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำ
"เจ้าว่าไงนะ เจอทางออกแล้วเหรอ?"
"ขอรับนายท่าน เพิ่งเจอเมื่อเช้านี้เอง หลังจากที่พวกข้าทานอาหารเสร็จก็เดินทางสำรวจต่อ ไม่นานนักก็มองเห็นทางโค้งที่ดูไม่ลาดจนเกินพอดี ขนาดใหญ่เพียงพอที่คนจำนวนหลายร้อยคนจะเดินผ่านไปได้ แล้วก็พบว่ามันคือทางออกที่เชื่อมต่อกับทางทะเลทรายด้านนอกขอรับ"
"เป็นข่าวดีจริงๆ เช้าวันนี้หมู่ตึกรถเกวียนของเราก็ตกแต่งครบถ้วนสมบูรณ์กันทุกคันพอดี ได้ฤกษ์ออกเดินทางแล้วสิแบบนี้...เจ้าคิดว่าไงไคลม์"
หัวหน้าคณะเดินทาง หันมองบันไดทางขึ้นเบื้องหลังชุดเฟอร์นิเจอร์ที่ทำมาจากไม้ทั้งท่อนซึ่งพวกรีอาร์นั่งอยู่ ท่อนไม้ขนาดใหญ่เท่ากับซุงขนาดสองคนโอบถูกตกแต่งให้เป็นโต๊ะและโซฟาสำหรับนั่งเล่นทาเคลือบด้วยยางไม้ใสประหนึ่งเคลือบเงาด้วยแก้วเหลว ร่างของบุรุษพเนจรกำลังก้าวขึ้นมาหาทุกคนจากด้านล่าง
"ขออภัยขอรับข้าเพิ่งมาถึงไม่ทราบว่าทุกคนคุยเรื่องอะไรกันอยู่"
"รีอาร์เพิ่งมารายงานว่าเจอทางออกแล้ว ข้ากำลังปรึกษากันถึงเรื่องกำหนดการเดินทางต่อ ไม่รู้ว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแค่ไหนเราจะได้เคลื่อนขบวนออกเดินทางกันเสียที"
"อ๋อ ทุกอย่างเรียบร้อยขอรับท่านหัวหน้า โซ่ตรวนสำหรับใช้ลากที่ทำขึ้นเพื่อพวกทาร์ซและลูกๆกิ้งก่าก็เสร็จเรียบร้อยดีแล้ว รอเพียงคำสั่งจากท่านพวกลูกขบวนทุกคนก็พร้อมออกเดินทางขอรับ"
"เดี๋ยวก่อนนะ คิดจะใช้พวกลูกกิ้งก่าลากเกวียนให้เราเหรอ?"
รีอาร์ถามย้ำ ไคลม์พยักหน้า
"บ้าไปแล้ว"
"ข้าฝึกพวกมันจนเชื่องแล้วล่ะ หายห่วงได้"
ไคลม์ย้ำหนักเพื่อยืนยัน ไม่มีใครแสดงความคิดเห็นอะไรต่อหลังจากนั้น
"เอาละ ถ้าทุกอย่างพร้อมเรียบร้อยดีแบบนี้ ก็เตรียมตัวออกเดินทางกันเลยปะไร ข้าละอยากไปให้ถึงที่หมายใจจะขาดอยู่แล้ว ป่านนี้พวกขุนนางคู่ค้าของเราคงบ่นกันสนุกปากอยู่เป็นแน่"
หัวหน้าคณะเดินทางกล่าวกับทุกคน
"งั้นข้าขอไปสั่งคนงานให้เก็บสัมภาระก่อน ยังมีเครื่องมืออุปกรณ์อีกหลายส่วนที่ยังสะสางไม่เรียบร้อย"
ไคลม์เอ่ยกับหัวหน้าคณะเดินทาง คล็อกครัชพงกหัวก่อนหันหลังวิ่งลงบันไดไป
"แล้วพวกทาร่าล่ะ?"
"นางจะรอเราตรงปากทางก่อนถึงทางออกขอรับ ข้าบอกให้เก็บของเตรียมตัวรอไว้แล้ว"
"ดี เวลา09.00นาฬิกาของวันนี้ พวกเราจะเคลื่อนขบวนผ่านช่องแคบเขาวงกตทะเลทราย ไปกระจายคำสั่งให้ข้าด้วย บอกให้ทุกคนเตรียมตัวให้เรียบร้อย"
"ขอรับ"
ผลสรุปการเดินทางออกมาเป็นเอกฉันท์ คำสั่งเตรียมเคลื่อนขบวนถูกป่าวประกาศไปทั่วกองเกวียนสินค้าเร่ จำนวนของอุปกรณ์ วัสดุและวัตถุดิบต่างๆถูกเคลื่อนย้ายถ่ายเทจากเกวียนคันเก่าทั้งหมดไปประจำอยู่ในปราสาทเกวียนจนสิ้น เหลือเพียงแต่เกวียนคันเปล่าๆซึ่งเป็นโครงไม้ถูกคลุมเอาไว้ด้วยผ้าใบและร้อยติดด้วยโซ่เหล็กสลับกับเชือก พ่วงเป็นเป็นแถวแนวยาวรั้งท้ายขบวนตามที่กล่าวไว้แล้วเบื้องต้น
ทันทีที่แตรส่งสัญญาณเคลื่อนพลดังขึ้นชาวคณะทั้งหมด ก็ออกเดินทางอีกครั้งภ่นหลังหยุดพักมาเป็นเวลาร่วมสัปดาห์ มันเป็นการเคลื่อนขบวนที่เอิกเกริกที่สุดนับตั้งแต่เริ่มออกเดินทางมาเป็นครั้งแรก เวลานี้พลเดือนเท้าทั้งหมด ที่เคยตรากตรำย่ำไปกับพื้นจนแทบสิ้นแรงอยู่ทุกวัน ถูกย้ายขึ้นมาประจำตามหมู่ตึกต่างๆและบ้างก็ไปอาศัยอยู่ใน เกวียนเก็บสินค้าหลังเก่าตามความสมัครใจ แต่ไม่นานนักก็ขึ้นมารวมตัวกันเพื่อสำรวจห้องต่างๆซึ่งถูกออกแบบไว้เพื่อรองรับคนได้นับพัน ราวกับโรงแรมเคลื่อนที่ ซึ่งมีทุกอย่างพร้อมสรรพแม้กระทั่งห้องน้ำในตัว เป็นสถาปัตยกรรมกึ่งเครื่องกลที่อาศัยแรงสัตว์เป็นตัวขับเคลื่อนอันไม่เคยปรากฏในที่ใดมาก่อนในโลก(โอโทเปีย)แห่งนี้
บรรดาลูกจ้างพากันโห่ร้องด้วยความปิติยินดี ที่ต่อไปนี้พวกเขาจะไม่ลำบากอีกต่อไปแล้วในการเดินทางไม่ว่าครั้งไหนๆก็ตาม บุรุษพเนจรสาธิตวิธีการควบคุมเส้นทางโดยใช้พวงมาลัยซึ่งประกอบขึ้นจากไม้ลักษณะคล้ายกับคันบังคับของเรือเดินสมุทรให้พวกคล็อกครัชกับรีอาร์ชม
การเคลื่อนที่ซึ่งอาศัยแรงจากสัตว์จำนวนเกือบร้อยตัวเป็นกำลังขับ ถูกตั้งกลไกไว้ที่ล้อหน้าขนาดใหญ่อันใช้บังคับคอของพวกทาร์ซและกิ้งก่าให้หันไปตามทิศที่ต้องการด้วยเชือกเบียด หากหักพวงมาลัยไปทิศทางไหนเชือก ที่ทำหน้าที่เสมือนกับหางเสือก็จะไปเบียดตรงสีข้างลำตัวของสัตว์เหล่านั้นเบนไปยังทิศทางที่ต้องการพวกมันจะรู้โดยสัญชาตญาณและเอียงตัวให้ ลากเกวียนไปยังทิศทางที่กำหนดเอาไว้โดยคนละขับซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการควบคุมกองขบวนทั้งกระบวน
"อัศจรรย์เหลือเกิน"
รีอาร์และคล็อกครัชจ้องมองการขับเกวียนของชายหนุ่มด้วยความทึ้งระคนชื่นชมอย่างที่สุด พวกเขาจดจำทุกรายละเอียดที่จำเป็นจะต้องใช้สำหรับการบังคับขบวนเกวียนคันใหญ่ขนาดนี้ ไคลม์พาหมู่ตึกสินค้าเคลื่อนเข้ามาภายในช่องแคบเขาวงกตที่กลุ่มของรีอาร์เข้ามาสำรวจก่อนหน้านี้ มองเห็นสัญลักษณ์รูปวาดข้างผนังลูกศรซึ่งทำมาจากสีของยางไม้เขียนบอกทิศทางเอาไว้ให้เห็นชัดถนัดตาจากทิศทางด้านขวามือแตะเป็นเส้นสีแดงขนาดใหญ่
ระเบียงไม้ด้านนอกถูกพับเก็บเข้ามาโดยแรงของคนงานซึ่งประจำอยู่ตามหมู่ตึกต่างๆ มันเป็นกลไกที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดขนาดของขบวนเกวียนลงเมื่อเคลื่อนผ่านเส้นทางประเภทนี้และน่าแปลกที่มันพอดิบพอดีกับเส้นทางมิหนำซ้ำยังมีช่องว่างเหลือสำหรับใช้ตีโค้งวาดวงสวิงและพลิกลำกลับตัวอีกด้วย นี่แสดงให้เห็นถึงความอัจฉริยะในการออกแบบขบวนสินค้าในรูปหมู่ตึกของเจ้าของแบบแปลนเป็นอย่างดี
โค้งแล้วโค้งเล่าขบวนสินค้าเคลื่อนตัดผ่านหมู่เขาลึกเข้ามาเรื่อยๆ แต่ละมุมก็มีอุปสรรคซึ่งแตกต่างกันออกไปบางจุดมีเถาวัลย์ขนาดใหญ่เลื้อยลงมาขวางทางอยู่เป็นจำนวนมากแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับคณะเดินทางซึ่งมีจำนวนคนอยู่มากหัวหน้าใหญ่ ออกคำสั่งให้ทุกคนถือมีดไปคนละเล่มปีนขึ้นหลังคาสูงใช้มีดฟันเคลียร์เส้นทางซึ่งถูกโอบรัดด้วยสาดรกชัดรุงรังอันเป็นอ้อมกอดแห่งพฤกษาเบื้องบนลงมาจนสิ้น บางช่วงมีโขดหินถล่มทับลงมาขวางทาง แต่ละโค้งแต่ละจังหวะก็อาศัยสติปัญญาแก้ไขเอาสุดแล้วแต่กำลังและความสามารถและมันก็ทำให้พวกเขาหลุดออกมาจากซอกเขาอันคดเคี้ยวซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นรังของฝูงสัตว์ยักษ์เลื้อยคลานดึกดำบรรพ์มาก่อน
รีอาร์ตะโกนเรียกภรรยาสาวและกลุ่มลูกน้องซึ่งทิ้งเอาไว้รอขบวนเกวียนเคลื่อนผ่านมารับระหว่างทาง หญิงสาวที่กำลังผูกเปลระหว่างก้อนหินขนาดใหญ่2ก้อนได้ยินเสียงเรียกนั้นก็ตื่นขึ้น เธอรีบเก็บสัมภาระออกมากองกวางตรงกลางทางเดินเพื่อล้างขบวนสินค้าเอาไว้
เช่นเดียวกับรีอาร์และคล็อกครัชก่อนหน้านี้ พวกเธอประสบกับสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่กึ่งเครื่องกลกึ่งเกวียนขนาดยักษ์ ก็พากันตะลึงพรึงเพลิดกันไปพักใหญ่ไม่ใช่น้อย ภายหลังขนสัมภาระขึ้นบรรจุในตึก สำเร็จเสร็จสิ้น ก็มารวมตัวกับหัวหน้าคณะเดินทางและสามีซึ่งอยู่ตึกหน้าสุด เธอรีบสำรวจรอบๆบริเวณโดยเร็วด้วยความตื่นเต้น มีห้องนอนถึง3ห้อง แบ่งเป็น3ชั้นและห้องน้ำอีก2 ทาร่าดีใจกระโดดโลดเต้นเผลอตัวเข้าไปหอมแก้มไคลม์อย่างไม่ได้สติก่อนถูกรีอาร์เอ็ดใส่ด้วยความหวง หญิงสาวยิ้มแห้งๆแก้เขินก่อนจะเดินออกไปคุยกับคุณหนูลิซาน่าที่กำลังสนุกกับการวิ่งเล่นไปมาระหว่างตึกทั้งหลายตั้งแต่หัวขบวนยันท้านขบวน
การเดินทางครั้งนี้ ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ยกระดับความเป็นอยู่ของลูกขบวน ให้ดีขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัยเรากับได้โรงแรมเคลื่อนที่ซึ่งใช้เดินทางไปที่ไหนก็ได้ตามแต่ใจปรารถนานับแต่นี้ต่อไป
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
บทประพันธ์ : มังกรขาวเล่าเรื่อง